APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี ต้องจบชีวิตลงทั้งที่ยังทำฝันไม่สำเร็จ แต่เธอกลับได้โอกาสเกิดใหม่ในร่างของหญิงชาวนาชื่อเดียวกัน ทว่าชีวิตใหม่นี้กลับเต็มไปด้วยความยากลำบาก เมื่อเธอต้องดูแลสามีที่นอนป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยกำลังซน แถมยังถูกครอบครัวฝั่งบ้านหลักกดขี่ข่มเหงและขับไล่ออกมาอย่างไร้ความปรานีหลังจากสามีได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งเจ้าของร่างเดิมยังต้องมาเสียชีวิตจากการถูกทำร้ายขณะพยายามแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้เรื่องสมุนไพรที่มีติดตัวบวกกับพลังของหินสีรุ้งปริศนา เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวที่รัก และเริ่มต้นสร้างสรรค์ชีวิตใหม่ที่เคยใฝ่ฝันในโลกต่างมิตินี้ให้กลายเป็นจริงให้สำเร็จ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

หวังฉีหลินสาวสวยอายุ 25 ปี ที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในการทำงาน เหตุเพราะเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่ออายุครบ 18 ทุกคนต้องออกไปใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่สามารถที่จะอาศัยอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้

ฉีหลินทำงานทุกอย่างด้วยความขยันหมั่นเพียรและส่งเสียให้ตัวเองเรียนไปด้วย ฉีหลินเลือกเรียนเกี่ยวกับการเกษตร เพราะมีความฝันอยากจะทำสวนสมุนไพรและมีสวนสมุนไพรเป็นของตัวเอง

หลังจากเรียนจบและเข้าทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเกษตร ฉีหลินเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง เธอจึงนำไปซื้อที่ดินเล็ก ๆ เพียง 2 ไร่ ทำสวนสมุนไพรในฝันของตัวเอง

มีเพื่อน ๆ ที่ทำงานเคยถามฉีหลินว่าเธอเป็นคนจีนหรือ ทำไมถึงชื่อไม่เหมือนคนอื่นทั้ง ๆ ที่อยู่ในส่วนเหนือสุดของประเทศไทย ฉีหลินได้แต่ตอบว่าเธอเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน

ในตอนที่เธอยังเป็นเด็กอยู่นั้นเธอได้ถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธออาศัยอยู่ ได้คำตอบว่าตอนที่พบเธอมีป้ายติดอยู่ที่ข้อมือซึ่งก็คือชื่อของเธอในตอนนี้ คงจะเป็นอย่างเดียวที่ผู้เป็นพ่อและแม่ของเธอทิ้งเอาไว้ให้

ฉีหลินเองไม่เคยอยากตามหาพ่อแม่ของตัวเอง เธอเพียงแค่คิดว่าหากพ่อแม่ต้องการเธอคงไม่เอาเธอมาทิ้งเอาไว้ในสถานที่แห่งนี้ และหากว่าพวกเขาต้องการเธอจริง ๆ คงออกตามหาเธอนานแล้วคงไม่ปล่อยเธอเอาไว้อย่างนี้

การใช้ชีวิตคนเดียวไร้ซึ่งคนสนับสนุน กว่าเธอจะผ่านมันมาได้ก็ลำบากมาก แต่เธอยังโชคดี นอกจากจะได้งานที่ดี คนรอบข้างของเธอยังเป็นคนดีคอยช่วยเหลือสนับสนุน สวนสมุนไพรจากน้ำพักน้ำแรงของเธอนับว่าประสบความสำเร็จมากและทำกำไรให้เธอมากเช่นเดียวกัน

ฉีหลินและเพื่อนที่ทำงานได้ไปเที่ยวที่พระราชวังโปตาลามาเมื่อสามเดือนที่แล้ว ไม่รู้ว่าเพราะชื่อเธอเหมือนคนจีนหรือไม่ ฉีหลินมีความชอบประเทศจีน อาหารจีน สมุนไพรจีน หรือแม้แต่วัฒนธรรมการกิน เธอเองก็ศึกษาค้นคว้าเอาไว้ประดับสมองบ้าง

วันนี้ฉีหลินไปทำงานดังเช่นทุกวัน และที่สวนสมุนไพรฉีหลินได้จ้างลุงกับป้าชาวบ้านสองคนช่วยดูแล หลังจากที่ฉีหลินไปแอบเก็บหินสีรุ้งกลับมาเธอชอบมันมาก และได้นำไปเจาะรูและนำมาร้อยทำเป็นสร้อยข้อมือเธอสวมติดข้อมือตลอดเวลาไม่เคยถอดเลยสักครั้งแม้กระทั่งตอนอาบน้ำ

