APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

จากผู้มีชีวิตรอดในยุคซอมบี้สู่การเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบในครอบครัวข้นแค้น ฉินหลิวซีต้องเผชิญกับการเอารัดเอาเปรียบจากญาติพี่น้องอย่างไม่ยุติธรรม ทว่าเธอกลับปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาอันโหดร้ายนี้อย่างเด็ดขาด เด็กหญิงตัดสินใจลุกขึ้นสู้โดยใช้ทักษะความสามารถทั้งหมดที่มีจากชาติก่อน เพื่อพลิกชะตาชีวิตและนำพาครอบครัวก้าวผ่านความยากลำบาก มุ่งสู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่งร่ำรวยที่ไม่มีใครคาดคิดในโลกใบใหม่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

"ข้าจะเก็บสมุนไพรตรงนี้ พวกเจ้าไปหาฝั่งนู้นแล้วกันนะ" ลูกศิษย์สำนักคนหนึ่งเอ่ยบอกกับคนในกลุ่มตน

"ข้าเก็บตรงนี้เอง" ฉินหลิวซีก็เจอกอสมุนไพรหายากแล้วเช่นกัน

มีแต่หลี่เจิ้นหัวคนเดียวที่รู้ว่านางหาสมุนไพรได้เก่งแค่ไหน เขาไม่กลัวที่จะขอร้องนาง

"ฉินหลิวซี หน้าที่เก็บสมุนไพรคงต้องรบกวนเจ้าหนักหน่อยแล้ว"

"ข้ายินดีอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก ข้าจะเก็บให้ได้เยอะ ๆ เลย"

สหายคนอื่นยังไปได้ไม่ไกลจึงทันได้ยินสิ่งที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันท่านเจ้าสำนักเป็นผู้รับรองความสามารถนางด้วยตัวเอง แต่พวกเขายังไม่เคยเห็นจึงไม่รู้ว่านางโดดเด่นด้านไหนกันแน่ การสนทนานี้กลายเป็นสิ่งน่าสนใจสำหรับคนสำนักเซียนกระบี่ขึ้นมา

"นางเป็นนักปรุงยาหรือ" ศิษย์ผู้หนึ่งถามขึ้น

"นางเป็นลูกศิษย์ของหมอเทวดา ย่อมต้องเป็นผู้ใช้โอสถอยู่แล้ว"

ซุนเป่ยฉีเป็นผู้อาวุโสที่ไม่ค่อยมีใครพบเจอ ลูกศิษย์รุ่นเยาว์ก็ไม่มีใครเคยคุยกับเขา การที่ไม่รู้ว่าผู้อาวุโสเชี่ยวชาญอะไรไม่ใช่เรื่องแปลก เคยได้ฟังแต่คำบอกกล่าวจากอาจารย์ของตนเท่านั้น ฉินหลิวซีไม่ได้เอ่ยแนะนำตัวให้มากความเพราะนางคิดว่าไม่น่าจะอยู่ที่นี่นาน สนิทสนมกับพวกเขาไปอีกเดี๋ยวก็ลืม

พิกัดเริ่มต้นแต่ละกลุ่มถูกส่งไปแบบสุ่ม หลังจากที่จัดการกับกอสมุนไพรที่บังเอิญพบแห่งแรกนั้นเสร็จพวกเขาก็เดินต่อไปทางทิศตะวันออก

ระหว่างทางนั้นฉินหลิวซีก็ยังเก็บสมุนไพรมาได้อีกหลายต้น เดินต่อมาได้อีกระยะหนึ่งก็พบเข้ากับกอสมุนไพรใหม่ อีกทั้งกอนี้ยังเป็นสมุนไพรที่มีอายุสิบปีขึ้นไปทั้งนั้นอีกด้วย เมื่อเห็นของหายากพวกเขาก็ตั้งท่าระแวดระวังทันที และยกหน้าที่เก็บสมุนไพรเหล่านี้ให้ฉินหลิวซีดูแล

ระหว่างที่กำลังเดินหาและเฝ้ายามไปด้วย หัวหน้ากลุ่มอย่างหลี่เจิ้นหัวก็ส่งสัญญาณมือให้พวกเขาหยุด ยังไม่ทันได้ถามคำตอบก็ดังลั่นมาจากข้างหน้า

"ส่งสมุนไพรในมือเจ้ามา!"

