APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2

ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2

เมื่ออลิส เจนี่ ร็อกส์ ได้เข้ามาอยู่ในร่างของหลิวตาน หญิงสาวสู้ชีวิตยุค 80 ผู้เผชิญการกดขี่จากปู่ย่าที่ปฏิบัติกับครอบครัวของเธอราวกับทาส ทว่าการได้สัมผัสความอบอุ่นในบ้านเป็นครั้งแรกทำให้เธอตั้งมั่นว่าจะต้องพาครอบครัวก้าวสู่ความร่ำรวยให้ได้ หลิวตานจึงตัดสินใจบุกเบิกเส้นทางเกษตรกรรมโดยอาศัยพลังธาตุเร่งเติบโตควบคู่กับระบบทำฟาร์มสุดพิลึกพิลั่น แม้ว่าระบบนี้จะดูพึ่งพาได้ยากและมักจะสร้างเรื่องชวนปวดหัวให้เธออยู่เสมอ แต่เธอก็ไม่คิดยอมแพ้ พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัวให้สุขสบายและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างภาคภูมิสูงสุด
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

เป็นไปตามที่หลิวตานคิด ย่าหลิวให้คนมาตามพ่อของเธอกับอาสามไปเพื่อจัดการปัญหาของลูกสาว แต่พอทั้งสองไม่ได้ไปตามคำสั่ง ได้ยินว่าโวยวายใหญ่โต เพื่อนบ้านต่างปิดประตู

ตอนเช้าผู้อาวุโสในหมู่บ้านและผู้อาวุโสของตระกูลหลิวเข้ามาจัดการปัญหาตรงนี้ เพื่อไม่ให้หมู่บ้านเสื่อมเสีย ไม่ให้ผู้หญิงในหมู่บ้านต้องมัวหมองไปด้วย

ก่อนหน้านี้มีพ่อหม้ายลูกสามอายุสี่สิบปีเพิ่งเสียภรรยาไป ลูก ๆ โตจนแต่งงานกันหมดแล้ว แต่บ้านของพ่อหม้ายต้องการหาภรรยาให้เขาจึงถูกเสนอให้แต่งงานด้วย โดยที่ไม่ต้องเสียค่าสินสอดสักเฟิน ด้วยความที่พ่อหม้ายหน้าตาไม่ดี อ้วน เตี้ย ดำ พวกเขาไม่มีทางเลือกแต่ยื่นข้อเสนอมาหลังหลิวถิงเหยาคลอดเด็กจะส่งกลับบ้านใหญ่หลิว

หลิวถิงเหยากรีดร้องไม่ยินยอมแต่งงานกับพ่อหม้ายคนนี้ ทั้งขู่ว่าถ้าให้แต่งงานจะทำลายเด็กในท้อง และนั่นยิ่งทำให้ผู้อาวุโสไม่พอใจ สุดท้ายเรื่องเลยจบที่หลิวถิงเหยาต้องแต่งเข้าบ้านพ่อหม้ายอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

สำหรับบ้านรองหลิว บ้านสามหลิว ทั้งสองบ้านแยกตัวออกมาแล้วถึงแม้จะเป็นตระกูลเดียวกันแต่ไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว เพราะมีการตัดขาดไม่เหมือนแยกบ้านออกมาเหมือนคนอื่น ทำให้พวกเขาไม่ได้รับผลกระทบ

“ยังดีที่บ้านเรามีชุดใหม่ ๆ ให้ใส่ ไม่อย่างนั้นคงต้องใส่ชุดเก่าไปแล้ว” หลิวตานถอนหายใจ มองครอบครัวของตนเองแล้วส่ายหน้า

“พี่ใหญ่ จริง ๆ ผมว่าชุดไม่ได้เก่าขนาดนั้น” หลิวเหอสวี่อมยิ้ม

“ใช่ ดูสิ เสื้อผืนนี้ฉันจำได้ว่าใส่เพียงสองครั้งเท่านั้นเอง คนในหมู่บ้านซื้อเสื้อผ้าหนึ่งตัวใช้ได้ตั้งหลายปี” หลิวอิ๋งอีหมุนตัวให้ดูชุดที่ใส่

