APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

เมื่ออดีตยมทูตผู้ทรงอิทธิพลได้กลับชาติมาเกิดใหม่เป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดขีดขั้ว เขาจึงต้องเผชิญหน้ากับภารกิจสุดแปลกในการแผ่ขยายอำนาจเพื่อครอบครองดินแดนกะลาแลนด์ ผ่านการใช้แผนการสุดเพี้ยนที่ยากจะคาดเดา นี่คือผลงานภาคต่อจากเรื่อง 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเส้นทางบทใหม่แบบจบในตอน ซึ่งจะพาทุกคนไปสัมผัสความตื่นเต้นเร้าใจจากการต่อสู้และกลยุทธ์สุดพิสดารในการสถาปนาจักรวรรดิใต้ดินที่เหนือล้ำกว่าจินตนาการ โดยผู้อ่านสามารถเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความฮาและแอ็กชันสุดมันส์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะไม่เคยติดตามเนื้อหาในภาคแรกมาก่อนก็ตาม
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เที่ยงคืนผ่านพ้นไป บ่งบอกเวลาวันใหม่ และชีวิตใหม่ของผมที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แม้จะเป็นแค่การถ่ายเทวิญญาณสู่ร่างอื่น ไม่ใช่การถือกำเนิดใหม่ แต่มันก็ทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลายในยมโลกอดตื่นเต้นกันไม่ได้

"โชคดีนะคะหมอ"

"รีบกลับมานะคะ พวกเราคิดถึงแย่"

"อย่าลืมคิดถึงพวกเราบ้างนะคะ"

ภารกิจส่งตัวหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลงสู่ปรโลกครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่ผม แต่ยังมีหัวหน้าหน่วยพยาบาลที่ถูกส่งตัวขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ด้วย หมอนั่นช่างสังเกต ละเอียดอ่อน เหมาะกับการช่วยเหลือดวงวิญญาณตกค้าง และปิดเคสการตายผิดปกติที่เชื่อมโยงกับการโกงความตายของตาลุงเห็นแก่ตัวคนนึง

"ขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ ที่มาส่งผม" ผู้ชายสวมแว่น เจ้าของผมรองทรงบลอนด์ทองไฮไลท์ส้ม ในชุดสูทสีเทาอ่อน ยิ้มให้เจ้าหน้าที่ทุกคนตรงหน้า ซึ่ง 99.99% เป็นผู้หญิง

...ขณะที่ตรงหน้าผม

"ยูต้องกลับมานะ เข้าใจไหมไมเคิล ที่นู่นไม่มีอะไรให้ลั้นลาหรอก" หัวหน้านับเงินพูดประโยคเดิมซ้ำเป็นครั้งที่ร้อย ใช่... มีแค่เธอคนเดียวที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้

"ไอก็ไปทำงานไง ไม่ได้ไปลั้นลา" ผมตอบด้วยประโยคเดิมเป็นครั้งที่ร้อย และไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่ไม่มีใครแห่แหนกันมาส่ง

...ผมชินแล้ว เพราะมันก็แค่เรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

"ใกล้ถึงเวลาแล้ว หัวหน้าเข็มทิศกับรองหัวหน้าไมเคิลพร้อมไหมคะ?" ผู้หญิงผมหางม้าชุดสูทน้ำเงิน เจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการพูดขึ้นคล้ายเป็นการตัดบทหัวหน้านับเงินที่กำลังอ้าปากตั้งท่าจะพูดอะไรต่อ แม้เธอจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ดีแล้ว... ไม่อย่างนั้นผมคงต้องยืนหูทวนลมฟังคำบ่นต่อไปเรื่อยๆ

"พร้อมครับ" ผมกับหัวหน้าหน่วยพยาบาลตอบคำถามขึ้นพร้อมกัน เสมือนเป็นการปิดประตูตายไม่ให้หัวหน้าหน่วยยมทูตมีโอกาสพูดอะไรอีก

"เชิญทางนี้เลยค่ะ" เจ้าหน้าที่กองอำนวยการคนเดิมเดินนำผมกับเขามายังเสาสีแดงเพลิงสูงเสียดฟ้าสองต้น

...มันคือประตูนรกที่จะเพิ่มความสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามสถิติการทำความชั่วของมนุษย์ในแต่ละปี

"เดี๋ยวครับ!!"

เสียงเรียกที่ดังขัดจังหวะขึ้นทำเอาเราสามคนชะงัก หันไปมองต้นเสียงที่พึ่งวาร์ปเข้ามา

"นึกว่าจะมาไม่ทันร่ำลาซะแล้วนะครับเนี่ย" ก้อนหินเดินฉีกยิ้มนำหน้าดาวเหนือเข้ามา ไม่รู้ว่าผมไปสนิทสนมกับหมอนั่นตอนไหน หรือบางทีคนที่ถูกกล่าวถึงในประโยคคำพูดเมื่อครู่ อาจเป็นหัวหน้าหน่วยพยาบาลก็ได้

"เชิญค่ะ ได้แค่ 1 นาทีนะคะ" เจ้าหน้าที่หญิงกองอำนวยการพูดพร้อมกับถอยหลังออกไปสามก้าว เพื่อให้ทั้งคู่เข้ามายืนแทนที่

"โชคดีนะครับหัวหน้าเข็มทิศ" ก้อนหินหันไปยิ้มให้หัวหน้าหน่วยพยาบาล ก็อย่างที่บอก... ผมชินแล้วกับเรื่องแบบนี้ "อย่าลืมของฝากนะครับ รองหัวหน้าไมเคิล" คราวนี้คำพูดทีเล่นทีจริงที่มีชื่อของผมอยู่ในประโยค ทำให้ผมชะงักไป

"นายจะบ้าหรือไง!?" เสียงเอ็ดของคนตัวเล็กด้านหลังก้อนหินดังขึ้น ก่อนที่คนคนนั้นจะหันมายิ้มเจื่อนๆ ให้ผม

"ขอโทษด้วยครับรุ่นพี่ไมเคิล" ดาวเหนือพูดพลางหันไปถลึงตาใส่คนอยากได้ของฝาก

"ไม่เป็นไร จะหาของฝากไว้ให้ก็แล้วกัน" ผมลองตอบแบบทีเล่นทีจริงดูบ้าง ทั้งที่มั่นใจว่าจะหาของฝากไว้ให้หมอนั่นพาลงนรกอเวจีได้มากพอสมควร

"ขอบคุณครับ แล้วผมจะรอ"

คำตอบกับรอยยิ้มมุมปากของก้อนหิน บอกให้ผมรู้ว่าหมอนั่นเข้าใจความหมายแฝงที่ผมต้องการสื่อ ต้องแบบนี้สิ... มันถึงจะสนุก

"เหลืออีก 20 วินาทีนะคะ" เสียงเตือนของเจ้าหน้าที่หญิงกองอำนวยการ เหมือนเป็นสัญญาณการแยกย้าย

"เอ่อ... ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะครับรุ่นพี่ไมเคิล หัวหน้าเข็มทิศ" ยมทูตดาวเหนือพูดขึ้นเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่ช่วงเวลาเลิกราของงานเลี้ยงจะเริ่มต้น

"ทันทีที่คุณเข็มทิศกับคุณไมเคิลขึ้นไปยังโลกมนุษย์ พวกคุณจะถูกวาร์ปไปที่ร่างเป้าหมาย ให้ใช้พลังที่เหลืออยู่สร้างวงเวทย์ วิญญาณจะถูกผสานเข้าร่าง หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะตื่นขึ้นมาในร่างใหม่เมื่อไหร่" เจ้าหน้าที่หญิงคนเดิมอธิบายแบบสรุปย่อแต่ได้ใจความครบถ้วน

...หัวหน้านับเงินก็เคยบอกให้ผมฝึกพูดแบบนี้เหมือนกัน แต่นั่นมันไม่ใช่สไตล์ของผม

"แล้ว... ตอนภารกิจสำเร็จล่ะครับ เราจะออกมาจากร่างยังไง?" หัวหน้าหน่วยพยาบาลถามขึ้น

"ทางเราจะประสานไปเองค่ะ จะทำการส่งดวงวิญญาณขึ้นแทรกซึมแล้วนะคะ กรุณาเตรียมพร้อม... สาม สอง หนึ่ง..."