ผู้ใช้โอสถที่กำลังเก็บสมุนไพรอย่างขะมักเขม้นลุกพรวดขึ้นมาจากพื้น มือหนึ่งจับด้ามกระบี่อ่อนของตนเอาไว้ ในมืออีกข้างยังเหลือต้นสมุนไพรที่พึ่งเก็บขึ้นมา

"พวกดาราจักรนี่เอง" หนึ่งในศิษย์ของสำนักเซียนกระบี่เอ่ยขึ้น

ฉินหลิวซีประเมินด้วยสายตาแล้วก็คิดว่านางคงไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่มย่ามให้ศึกครั้งนี้ นางปล่อยมือจากด้ามกระบี่ของตนแล้วยกหน้าที่คุ้มกันให้หลี่เจิ้นหัว เมื่อเห็นว่าฉินหลิวซีเมินเฉยต่อตัวตนของพวกเขา ลูกศิษย์กลุ่มนั้นก็เข้ามาจู่โจมทันที

ดาราจักรมีความเร็วเป็นเลิศ พวกเขาเชี่ยวชาญการใช้กระบี่อ่อน ชำนาญศาสตร์การทายทักกับดวงดาว ต่อให้เป็นคนรูปร่างใหญ่โตจนดูเหมือนเชื่องช้า แต่ถ้าเป็นคนจากสำนักดาราจักรแล้วละก็ ให้ประเมินความเร็วเขาเอาไว้ระดับสูงได้เลย

ทั้งสองกลุ่มเข้าห้ำหั่นกัน เสียงกระบี่ฟาดฟันดังสะท้อนไปทั่ว ฉินหลิวซีปิดหูปิดตาไม่รับรู้ความวุ่นวายด้านหลังของตนเอง นางยังตั้งหน้าตั้งตาเก็บสมุนไพรต่อไป สมุนไพรอายุสิบปีเหล่านี้ต้องมีราคามากและนั่นย่อมส่งผลกับคะแนนในการประเมินด้วย

จำนวนคนของแต่ละฝ่ายต่างกันเพราะคนของดาราจักรตกรอบไปพอสมควรตั้งแต่เมื่อวาน มาวันนี้เลยเสียเปรียบด้านกำลังคนอย่างเห็นได้ชัด

"อย่าทำพวกเขารุนแรง ยั้งมือเอาไว้ด้วย"

หลี่เจิ้นหัวไม่อยากทำร้ายคู่ต่อสู้หนักมือ แต่ฉินหลิวซีมีทางเลือกที่ดีกว่า

"ทำให้พวกเขาสลบแล้วทำลายป้ายชื่อเสียก็จบแล้ว" หลังจากที่เก็บสมุนไพรกอนั้นเสร็จนางก็มายืนข้างหลังกลุ่ม ประโยคนั้นของนางทำให้ฝ่ายตรงข้ามหน้าซีด ที่ผ่านมายังต่อกรกันได้เป็นเพราะพวกเขาออมมือให้หรอกหรือ

"แต่ว่า..."

"อย่างไรก็ต้องหาทางทำลายป้ายชื่อเพื่อให้ได้คะแนน เจ้าคงไม่คิดว่าจะถ่วงเวลาไปเรื่อย ๆ รอพวกเขาหมดแรงเองหรอกใช่ไหม นี่คือการแข่งนะ"

ถึงแม้การแข่งนี้นางจะมาโดยไม่ตั้งใจและไม่ได้เตรียมตัวก่อน แต่เรื่องอะไรนางต้องแพ้

ด้วยสายตามุ่งมั่นของนางทำให้คนอื่น ๆ ในกลุ่มเริ่มคล้อยตาม พวกเขาหันไปมองหลี่เจิ้นหัวที่เป็นหัวหน้า สุดท้ายเขาก็เห็นด้วยว่าความคิดนั้นถูกต้อง

เมื่อผู้นำส่งสัญญาณอนุญาตคนในกลุ่มก็เริ่มลงมือทันที ไม่กี่กระบวนท่าและด้วยจำนวนคนที่มากกว่า ดาราจักรพ่ายแพ้และถูกทำลายป้ายชื่อไปทั้งหมด

เมื่อป้ายชื่อหายไปพวกเขาก็ถูกดึงตัวออกจากพื้นที่ทับซ้อน

หลังจากนั้นก็มีการปะทะกับกลุ่มที่สองของศาสตราพิทักษ์ ความโดดเด่นของสำนักนี้คือการที่พวกเขามักจะเก็บอุปกรณ์วิเศษเอาไว้มากมายแทบจะเป็นคลังแสง

"ส่งสมุนไพรของพวกเจ้ามาแล้วพวกข้าจะไม่ยุ่งกับป้ายชื่อ"

"นั่นเป็นคำขู่ที่ดูงี่เง่าสิ้นดี คิดว่าสำนักเซียนกระบี่อย่างเราจะยอมอย่างนั้นหรือ" ศิษย์คนหนึ่งที่เป็นรุ่นน้องของหลี่เจิ้นหัวเอ่ยท้าทายกลับไป

ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ทั้งสองกลุ่มจึงเข้าโจมตีกันโดยฉินหลิวซีไม่ได้ร่วมต่อสู้เหมือนเคย นางมีหน้าที่หลัก ๆ แค่เก็บรักษาสมุนไพรเอาไว้ให้ได้ แต่หากพวกเขาจวนตัวขึ้นมาเมื่อไหร่นางก็จะเข้าไปช่วย

อาวุธของศาสตราพิทักษ์มีลูกเล่นทำให้ยากต่อกร แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะทำให้อีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

ในที่สุดพวกเขาก็ได้คะแนนจากป้ายชื่อห้าอันที่ทำลายไป ดูเหมือนว่าทางฝั่งของพยัคฆ์ทองจะยังไม่เจอกับศัตรูคนไหนเลย ไม่อย่างนั้นคะแนนของพวกนางก็คงไม่ขึ้นมาพรวดพราดแบบนี้

"จะเที่ยงวันอยู่แล้วพวกเราควรพักสักหน่อยนะ" หลี่เจิ้นหัวมองหาร่มไม้หลบแดดให้คนในกลุ่มตน

พวกเขาแบ่งกันออกไปล่าสัตว์และหาผลไม้ในป่าจนได้เสบียงมาพออิ่มท้อง เพราะยังอยู่ระหว่างการแข่งขันจึงต้องกินมื้อเที่ยงไปอย่างระแวดระวัง

"ฉินหลิวซี เจ้าไม่กินอะไรหน่อยหรือ"

"ตรงนี้ยังมีสมุนไพรเหลืออยู่พวกเจ้ากินไปก่อนเถอะ ข้าเก็บตรงนี้เสร็จแล้วจะไปนั่งพักเอง"

ฉินหลิวซีสัมผัสไม่ได้ว่ามีกลุ่มคนอยู่ใกล้ ๆ ตอนนี้จึงวางใจได้ว่าคงไม่มีใครบุกเข้ามาโจมตี ทำให้นางมีเวลาเพลิดเพลินกับการเก็บสมุนไพรก่อนจะเริ่มศึกใหม่ในช่วงบ่าย

มิติทับซ้อนของสำนักอุดมสมบูรณ์มากเพราะเปิดใช้งานเพียงสิบปีครั้ง อีกทั้งยังไม่เปิดให้ใครเข้ามาระหว่างนั้น สมุนไพรและพืชผลเติบโตได้อย่างเต็มที่ สิบปีที่ไม่มีใครบุกรุกนี้คงมีแต่แมลงที่จะรบกวนพวกมันได้

"ข้าขอไปดูทางนั้นสักครู่เผื่อว่ามีสมุนไพรอื่นอีก" ฉินหลิวซีขอแยกตัวออกมาหลังจากพักร่างกายเสร็จแล้ว เพราะนางไม่ได้ออกมาไกลมาก ยังอยู่ในระยะที่พวกเขาเห็นได้หลี่เจิ้นหัวจึงไม่ได้ว่าอะไร

ฉินหลิวซีเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มเพื่อนำสมุนไพรบางส่วนเก็บเข้าไปในมิติของตัวเอง สมุนไพรที่หามาได้ต้องแบ่งให้กับคนอื่นเท่า ๆ กัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการนับคะแนนแบบกลุ่ม สมุนไพรหายากเหล่านี้นางก็อยากเก็บไว้เอง เพราะมิตินี้สิบปีจะเข้ามาได้สักครั้ง

ข้าก็ไม่ใช่คนดีเป็นพระโพธิสัตว์อะไรอยู่แล้ว ขอเก็บไว้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็แล้วกัน

ฉินหลิวซีแบ่งสมุนไพรทีละเล็กละน้อยเก็บเข้าไปในมิติของตัวเอง ในโลกของผู้ฝึกตนจะมีเครื่องมือชนิดหนึ่งใช้หาสมุนไพรที่ต้องการ ผู้เข้าแข่งขันในวันนี้ล้วนมีมันอยู่ในมือ เป็นอุปกรณ์คล้าย ๆ กับที่คนเป็นครูในโรงเรียนมักจะมีปากกาเหน็บไว้กับเสื้อ

อุปกรณ์ธรรมดาระดับนั้นนางไม่ใส่ใจมันเลย จนกระทั่งพึ่งมาสังเกตว่ามันตรวจจับได้ ว่านางมีสมุนไพรเก็บอยู่มากน้อยเท่าไร

ถ้าใช้เครื่องนั่นย่อมต้องรู้แน่ว่านางแอบเก็บสมุนไพรเอาไว้ไม่แบ่ง แถมยังไม่เอามารวมกับคะแนนของกลุ่มอีกด้วย

พวกเขาเก็บสมุนไพรตามทางจนมาเจอเข้ากับแม่น้ำสายหนึ่ง แต่ละคนมือเปื้อนดินและฝุ่น มีเศษใบไม้ใบหญ้าติดเต็มเสื้อผ้า พวกเขาลงไปล้างมือริมแม่น้ำ บางคนล้างเสร็จก็ไปนั่งพักเอาแรง

ฉินหลิวซียืนพิงต้นไม้คอยประเมินสถานการณ์อยู่เป็นระยะ

"หลี่เจิ้นหัว"

"ว่าอย่างไร"

"พาพวกลูกศิษย์คนอื่นออกเดินทางต่อกันเถอะ"

"ทำไม เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ"

"เดี๋ยวเราจะต้องปะทะกับกลุ่มที่สามแล้ว เตรียมตัวต่อสู้เสียตั้งแต่ตอนนี้"

ฉินหลิวซีกอดอกทำนิ่งเฉย ทุกคนต่างประหลาดใจว่านางรู้ได้อย่างไร แค่เป็นผู้ฝึกตนถึงจะรับรู้ได้ว่ามีผู้มีวรยุทธ์สูงอยู่ใกล้หรือไม่ก็มีระยะห่างที่จำกัด ถ้าไม่อยู่ในขอบเขตที่สามารถสัมผัสได้ก็แทบจะไม่รู้เลยว่ามีคนอื่น

ฉินหลิวซีรู้ว่าพวกเขาสงสัยอะไรแต่นางไม่คิดจะเฉลย ที่นางรู้เป็นเพราะหงส์ขาวน้อยที่อยู่ในมิติ สัตว์ในตำนานอย่างหงส์แดงเพลิงมีสัมผัสกว้างไกลกว่านายอย่างนาง หงส์แดงเพลิงร้องบอกเจ้านาย ทั้งสองสามารถสื่อสารกันได้ผ่านพันธสัญญาที่ผูกมัดไว้

ลูกศิษย์คนอื่นยังไม่วางใจในตัวสตรีแปลกหน้าผู้นี้ แต่ระดับฝีมือนั้นพวกเขาเชื่อใจนางได้ เพราะฉินหลิวซีก็ทำให้เห็นมาตลอดตั้งแต่เริ่มการแข่งวันที่สอง

