APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย

จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย

8.5 / 10.0
มกุฎราชกุมารีผู้สูงศักดิ์จำต้องเข้าพิธีวิวาห์อย่างเร่งด่วนเพื่อหลบหนีภัยร้าย โดยมีเป้าหมายคือการเดินทางไปลี้ภัยยังวังของพระสวามี ทว่าชีวิตในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรค เมื่อเธอต้องรับมือกับความอิจฉาริษยาจากเหล่านางห้าม และเล่ห์กลของพระญาติทรยศที่สมคบคิดกับศัตรูภายนอกเพื่อหวังช่วงชิงราชบัลลังก์และเอาชีวิตเธอ ท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจและการลอบประทุษร้ายที่รายล้อม มีเพียงความรักและการอภิบาลอย่างใกล้ชิดจากพระสวามีเท่านั้นที่จะพาเธอฝ่าฟันวิกฤตอันตรายครั้งนี้ไปได้อย่างแทบีนี้ไปได้

จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย ตอนที่ 1

หญิงสาวสวยนอนสงบนิ่งปราศจากลมหายใจ แม้ร่างกายเปรอะเปื้อนด้วยเลือดสีแดงฉานกระจายอยู่เต็มเสื้อที่สวมใส่ภายใต้ผ้าคลุมสีขาวก็ไม่อาจบดบังความงดงามล้ำเลิศของนาง ใบหน้างามหลับตาพริ้มเหมือนกำลังอยู่ในนิทรารมย์ ไม่รับรู้ถึงหยาดน้ำตาของบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่รินหลั่งอไม่ขาดสาย เสียงรำพึงพร่ำขอโทษของเขาแหบพร่าสั่นเครืออย่างอาดูรสุดอาลัยขาดหายเป็นช่วงจนแทบจะจับใจความไม่ได้

“โอ...คราดิยาห์...พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษ...ที่ไม่อาจปกป้องเจ้าได้ ...พี่ขอโทษ...”

สองมือของเขาประคองใบหน้างามอย่างทะนุถนอม จับจ้องด้วยดวงตาพร่ามัวด้วยน้ำตาของบุรุษที่กำลังสูญเสียของรักที่สุดรักสุดหวง บัดนี้ใบหน้าแสนสวยที่เคยอบอุ่นมีเลือดฝาดระเรื่อกลับซีดเซียวเย็นชืดไร้ชีวิตชีวา เพราะเจ้าของสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้าที่เขาจะมาพบนานกว่าสามชั่วโมง ถ้าเขามาเร็วกว่านี้นางก็คงยังมีลมหายใจ และใบหน้างดงามนี้จะต้องมีรอยยิ้มแสนสวยที่เขาประทับใจอยู่ไม่เคยรู้ลืม

“ ...คราดิยาห์...พี่รักเจ้า...พี่รักเจ้า...พี่ขอโทษ...”

กิริยาซบหน้าร่ำไห้ลงบนฝ่ามืออย่างโศกเศร้าอาดูรของบุรุษผู้สูงศักดิ์ทำให้องครักษ์คนสนิทถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ เขาทนรอให้พระองค์แสดงความเสียพระทัยกับการสิ้นพระชนม์ของพระชายาสุดแสนรักมาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว จึงเดินเข้าไปคุกเข่าคำนับต่ำและกราบทูลเสียงแผ่วเบา

“ขอประทานอภัยพระเจ้าข้า เกล้ากระหม่อมคิดว่า พระองค์คงต้องมีรับสั่งเกี่ยวกับพระศพ และ...พระธิดา...”

คำกราบทูลขององครักษ์ผู้จงรักภักดี ช่วยเรียกสติของบุรุษผู้สูงศักดิ์ให้คืนกลับมา เขาลดมือลงจากใบหน้า กะพริบตาถี่สี่ห้าครั้งเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ที่ประทับอยู่นานเรียกหาพระธิดา

“ลูก...ลูกของฉันอยู่ไหน”

“พระธิดาอยู่นี่แล้วเพคะ”

หญิงสาวร่างท้วมสวมชุดสูทกางเกงเครื่องแบบพยาบาลอุ้มทารกที่หลับอยู่แนบอกนั่งเยื้องอยู่เบื้องหลัง กราบทูลก่อนจะรีบนำเข้าไปส่งให้ถึงพระหัตถ์

“โอ...ลูกพ่อ...พ่อขอโทษ...พ่อขอโทษ...ที่ทำให้เจ้าต้องกำพร้าแม่...ลูกรัก...”

