APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง  ข้ามภพมาเป็นที่ปรึกษาขององค์ชาย

ข้ามภพมาเป็นที่ปรึกษาขององค์ชาย

นิยายแฟนตาซีโรแมนติกที่ผสานฉากแอ็กชันอย่างลงตัว เรื่องราวสมมติจากจินตนาการอันเข้มข้นของผู้เขียน ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจริงในโลกปัจจุบัน ภายในเรื่องมีการนำเสนอฉากความรุนแรงรวมถึงการบรรยายถึงความสัมพันธ์และฉากรักอย่างลึกซึ้งในทุกแง่มุม ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้จึงได้รับการกำหนดให้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น เพื่ออรรถรสในการอ่านและเข้าใจเจตนารมณ์ของเนื้อหาอย่างครบถ้วน ทางผู้เขียนจึงขอให้ผู้อ่านทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณและพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในการติดตามเรื่องราวแต่ละตอนต่างๆ ของนิยายเรื่องนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

วังหลวง ตำหนักองค์ชายหกหมิงคุณ พิธีอภิเษกองค์ชายหกกับหลิวเนี่ยนเจิน

“ช่างเหมาะสมกันยิ่งนักว่าหรือไม่”

“หญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงกับองค์ชายที่เก่งกล้า ไม่มีผู้ใดเหมาะสมกันเท่านี้อีกแล้ว”

“หลีกไปให้หมด!!”

“ว้าย ผู้ใดกันเหตุใดจึงอุกอาจเช่นนั้น”

“นั่น!! องค์ชายเก้า นั่นพระองค์จะทำสิ่งใดกัน”

“หมิงตงหยาง!! นั่นเจ้าจะทำสิ่งใด”

เจ้าบ่าวในชุดสีแดงร้องตะโกนให้กับบุรุษหนุ่มที่พึ่งขี่ม้าสีดำสนิทเข้ามาเหยียบย่ำบนพรมแดงในงานพระราชพิธีมงคลสมรสของเขาและพระชายา อาชาที่องอาจหยุดลงท่ามกลางเสียงตกใจของคนทั่วทั้งงาน เจ้าสาวชุดสีเขียวแดงที่ยืนถือพัดอยู่ริมสุดของทางเดินคู่เจ้าบ่าวที่พึ่งทำพิธีคำนับฟ้าดินเสร็จสิ้นหันมามองเขามือไม้สั่น

“ตงหยาง….นี่เจ้ามิใช่ว่าจะไปออกศึกในวันนี้หรอกหรือ”

“เสด็จพี่เข้าใจมิผิด วันนี้ข้าจะไปออกศึกปราบกฎที่เมืองเหรียน แค่คิดไม่ถึงว่าเสด็จพี่จะจัดงานมงคลทั้งที เหตุใดจึงไม่เห็นส่งเทียบเชิญข้าสักคำ”

“เอ่อ น้องเก้า คือว่าพี่คิดว่าเจ้า….จะไม่อยากมาร่วมยินดี”

“ที่ไหนกันเล่า เสด็จพี่ทรงคิดมากไปเสียแล้ว ตัวข้านั้นยิ่งกว่ายินดีกับพระองค์เสียอีก อ้อ เจ้าสาวของท่านช่างงดงามนัก”

“องค์ชายเก้าเพคะ คือว่าหม่อมฉัน…..”

“แม่นางหลิว วันนี้เป็นวันมงคลของเจ้าและเสด็จพี่ของข้า ในฐานะสหายคนสนิทเก่า เจ้าช่างแล้งน้ำใจเสียยิ่งนักที่ไม่แจ้งข่าวดีนี้กับข้าเลย หรือเกรงว่า….ข้าจะมาร่วมยินดีกับเจ้ามิได้เช่นนั้นหรือ”

“เขาคือผู้ใดหรือ”

หรงเว่ยอิง บุตรท่านโหวหรงเสวียนหันมาถามอวิ๋นลี่เฟย สหายที่มาร่วมงานนี้ด้วยกันเมื่อเห็นว่ามีม้าและทหารวิ่งเข้ามาในงานพิธีและตามลงมาด้วยบุรุษหนุ่มในชุดเกราะเต็มยศ

“นั่นองค์ชายเก้า ยอดขุนพลอาชาแห่งตงโจวผู้พิทักษ์ดินแดนตะวันออกผู้เลื่องชื่อ หรงเว่ยอิงนี่เจ้าอยู่แต่ในเรือนจนไม่รู้จักผู้ใดเลยหรืออย่างไร”

“เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ค่อยรู้จักคนในราชวงศ์ และครั้งนี้เขาก็พึ่งจะปรากฏตัวมิใช่หรือ”

“เฮ้อ มันก็ใช่ แต่ชื่อเสียงของเขากระจายไปทั่วหล้าเพราะความเก่งกาจและน่ากลัว ทั้งสง่างามเป็นที่หมายปองของสตรีทั้งตงโจว”

“แล้วเหตุใดองค์ชายหกจึงไม่เชิญเขามาร่วมงานกันเล่า”

“เจ้าไม่รู้อะไร องค์ชายเก้ากับหลิวเนี่ยนเจินเป็นคนรักเก่า เมื่อเขาออกศึกกับแคว้นจ้าวครั้งก่อน นางก็หันไปซบองค์ชายหกที่มีข่าวลือว่าจะขึ้นเป็นองค์รัชทายาทองค์ใหม่น่ะสิ เฮ้อ น่าสงสารองค์ชายเก้าเสียยิ่งนัก”

“แล้ว เช่นนั้น ที่เขามาในวันนี้…”

“ก็ต้องดูกันต่อไป เร็วเข้า เราไปดูข้างหน้ากัน จะได้เห็นชัดๆ นานๆ ทีเขาจะมาให้เห็นใกล้ๆ เพียงนี้”

“เดี๋ยวก่อน เดี๋ยว ทำเช่นนี้ อาจจะไม่เหมาะ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ไปเถอะๆ”

“พี่สาม ท่านจะไปงั้นหรือ”

หรงฟางเซียน น้องสาวต่างมารดาเอ่ยทักหรงเว่ยอิงที่ ถูกอวิ๋นลี่เฟยลากไปด้านหน้า ลี่เฟยหันมามองหน้าคนทักและทำท่ารำคาญเล็กน้อยเพราะนางเป็นไม้เบื่อไม้เมากับฟางเซียนอยู่แล้ว

“มิใช่ธุระของเจ้า ไปกันเว่ยอิง”

“เจ้า!!…ข้าก็แค่เกรงว่าพี่สามของข้าจะทำอะไรขายหน้าจวนสกุลหรงเท่านั้น มิได้อยากรู้เสียหน่อยว่าพวกเจ้าจะทำสิ่งใดกัน”

“สาระแน!!”

“นี่ลี่เฟย เจ้าว่าผู้ใดกัน”

“พูดลอยๆ ใครอยากรับก็รับไปสิ”

“ลี่เฟยพอเถอะ น้องสี่เจ้าก็หยุดก่อนเถอะนะ ที่นี่ในวังหลวง สำรวมกริยาหน่อย”

“ไม่ต้องมาสอนข้า ท่านน่ะทำตัวให้ดีอย่าทำอะไรอับอายจนสกุลหรงเสียชื่ออีกก็พอ”

“พูดเหมือนผายลม ไปกันเถอะเว่ยอิง”

พวกนางเร่งเดินไปด้านหน้าเพื่อจะได้เห็นเหตุการณ์ชัดๆ ฟางเซียนลอบยิ้มมุมปากก่อนจะเดินตามพวกนางไปเงียบๆ ด้านหลังโดยที่ทั้งคู่ไม่รู้สึกตัว

“ว่าอย่างไรเล่า หรือพวกท่านไม่ต้อนรับข้างั้นหรือพี่หก วันนี้ข้าแวะมาร่วมยินดีด้วยที่พวกท่านจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน คิดว่าพวกท่านจะดีใจเสียอีก”

องค์ชายหกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างผู้ชนะเมื่อมองไปยังผู้พูดที่เผชิญหน้ากับเขาอยู่ เขาแย่งสตรีคนรักขององค์ชายเก้ามาเพราะความทะเยอทะยานของฝ่ายหญิงที่อยากได้ตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาท นางจะได้อยู่จุดที่สูงที่สุดของสตรีในใต้หล้าอย่างแท้จริง

“หึ น้องเก้า ข้าเห็นว่าเจ้ากำลังจะออกศึกสำคัญข้าไม่อยากรบกวนสมาธิเจ้า และที่สำคัญ เกรงว่าเจ้า…..จะยังทำใจไม่ได้ที่เนี่ยนเจินเปลี่ยนใจเลือกข้าแทนที่จะเป็นเจ้า ข้าเข้าใจความรู้สึกนั้นดี ข้าเลย….เลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง”

“อ้อ เช่นนี้นี่เอง เสด็จพี่คิดว่าข้าจะคิดมากเพียงแค่สตรีเพียงคนเดียวเช่นนั้นน่ะหรือ น่าเสียดายที่ข้ากลับเห็นใจท่านเสียมากกว่าที่จะเสียใจจนมาร่วมยินดีกับท่านไม่ได้”

“องค์ชายเก้า!! เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนี้ อย่างไรเราก็…..”

หญิงสาวในชุดเจ้าสาวมองเขาด้วยความโกรธราวกับถูกน้ำที่เย็นจัดสาดใส่หน้า เพราะคำพูดขององค์ชายเก้าราวกับจะบอกว่านางมิได้สำคัญอะไรกับเขาขนาดที่จะทำให้เขาเสียใจที่สูญเสียนาง หมิงตงหยางหันมามองนางเพียงครู่เดียวและหันมามองที่องค์ชายหก

“เอาล่ะ ข้าต้องไปแล้ว อ้อ ข้ายังมีของขวัญให้พวกท่านด้วย ในเมื่อเป็นงานมงคล ก็ต้องมีสิ่งของมงคลมอบให้สินะ ยังไม่รีบนำเข้ามาอีก”

ทหารองครักษ์ในชุดเกราะสีเงินเดินนำเอาพานที่คลุมผ้าสีแดงมาสองพานและวางตรงหน้าทั้งคู่ อีกคนหนึ่งถึงถุงบางอย่างมาให้องค์ชายเก้า

“สำหรับงานมงคลให้วันนี้ ขอให้พวกท่านรักกันเนิ่นนาน จนแก่เฒ่า นี่คือของอวยพรจากข้า”

ทหารเปิดผ้าแดงเพื่อให้แขกได้เห็น ทุกคนที่ได้เห็นถึงกับรีบหันหน้าหนีบ้างก็ก็รีบเอามือปิดปาก และมีหลายคนที่ยืนหัวเราะเยาะ เพราะสิ่งที่อยู่บนสองพานนั้นคือ….

“หัวสุนัข!!”

“ยังมีอีก”

องค์ชายเก้าเทบางสิ่งลงที่พื้น มันคือเลือดสดๆ เมื่อเขาเทลงบนพื้นพรมแดงที่ปูเพื่อฉลองงานมงคล หลินเนี่ยนเจินแทบจะยืนไม่อยู่ นี่คือของขวัญวันแต่งงานที่องค์ชายเก้าตั้งใจมอบให้นาง แทนสิ่งที่นางทรยศต่อความไว้ใจของเขาเพราะความต้องการอำนาจของตัวนางเอง

“มอบของขวัญเสร็จแล้ว ก็ควรไปเสียที”

“บังอาจนัก เจ้าดูหมิ่นข้าถึงเพียงนี้เจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้เจ้าเดินออกไปง่ายๆ งั้นหรือ”

ดาบในมือองค์ชายเก้าถูกชักออกมาและพาดไปบนบ่าเจ้าบ่าวที่เดินเข้ามาหมายจะทำร้ายเขา สายตาของหมิงตงหยางช่างดุดันและน่ากลัวเกินกว่าคนในงานจะกล้าหายใจ

“องค์ชายหกอยากจะทำร้ายแขกที่มาอวยพรเช่นนั้นน่ะหรือ ท่านไม่กลัวว่าเจ้าสาวของท่านจะเป็นหม้ายตั้งแต่วันแต่งงานหรือไร”

“เจ้า…เจ้า…วะ…วางดาบลงก่อนน้องเก้า …ข้าเพียงแค่….”

“วันนี้ข้าไม่มีอารมณ์จะฆ่าคน นี่เป็นวันมงคล ขอให้พวกท่านมีความสุข ข้ายังต้องเดินทางไกล ขอลาล่ะ”

ดาบตวัดกลับเข้าฝักอย่างรวดเร็ว แสงดาบนั้นพาดสะท้อนเข้าตาหรงเว่ยอิงจนแสบตาไปชั่วขณะ นางรู้สึกว่าเขาช่างดุดันและน่านับถือยิ่งนัก เมื่อเขาเริ่มเดินออกไป ฟางเซียนเห็นว่าเว่ยอิงกำลังขยี้ตาอยู่และไม่ทันระวังตัว นางจึงเดินเข้าไปและจงใจใช้ไหล่ชนจนเว่ยอิ่งล้มลงไปถูกเลือดสุนัขที่เปื้อนพื้นต่อหน้าองค์ชายเก้า