"ดีล่ะ ในเมื่อไม่มีเวลาให้พักก็ไม่ต้องพักกันแล้ว ลุยรวดเดียวจบไปเลย!" หนึ่งในกลุ่มของนางเอ่ยขึ้นอย่างฮึกเหิม คงเหนื่อยจนใกล้สติแตกเต็มที

อย่างไรก็เหลือเวลาอีกไม่มากก่อนจะหมดวัน นางเห็นด้วยถ้าคิดจะลุยม้วนเดียวจบ

กลุ่มที่เหลืออยู่ตอนนี้มีแต่พยัคฆ์ทองกับเซียนกระบี่ คงยากจะคาดเดาว่าใครจะชนะ

ความเก่งกาจของพวกพยัคฆ์ทองใช่ว่าจะดูเบาได้ ถึงแม้จะอารมณ์ร้อนไม่กลัวตายทำให้พวกเขาพลาดท่าได้ง่าย แต่ฝีมือเป็นของจริง

"เราจะเจอพวกเขาทันทีเลยหรือเปล่า" หลี่เจิ้นหัวถาม

"ยังไม่ใกล้ขนาดนั้น"

พอมีเวลาให้เก็บสมุนไพรเพิ่มได้อีกนิดหน่อย

ฉินหลิวซีหูตากว้างไกลกับพวกพืชสมุนไพรเป็นอย่างมาก คนอื่นยังไม่ทันรู้ตัวว่ามีนางก็เก็บขึ้นมาแล้ว เรื่องความสามารถของนางไม่เป็นที่กังขา

"เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการแข่งแล้ว เราคงต้องเร่งมือกันหน่อย" ศิษย์สำนักคนหนึ่งเอ่ยขึ้น คนอื่น ๆ ก็เห็นด้วย

"ทางนั้นมีสมุนไพรค่อนข้างมาก เราแวะที่นั่นกันก่อนเถอะ" ฉินหลิวซีชี้ไปทางซ้ายมือของตน ที่ตรงนั้นเป็นทุ่งหญ้าโล่งกว้างที่มีดอกไม้ขึ้นอยู่มากมาย

"เจ้าไปกับหลี่เจิ้นหัวเถอะ พวกข้าจะระวังแถวนี้ให้เอง"

"ใช่แล้ว พวกเราหาสมุนไพรได้ไม่เก่งเท่าเจ้า ทำตัวเป็นผู้รักษาการยังมีประโยชน์มากกว่า ฝากด้วยล่ะหัวหน้า" เขากล่าวประโยคแรกกับนางก่อนจะหันไปตบบ่าสหายแซ่หลี่ในประโยคหลัง

"ถ้าพวกเจ้าว่าอย่างนั้น ก็ได้"

ฉินหลิวซีฟังแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนะ เพราะมันเหมือนกับว่าพวกเขาน้อยเนื้อต่ำใจในตัวเองที่หาของพวกนี้ไม่ได้เก่งเท่านาง การแข่งนี้เป็นของคนในสำนักแท้ ๆ แต่คนนอกอย่างนางกลับหาได้มากกว่าจนต้องหวังพึ่งพิง ถ้านางเป็นคนในสำนักก็คงรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน

ปล่อยผ่านไปแบบนี้ไม่ได้สิ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทูนหัวของพ่อ
8.8
เมื่อความรักไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ อายุก็เช่นกัน เขาที่อายุมากกว่าเธอขนาดจะเป็นพ่อเธอได้ตกหลุมรักสาวน้อยรุ่นลูกเข้าอย่างจัง รักครั้งนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงครางกระเส่าในทุกค่ำคืนอันเร่าร้อน ******** พ่อเพื่อนบำเรอรัก เดโชกระตุกเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่ากำลังเหยียบผ้าชิ้นเล็กๆ พอก้มมองก็พบว่าเป็นกางเกงชั้นในสีชมพูลายคิตตี้ เขาเกี่ยวมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องนอนของตนอย่างสำรวจ แต่เมื่อไม่เห็นใคร จึงชูกางเกงชั้นในนั้นขึ้นสูง “คุณพ่อจะทำอะไรคะ” เดโชหันขวับพอเห็นมายาวดีก็รีบซ่อนกางเกงชั้นในไว้ข้างหลัง “เปล่า” เดโชปฏิเสธ “ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณพ่อกำลังจะดมกางเกงในหยา” เพราะเธอกำลังเห็นด้านมืดของเขา ความกลัวจึงทำให้พลั้งปากออกไปกล่าวหาว่าเขาเป็นโรคจิต “นี่กางเกงในของเธอเองรึ” นายหัวหนุ่มเลิกคิ้ว พร้อมกับคีบซับในตัวน้อยขึ้นสูงระดับสายตา “ใช่ค่ะ ของหยาเอง” “แล้วทำไมมาอยู่ในห้องฉันได้ล่ะ” “ก็...” มายาวดีไม่รู้จะบอกยังไง เพราะความจริงมันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่พอลองเปิดดูแล้วเธอกลับมีอารมณ์จึงลองช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก แน่นอนมันตื่นเต้นมากๆ “ถ้าตอบไม่ได้ งั้นพ่อยึด” ******* พ่อเลี้ยงบำเรอกาม ‘พ่อ’ แสงดาวเรียกเขาด้วยคำๆ นี้มาหลายปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขาหาได้ให้ความเคารพ มันเต็มไปด้วยความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในอก กระทั่งเธอโตเป็นสาววัย 18 ปี แสงดาวก็อยากทำตามใจตัวเองบ้าง นั่นคือยั่วตัณหาพ่อเลี้ยงหนุ่มจนทั้งคู่ได้เสียกัน และซ้ำร้ายมารดาของเธอต้องมารู้เห็นและเสียใจจนตัวตาย บาปที่เธอทำไว้สร้างความทุกข์ระทมหัวใจยิ่งนัก ทว่า...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย มารดาผู้เป็นที่รักได้ฝากเธอไว้กับพ่อเลี้ยงรูปงาม มันคือตราบาปที่เธอจะต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหยุดเพื่อจบทุกอย่าง หรือจะเดินหน้าเพื่อรักษาสิ่งที่เป็นของมารดาเอาไว้ให้ได้ งานนี้ผีดาวยั่วก็ต้องเข้าสิงตัวเธอ เพื่อครอบครัวร่างกายและหัวใจของเขา “อาห์...แสงดาว ให้ตายสิเด็กบ้า เธอนี่มันโสเภณีชัดๆ” ปรมัยอุทาน เมื่อท่อนเอ็นของเขาจมจ่อมอยู่ในอุ้งปากและเรียวลิ้นเล็กสวาปามอย่างหิวโหย เขามองริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธอกำลังดูดกลืนท่อนเนื้อฉ่ำเยิ้มอย่างชอบใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่คราวนี้ฮูหยินแสนดีเช่นข้า
8.7
ลู่เหยาเสียชีวิตอย่างอ้างว้างหลังถูกสามีทอดทิ้งนานสามปี ปล่อยให้ลูกชายเผชิญโลกตามลำพัง ทว่าสวรรค์กลับมอบโอกาสให้เธอเกิดใหม่อีกครั้งในร่างอนุของตระกูลจาง แม้สถานะจะเปลี่ยนไปจากเดิม แต่นางก็ยินดีก้าวเข้าสู่ขุมนรกแห่งนี้อีกหนเพื่อปกป้องลูกรักและทวงแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตเธอในอดีต จากอดีตฮูหยินแสนดีที่เคยถูกกดขี่และเหยียดหยามอย่างทารุณ วันนี้เธอกลับมาในฐานะอนุสุดแกร่งที่พร้อมฟาดฟันและเอาคืนศัตรูทุกคนอย่างสาสม มาร่วมติดตามว่าบทสรุปของเพลิงแค้นและความรักของแม่ในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
หลังเผชิญความทรมานจนสิ้นใจด้วยน้ำมือของอวิ๋นถังยวี่ ซูเยว่ซีได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ชาตินี้นางตั้งมั่นที่จะปกป้องคนในครอบครัวและบดขยี้ศัตรูทุกคนที่เคยทำร้ายนาง ไม่ว่าจะเป็นบิดาสันดานชั่วหรือหญิงแพศยาหน้าไหว้หลังหลอก นางใช้ไหวพริบปฏิภาณเปิดโปงความโฉดชั่วและกำจัดเหล่ากบฏในราชสำนักเพื่อปกป้องท่านตาให้ปลอดภัย ท่ามกลางศึกแค้นที่สะเทือนไปทั่วเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกผู้คนตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้เข้ามาขัดขวาง แต่อาสาเป็นผู้สนับสนุนและพร้อมยืนเคียงข้างนางในทุกเส้นทางนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี
9.7
โชคชะตานำพาให้ มีนา จอมโจรสาวฝีมือฉกาจต้องมาเผชิญหน้ากับ เมฆา ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หนุ่มตงฉินผู้รักความถูกต้อง แม้ว่าในอดีตเธอจะเคยสร้างรอยแผลด้วยการบุกปล้นบ้านของเขาจนกลายเป็นความผิดติดตัว แต่ทว่าความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดกลับค่อยๆ ถักทอเป็นความผูกพันอันลึกซึ้งที่ยากจะตัดใจ ท่ามกลางอุปสรรคของสถานะทางสังคมที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว นายตำรวจหนุ่มพร้อมที่จะทลายทุกกำแพงเพื่อพิสูจน์ว่าอานุภาพแห่งรักแท้นั้นไร้ขอบเขต เขาพร้อมปรับเปลี่ยนตัวเองและเฝ้ารอโอกาสที่จะได้เข้าไปดูแลและปกป้องหัวใจของหัวขโมยสาวคนนี้ในฐานะคู่ชีวิตที่ซื่อสัตย์ตลอดไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง พยศรักปรารถนาเถื่อน
9.1
เพื่อพิสูจน์รักแท้ที่มีต่อชายในดวงใจ ศรินภัสร์ สายลับสาวมือใหม่จึงตัดสินใจรับภารกิจลับ แฝงตัวเข้าไปสืบคดีค้าไม้ผิดกฎหมายในปางไม้แห่งหนึ่ง ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับ วาโย คู่หมั้นหนุ่มสุดแสนเกลียดชังซึ่งเป็นเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ เขาปักใจเชื่อว่าการปรากฏตัวของเธอคือแผนการบีบบังคับให้แต่งงาน วาโยจึงเริ่มต้นกลั่นแกล้งและทำร้ายความรู้สึกของเธออย่างไร้ความปรานี เมื่อหญิงสาวไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มจึงยกระดับความป่าเถื่อนด้วยการใช้กำลังพันธนาการร่างเธอไว้ มอบสัมผัสอันเร่าร้อนและรอยจูบแสนดุดันเพื่อสั่งสอนความอวดดี จนสาวไร้ประสบการณ์แทบหมดสิ้นเรี่ยวแรง
ภาพปกนิยายเรื่อง กรงรักราชาโจร
9.1
เมื่อความแค้นของพ่อและพี่ชายตกเป็นตราบาปที่เธอไม่ได้ก่อ จัสซีเนียจึงถูกลักพาตัวมาเป็นเชลยเพื่อรับโทษทัณฑ์แทนครอบครัว โดยผู้คุมแค้นในครั้งนี้คือ จาห์มาล์ ราชาโจรผู้ไร้ความปรานี เขาคุมขังเธอไว้ท่ามกลางทะเลทรายที่ห่างไกลความช่วยเหลือ และใช้แรงอาฆาตผสมปนเปกับไฟราคะแผดเผาทำลายหัวใจของเธออย่างทารุณ แม้หญิงสาวจะพยายามอ้อนวอนขอความเห็นใจสักเพียงใด แต่จอมโจรผู้เย็นชากลับเพิกเฉยต่อหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดนั้น เขายังคงยัดเยียดบทเรียนอันแสนป่าเถื่อนเพื่อบดขยี้พรหมจรรย์ของเธออย่างไร้ค่า บังคับให้เธอต้องชดใช้หนี้แค้นที่ตัวเองไม่ได้ก่ออย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง