APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980

ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980

ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้ประสบความสำเร็จแต่กลับต้องจบชีวิตลงเพียงวัย 30 ปีเพราะความเครียดและโดดเดี่ยว ทว่าโชคชะตาได้ให้โอกาสเธอเกิดใหม่อีกครั้งในร่างของ ‘ฉินเสี่ยวหราน’ เด็กสาวมัธยมปลายแห่งปี 1980 ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของบ้านฉินที่มีพ่อเป็นถึงพันตรีและมีแม่เป็นหญิงชาวไร่ชาวนา แม้ว่าเธอจะต้องปรับตัวอย่างมากกับยุคสมัยที่แตกต่าง รวมถึงต้องรับแรงกดดันในฐานะพี่สาวของฉินเสี่ยวหลิง แต่ด้วยพรสวรรค์และทักษะด้านแฟชั่นระดับโลกที่มีติดตัวมา ลิลลี่ในร่างใหม่จึงมุ่งมั่นที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อันแสนอบอุ่น พร้อมสร้างอนาคตที่เธอไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสมาก่อน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ชีวิตของลิลลี่เป็นชีวิตที่ใครหลาย ๆ คนใฝ่ฝันอยาจะเป็นแบบเธอ แต่คนเหล่านั้นไม่เคยรู้เลยว่ามันโดดเดี่ยวมากแค่ไหน เกิดในตระกูลเศรษฐีหมื่นล้าน แต่คนในครอบครัวค่อย ๆ จากไปทีละคน อายุเพียงยี่สิบ อาชายผู้ที่เป็นญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็ด่วนจากไป ลิลลี่ ลลิลิล จึงกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล

มีเงินแล้วอย่างไร สุดท้ายคนเราก็ต้องจากไป มีเงินหมื่นล้านยื้อชีวิตใครไม่ได้สักคน ลิลลี่ในวัยยี่สิบปี เธอรู้ว่าธุรกิจของตระกูลไม่อาจสานต่อได้อีก ขายหุ้นให้คนอื่น รอรับเพียงเงินปันผลก็พอ

อายุยี่สิบสามเรียนจบปริญญาตรีด้านแฟชั่น ก่อนเรียนต่อปริญญาโท ปริญญาเอก ในปีที่สามสิบของชีวิต ลิลลี่ประสบความสำเร็จในด้านดีไซเนอร์ เป็นดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียง

ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตหลังเรียนจบ เธอก็เสียชีวิตจากความเครียดที่สะสมมาตลอด คิดว่าหลังความตายคงจะถูกบรรพบุรุษสาปแช่งที่ดูแลตระกูลไม่ได้ ใครจะรู้ว่าลืมตาแล้วจะมาอยู่ในร่างของคนอื่น

วันที่เจ็ดเดือนมกราคมปี 1980 ลิลลี่ตื่นขึ้นในในร่างของลูกสาวคนโตของบ้านฉิน ชื่อฉินเสี่ยวหราน มีน้องสาวหนึ่งคน พ่อเป็นทหารเพิ่งได้รับเลื่อนขั้นเป็นพันตรี แม่เป็นหญิงชาวบ้านในชนบท

ฉินเสี่ยวหรานเป็นนักเรียนมัธยมปลายชั้นปีสุดท้าย ส่วนน้องสาวฉินเสี่ยวหลิงเป็นนักเรียนมัธยมต้นชั้นปีสุดท้ายที่จะขึ้นมัธยมปลาย

ขบวนรถไฟจอดลงที่สถานี ฉินเสี่ยวหรานที่ในร่างเป็นลิลลี่ยังไม่ทันได้สติต้องลุกขึ้นเดินออกจากรถไฟ ความทรงจำต่าง ๆ ทำให้หญิงสาวได้รู้ว่าฉินเสี่ยวหรานเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ แต่ไม่มีใครรู้ แม้กระทั่งน้องสาวที่นั่งตรงข้ามกันยังไม่ได้สังเกต และเธอก็เข้ามาอยู่ในร่างแทน

สี่คนพ่อและลูกเดินเท้าตามกันไปยังกองทัพที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ ระหว่างทางมีเสียงหัวเราะของฉินเสี่ยวหลิงลูกสาวคนเล็กของบ้าน ฉินหานผู้เป็นพ่อเหลือบมองลูกสาวคนโตที่เงียบผิดปกติ

ผู้เป็นแม่มีอาการไม่ต่างกันรีบถามลูกสาว "เสี่ยวหรานลูกเป็นอะไรหรือ เหนื่อยหรือไม่ ให้พ่อของลูกหาที่นั่งก่อนไหม"

ฉินเสี่ยวหรานส่ายหน้า "หนูแค่เหนื่อยจากการนั่งรถไฟ แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ อีกไม่ไกลจะถึงกองทัพแล้ว พวกเราอย่าเสียเวลาเลยค่ะ" เพียงแค่คิดอะไรไปเรื่อยจึงไม่ได้สนใจบทสนทนานัก

"ใช่ อีกไม่ไกลจะถึงแล้ว อดทนอีกหน่อยนะลูก"

ฉินหานผู้เป็นพ่อได้เลื่อนขั้นเป็นพันตรี และสวัสดิการที่ได้รับนอกจากเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีบ้านพักที่สามารถพาครอบครัวย้ายมาอยู่ได้ เพียงแต่เป็นบ้านหลังเล็กเหมาะกับการอยู่ไม่กี่คน

ฉินเสี่ยวหรานพยักหน้า มือที่ถือกระเป๋าถูกเปลี่ยน "พ่อคะ แล้วโรงเรียนของหนูกับน้องล่ะคะ พวกเรายังจะได้เรียนต่ออยู่ใช่ไหม ปีนี้หนูจะเรียนจบแล้ว"

ไม่ว่าจะตอนนี้หรือในอนาคต การเรียนเป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งมีความรู้มากการหางานค่อนข้างง่าย ยังดีที่พ่อของฉินเสี่ยวหรานเป็นทหาร ทำให้เธอกับน้องสาวได้เรียนหนังสือ เพราะทั่วไปแล้วคนที่ได้เรียนจะเป็นผู้ชายเนื่องจากค่านิยมที่ชายเป็นใหญ่

"ลูกไม่ต้องห่วง พ่อให้เพื่อนถามให้แล้ว โรงเรียนที่นี่ย้ายมาได้และยังอยู่ติดกับกองทัพ ไม่ต้องตื่นเช้าเดินเข้าไปเรียนในอำเภออีก นอกจากเรียนและงานบ้าน ลูกก็ไม่ต้องทำอย่างอื่น" ฉินหานบอก เขาสะพายกระเป๋าเป้ลายทหาร มือสองข้างยังถือกระเป๋าของภรรยา

ฉินเสี่ยวหลิงเอ่ยด้วยความสดใส "ดีจังเลยค่ะ แต่ก่อนต้องตื่นเช้ามาทำงานบ้าน ทำอาหาร กว่าจะเสร็จ กินข้าวและไปโรงเรียน กลับมาต้องทำงานบ้านกว่าจะได้นอนก็เช้าแล้ว"

"ใช่"

จ้าวหยู่ฟางส่ายหน้าก่อนเอ่ยแซวลูกสาว "ลูกนอนดึกทุกวัน แต่ก่อนตื่นเช้าตลอดไม่ใช่หรือ บอกให้นอนต่อก็ไม่ยอมนอน"

"โธ่ แม่คะ"

คนที่เหลือต่างหัวเราะ ฉินเสี่ยวหรานมองไปข้างหน้า ที่จริงถ้าแม่ไม่ใช่คนที่ต้องมาทำงานบ้าน สองพี่น้องฉินคงไม่ตื่นมาทำ แต่ทั้งสองต้องทำไม่อย่างนั้นแม่คงได้ทำเอง

เมื่อมองรอบตัว พบว่าที่นี่ไม่ค่อยมีคนมากนัก อาจเพราะเป็นมณฑลกุ้ยโจวที่ค่อนข้างยากจน และเศรษฐกิจยังไม่ค่อยพัฒนา ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นมณฑลที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่ถึงจะเป็นมณฑลขนาดเล็ก ที่นี่ยังมีกองทัพทหารที่คอยช่วยเหลือคนกุ้ยโจวอยู่

กองทัพหวั่นอิ๋น มีผู้บังคับบัญชาสูงสุดคือท่านนายพลเว่ย เว่ยโม่หาน

ฉินเสี่ยวหรานกำลังนึกถึงเรื่องต่าง ๆ รู้ตัวอีกทีก็มาถึงหน้ากองทัพหวั่นอิ๋นแล้ว มองภายนอกจะเห็นได้ว่าเป็นกองทัพใหญ่ เพราะกำแพงที่ล้อมเอาไว้ไม่รู้ว่ามันไปสุดที่ไหน

นายทหารผู้เฝ้าหน้าประตูเดินออกมาหา พอเห็นฉินหานที่ได้รับยศใหม่ก็รีบเอ่ยแซว "ก่อนจะกลับไป นายบอกว่าไปรับลูกสาวกับภรรยามาที่นี่ คาดไม่ถึงว่าไปไม่กี่วันก็กลับมาแล้ว นี่หรือลูกสาวของนาย น่ารักอย่างที่พูดจริง ๆ"

ฉินหานหัวเราะ "แน่นอน ภรรยาของฉันจ้าวหยู่ฟาง ลูกสาวคนโตฉินเสี่ยวหราน และลูกสาวคนเล็กฉินเสี่ยวหลิง ทุกคนนี่ร้อยโทต้าถงเพื่อนของพ่อเอง" เขาแนะนำลูกสาว

"พี่สะใภ้ฉิน หลานสาว"

"คุณลุง"

"สวัสดีค่ะ"

"สวัสดี ๆ เอาล่ะ นายให้พี่สะใภ้กับหลานลงชื่อก่อน กุญแจแขวนไว้หน้าบ้าน พากันไปพักเถอะ เดินทางเหนื่อยแล้ว" ร้อยโทต้าถงรีบเอ่ย อีกไม่นานก็ใกล้ถึงเวลาปิดประตูแล้ว

"ได้"

จัดการลงชื่อเข้ากองทัพเรียบร้อย ฉินหานพาภรรยากับลูกสาวเดินไปทางบ้านพักที่ลงชื่อจองเอาไว้ สิ้นปีที่ผ่านมามีทหารหลายคนที่ได้เลื่อนตำแหน่ง ฉินหานทำงานในกองทัพตั้งแต่อายุไม่ถึงยี่สิบ ตอนนี้ใกล้ห้าสิบแล้ว การเลื่อนขั้นของเขาจึงเป็นสิ่งที่ไม่ค้านสายตาคนอื่น

ฉินเสี่ยวหรานเดินตามพ่อของเธอไปยังบ้านพักที่ว่า ทางเดินมีเสาไฟให้แต่ไม่ได้เปิด และทางเดินยังเป็นอิฐที่มีคราบตะไคร่น้ำ หากเดินไม่ระวังอาจลื่นล้มได้ กว่าจะเข้ามาถึงบ้าน นับว่าอยู่ห่างจากประตูทางเข้าพอสมควร

"บ้านหลังนี้"

บ้านหลังใหม่ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงบ้านพักที่ฉินหานได้รับสวัสดิการมา แต่กลับกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของทุกคน ในบ้านถูกทำความสะอาดหลังลงชื่อจองบ้านเอาไว้ ไม่ไกลกันยังมีบ้านพักของคนอื่นอีก หน้าบ้านไม่มีรั้วแต่ว่ามีโต๊ะหินอ่อนเก่า ๆ อยู่ใต้ต้นไม้หน้าบ้าน

ข้างในมีสามห้องนอนและหนึ่งห้องเก็บของที่เล็กมาก ห้องนอนใหญ่กลายเป็นห้องนอนของพ่อและแม่ ส่วนห้องนอนเล็กอีกสองห้องฉินเสี่ยวหรานและฉินเสี่ยวหลิงแยกกันนอน ไม่ต้องนอนรวมกันเหมือนอยู่ที่บ้านเดิมอีกแล้ว

"เก็บของเสร็จแล้วเตรียมชุดไปอาบน้ำ ที่นี่ไม่มีห้องน้ำ ต้องไปอาบห้องรวมที่อยู่ห่างจากที่นี่" ฉินหานบอกลูกสาวก่อนเดินเข้าห้องนอนของตัวเองไป