“ว๊าย อัปมงคลยิ่งนัก นางล้มโดนเลือดสุนัขนั่นเข้าแล้ว!!”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยทรายสีเพลิง
8.6
เมื่อนักฆ่าหญิงฝีมือฉกาจต้องรับภารกิจลอบสังหารสุลต่านหนุ่มผู้มีอำนาจล้นพ้นในดินแดนอันมั่งคั่ง ทว่าแผนการร้ายในครั้งนี้กลับกลายเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดโปงความลับดำมืดในอดีตซึ่งถูกปิดตายมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางวงล้อมของภยันตรายและการทรยศหักหลังรอบด้าน สายสัมพันธ์อันแสนซับซ้อนระหว่างเธอกับเขากลับยิ่งก่อตัวและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างยากจะต้านทาน ร่วมติดตามการเดินทางของความแค้นและการหักหลังที่เข้มข้นจนหยดสุดท้าย
ภาพปกนิยายเรื่อง ล่ารักเทพบุตรมาเฟีย
8.5
สายลับสาวอลินทิราหรือออลโซย่าเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่หลังเสร็จสิ้นภารกิจโจรกรรมข้อมูลธาตุร้ายแรงที่มีอานุภาพทำลายล้างเหนือกว่านิวเคลียร์ เมื่อเธอตกเป็นเป้าหมายในการไล่ล่าจากทั้งองค์กรต้นสังกัดของตนเองและแดเนียล ไพรซ์ มาเฟียหนุ่มมหาเศรษฐีผู้เป็นเจ้าของข้อมูลที่สูญหายไป แดเนียลออกตามล่าหญิงสาวผู้ทรนงอย่างไม่ลดละจนกระทั่งจับตัวเธอได้สำเร็จ ทว่าแทนที่เขาจะปลิดชีวิตเธอ มาเฟียหนุ่มกลับเลือกที่จะกักขังเธอไว้ในกรงขังที่เต็มไปด้วยเสน่หาอันเร่าร้อนและบทลงโทษที่ยากจะต้านทานในเกมล่าครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
9.8
ลู่ซิงเหยียนยอมลดตัวเข้าทำงานเป็นสาวใช้ในจวนเจ้าเมืองเพื่อสืบสาวราวเรื่องเหตุวินาศกรรมที่ทำลายล้างตระกูลของเธอ แต่ทว่าแผนการกลับเกิดเรื่องไม่คาดคิด เมื่อสถานการณ์บังคับให้เธอต้องช่วยชีวิตบุรุษลึกลับในชุดดำให้รอดพ้นจากการจับกุมเพื่อเอาตัวรอด โดยการกดดันให้เขาลงไปซ่อนตัวในถังอุจจาระอันโสโครก เหตุการณ์นี้สร้างความโกรธแค้นให้ชายหนุ่มจนถึงขั้นคาดโทษเอาชีวิตเธอ ทว่านั่นกลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ผูกมัดชะตากรรมของทั้งสองไว้ด้วยกัน เมื่อเขาคอยตามพัวพันเพื่อทดแทนคุณท่ามกลางมรสุมการแก้แค้นและศึกชิงอำนาจทางการเมือง
ภาพปกนิยายเรื่อง ดวงใจองครักษ์เถื่อน
9.4
ความรักระหว่าง ‘ฮะมีส’ และ ‘จัสทีน่า’ ต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่จากความแตกต่างทางชนชั้นและภาระหน้าที่อันแสนกดดัน ทำให้ฝ่ายชายเลือกที่จะซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา ทว่าวันหนึ่งเขากลับเลือกที่จะจากเธอไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่มีแม้แต่คำบอกลา การหายตัวไปอย่างกะทันหันในครั้งนี้ได้สร้างรอยแผลใจและทิ้งความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสไว้ให้กับหญิงสาว ราวกับฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอนจนแทบจะพรากชีวิตและลมหายใจสุดท้ายของเธอไปพร้อมกับอดีตอันแสนแตกสลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย
8.5
มกุฎราชกุมารีผู้สูงศักดิ์จำต้องเข้าพิธีวิวาห์อย่างเร่งด่วนเพื่อหลบหนีภัยร้าย โดยมีเป้าหมายคือการเดินทางไปลี้ภัยยังวังของพระสวามี ทว่าชีวิตในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรค เมื่อเธอต้องรับมือกับความอิจฉาริษยาจากเหล่านางห้าม และเล่ห์กลของพระญาติทรยศที่สมคบคิดกับศัตรูภายนอกเพื่อหวังช่วงชิงราชบัลลังก์และเอาชีวิตเธอ ท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจและการลอบประทุษร้ายที่รายล้อม มีเพียงความรักและการอภิบาลอย่างใกล้ชิดจากพระสวามีเท่านั้นที่จะพาเธอฝ่าฟันวิกฤตอันตรายครั้งนี้ไปได้อย่างแทบีนี้ไปได้