“หลิน วันนี้จะเข้าสวนหรือเปล่า” นิดาเพื่อนร่วมงานของฉีหลินถามออกมา

“ไม่เข้านะนิดา เธอมีอะไรหรือเปล่าหรืออยากให้เราช่วยอะไรหรือเปล่า บอกมาได้เลยนะ”

“ไม่มีอะไรหรอก เราจะชวนเธอไปหาอะไรกินน่ะ เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้ว เราเห็นเธอยุ่ง ๆ ก็เลยไม่กล้าชวนน่ะ”

“อ๋อ ได้สิ ก็ดีเหมือนกันนะ เพื่อน ๆ คนอื่นไปด้วยหรือเปล่า ไปกันหลาย ๆ คนสนุกดี”

“มี รฐา กับพี่เหมียวน่ะ รวมเราสองคนด้วยก็ 4 คน คนอื่น ๆ เราชวนแล้วบอกว่านัดกับแฟนเอาไว้แล้วน่ะ”

“เหรอ น่าอิจฉาจังน๊า พวกมีแฟนเนี่ย ทำไมเราไม่เห็นมีใครมาจีบเลยล่ะ"

“ไม่มีหรือเธอไม่สนใจกันแน่ วัน ๆ มัวแต่เอาเวลาไปทำสวนหมด เงินเดือนเธอออกจะเยอะ ภาระต้องส่งเสียที่บ้านก็ไม่มี จะหาเงินไปทำไมนักหนา หาความสุขให้ตัวเองบ้างเถอะ”

“ทำสวนสมุนไพรไง นั่นก็เป็นความสุขของเราเหมือนกัน”

“โอ๊ย เราหมายถึงว่าให้เธอหาแฟน สร้างครอบครัวได้แล้ว ปากบ่นอยากมีแฟน อยากมีลูก แต่ไม่เคยมีเวลาชายตาแลใคร แล้วแบบนี้เธอจะสมหวังได้ยังไง”

“ก็เรายังไม่พร้อมนี่ อีกอย่างเรายังมีหลายอย่างที่อยากทำอยู่ด้วย อีกอย่างเธอก็รู้ไม่ใช่เหรอ เราไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติ เราเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอคิดว่าจะมีคนชอบเราจริง ๆ เหรอ นิดา”

“เราว่าไม่เห็นจะเกี่ยวกันนะ ถ้าคนที่มาชอบเธอเป็นคนดี และรักเธอจริง ๆ จะเอาเรื่องแบบนี้มาตัดสินก็ไม่ถูกนะ คนเราเลือกเกิดได้หรือไงล่ะ สำหรับเราการที่มีแฟนที่ดี เป็นคนดี จิตใจดีก็พอแล้ว”

“นี่มันความคิดของผู้หญิงอย่างพวกเราไง แต่พวกผู้ชายจะมีคนคิดแบบนั้นหรือเปล่ายังไม่รู้ อาจจะมีแต่ก็คงน้อยและคงไม่เหลือถึงเราหรอก นิดาว่าป่ะ”

“ช่างเรื่องผู้ชายก่อนเถอะ สร้อยข้อมือสวยมาก ซื้อจากร้านไหนเหรอหินสีรุ้งนี้สวยจริง ๆ”

“ป่าวซื้อมาหรอก เราเก็บมาจากพระราชวังโปตาลา ตอนที่ไปเที่ยวกันไง”

“ห๊ะ นี่เธอกล้าเก็บมาด้วยเหรอ โห ไม่กลัวโดนข้อหาลักทรัพย์ข้ามชาติเหรอ”

“โอ๊ย ไปกันใหญ่แล้ว แค่หินก้อนเดียวไหม จะมาลักทรัพย์ข้ามชาติอะไร ดูหนังหรืออ่านนิยายมากไปป่ะเนี่ย”

“จะไปรู้เหรอ เราก็คิดเอาไว้ก่อนไง ว่าแต่ว่าเย็นนี้ไปร้านไหนดี หลินอยากกินอะไรเป็นพิเศษป่ะ”

“ไม่มีนะ อะไรก็ได้ จะว่าไปอยากกินหม้อไฟเนอะ ”

“อากาศร้อนจะตาย ยังจะกินหม้อไฟ ไม่ไหวมั้ง เอาเป็นไปกินร้านประจำก็แล้วกัน หรือเธอว่าไง”

“เรายังไงก็ได้ ไปเลยหรือเปล่า เราขอเก็บของสักครู่ นี่ก็เลยเวลาเลิกงานมานานแล้ว มัวแต่คุยกันเพลินลืมดูเวลาเดี๋ยวออกไปช้า พี่เหมียวได้บ่นหูชาแน่”

ทั้งสองคนรีบเก็บของและออกไปหาอีกสองคนที่นัดกันเอาไว้ทันที ระหว่างทางที่เดินออกจากออฟฟิศ ฉีหลินหลบพนักงานคนอื่นที่เริ่มทยอยออกจากที่ทำงาน

ในตอนที่รอลิฟต์อยู่นั้นแม่บ้านที่เดินถือแจกันดอกไม้เดินมาชนเธอเข้าพอดี ทำให้ข้อมือด้านที่สวมสร้อยหินสีรุ้งอยู่โดนหนามกุหลาบข่วนเป็นแผลถลอกมีเลือดออกนิดหน่อย

เลือดที่ไหลไปโดนก้อนหินสีรุ้งทันใดนั้นเกิดแสงสว่างเพียงชั่วพริบตาที่ก้อนหินโดยที่ไม่มีใครเห็นและฉีหลินเองก็ไม่ทันได้รู้สึกตัวเพราะมัวจดจ่อคุยกับเพื่อนข้าง ๆ

“ลงมาได้กันสักทีนะยะ รอนานมากรากจะงอกแล้วเนี่ย”

“โห พี่เหมียวพี่ก็พูดเกินไปนะคะ เพิ่งจะเลิกงานเอง พี่อย่าบอกนะว่าพี่ลงมาก่อนเวลาน่ะ”

“จะบ้าเหรอ ใครจะกล้าลงมาก่อน ขืนทำแบบนั้นหัวหน้าได้ตัดเงินเดือนพอดี”

“อ้าว จะไปรู้เหรอ ก็เห็นพี่บอกว่ารอนานแล้ว อ่ะ ริดาก็นึกว่าพี่หนีออกมาก่อนน่ะสิ”

“อย่ามาใส่ร้ายกันนะ รีบ ๆ ไปกันเถอะ หิวแล้วเนี่ย อ้าวแล้วยัยรฐาไปไหน เมื่อกี้ยังอยู่ตรงนี้เลย”

“มาแล้ว ๆ พอดี ลืมมือถืออยู่ที่โต๊ะน่ะ ไปกันเถอะ ขอโทษที่ให้รอนะทุกคน”

“เชอะ ลืมมือถือหรือว่าลืมให้เบอร์กับพ่อหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่กันแน่ อย่ามาแถเลย”

“ลืมมือถือจริงๆ พี่เหมียวนี่ก็พูดอะไรไม่รู้”

ทั้งสี่คนมาถึงร้านอาหารที่มักจะมากันเป็นประจำ หลังจากสั่งอาหารแล้ว ทั้งสี่คนในตอนที่นั่งรออาหารก็มีการพูดคุยหยอกเย้ากันสนุกสนาน เมื่ออาหารที่สั่งมาครบแล้วก็ลงมือกินด้วยความหิวโหยทันที

“วันหยุดยาวที่จะถึงนี้ไปเที่ยวไหนกันหรือ” รฐา

“เราจะกลับบ้านน่ะ ไม่ได้กลับไปนานแล้ว” นิดา

“พี่ก็คงจะกลับบ้านเหมือนกัน ไม่ได้กลับไปนานแล้ว แล้วหลินล่ะ มีแพลนจะไปไหนรึเปล่า ถ้าไม่มีไปเที่ยวบ้านพี่ด้วยกันไหม”

“หลินว่าจะเข้าสวนน่ะค่ะ พอดีมีต้นกล้าสมุนไพรชนิดใหม่มาส่ง เลยต้องเข้าไปดูด้วยตัวเอง เอาไว้ครั้งหน้านะคะหลินไปแน่นอน ขอบคุณพี่เหมียวมากค่ะที่ชวน”

“พี่กลัวว่าเราจะเหงาน่ะ หยุดหลายวันเลย ถ้ามีธุระที่ต้องทำก็ไม่เป็นไรจ้ะ”

หลังจากที่แยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อไปพักผ่อนแล้ว ฉีหลินกลับมาถึงห้องก็เริ่มเก็บกระเป๋าเพื่อที่จะไปนอนที่สวนสมุนไพรในวันรุ่งขึ้น และคืนนี้ฉีหลินฝันถึงสถานที่ห่างไกลไม่รู้แน่ชัดว่าที่ไหน