ฉินเสี่ยวหรานสำรวจในห้อง มีเตียงนอนเป็นเตียงเตา กับตู้เล็ก ๆ ให้เก็บของ ไม่มีตู้เสื้อผ้า แต่มีราวให้แขวนเสื้อผ้า ถือว่ามันยังดีกว่าไม่มีอะไรให้และคงต้องให้พ่อช่วยทำโต๊ะกับเก้าอี้ให้

"คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าห้องนอนที่นี่ยังใหญ่กว่าห้องนอนที่บ้านฉินอีก เสียดายที่เธอไม่ได้อยู่เริ่มต้นใหม่ที่นี่ แต่ไม่เป็นไร ฉันจะช่วยเธอดูแลครอบครัวเอง" ฉินเสี่ยวหรานพึมพำ

เธอเป็นผู้หญิงที่โหยหาครอบครัว เมื่อได้รับโอกาสครั้งนี้ จึงไม่พลาดที่จะรักษาพวกเขาเอาไว้

เสียงเคาะประตูก่อนเปิดออกทำให้ฉินเสี่ยวหรานหันมา "พี่คะ เสร็จหรือยังฉันอยากอาบน้ำไม่ไหวแล้ว" เป็นฉินเสี่ยวหลิงที่โผล่หัวเข้ามาด้านใน

"อืม"

ไม่มีอะไรให้เก็บทั้งนั้น กระเป๋าที่เอามามีเพียงเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนไม่กี่อย่าง ฉินเสี่ยวหรานหยิบเสื้อผ้าในกระเป๋าก่อนจะเดินออกนอกห้อง ตรงข้ามจะเป็นห้องนอนของน้องสาว

ที่นี่ไม่มีห้องครัว แต่ว่าหลังบ้านมีที่ให้ทำอาหาร อยู่ติดหลังห้องนอนพ่อแม่ ฉินเสี่ยวหรานเดินออกนอกบ้านก่อนจะลงกลอนประตูเพื่อไปอาบน้ำ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+
9.1
โชคชะตาเล่นตลกกับโจวเจ้าเว่ย องค์หญิงแสนงามแห่งเผ่าบุปผาผู้ต้องคำสาปร้าย หากนางริอาจมีความรักจะต้องเผชิญความตาย เพื่อทำลายคำสาปนี้ นางกับพี่ชายฝาแฝดจึงตัดสินใจข้ามมิติโดยใช้ขลุ่ยวิเศษเพื่อค้นหาหนทางรอด ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้นางต้องเข้าพิธีสมรสทางการเมืองกับฝูจื่อหรง ฮ่องเต้หนุ่มผู้อ่อนแอในสายตาคนอื่นและถูกมองว่าเป็นเพียงหุ่นเชิด แม้จักรพรรดิผู้เย็นชาจะเห็นสตรีเป็นแค่เครื่องมือค้ำจุนอำนาจบัลลังก์ แต่ความลึกลับและเสน่ห์ของเจ้าเว่ยกลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจของเขา ท่ามกลางเพลิงปรารถนาที่ก่อตัวและความลับอันตรายที่ต้องปิดบังเพื่อเอาชีวิตรอด
ภาพปกนิยายเรื่อง ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม
7.9
หญิงสาวผู้จบชีวิตตัวเองเพื่อหนีความช้ำใจ กลับตื่นขึ้นมาในห้องนอนเดิมพร้อมความทรงจำในอดีตทั้งหมด เธอต้องเผชิญหน้ากับศรัณย์พร สามีผู้แสนเย็นชาในวัยยี่สิบเจ็ดปีอีกครั้ง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังเพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่เขาไม่ได้รัก แม้ชายหนุ่มจะเพียบพร้อมไปด้วยความหล่อเหลาและความทะเยอทะยาน แต่ถ้อยคำใจร้ายของเขาก็ยังคงสร้างบาดแผลให้เธอไม่ต่างจากหนหลัง ในชาตินี้เธอจึงตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมทนทุกข์ทรมานและขอหลุดพ้นจากสถานะภรรยาที่เขาไม่เคยปรารถนาอีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง อรุณรักษ์
7.8
กลิ่นหอม หญิงสาววัยใกล้สามสิบตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรกจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับ ขุนอริญชย์เพียงสวัสดิ์ วิญญาณเจ้าที่หนุ่มรูปงามที่คอยตามติดเธอไปทุกหนทุกแห่ง แม้จะหวาดกลัวเรื่องลี้ลับจับใจ แต่ภาระหนี้สินก้อนโตก็บีบคั้นให้เธอต้องสู้และยอมอาศัยร่วมชายคาเดียวกับผีเจ้าของบ้านเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเวลาผันผ่าน ความลับเกี่ยวกับพันธะรักในอดีตชาติระหว่างเธอกับเขาก็ค่อยๆ เผยตัวตนเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ นำพาความผูกพันที่เคยพลัดพรากจากกันไปให้หวนคืนกลับมาทวงถามสัญญาใจอีกครั้งในยุคปัจจุบัน
ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ
9.5
เมื่อหญิงสาวเจ้าเนื้อผู้เกลียดการกินผักเข้าไส้ ต้องเผชิญบทลงโทษจากสวรรค์อย่างไร้ทางเลี่ยง เธอถูกส่งข้ามเวลากลับไปสู่อดีตเพื่อเผชิญหน้ากับชีวิตใหม่ในบทบาทเกษตรกร ซึ่งบีบให้เธอต้องทำสวนผักที่เคยเกลียดแสนเกลียด การเดินทางสุดป่วนเพื่อดัดนิสัยครั้งนี้บังคับให้เธอต้องเรียนรู้วิธีการเพาะปลูกเพื่อเอาชีวิตรอดในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางอุปสรรคและเรื่องราวสุดประหลาดใจที่ประดังเข้ามา จนเธอต้องอุทานคำว่าอิหยังวะออกมาตลอดทางลมหายใจในทุกย่างก้าวของการผจญภัย
ภาพปกนิยายเรื่อง Into the Nightmare สู่แดนฝันร้าย
8.0
หลังเผชิญอุบัติเหตุประหลาด วิญญาณของแจ็ค เวลลิงตัน ได้หลุดเข้าไปในมิติฝันร้ายสุดอันตราย ที่นั่นเขาได้รับพลังพิเศษและภารกิจเสี่ยงตายเพื่อแลกกับการหาทางกลับสู่ร่างเดิม ทว่าอุปสรรคใหญ่หลวงคือพลังนั้นกลับมีเงื่อนไขห้ามใช้ทำร้ายใครเลย ขณะเดียวกันเขาต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายในสังคม โดยมีคู่ปรับคนแรกเป็นฆาตกรวิปริตที่ชอบดัดแปลงสิ่งมีชีวิตให้เข้ากับจักรกล แจ็คไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อเอาชีวิตรอด เขาจะผ่านพ้นดินแดนสยองขวัญนี้ไปได้อย่างไรในเมื่อพลังที่มีไม่สามารถใช้โจมตีผู้ใดได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์
8.0
มาวิน วิศวกรหนุ่มโสดต้องเผชิญโชคชะตาที่ไม่คาดฝัน เมื่อเขาหลุดมิติย้อนเวลามาอยู่ในร่างของ ‘อำนาจ’ ชายหนุ่มร่างอ้วน ณ ผืนแผ่นดินอีสานชนบทปี 2528 ที่นี่เขาได้พบกับ ‘นิตยา’ หญิงสาวผู้ถูกสังคมตีตราว่าอัปลักษณ์และโชคร้าย ซึ่งกลายมาเป็นภรรยาจากการคลุมถุงชนของครอบครัวที่หวังเพียงเงินสินสอดและทายาท ทั้งคู่ถูกส่งไปใช้ชีวิตร่วมกันในกระท่อมกลางป่าลึกอันห่างไกล แม้จะเผชิญแรงกดดันเรื่องการมีลูก แต่อำนาจยึดมั่นไม่ล่วงเกินภรรยาเพราะยังไร้ใจ จากความห่างเหินในดินแดนทุรกันดารจึงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพและการพึ่งพาอาศัยกัน