หลิวตงตง จ้าวเหม่ย อยู่ในชุดสุภาพตัวใหม่เพราะเพิ่งเคยใช้ ทั้งคู่ซื้อเสื้อผ้านี้มาหลายเดือนแล้วเพียงแต่ไม่ได้ใช้ เนื่องจากไม่ได้พากันออกนอกบ้านเลย วันนี้ค่อนข้างพิเศษเพราะวันนี้มีเทศกาลไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมณฑล

อันที่จริงในตอนแรกบ้านหลิวไม่มีความคิดจะไป เพียงแต่เมื่อวานนี้หลังเลิกเรียนสือหยวนเฟิงชวนหลิวตานเข้าไปดูหนังทำให้เธอตอบตกลงไป และมาชวนครอบครัวไปเปิดหน้าเปิดตาบ้าง

จ้าวเหม่ยยิ้มให้ลูกสาว “เสี่ยวตานแม่ว่าชุดไม่ได้เก่าเลย ยิ่งใส่ตอนกลางคืนไม่มีคนสังเกตเห็นหรอก พวกเราไปกันเถอะจะได้กลับเร็ว”

“ใช่”

“ญาติผู้น้องฉันมาแล้วหรือยังคะ เสียดายที่อาสาม อาสะใภ้สามไม่ไปด้วยกัน คงสนุกหน้าดู” หลิวตานถามถึงหลิวต้าสยงตัวแทนจากบ้านสามที่จะไปด้วยกัน

“มาแล้ว ๆ”

หลิวต้าสยงมาถึงพอดีทำให้เขาเดินเข้ามาหา ก่อนขึ้นเกวียนวัวที่ไปเช่าหมู่บ้านข้าง ๆ มา เนื่องจากรถยนต์ราคาสูงเกินไปกว่าจะเช่า เลยต้องหาเช่าเกวียนวัวที่หลายบ้านยังคงใช้เดินทางกันอยู่ก่อนพากันเดินทางเข้าเมืองที่จะใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมง

“คุณน้าทั้งสอง เสี่ยวตาน เด็กๆ”

มาถึงจุดนัดหมายสือหยวนเฟิงยืนรออยู่ก่อนแล้ว เขาคำนับผู้อาวุโสและทักทายหลิวตานกับน้อง ๆ อย่างเป็นกันเอง

“หยวนเฟิงมานานหรือยัง บอกให้มาพร้อมกัน” หลิวตานถาม

“ไม่นาน ๆ ฉันมากับครอบครัวน่ะ วันนี้พวกเราเดินทางมาด้วยกัน ต้องขอโทษด้วย” สือหยวนเฟิงบอก เขาหันไปคุยกับหลิวตงตง “เสี่ยวตานบอกคุณน้าเคยมางานที่นี่แล้ว ถ้าอย่างนั้นผมคงแนะนำอะไรมากไม่ได้แล้ว”

“อืม” หลิวตงตงเหลือบมองเขาก่อนกวาดสายตามองคนในบ้านแล้วไปหยุดที่ลูกสาวคนโต “ได้ยินว่าจะไปดูหนังกันไม่ใช่หรือ ไปสิ แล้วค่อยมาเจอกันที่นี่อีกสองชั่วโมงข้างหน้า”

“ฉันไปก่อนค่ะ”

จ้าวเหม่ยยิ้มอ่อนให้สามี ทั้งสองรู้ว่าลูกสาวมีความคิดแปลกใหม่และสามารถเอาตัวรอดได้ ทั้งสือหยวนเฟิงยังจริงใจจึงกล้าปล่อยให้ไปด้วยกัน

สองข้างทางเต็มไปด้วยของกินมากมาย ทั้งเคยเห็นและไม่เคยเห็น บางร้านเป็นขนมต่างถิ่นที่คนในเมืองทำมาขาย หรือบางร้านเป็นพ่อค้า แม่ค้ามาจากที่อื่น เทศกาลไหว้ครั้งนี้เป็นเทศกาลใหญ่ ทุกปีที่จัดขึ้นเดือนนั้นคึกคักตลอดทั้งเดือน

หลิวตานมองรอบตัวอย่างตื่นเต้น เป็นครั้งแรกตั้งแต่มาอยู่ที่นี่แล้วได้เดินในงานพวกนี้ ชีวิตก่อนเธอจำไม่ได้แล้วว่าไปตลาดล่าสุดตอนอายุเท่าไร ที่นี่ไปตลาดแต่ไม่เคยไปงานที่มีเสียงดนตรี การแสดงให้ดู

“นั่นคือโรงหนังเสิ่นจู เป็นโรงหนังประจำเทศกาล หลายคนต่างรอคอยเทศกาลเพื่อเข้าโรงหนังแห่งนี้ ช่วงอื่น ๆ โรงหนังเสิ่นจูไม่เปิดให้บริการ ทำให้การเข้าดูหนังหากไม่จองบัตรไว้ก่อนก็ไม่ได้ดู” สือหยวนเฟิงชี้ไปยังโรงหนังที่อยู่ไม่ไกล

หลิวตานทำหน้าแปลกใจ “เอ๋ ฉันเคยได้ยินว่าโรงหนังเสิ่นจูเดิมทีเปิดตลอดไม่ใช่หรือ ทำไมถึงต้องเข้าโรงหนังในเทศกาลล่ะ”

“เจ้าของโรงหนังเป็นชายชราผู้หนึ่ง แต่ก่อนเปิดโรงหนังทุกวันกับภรรยา แต่พอภรรยาของเขาจากไปเพราะความเหนื่อย ลูก ๆ ของเขาเลยจำกัดเวลาเปิดโรงหนัง และเขาชอบช่วงเวลาเทศกาลที่สุด” สือหยวนเฟิงยิ้มออกมาเล็กน้อย

อันที่จริงแล้วโรงหนังเสิ่นจูเป็นโรงหนังแห่งความรักที่หลายคนต่างรับรู้ ความรักของชายชราที่มีต่อภรรยาจนหลายคนนับถือ เพราะด้วยฐานะของเขาแล้วสามารถหาภรรยาใหม่ได้เลย หลายคนต่างมาขอคนรักกันที่นี่ แล้วพบว่าพวกเขาครองคู่กันนาน

ทั้งสองเดินเข้าโรงหนังพร้อมกับขนมและน้ำที่เตรียมพร้อม สือหยวนเฟิงเดินไปหาผู้ตัวตั๋วเข้าชมก่อนหยิบตั๋วบัตรให้เขา กว่าเขาจะได้มามันไม่ง่ายเลยต้องเสียเงินมากกว่าค่าบัตรจริงเพื่อให้ได้มันมา

ภายในโรงหนังต่างจากที่คิดเอาไว้มาก มันเหมือนอีกโลกและมีแสงสว่างให้เห็น ทั้งคู่หาที่นั่งด้านหลังนั่งแต่เห็นหน้าจอ

คนไม่ได้เยอะมากเพราะที่นี่เป็นระเบียบ รับคนต่อรอบไม่เกินหนึ่งร้อยคน เวลานี้ถ้าคนซื้อตั๋วไม่มาก็ไม่ขายเพิ่มเพราะถือว่ามีคนเข้าดูแล้ว

หนังที่สือหยวนเฟิงเลือกดูเป็นหนังรัก ตัวละครเอกชายหญิงต่างเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนัก แต่พอกลับบ้านทั้งคู่คือลูกภรรยาเอกกับลูกอนุ กว่าจะฝ่าฟันกันมาจนถึงตอนจบต้องเสียสหายที่ดี เสียเลือด เสียเนื้อ เพราะคำว่าต่างชั้นกันเกินไป

“เฟิ่นซีผู้นี้ถ้าเขายอมแต่งซูซูเป็นอนุ อย่างน้อยพวกเขาคงไม่ต้องเสียเพื่อนไปมากกว่านี้” หลิวตานถอนหายใจ ถึงแม้เป็นหนังแต่เธออินไปกับมันจริง ๆ

“ทั้งเฟิ่นซีและซูซูทั้งคู่รักกันมากจนไม่อยากแยกจาก” สือหยวนเฟิงยิ้มออกมา “หากต้องแยกจากคนรักยอมตายจากกันดีกว่า”

“นั่นมันก็จริง”

ระหว่างเดินออกจากโรงหนังทั้งคู่พูดถึงหนังที่ดู หลิวตานรู้สึกว่าการแสดงดีมาก แต่มีหลายอย่างที่ค่อนข้างไม่ชอบ

“เสี่ยวตาน”

“หา”

หลิวตานมองซ้ายขวาหลังได้สติ เมื่อครู่ทั้งสองยังเดินอยู่ในงานแต่ตอนนี้มายืนข้างสระนำ ใต้ต้นไม้ที่มีแสงจันทร์ส่องให้เห็นทางเดิน

สือหยวนเฟิงเม้มปาก “เสี่ยวตาน...” เขาหลับตาก่อนลืมตาอีกครั้งเพื่อเรียกสติตนเอง “ที่ผ่านมาฉันทบทวนตัวเองดีแล้ว ฉันชอบเธอ”

“หา” หลิวตานอุทานแล้วชี้ตนเอง “นายชอบฉันเหรอ แต่พวกเรายังเด็กกันอยู่เลยนะ”

“ตอนนี้พวกเราไม่ได้เด็กขนาดที่ไม่รู้อะไร ฉันชอบเธอจริง ๆ นะ เธอล่ะ ชอบฉันหรือเปล่า ขอเพียงพวกเราใจตรงกันสิ่งอื่นย่อมไม่ต้องสนใจ” สือหยวนเฟิงจับมือเด็กผู้หญิงตรงหน้า

หลิวตานมีสีหน้ากังวล “ถึงใจพวกเราจะตรงกัน แต่ว่าครอบครัวคงไม่เห็นด้วย บ้านของนายมีฐานะ ต่างจากบ้านของฉัน”

“หลังจากเรียนจบมัธยมต้นฉันจะสมัครเข้ากองทัพทหาร คงไม่ได้เจอกันระยะหนึ่ง แต่ก่อนไปฉันอยากขอเธอเป็นคนรักฉันไว้”

ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่เห็นแก่ตัวไปหน่อยแต่ว่าสือหยวนเฟิงไม่ต้องการให้ผู้หญิงที่ตนเองรักไปคบหากับใคร ในเวลาที่เขาย้ายไปที่อื่นผู้ชายต้องเข้าหาหลิวตานเยอะแน่ ๆ

“ฉันจะต่อมัธยมปลายที่เดิมและสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถึงวันนั้นฉันกับครอบครัวของพากันย้ายไปปักกิ่ง ส่วนพวกนายมีบ้านอยู่ที่นี่...” นอกจากนี้บ้านของสือหยวนเฟิงยังมีร้านค้าที่ปล่อยทิ้งไม่ได้ ไม่เหมือนฟาร์มผักของพวกเธอ

“ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล พ่อของฉันอยากให้แม่เลิกทำงานและไปอยู่ด้วยกันแล้ว เพียงแต่แม่ไม่ยอม ที่บ้านยังมีน้องชายอีกคน ถ้าฉันตามไปด้วยใครจะว่าอะไรได้”

หลิวตานหัวเราะในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เธอเชื่อว่าถ้าครอบครัวของเขาห้ามก็ห้ามเขาไม่ได้ เพราะสือหยวนเฟิงเป็นคนที่ชอบพูดอะไรแล้วทำจริง

“ถ้าอย่างนั้นฉันตอบตกลง”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง บุตรเช่นข้า หาได้ต้องการบิดาเช่นท่าน
9.4
หลินตงหยาง โปรแกรมเมอร์หนุ่มผู้ล่วงลับจากการทำงานหนัก ได้มาเกิดใหม่ในร่างของเด็กชายวัยสิบขวบชื่อเดียวกันในโลกโบราณ ทว่าเขากลับต้องเผชิญความจริงอันโหดร้าย เมื่อเจ้าของร่างเดิมต้องสิ้นใจจากการถูกย่าแท้ๆ ทำร้ายเพื่อแย่งชิงอาหาร ซ้ำร้ายครอบครัวฝั่งพ่อยังเคยละทิ้งพวกเขาอย่างไม่ไยดีเพื่อไปแสวงหาความมั่งคั่งในเมืองหลวง ปล่อยให้ผู้เป็นแม่และลูกๆ เผชิญความยากลำบากตามยถากรรม เมื่อได้รับโอกาสให้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งพร้อมความทรงจำจากชาติก่อน เขาจึงตั้งปณิธานด้วยความโกรธแค้นว่าจะขอปกป้องมารดาและน้องสาวให้พ้นจากคนชั่วช้าเหล่านั้นด้วยชีวิตของตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จากโลกเดิมไปด้วยความโกรธแค้นจับใจ กลับตื่นขึ้นมาในดินแดนโบราณที่ไม่รู้จักอย่างไม่คาดฝัน ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบกับบุรุษลึกลับผู้เฝ้ารอคอยเธอมาแสนนาน แม้เขาจะเคลือบแคลงสงสัยและเอ่ยถามว่าเธอคือปีศาจหรือไม่ ทว่าแววตาคู่เยือกเย็นนั้นกลับซ่อนเร้นความโหยหาอันลึกซึ้งเอาไว้ ขณะที่คนหนึ่งต้องการลบเลือนอดีต แต่อีกคนกลับจดจำทุกรายละเอียดอย่างไม่เคยลืมเลือน สัมผัสอันอบอุ่นและสายตาที่คอยจับจ้องผลักดันให้ทั้งสองต้องเผชิญกับพายุอารมณ์ที่ยากจะต้านทาน ท่ามกลางการผจญภัยข้ามมิติเวลาที่มีทั้งความเสน่หาและอุปสรรคขวางกั้นหัวใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+
9.1
โชคชะตาเล่นตลกกับโจวเจ้าเว่ย องค์หญิงแสนงามแห่งเผ่าบุปผาผู้ต้องคำสาปร้าย หากนางริอาจมีความรักจะต้องเผชิญความตาย เพื่อทำลายคำสาปนี้ นางกับพี่ชายฝาแฝดจึงตัดสินใจข้ามมิติโดยใช้ขลุ่ยวิเศษเพื่อค้นหาหนทางรอด ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้นางต้องเข้าพิธีสมรสทางการเมืองกับฝูจื่อหรง ฮ่องเต้หนุ่มผู้อ่อนแอในสายตาคนอื่นและถูกมองว่าเป็นเพียงหุ่นเชิด แม้จักรพรรดิผู้เย็นชาจะเห็นสตรีเป็นแค่เครื่องมือค้ำจุนอำนาจบัลลังก์ แต่ความลึกลับและเสน่ห์ของเจ้าเว่ยกลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจของเขา ท่ามกลางเพลิงปรารถนาที่ก่อตัวและความลับอันตรายที่ต้องปิดบังเพื่อเอาชีวิตรอด
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายาอสรพิษ
9.1
หลี่หลิงเฟิ่ง สุดยอดสายลับอัจฉริยะจากองค์กรลับของจีนเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาในภารกิจสุดท้าย ทว่าวิญญาณของเธอกลับไม่ได้ดับสูญ แต่ข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหนิงเฟิ่ง คุณหนูห้าผู้ต่ำต้อยซึ่งเกิดจากอนุภรรยาในจวนเจ้าเมือง ท่ามกลางกระแสสังคมที่รุมประณามและตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงคนไร้ค่าที่ไม่มีใครต้องการ เมื่อได้รับโอกาสให้มีชีวิตใหม่อีกครั้งในต่างโลก อดีตสายลับสาวจึงปฏิเสธที่จะอ่อนแอและไม่ยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนอีกต่อไป เธอพร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองและลบล้างคำสบประมาทเหล่านั้นให้สิ้นสิ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เมื่อเนี่ยหลิงเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา เขากลับลืมตาตื่นขึ้นมาในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนอย่างน่าอัศจรรย์ โลกใบใหม่นี้เต็มไปด้วยพลังลมปราณที่เขาไม่คุ้นเคย ทว่าเขากลับได้รับพรลึกลับสองประการมาครอบครองโดยไม่คาดฝัน พร้อมด้วยอาวุธคู่ใจอย่างคันธนู ลูกศรครบชุด และแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของ แม้จะยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเหตุใดตนเองจึงมาติดอยู่ในร่างใหม่และโลกใบนี้ แต่เนี่ยหลิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับโชคชะตาและก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางสายนี้ โดยหวังว่าชีวิตใหม่ในดินแดนแห่งนี้จะนำพาเขาไปสู่จุดหมายที่ดีกว่าอดีต
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
9.0
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]