ในฝันเธอเห็นครอบครัวครอบครัวหนึ่งสองสามีภรรยาร้องไห้มีเด็กวัยรุ่นหญิงชายและยังมีเด็กเล็ก ๆ อีกสองคน ร้องไห้ด้วยความสิ้นหวัง ในฝันฉีหลินเห็นลูกชายของเขาตายไปหลังจากที่บาดเจ็บกลับมาและไม่ได้รับการรักษาที่ดี

จะเรียกว่าไม่ได้รับการรักษาก็ไม่ใช่ ต้องเรียกว่าไม่ยอมให้หมอมารักษาเพราะกลัวว่าจะต้องเสียเงินค่ารักษาเสียมากกว่า และลูกสะใภ้ของพวกเขาก็ต้องมาตายไปอีกคนเพราะถูกผลักให้ตกเขาจากญาติของสามี

ฉีหลินรู้สึกสงสารครอบครัวนี้มากโดยเฉพาะเด็กน้อยฝาแฝดทั้งสองคนที่เป็นลูกของผู้ชายและผู้หญิงที่ตายไป ในฝันฉีหลินได้รู้มาว่าครอบครัวนี้ผู้นำครอบครัวมีพี่ชายอยู่หนึ่งคนและถูกครอบครัวของพี่ชายเอาเปรียบกดขี่ข่มเหงสารพัด

ครอบครัวของพี่ชายจะเก็บเงินเอาไว้ทั้งหมดและคนที่ทำงานมากที่สุดกลับเป็นครอบครัวของน้องชายแต่ไม่เคยได้รับอะไรดี ๆ กลับมาเลย ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเสื้อผ้า เงินที่ลูกชายคนโตได้จากการทำงานก็เก็บเอาไปจนหมดเพราะถือว่ายังไม่ได้แยกบ้านกัน

ฉีหลินยืนดูเหตุการณ์เหล่านี้ด้วยความโมโห หากเป็นเธออย่าหวังว่าจะมารังแกกันได้ง่าย ๆ ครอบครัวของพี่ชายก็มีแต่คนร้ายกาจ พี่ชายเองก็เห็นแก่ตัวไม่ยินยอมให้น้องชายแยกครอบครัวไปอยู่ด้วยตัวเอง

หากว่ายินยอมให้แยกออกไปนั่นย่อมหมายถึงที่ดินทำกินจะต้องโดนแบ่งออกไปด้วย และจะขาดแรงงานในการทำงานความเห็นแก่ตัวที่น่ารังเกียจนี้ฉีหลินได้เห็นผ่านความฝันยิ่งทำให้เธอโมโหและเผลอคิดไปว่าหากเป็นเธอแล้วล่ะก็เธอจะตอบแทนให้สาสมเลย

ฉีหลินไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เธอเห็นในความฝันนั้นมันจะเกิดขึ้นกับเธอจริง ๆ ในอนาคตข้างหน้า หลังจากนั้นมาฉีหลินก็ไม่ได้ฝันอะไรอีก แต่เธอกับค้นพบความลับบางอย่างของหินสีรุ้งที่เธอสวมติดข้อมือเอาไว้ตลอดเวลาในเช้าวันหนึ่ง