พอสัมผัสผ้าอบอุ่นที่ห่อหุ้มร่างเล็กจ้อยของพระธิดา น้ำตาของบุรุษก็หยดหยาดลงมาอีกครั้ง ทรงใช้นิ้วพระหัตถ์ไล้แผ่วเบาบนแก้มยุ้ยที่เจ้าของแก้มกำลังนอนหลับตาพริ้ม แต่เหมือนทารกน้อยจะรับรู้คำพูดของเขาจึงเปล่งเสียงอ้อแอ้และลืมตาขึ้นมองสบพระเนตรพระบิดา ทำให้มุมปากของพระองค์ยกขึ้นด้วยความปลาบปลื้มพระทัยที่เห็นสีพระเนตรของพระธิดาเป็นสีเดียวกับพระองค์

“ลูกมีดวงตาสีเดียวกับฉัน" ทรงหันไปรับสั่งกับนางพยาบาลและองครักษ์ด้วยใบหน้าที่พอจะเปล่งประกายความสดใสออกมาบ้าง

“เพคะ ทรงมีรักยิ้มที่มุมพระโอษฐ์เหมือนพระมารดาและสีพระเนตรเหมือนพระบิดา”

มารีอาผู้ทำคลอดทารกกราบทูลด้วยน้ำตานองหน้า เหตุการณ์ที่ผ่านมากว่าสามชั่วโมงยังฝังติดอยู่ในใจ พระชายาเริ่มเจ็บพระครรภ์มาตั้งแต่หัวค่ำ จนมาคลอดเอาตอนรุ่งสางเห็นแสงอรุณรำไร พอได้เห็นหน้าพระธิดาก็กอดจูบร่ำไห้แล้วสั่งให้นำพระธิดาออกจากโรงแรมหาที่ซ่อนตัวใหม่ให้ปลอดภัย ตนกับองครักษ์คนหนึ่งจึงจำใจรีบพาทารกออกไป ละเป็นเวลาเฉียดฉิวกับฆาตกรที่ลอบบุกเข้ามาปลงพระชนม์ และตามติดพวกตนมาฆ่าองครักษ์ที่ตามคุ้มครองตายต่อหน้าต่อหน้า แต่โชคคดีที่คนของพระราชาธิบดีตามมาช่วยตนกับพระธิดาไว้ทัน

“พระมารดาทรงประทานพระนามไม่เป็นทางการว่า เดหลี เพคะ" หล่อนกราบทูลเสียงสั่นเครือ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา

“ ...เดหลี...ใช่สิ...นางชอบดอกไม้ชนิดนี้ เป็นสีขาวที่ปลูกคู่อยู่กับดอกกุหลาบสีขาวไว้เกือบจะทั่วบ้าน...”

คำรับสั่งว่า บ้าน หมายถึงพระตำหนักไวท์โรส ( With Rose-กุหลาบขาว ) ที่ทรงสร้างไว้เป็นที่พำนักของพระชายาที่แสนรัก หลังจากพานางเข้ามาอยู่ในประเทศของตน และรับนางเข้าเป็นพระชายาลำดับสองอย่างเป็นทางการ

พอพระชายามีพระครรภ์ก็เกิดเหตุการณ์เกือบจะทำให้นางเสียชีวิตหลายครั้งหลายครา จึงทรงขอร้องให้นางเดินทางออกนอกประเทศ โดยหาที่พำนักอันปลอดภัยไว้ให้ แต่นางก็ไม่ยินยอมตาม เพราะไม่ปรารถนาที่จะอยู่ห่างไกลพระสวามี

เวลาล่วงเลยมาจวนใกล้จะคลอด เมื่อเห็นว่าผู้ปองร้ายไม่ยอมรามือ นางจึงยอมตามคำร้องขอของพระสวามี ด้วยการปลอมตัวเล็ดลอดออกมาพำนักอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ เพื่อจะรอพระสวามีเดินทางไปส่งให้ถึงที่หมาย แต่ก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือของผู้ปองร้ายที่ส่งคนตามมาฆ่านางเสียก่อน

“ฉันจะนำศพของนางกลับไปที่ตำหนักไวท์โรส นางจะอยู่อย่างมีความสุขในสวนดอกไม้ที่นางรักตรงด้านหลังตำหนัก”

“ส่วนศพองครักษ์ที่พลีชีพทั้งสองคนเราจะตอบแทนให้สมค่า เจ้าช่วยจัดการให้สมเกียรติต่อพวกเขาด้วย”

“พระเจ้าข้า แล้ว พระธิดา”

เขามองไปยังร่างทารกที่นอนหลับใหลอย่างไม่รู้ชะตากรรม ด้วยความรู้สึกตีบตันอย่างเวทนา แม้พระชายาจะเป็นเพียงหญิงสาวสามัญต่างชาติ แต่กิริยามารยาทอันสมเป็นกุลสตรีและการอ่อนน้อมถ่อมตนก็ทำให้เป็นที่ชื่นชมของเหล่าองครักษ์ใกล้ชิด ทุกคนจึงยอมพลีชีวิตด้วยความจงรักภักดี

“ฉันติดต่อผู้เลี้ยงดูเอาไว้แล้ว อีกครึ่งชั่วโมงคงจะมาถึงเจ้าเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ”

บุรุษผู้สูงศักดิ์กอดหอมด้วยความรักอาลัยก่อนจะส่งร่างทารกให้แก่มารีอาพยาบาลประจำองค์พระชายา นับถือต่อความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ของนาง ทรงดำเนินไปยังร่างที่นอนสงบนิ่ง ประทับนั่งลงจับมือบอบบางที่เย็นชืดขึ้นมาแนบใบหน้า

“ ...คราดิยาห์...ไม่ต้องเป็นห่วงลูกนะ...พี่จะดูแลลูกของเราให้ดีที่สุด จะส่งไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดต่อชีวิตของแก พี่จะไม่ยอม...ให้ใครมาทำร้ายลูกของเราเป็นอันขาด... แม้จะต้องแลกกับชีวิตของพี่ก็ตาม...”

คำรับสั่งกระซิบใกล้ใบหน้าพระชายาขาดหายเป็นช่วงด้วยความรู้สึกถึงอาการตีบตันให้ลำคอเพราะทรงพยายามหักห้ามใจเก็บกลั้นความเสียใจ ก่อนจะกล่าวคำสัญญาหนักแน่น

“พี่สัญญาคราดิยาห์ สัญญาว่าจะดูแลลูกของเราอย่างดี จะไม่ให้ต้องมีอันตราย...พี่สัญญา...”

ทรงก้มลงจุมพิตบนหน้าผากพระชายาสุดที่รัก ก่อนจะสั่งให้เหล่าองครักษ์นำพระศพออกไป แล้วหันมากล่าวกับมารีอานางพยาบาลผู้ถูกว่าจ้างมาดูแลพระชายาตั้งแต่เริ่มตั้งพระครรภ์ และนางก็จงรักภักดียอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายติดตามมาอยู่รับใช้คราดิยาห์จนลมหายใจสุดท้าย

“มารีอา ถ้าฉันจะขอให้เจ้าเดินทางไปกับธิดาของฉัน เจ้าจะไปหรือไม่”

“ฝ่าพระบาท มารีอาเป็นข้ารับใช้ของพระองค์กับพระชายา หม่อมฉันยินดีจะตามไปรับใช้พระธิดาเพคะ”

“แต่เจ้าอาจจะไม่ปลอดภัย หรือไม่ได้กลับมาประเทศนี้อีกเลย”

“มิเป็นไร พระธิดาอยู่ที่ไหน หม่อมฉันก็จะอยู่ที่นั่นเพคะ”

“ถ้าอย่างนั้น เราก็ขอฝากลูกของเราด้วย เจ้าช่วยดูแลให้ดี เราจะส่งพวกเจ้าไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด”

“รับด้วยเกล้าเพคะ หม่อมฉันยอมสละชีพเพื่อความปลอดภัยของพระธิดาเพคะ”

“ ขอบใจ ...ขอบใจมากมารีอา...ส่งเด็กมาเถอะ ขอเรากอดลูกอีกสักหน่อย”

บุรุษผู้สูงศักดิ์รับร่างพระธิดามากอดแนบอก แม้จะทรงอดกลั้นความโศกเศร้าเสียใจอย่างไร ก็ไม่อาจเก็บกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ พลางก้มลงจุมพิตพวงแก้มป่องยุ้ยด้วยพลานามัยสมบูรณ์ของพระธิดาอย่างแสนรัก ทารกน้อยสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมองจับจ้อง โดยไม่มีเสียงร้องไห้ ยิ่งทำให้ทรงปลาบปลื้มใจ

“ลูกรักของพ่อ...ดวงใจของพ่อ...จอมขวัญของพ่อ...พ่อขอให้พระเจ้าจงคุ้มครองเจ้าให้ปลอดภัย และเจริญวัยเติบโตอยู่เป็นดวงใจเป็นจอมขวัญของพ่อตลอดไปนะลูกนะ”

อ่านต่อ

สารบัญ จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
เมื่อห้าปีก่อน ซางหว่านยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเผยจี๋ จนส่งผลให้เธอต้องสูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์ไปตลอดกาล แม้ว่าในอดีตเขาจะเคยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่คิดอยากมีลูก แต่ในเวลาต่อมาเขากลับเปลี่ยนใจ และตัดสินใจเลือกซูเซวี่ย นักศึกษาสาวที่มีหน้าตาคล้ายกับภรรยามาทำหน้าที่อุ้มบุญเพื่อกำเนิดทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยคาดคิดเลยว่า ข้อเสนออันแสนเห็นแก่ตัวและไร้หัวใจในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ผลักไสให้ซางหว่านตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ และเลือกที่จะเดินจากชีวิตของเขาไปอย่างถาวรโดยไม่มีวันย้อนกลับมาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
เมื่อแหวนเพชรล้ำค่าอันเป็นมรดกตกทอดของปู่สูญหายไป คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง จึงต้องเดินทางมาประเทศไทยเพื่อสืบหาความจริง จนกระทั่งเขาได้พบว่าเครื่องประดับแสนสำคัญชิ้นนั้นตกไปอยู่ในมือของน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างมีเงื่อนงำ ชายหนุ่มปักใจเชื่อทันทีว่าเธอคือหัวขโมยที่ไร้ยางอาย เขาจึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเค้นหาความจริงด้วยตัวเอง ฝ่ายน้ำรินที่จู่ๆ ต้องกลายเป็นอาชญากรในสายตาของเขาก็พยายามต่อสู้และยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่ามีคนมอบแหวนวงนี้ให้เธอมาอย่างถูกต้อง ท่ามกลางความขัดแย้งและความแค้นที่ก่อตัวขึ้น ปริศนาเบื้องหลังอัญมณีชิ้นนี้กำลังรอให้พวกเขาร่วมกันพิสูจน์ความจริง
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งมาดเนี้ยบตั้งแต่แรกเห็นในงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อน จนถึงขั้นประกาศตัวว่าต้องการเคียงคู่และใช้นามสกุลร่วมกับเขา โชคชะตาเป็นใจส่งให้เธอได้เข้ามาทำงานในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ทว่าความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายหนุ่มกลับทำให้เธอเริ่มท้อแท้จนคิดจะถอยห่าง แต่ในยามที่เธอเตรียมจะตัดใจ มัฆวัฒน์ผู้เคยบ้างานและไม่เคยสนใจใครกลับเริ่มหวั่นไหวไปกับความสดใสของจอมขวัญจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเดินจากไป เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้เธอหายไปจากชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง น้องเมีย
9.3
หลังค่ำคืนอันเร่าร้อนสิ้นสุดลง ชติรสพยายามปกปิดร่างกายจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มผู้จำใจต้องลาจากเพื่อรักษาคำมั่นสัญญา แม้ในใจจะเปี่ยมด้วยความเสน่หา ข้อตกลงลับระหว่างสองคนระบุว่าเธอต้องยอมเป็นตัวแทนของลิก้าผู้เป็นพี่สาว แลกกับการที่เขาต้องตัดขาดและเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวของเธออย่างเด็ดขาด ชติรสยอมใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องคนที่รัก พร้อมเอ่ยปากข่มขู่ว่าหากเขาตระบัดสัตย์เธอจะไม่ละเว้นแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยแรงดึงดูดทางกายและความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ใน
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์