สิ้นเสียงสัญญาณนับถอยหลัง ผมกับหัวหน้าเข็มทิศก็ถูกวาร์ปจากยมโลกขึ้นมายังโลกมนุษย์ ที่จริงมันก็ไม่ได้แตกต่างจากช่วงเวลาที่ผมวาร์ปขึ้นมารับเหล่าคนชั่วสักเท่าไหร่ เพียงแต่... การตัดสินใจทำในสิ่งที่อยู่นอกเหนือคำสั่งแบบสุดโต่ง มันก็ทำให้ผมอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้

"นี่สินะ... ร่างใหม่ของผม" ผมยืนมองเจ้าของผิวเข้ม กับใบหน้ารูปสามเหลี่ยมเหมือนปิ๊กกีตาร์ ที่กำลังนอนหลับตาอยู่บนเตียงภายในห้องพักฟื้นโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยาง

...วิญญาณของหมอนี่หลุดออกจากร่างหลังเกิดอุบัติเหตุ และหลบหนีไปเหมือนหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างจนไม่กล้ากลับเข้าร่าง

"ขอบใจ... ที่ทิ้งร่างไว้ให้"

วงเวทย์จากพลังที่กองอำนวยการยมโลกเหลือทิ้งไว้ให้ ปรากฏขึ้นล้อมรอบวิญญาณของผมกับร่างเป้าหมาย ผมไม่ได้ถูกยึดพลังยมทูตคืน แต่มีการเพิ่มเงื่อนไขการใช้พลังที่ต้องรอการอนุมัติจากยมโลก

เปล่า... ผมไม่ได้เสียใจหรือรู้สึกอะไรทั้งนั้น เพราะมั่นใจว่าด้วยสมองกับสองมือนี้ เพียงพอจะใช้กำจัดพวกมันให้สูญพันธุ์ไปจากกะลาแลนด์!!

"คุณหมอคะ คนไข้ฟื้นแล้วค่ะ"

เสียงพูดของพยาบาลตรงข้างเตียงดังขึ้นทันทีที่ผมลืมตาตื่น ใช่... นั่นคือภาษาไทย เพราะที่นี่คือโรงพยาบาลใกล้รอยต่อของกะลาแลนด์กับกัมพูชา

"คุณตองเก้า... ได้ยินหมอไหมครับ?"

คราวนี้เป็นเสียงพูดของหมอที่ชะโงกหน้าเข้ามาเรียกผม และแม้จะไม่สบอารมณ์กับชื่อนี้สักเท่าไหร่ แต่ผมก็ทำได้แค่พยักหน้ารับ เพราะหน้ากากออกซิเจนที่ครอบปากกับจมูกอยู่

"คุณประสบอุบัติเหตุแต่รอดมาได้ เดี๋ยวหมอจะตรวจร่างกายคุณแบบละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วงนะครับ นายจ้างของคุณเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด"

สิ่งที่ได้ยินฟังดูเหมือนนายตองเก้าจะมีนายจ้างผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตากรุณาอย่างหาที่เปรียบมิได้ แต่มันจะเป็นอย่างนั้นแน่หรือเปล่า ในเมื่อนายจ้างคนที่ว่าคือตาแก่ซินแสอายุหลายร้อยปี ผู้ก่อตั้งเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่กำลังมองหาร่างใหม่ให้ตัวเองถ่ายโอนวิญญาณ

"คุณเข้าใจภาษาไทยใช่ไหมคะ?" พยาบาลคนเดิมตั้งคำถามกับผม ซึ่งเวลานี้อยู่ในร่างชายชาวกัมพูชาวัย 21 อดีตลูกจ้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นผู้ก่อตั้งหลังพิธีกรรมสลับวิญญาณ

"ครับ" ผมออกเสียงอู้อี้ผ่านหน้ากากออกซิเจนเป็นภาษาไทย อาจดูเหมือนไม่แนบเนียนกับการที่ผมไม่ยอมสวมบทบาทคนกัมพูชา แต่นั่นก็เพราะไม่มีความจำเป็นต้องทำ ในเมื่อผมมาที่นี่เพื่อประกาศสงคราม

"อ๋อ พูดไทยได้ โอเคเลย จะได้สื่อสารกันเข้าใจ"

ท่าทางของหมอกับพยาบาลดูโล่งใจมากขึ้นกว่าตอนที่ผมฟื้นขึ้นมา ผมเองก็โล่งใจเหมือนกันที่การถือกำเนิดในร่างใหม่เป็นไปอย่างง่ายดาย โชคดีที่เจ้าของร่างนี้ไม่ได้นอนรักษาตัวนานจนต้องทำกายภาพบำบัด เหมือนอย่างร่างเป้าหมายของหัวหน้าหน่วยพยาบาล ไม่อย่างงั้นผมคงเสียสติก่อนจะได้ทำตามแผนแน่ๆ

"ทางโรงพยาบาลโทรแจ้งนายจ้างของคุณแล้วนะครับ ผลตรวจร่างกายออกมาปกติ อายุยังน้อยด้วย คงจะฟื้นตัวเร็ว อีกไม่กี่วันน่าจะออกจากโรงพยาบาลได้" หมอเจ้าของไข้คนเดิมสรุปผลหลังการตรวจร่างกายผ่านพ้นไป ไม่แปลกที่ทั้งหมดดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว ส่วนการบริการประชาชนต่างด้าวก็น่าประทับใจพอๆ กับคำพูดที่ฟังดูรื่นหู เพราะนี่คือโรงพยาบาลเอกชน

แน่ล่ะ... ยังไงซะตาแก่ซินแสนั่นก็ต้องเลือกฝากร่างใหม่ของตัวเองไว้กับสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้ว ผมเองก็เหมือนกัน เพียงแต่สิ่งที่ดีกว่าในความคิดของผม มันจะต้องเป็นสิ่งที่ผมเลือกด้วยตัวเองเท่านั้น

"ผมจะออกจากโรงพยาบาลทันวันพุธหน้าไหมครับ ถ้าจำไม่ผิด... นายจ้างของผมน่าจะมีงานสำคัญที่มอบหมายให้ผมรับผิดชอบ" ผมใช้ข้อมูลที่ได้รับมาจากกองอำนวยการยมโลกก่อนหน้านี้ ตั้งคำถามกับหมอเจ้าของไข้

ใช่... วันสำคัญที่ว่านั่น ก็คือ วันจัดพิธีกรรมสลับวิญญาณของตาแก่ซินแส ซึ่งต่อให้ผมไม่ฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ ร่างของนายตองเก้าก็จะต้องถูกนำออกจากโรงพยาบาลไปเข้าพิธีอยู่ดี

"ทางนายจ้างของคุณแจ้งไว้เหมือนกันครับ คิดว่าน่าจะทันนะครับ เหลืออีกตั้งอาทิตย์ เพียงแต่อย่าพึ่งไปหักโหมใช้งานร่างกายหนักๆ ก็พอครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าต้องกลับมานอนโรงพยาบาลอีก"

คำตอบของผู้ชายเสื้อกาวน์ตรงหน้า ทำให้ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้

"ขอบคุณครับ"

หัวใจที่ไม่ใช่ของผมเต้นรัวเป็นเสียงกลอง อีก 1 อาทิตย์ พลังยมทูตของผมจะกลับคืนมาอีกครั้ง สำหรับใช้รับมือพิธีกรรมดำมืดของตาแก่นั่น ไม่แน่ว่าวันนั้นวิญญาณของผมอาจถูกดึงกลับไปยังยมโลก แต่ผมจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นเด็ดขาด

...เพราะผมจะทำทุกวิถีทางให้ได้ใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์แสนบัดซบใบนี้ต่อ!!

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบลูกน้อยที่หิวโซทั้งห้าในกระท่อมผุพัง ฟางเส้นสุดท้ายขาดลงเมื่อญาติสามีคิดจะนำลูกสาวของเธอไปขาย เธอจึงลุกขึ้นสู้และประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องสายเลือด โชคดีที่มีระบบร้านค้าลับช่วยให้เธอสั่งซื้ออาหารได้ไม่จำกัด หญิงสาวแอบสร้างความมั่งคั่งและสะสมเสบียงอย่างเงียบเชียบ เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ บรรดาญาติใจดำต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างหิวโหย ทว่าครอบครัวของเธอกลับได้กินข้าวและเนื้ออย่างอิ่มหนำ การพลิกชะตาชีวิตและเอาคืนผู้ที่เคยกดขี่จึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เมื่อโชคชะตากำหนดให้เสวียชิงอินเป็นตัวละครที่ต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา นางจึงปฏิเสธเส้นทางนั้นและผูกวาสนากับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ดุดันและมีอนาคตต้องจบชีวิตกลางไฟสงคราม เป้าหมายของนางคือการเป็นสตรีหม้ายที่ร่ำรวย ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อบุรุษที่ใครต่างหวาดกลัวกลับมอบความรักอันลึกซึ้งและคอยปกป้องนาง ท่ามกลางเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม นางมิใช่ผู้เฝ้ารอผลประโยชน์อีกต่อไป แต่กลายเป็นดวงใจของเขา ทั้งสองหลอมรวมเป็นเกราะกำบังให้กันและกัน ก้าวข้ามขีดจำกัดของบทประพันธ์เดิม สู่การสร้างตำนานรักที่เกรียงไกร
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากข้ามภพ ข้ากลายเป็นแม่ผัวจอมโหด
9.5
สาวโสดอย่างเฉิงวานวานถูกชะตาเล่นตลกให้ข้ามเวลามาเป็นสตรีชาวนาวัยสามสิบสามปีในหมู่บ้านต้าเหอ เธอต้องรับบทแม่ผัวของลูกชายสี่คนและสะใภ้ที่กำลังอุ้มท้อง ท่ามกลางความแร้นแค้นของยุคโบราณ ชีวิตใหม่นี้เต็มไปด้วยบททดสอบแสนสาหัส ทั้งภัยตั๊กแตน ภัยแล้ง และวิกฤตหิมะถล่มที่พร้อมพรากชีวิต โชคดีที่เธอมีระบบร้านค้าวิเศษเป็นตัวช่วยสำคัญ ซึ่งสามารถเปลี่ยนผักป่าและปลาให้กลายเป็นเงินตราได้ เธอจึงใช้สติปัญญาและสิ่งนี้เพื่อปกป้องครอบครัวใหญ่ให้พ้นจากความอดอยาก พร้อมพลิกฟื้นชะตากรรมสู่ความมั่งคั่งรุ่งโรจน์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติพร้อมมิติน้ำพุวิเศษ กลายเป็นเมียตัวร้ายของเสนาบดี
6.7
ชะตากรรมนำพาซ่งจิ่นข้ามเวลามาสวมบทเป็นหญิงใจทรามในนิยาย ท่ามกลางยุคภัยพิบัติหนาวเหน็บ เจ้าของร่างเดิมเคยก่อกรรมด้วยการทิ้งสามีพิการและขายลูกเลี้ยงทั้งสี่เพื่อเอาตัวรอด โดยไม่รู้เลยว่าอนาคตเด็กเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้กุมอำนาจ และสามีจะก้าวขึ้นเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อได้ชีวิตใหม่ ซ่งจิ่นปฏิเสธที่จะเดินตามรอยเดิม เธอใช้ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และมิติน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือพลิกสถานการณ์ หญิงสาวมุ่งมั่นแก้ไขความผิดพลาด หันมาปกป้องดูแลครอบครัวให้รอดพ้นจากความหิวโหย จากสตรีที่เคยถูกประณาม เธอจะใช้สองมือนี้ก้าวขึ้นเป็นภรรยาที่เคียงข้างท่านเสนาบดีอย่างสง่างาม
ภาพปกนิยายเรื่อง แม่มด
9.5
ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ได้ซุกซ่อนดาวเคราะห์ลี้ลับดวงหนึ่งเอาไว้ ณ จุดที่ห่างจากอาณาเขตมนุษย์นับล้านปีแสง แม้ระยะทางจะไกลแสนไกล ทว่าดินแดนคู่ขนานแห่งนี้กลับมีระบบนิเวศและสภาพภูมิประเทศที่ลอกเลียนแบบโลกของเรามาอย่างน่ามหัศจรรย์ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สะท้อนภาพของยุคหินในอดีตกาลออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เรื่องราวอันลี้ลับกำลังจะถูกจารึกขึ้นบนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกบรรพกาล ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยมนต์ขลังแห่งยุคสมัยอันเนิ่นนาน
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่ยกบ้าน หนีภัยก็ไม่กลัว!
7.9
ความตายจากน้ำมือพวกกบฏไม่ใช่จุดจบ เมื่อซูยิน มารดา และน้าสาวได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง ทั้งสามรีบพาชาวหมู่บ้านซิ่งฮวาอพยพหนีไฟสงคราม บนเส้นทางสุดแสนลำบาก พวกเธอได้พบกับบิดาที่เคยถูกตระกูลทอดทิ้ง ชายที่ดูซื่อตรงผู้นี้กลับมีสัญชาตญาณเอาตัวรอดและเด็ดขาดอย่างคาดไม่ถึง เมื่อถึงเมืองหลวงยังได้พบกับน้องชายฝาแฝดที่ภายนอกดูใสซื่อ ทว่าคนหนึ่งกลับซุกซ่อนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ส่วนอีกคนมีจิตใจเย็นชาไร้ความรู้สึก ท่ามกลางไฟสงครามและภยันตรายรอบด้าน ครอบครัวที่มีเบื้องหลังแตกต่างกันต้องหันมาจับมือและผสานพลังอย่างแนบแน่น เพื่อฟันฝ่าวิกฤตและนำพาทุกคนให้รอดพ้นจากยุคสมัยแห่งความโกลาหลนี้ไปได้