เช้าวันรุ่งขึ้นฉีหลินเดินทางไปที่สวนสมุนไพรของเธอและได้ลงมือปลูกสมุนไพรด้วยตัวเอง จากนั้นจึงปล่อยหน้าที่ดูแลให้เป็นของคนงานที่มีเพียงสองคนและทั้งสองคนเป็นสามีภรรยาที่ไม่มีลูก ๆ มาดูแล ฉีหลินสงสารจึงจ้างทั้งสองคนให้มาช่วยทำสวนให้เธอ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบลูกน้อยที่หิวโซทั้งห้าในกระท่อมผุพัง ฟางเส้นสุดท้ายขาดลงเมื่อญาติสามีคิดจะนำลูกสาวของเธอไปขาย เธอจึงลุกขึ้นสู้และประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องสายเลือด โชคดีที่มีระบบร้านค้าลับช่วยให้เธอสั่งซื้ออาหารได้ไม่จำกัด หญิงสาวแอบสร้างความมั่งคั่งและสะสมเสบียงอย่างเงียบเชียบ เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ บรรดาญาติใจดำต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างหิวโหย ทว่าครอบครัวของเธอกลับได้กินข้าวและเนื้ออย่างอิ่มหนำ การพลิกชะตาชีวิตและเอาคืนผู้ที่เคยกดขี่จึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง โอย!แม่นมกลายเป็นนายหญิงของจวนเจียง
9.1
เมื่อสูญเสียผู้นำครอบครัว เย่หยุนเหนียงจำต้องพาแม่สามีและลูกชายอพยพมายังเจียงเฉิง ความยากจนบีบให้เธอรับงานเป็นแม่นมในจวนตระกูลเจียง โดยมุ่งหวังเพียงสะสมเงินทองเพื่ออนาคตที่สงบสุข แต่เส้นทางเรียบง่ายกลับถูกทำลายเมื่อเธอถลำลึกไปพัวพันกับบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้เปลี่ยนชะตากรรมของหญิงม่ายผู้เจียมตัว จากคนรับใช้ที่หวังเพียงชีวิตราบเรียบ เธอถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายหญิงผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือจวนแห่งนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามีสามีคือสมุหนายกใหญ่
9.5
สายลับสาวฟื้นขึ้นในร่าง กู้เจียว หญิงอัปลักษณ์สติฟั่นเฟือนที่บังคับ เซียวลิ่วหลัง ชายหนุ่มรูปงามให้แต่งงานด้วยหลังช่วยชีวิตเขาไว้ ทำให้สามีเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ ทว่าความฝันบอกเหตุกลับเผยอนาคตว่าชายผู้นี้จะกลายเป็นขุนนางใหญ่ผู้กุมอำนาจสูงสุด เพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่มั่นคง นางจึงลุกขึ้นมาพลิกโฉมตนเอง ทิ้งคราบสตรีบ้าคลั่ง แล้วใช้ทักษะที่มีคุ้มครองเขาจากทุกภยันตราย เป้าหมายเดียวคือกำจัดอุปสรรคและสนับสนุนสามีให้ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่บนจุดสูงสุดของอำนาจตามลิขิต
ภาพปกนิยายเรื่อง ศึกรักแสงสว่าง
9.5
จุดเริ่มต้นจากความเมตตาที่หนิงซีมีต่อเด็กชายแปลกหน้า พลิกผันชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อสิ่งตอบแทนคือความรักจากคุณพ่อสุดหล่ออย่างลู่ถิงเซียว หลังแต่งงานเขาดูแลเอาใจใส่เธออย่างท่วมท้นจนลูกชายตัวน้อยแทบกลายเป็นอากาศธาตุ ไม่ว่าใครจะคัดค้านเขาก็ไม่เคยใส่ใจและยังคงตามใจภรรยาขั้นสุดยอด แม้เธอต้องการจะยึดครองหรือขายบริษัททิ้ง เขาก็ยินดีประเคนให้โดยไม่เสียดาย ท่ามกลางความวุ่นวายใดๆ ที่ถาโถมเข้ามา หนิงซียังคงเป็นจุดศูนย์กลางและเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดสำหรับเขาเสมอ เพราะความสุขของเธอคือทุกสิ่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เมื่อโชคชะตากำหนดให้เสวียชิงอินเป็นตัวละครที่ต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา นางจึงปฏิเสธเส้นทางนั้นและผูกวาสนากับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ดุดันและมีอนาคตต้องจบชีวิตกลางไฟสงคราม เป้าหมายของนางคือการเป็นสตรีหม้ายที่ร่ำรวย ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อบุรุษที่ใครต่างหวาดกลัวกลับมอบความรักอันลึกซึ้งและคอยปกป้องนาง ท่ามกลางเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม นางมิใช่ผู้เฝ้ารอผลประโยชน์อีกต่อไป แต่กลายเป็นดวงใจของเขา ทั้งสองหลอมรวมเป็นเกราะกำบังให้กันและกัน ก้าวข้ามขีดจำกัดของบทประพันธ์เดิม สู่การสร้างตำนานรักที่เกรียงไกร
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเป็นแม่ม่าย กลายเป็นแม่ของลูกตั้งเจ็ดคน!
7.3
เหยียนชิงชิง ผู้บริหารสาวจากยุคปัจจุบันทะลุมิติมาเป็นหญิงม่ายตั้งครรภ์ที่ต้องเลี้ยงดูลูกอีกเจ็ดชีวิต เธอต้องรับมือกับญาติสามีที่แสนโลภและจ้องเอาเปรียบทุกทาง หญิงสาวไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ใครกดขี่ จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอย่างเด็ดเดี่ยว เธอใช้ประสบการณ์และไหวพริบทางธุรกิจที่เฉียบคมเพื่อปกป้องครอบครัวและต่อกรกับความอยุติธรรม เรื่องราวการพลิกชะตานี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น เมื่อเธอต้องใช้สมองยกระดับความเป็นอยู่ของลูกๆ พร้อมทั้งนำพาหมู่บ้านที่ยากไร้ให้ก้าวไปสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน