APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี ต้องจบชีวิตลงทั้งที่ยังทำฝันไม่สำเร็จ แต่เธอกลับได้โอกาสเกิดใหม่ในร่างของหญิงชาวนาชื่อเดียวกัน ทว่าชีวิตใหม่นี้กลับเต็มไปด้วยความยากลำบาก เมื่อเธอต้องดูแลสามีที่นอนป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยกำลังซน แถมยังถูกครอบครัวฝั่งบ้านหลักกดขี่ข่มเหงและขับไล่ออกมาอย่างไร้ความปรานีหลังจากสามีได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งเจ้าของร่างเดิมยังต้องมาเสียชีวิตจากการถูกทำร้ายขณะพยายามแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้เรื่องสมุนไพรที่มีติดตัวบวกกับพลังของหินสีรุ้งปริศนา เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวที่รัก และเริ่มต้นสร้างสรรค์ชีวิตใหม่ที่เคยใฝ่ฝันในโลกต่างมิตินี้ให้กลายเป็นจริงให้สำเร็จ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เช้าวันที่สองของวันหยุดหลังจากที่ฉีหลินมานอนที่สวนสมุนไพร เธอตื่นขึ้นมาด้วยความขุ่นมัวในใจและความคับแค้นใจ ความฝันในวันนั้นยังตามหลอกหลอน คนเราจะร้ายกาจได้ขนาดนั้นเชียวหรือ

ฉีหลินคิดว่าหากมีใครมาทำเลวกับเธอเธอจะตอบสนองในแบบเดียวกันเพราะเธอถือว่าไม่อยากให้ใครทำเลวกับตัวเองก็อย่าไปทำเลวใส่ใคร เพราะถ้าหากกล้าที่จะทำจะต้องทำใจยอมรับผลที่ตามมาด้วย ไม่มีใครยอมถูกทำร้ายและโดนรังแกไปตลอดย่อมต้องหาทางตอบโต้และเอาคืนให้สาสมใจ

ในขณะที่ฉีหลินกินอาหารเช้าเสร็จแล้ววันนี้เธอสังเกตเห็นหินสีรุ้งที่ข้อมือมีสีเข้มขึ้นเหมือนกับว่ามันเปล่งประกายได้ เธอจึงใช้มืออีกข้างไปลูบที่หินสีรุ้ง

เมื่อฉีหลินลูบไปที่หินสีรุ้งในตอนนั้นเองมือข้างที่เธอใช้ลูบหินสีรุ้งนั้นได้จมหายเข้าไปในหินสีรุ้งก้อนนั้น ฉีหลินตกใจเป็นอย่างมากเธอรีบดึงมือกลับมาทันที

“นี่มันเรื่องอะไรกันนี่ หรือว่าเราจะตาฝาด แต่ไม่น่าจะใช่จะว่านอนไม่พอก็ไม่น่าใช่ เมื่อวานเรานอนแต่หัวค่ำแถมวันนี้ยังตื่นสายอีก ” ฉีหลินได้แต่พูดกับตัวเอง

แต่เพื่อความแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้คิดไปเองหรือมีอาการประสาทหลอนเธอจึงลูบที่หินสีรุ้งอีกครั้งและครั้งนี้ก็เป็นเช่นเดิม มือของเธอได้จมหายเข้าไปในหินสีรุ้งก้อนเล็กนั่นอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้

หลังจากพบเจอเหตุการณ์ที่น่าตกใจเธอตั้งสติและเอามือออกจากหินสีรุ้ง จากนั้นก็นั่งคิดหาเหตุผลว่าเพราะอะไรทำไมมือของเธอจึงจมเข้าไปในหินก้อนเล็ก ๆ ได้

ฉีหลินถอนหายใจออกมาจากนั้นเพ่งมองเข้าไปในหินสีรุ้งที่ข้อมือของตัวเธอเอง แต่เธอก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเธอพบว่าภายในก้อนหินเล็ก ๆ นั้นกลับมีห้องโถงกว้างขนาดหลายสิบเมตรและไม่แน่ว่ามันอาจจะกว้างเท่ากับบ้านหลังใหญ่ ๆ ที่มีเนื้อที่ขนาด 1 ไร่ เลยทีเดียว

“ตายล่ะหว่า นี่เราไปเก็บก้อนหินอะไรมาเนี่ย จะเกิดอะไรขึ้นกับเราหรือเปล่านะ หรือเราต้องเอาไปคืนที่เดิม จะทำยังไงต่อดี"

ฉีหลินที่ตอนนี้เริ่มหวาดกลัวและทำตัวไม่ถูกว่าจะทำยังไงดี ทำไมหินก้อนเล็ก ๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือแต่ภายในกลับกว้างขวางเสียขนาดนั้นไปได้ แบบนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว หากเธอนำไปพูดให้คนอื่นฟังมีหวังได้ถูกคนกล่าวหาว่าเป็นบ้าไปแล้วแน่ ๆ

“หรือว่ามันจะเป็นเหมือนนิยาย ที่นิดาชอบอ่านและมาเล่าให้เราฟังกันนะหรือเจ้าสิ่งนี้จะเป็นมิติเหมือนในนิยาย ถ้ามันสามารถเอาของเข้าไปได้และเอาออกมาได้เหมือนในนิยายจะทำยังไง แบบนี้ต้องลองดู”

หลังจากที่นั่งพูดคนเดียวพูดเองเออเองได้สักพัก เธอก็คิดว่าจะลองนำเอาแก้วน้ำเข้าไปในหินสีรุ้งดูแต่เธอไม่รู้วิธีที่จะเอาแก้วน้ำเข้าไป แต่ก็เหมือนจะมีเรื่องบังเอิญอยู่บ้าง ในตอนที่เธอกำลังคิดหาวิธีเอาแก้วน้ำเข้าไปในหินสีรุ้งนั้น

แก้วน้ำก็หายไปทันทีเธอจึงเพ่งสายตาเข้าไปในหินสีรุ้งพบว่าแก้วน้ำที่หายไปจากมือของเธอตอนนี้ได้เข้าไปอยู่ในหินสีรุ้งเรียบร้อยแล้ว

“โอ๊ะ ทำได้จริง ๆ เหรอนี่ แบบนี้ก็ดีสิเอาไว้เก็บของมีค่าจะดีเสียยิ่งกว่าตู้เซฟอีกนะเนี่ย”

หลังจากค้นพบความลับของหินสีรุ้งแล้ว ฉีหลินจึงออกไปข้างนอกใช้วันหยุดยาว 5วันนี้ในการพักผ่อนและทำงานในสวนสมุนไพรของเธอ

วันสุดท้ายของวันหยุดยาวมาถึงฉีหลินเก็บของเพื่อที่จะกลับไปนอนที่ตัวเมืองและเริ่มงานในเช้าวันถัดไป วันหยุดยาวในครั้งนี้เธอรู้สึกว่าเธอสนุกกับมันมาก

ยังมีเรื่องของหินสีรุ้งอีกตอนนี้เธอเอาผลไม้หลายอย่างเข้าไปเก็บเอาไว้ในหินสีรุ้ง และยังเอาสมุนไพรหลายอย่างใส่เข้าไปด้วยหลังจากเวลาผ่านไปหลายวันเธอพบว่าผลไม้และสมุนไพรยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่เหี่ยวเฉา เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับฉีหลิน

เช้าวันรุ่งขึ้นฉีหลินไปทำงานตามปกติและพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานด้วยความสนุกสนานเมื่อถึงเวลาเลิกงานเธอก็ไปเดินเที่ยวกับเพื่อนก่อนที่จะแยกย้ายกลับบ้านไปพักผ่อน

ในคืนนั้นเองฉีหลินได้ฝันอีกครั้งแต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ฝันถึงครอบครัวเหล่านั้นที่โดนเอารัดเอาเปรียบ เธอฝันถึงชายชราคนหนึ่ง ที่ใส่ชุดฮั่นฝูสีขาวล้วนเหมือนหลุดออกมาจากซีรีส์จีน

ในฝันชายชราได้บอกกับฉีหลินว่าเวลาของเธอในที่แห่งนี้เหลือน้อยเต็มที ฉีหลินไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายชราถึงพูดแบบนี้กัน ที่น่าแปลกใจคือเธอสามารถฟังภาษาจีนเข้าใจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ชายชราบอกกับเธอว่าเธอมีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่ 7 วันเท่านั้น ส่วนหินสีรุ้งที่ข้อมือของเธอเป็นของที่ชายชราตั้งใจมอบให้เธอโดยเฉพาะเพื่อเป็นการไถ่โทษต่อเธอ แต่ชายชราไม่ได้บอกเธอว่าเขาทำอะไรผิดต่อเธอ ถึงแม้ว่าฉีหลินจะถามชายชราหลายครั้งแล้วแต่เขาก็ไม่ตอบคำถามของเธอเลย

ชายชรายังบอกอีกว่าหินสีรุ้งก้อนนี้ไม่เพียงแต่ใช้เป็นมิติเท่านั้น สิ่งของที่เก็บเอาไว้จะไม่เน่าเสียแต่ไม่สามารถใส่สิ่งชีวิตเข้าไปในมิติได้

และหินสีรุ้งเมื่อนำไปแช่น้ำและนำน้ำที่แช่ไปรดพืชผักจะเร่งการเจริญเติบโตให้พืชผักได้อีกด้วย หากดื่มกินน้ำที่แช่หินสีรุ้งเป็นประจำจะทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย ๆ

“เอาล่ะนังหนู สิ่งที่ข้าสามารถบอกเจ้าได้ข้าก็บอกเจ้าไปจนหมดแล้ว เจ้ามีอะไรสงสัยอีกหรือไม่”

“หนูมีเวลากี่วันหรือคะคุณตา แล้วคุณตาจะพาหนูไปไหนหรือคะ แล้วที่ที่จะไปเป็นที่แบบไหน”

“เวลาของเจ้าในที่แห่งนี้ใกล้หมดแล้ว และเมื่อเจ้าจากไปทุกคนจะลืมเลือนเจ้าเหมือนเจ้าไม่เคยมีอยู่ในที่แห่งนี้ ส่วนเจ้าจะไปที่ไหน ข้าบอกเพียงได้ว่าเป็นโลกคู่ขนานและอยู่คนละห้วงมิติเวลากับที่แห่งนี้ ที่นั่นเจ้าจะมีครบทุกอย่างที่เจ้าปรารถนาจะมี แต่ที่แห่งนั้นครอบครัวของเจ้าล้วนยากจนและลำบาก ที่แห่งนั้นเป็นโลกล้าหลังในยุคของจีนโบราณที่ไม่มีอยู่จริง เอาล่ะไม่ต้องถามแล้ว เจ้าใช้เวลาที่เหลืออยู่เตรียมตัวเถอะ อีก 7 วันข้าจะมารับ ข้าบอกเจ้าได้เพียงเท่านี้ ที่เหลือขึ้นอยู่กับสติปัญญาของเจ้าแล้ว”

“อ้าว เดี๋ยว ๆ คุณตา เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป อ้าวไปแล้ว แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย พี่เหมียวจะเสียใจไหม นิดาล่ะ จะคิดถึงเราหรือเปล่า ไหนจะรฐาอีก ถ้าเราไม่เก็บก้อนหินนี่มาก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น หรือว่ามันเป็นโชคชะตากันแน่"

เมื่อทำอะไรไม่ได้ฉีหลินจำเป็นต้องทำตามคำแนะนำของชายชรา เธอลาพักร้อนในวันรุ่งขึ้นโดยบอกกับหัวหน้าว่ามีธุระด่วนที่ต้องไปทำซึ่งหัวหน้าก็อนุญาตให้เธอลาทันที

เธอได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์สวนสมุนไพรให้กับสามีภรรยาที่ดูแลสวนให้เธอ ส่วนเงินในธนาคารเธอถอนออกมาและได้บริจาคให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอเติบโตมา

ส่วนเงินที่เหลือฉีหลินขับรถไปตามห้างสรรพสินค้า และเริ่มซื้อข้าวสาร เครื่องปรุงอย่างเช่นเกลือ น้ำตาล ไข่ไก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ ฉีหลินซื้อข้าวสารจำนวนมากและยังซื้อซาลาเปาร้านประจำที่เธอกินประจำอีก 1,000 ลูก

ฉีหลินไม่รู้หรอกว่าเธอจะได้ไปอยู่ในที่แบบไหน มีข้าวสารย่อมดีกว่า มีข้าวกินดีกว่าไม่มี กับข้าวค่อยหาเอาข้างหน้า ฉีหลินขายของมีค่าทุกอย่าง รวมถึงรถของเธอด้วยเช่นกันหลังจากนั้นเธอได้บอกยกเลิกสัญญาเช่าคอนโดที่เธออาศัยมากว่า 5 ปี

เมื่อจัดการทุกอย่างฉีหลินนำเงินที่เหลือโอนให้สถานเด็กกำพร้าอีกรอบและเหลือเงินติดตัวเองไว้แค่พอสำหรับใช้จ่ายในอีกไม่กี่วันที่เหลือ เธอคิดว่าจะออกมาเช่าโรงแรมอยู่เพื่อรอเวลา

แต่ใครจะไปคิดเล่าว่าเธอจะอยู่ไม่ถึง 7 วันตามที่ชายชราบอก ทันทีที่เธอเดินออกจากคอนโด ยังไม่ทันข้ามถนนเลยด้วยซ้ำ ก็มีรถยนต์เสียหลักข้ามเกาะกลางถนนพุ่งมาชนเธอจนเกิดเสียงดังสนั่น

ร่างของฉีหลินลอยตามแรงกระแทกของรถ ร่างของเธอตกลงบนถนนท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คนและสติของเธอที่เริ่มลางเลือน เธอยังไม่ได้บอกลาใครแม้แต่คนเดียว

ไหนว่าอีก 7 วัน นอกจากจะไม่รักษาสัญญาและไม่รักษาเวลาแล้วยังให้เธอจากไปด้วยความเจ็บปวดอีกด้วย อ่า ช่างเป็นชายชราที่น่าโมโหเสียจริง ๆ หากเธอได้เจออีกครั้งกับชายชราคงต้องต่อว่าเขาสักหน่อยเป็นผู้ใหญ่ทำไมถึงไม่รักษาคำพูดเลย

สติของฉีหลินค่อย ๆ ลางเลือนและจากไปในที่สุด ชายชราที่มาช้าและไม่ทันการณ์ได้แต่ถอนหายใจ เขาทำได้แค่นำพาดวงวิญญาณของเธอไปส่งในที่อันห่างไกลให้สมกับที่ฉีหลินตั้งใจและคาดหวังอย่างไม่รู้ตัว

“ข้าส่งเจ้าได้แค่นี้ จากนี้ไปข้าขออวยพรให้เจ้าใช้ชีวิตให้ดี ให้สมกับที่เจ้าปรารถนานะข้าหวังว่าเจ้าจะผ่านพ้นความลำบากไปได้ พบกันใหม่ภพชาติต่อไปนะนังหนู ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง มังกรขาว
8.9
วันที่สิบห้ามิถุนายนปีสองพันสิบ โลกก้าวสู่การตื่นขึ้นหนที่สาม มิติย่อยนับไม่ถ้วนหลอมรวมเข้ากับโลกหลัก นำพาสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์และมอบพลังควบคุมธาตุแก่มนุษย์ พร้อมด้วยหอคอยปริศนาที่ซ่อนขุมพลังมหาศาลจนเกิดสงครามแย่งชิง ลูเอน ดีมาส ชายผู้มีอายุขัยนับพันปีกลับต้องจบชีวิตด้วยน้ำมือคนสนิท ทว่าเขาได้โอกาสคืนชีพกลับมาสี่เดือนก่อนหายนะจะอุบัติ ด้วยภูมิปัญญาและทักษะที่สั่งสมมาอย่างโชกโชน เขาตั้งมั่นจะลบความผิดพลาดในอดีต ยึดครองอำนาจจากหอคอย และสกัดกั้นโศกนาฏกรรมไม่ให้ซ้ำรอยเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพเจอความรัก
8.9
สตรีจากยุคปัจจุบันผู้มีความเยือกเย็น ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงเมื่อวิญญาณหลุดเข้ามาอยู่ในร่างหญิงสาวขี้โรคยุคโบราณ ชีวิตใหม่เต็มไปด้วยความยากลำบาก เธอถูกบิดาแท้ๆ หมางเมิน และต้องรับมือกับการกลั่นแกล้งอย่างโหดร้ายจากแม่เลี้ยงที่จ้องทำลายเธอทุกวิถีทาง ท่ามกลางความโดดเดี่ยวในบ้านที่ไร้ความรัก โชคชะตากลับชักนำบุรุษผู้หนึ่งเข้ามา เขาคือคนที่ยื่นมือช่วยประคองให้เธอก้าวข้ามอุปสรรค นำพาความอบอุ่นและจุดประกายความหวัง เปลี่ยนเส้นทางชีวิตที่อ้างว้างให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในดินแดนต่างภพ
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เมื่อโชคชะตากำหนดให้เสวียชิงอินเป็นตัวละครที่ต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา นางจึงปฏิเสธเส้นทางนั้นและผูกวาสนากับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ดุดันและมีอนาคตต้องจบชีวิตกลางไฟสงคราม เป้าหมายของนางคือการเป็นสตรีหม้ายที่ร่ำรวย ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อบุรุษที่ใครต่างหวาดกลัวกลับมอบความรักอันลึกซึ้งและคอยปกป้องนาง ท่ามกลางเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม นางมิใช่ผู้เฝ้ารอผลประโยชน์อีกต่อไป แต่กลายเป็นดวงใจของเขา ทั้งสองหลอมรวมเป็นเกราะกำบังให้กันและกัน ก้าวข้ามขีดจำกัดของบทประพันธ์เดิม สู่การสร้างตำนานรักที่เกรียงไกร
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องอย่านะ
8.9
ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและชิงชังสตรีเปลี่ยนไปราวคนละคนเมื่อสมรสกับคุณหนูหกจวนแม่ทัพ แม้ผู้อื่นจะเห็นความเจ้าเล่ห์ของพระชายา แต่ในสายตาสวามีนางคือสตรีบอบบางเสมอ แม้นางจะคว้าไม้ตีรัชทายาทหรือด่าทอคนจนกระอักเลือด พระองค์ก็ยังห่วงว่าภรรยาจะถูกรังแก แท้จริงแล้วเบื้องหลังความไร้เดียงสานั้น นางคืออัจฉริยะทางการแพทย์และกุนซือผู้สยบกองทัพนับแสนได้ในพริบตา ความหลงใหลหน้ามืดตามัวของท่านอ๋องทำเอาเหล่าทหารสับสนหนัก พวกเขาต่างตั้งคำถามว่าสตรีผู้อ่อนแอที่เจ้านายพร่ำเพ้อถึงนั้นเคยมีอยู่จริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง หงส์พันปี
8.4
ชีวิตขององค์หญิงเฉินเสียนพังทลายเมื่อถูกใส่ความว่าโง่เขลา นางถูกขับออกจากจวนด้วยใบหน้าที่ยับเยินทั้งที่กำลังอุ้มท้อง ทว่าความเจ็บปวดได้หล่อหลอมนางขึ้นใหม่ ในวันที่อดีตสวามีเฉลิมฉลองงานมงคลสมรสกับอนุภรรยา นางหวนกลับมาปรากฏตัวท่ามกลางแขกเหรื่อเพื่อมอบบทเรียนครั้งใหญ่ หญิงที่เคยถูกมองว่าอ่อนแอไร้ทางสู้ ได้ลงมือจัดการผู้ที่มาทีหลังด้วยความเฉียบขาดและรุนแรงจนทุกคนตกตะลึง การทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้คือการประกาศสงครามที่จะสั่นสะเทือนทุกขั้วอำนาจที่เคยทำลายชีวิตนาง
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเป็นแม่ม่าย กลายเป็นแม่ของลูกตั้งเจ็ดคน!
7.3
เหยียนชิงชิง ผู้บริหารสาวจากยุคปัจจุบันทะลุมิติมาเป็นหญิงม่ายตั้งครรภ์ที่ต้องเลี้ยงดูลูกอีกเจ็ดชีวิต เธอต้องรับมือกับญาติสามีที่แสนโลภและจ้องเอาเปรียบทุกทาง หญิงสาวไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ใครกดขี่ จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอย่างเด็ดเดี่ยว เธอใช้ประสบการณ์และไหวพริบทางธุรกิจที่เฉียบคมเพื่อปกป้องครอบครัวและต่อกรกับความอยุติธรรม เรื่องราวการพลิกชะตานี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น เมื่อเธอต้องใช้สมองยกระดับความเป็นอยู่ของลูกๆ พร้อมทั้งนำพาหมู่บ้านที่ยากไร้ให้ก้าวไปสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน