APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ราคีบำเรอ

ราคีบำเรอ

เมื่ออดีตคนรักเก่าอย่างเตชินย้อนกลับมาอีกครั้งในฐานะเจ้าหนี้ผู้เต็มไปด้วยแรงแค้น เขาพร้อมทำทุกทางเพื่อทวงคืนทุกอย่างจากอุษา และประกาศกร้าวว่าตนคือสามีคนแรกของเธอ แม้หญิงสาวจะพยายามปกป้องศักดิ์ศรีด้วยการประชดประชันและโกหกว่าเธอผ่านมือชายอื่นมาแล้ว แต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจอดีตเหล่านั้น สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือการครอบครองร่างกายของเธอเพื่อสะใจและระบายความแค้น ท่ามกลางหยดน้ำตาและความเจ็บปวด อุษาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้มหน้ารับบทลงโทษอันป่าเถื่อนจากผู้ชายที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“พวกแกปล่อยเพื่อนฉันนะ ปล่อยสิ!”

สายใจพยายามจะเข้ามาช่วยหล่อน แต่ไม่ช้าก็ถูกผลักจนล้มไปกองกับพื้น

“พวกเอ็งไปจัดการนังนั่น ส่วนน้องนางฟ้า ข้าขอคนเดียว”

“อะไรกันลูกพี่ ฉันก็อยากขย่มนางฟ้าเหมือนกันนะ”

อุษาน้ำตาไหลพราก แทบจะทนฟังวาจาหยาบคายของพวกมันไม่ได้

“ปล่อยฉันกับเพื่อนไปเถอะ ได้โปรด”

“นี่รู้ไหมว่าเพื่อนฉันเป็นใคร เป็นลูกเจ๊วรรณาเจ้าของตลาดเลยนะ พวกแกจะไม่มีทีทำมาหากิน ถ้ารังแกอุษากับฉัน”

สายใจไม่รู้เลยว่าคำพูดของตัวเองยิ่งทำให้พวกมันเหิมเกริมมากยิ่งขึ้น

“เฮ้ย... งั้นก็ดีน่ะสิ ได้เป็นลูกเขยเจ้าของตลาด”

“ไม่นะ ไม่นะ...”

อุษารีบเบี่ยงหน้าหนีอย่างรังเกียจเมื่อมันโน้มหน้าลงมาหา แต่สุดท้ายก็ไม่รอดถูกหอมฟอดใหญ่

“ผิวหอมๆ แบบนี้คงเอามันน่าดู”

“ปล่อยฉันนะ ปล่อยสิ”

“เฮ้ย พวกเอ็งลากอีนั่นไป จัดการไกลๆ ข้าจะขึ้นสวรรค์กับนางฟ้าคนสวย”

ลูกน้องของมันทำท่าไม่เต็มใจนักแต่ก็ไม่มีทางเลือก ก่อนจะลากสายใจออกไปอีกทางหนึ่ง ทิ้งให้หล่อนอยู่ตามลำพังกับปีศาจร้าย

“พี่คะ ได้โปรดเถอะค่ะ ปล่อย... ปล่อยฉันไปเถอะ”

“ก็บอกแล้วไงปล่อยไม่ได้ อยากขย่มนางฟ้า”

มันหัวเราะน่าเกลียดน่าขยะแขยงพร้อมกับผลักร่างของหล่อนให้ล้มลงนอนกับพื้นกระดานสกปรก

“ว๊าย”

กระโปรงนักศึกษาร่นขึ้นไปสูงทำให้ขาอ่อนขาวๆ โผล่พ้นออกมา มันมองน้ำลายไหลเลยทีเดียว

“ขาวจั๊วะเลยว่ะ อย่างนี้ข้างในคงจะขาวน่าดู”

“ไม่นะ ไม่นะ ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”

อุษาถดถอยหนีอย่างหวาดกลัว และพอมันก้มลงมาหาหล่อนก็ตัดสินใจยกขาขึ้นถีบเต็มแรง โดนเป้ากางเกงมันพอดี หล่อนรีบพลิกตัวจะลุกขึ้นวิ่งหนี แต่มันตามมาคว้าศีรษะดึงผมเอาไว้ได้เสียก่อน

“จะไปไหนคนสวย มานี่”

“โอ๊ย!”

ร่างอรชรถูกผลักให้ล้มลงกับพื้นอีกครั้ง คราวนี้มันตามลงมาคลุกเคล้าทันที หล่อนผลักไสอย่างรังเกียจ แต่แรงก็สู้มันไม่ได้ น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างหวาดกลัว

“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!”

คิดว่าจะเสียทีพวกนรกเสียแล้ว แต่ก่อนที่มันจะก้มลงมาจูบปิดปาก เสียงร้องเจ็บปวดของมันก็ดังขึ้นเสียก่อน พร้อมๆ กับร่างของหล่อนที่เป็นอิสระ

“โอ๊ย! ใครเสือกวะ”

อุษารีบลนลานลุกขึ้นยืน ก่อนจะน้ำตาไหลพรากมือเห็นสายใจวิ่งเข้ามาหา

“สายใจ เธอไม่เป็นอะไรนะ”

“ฉันไม่เป็นอะไร แล้วเธอละอุษา เป็นอะไรหรือเปล่า”

หญิงสาวส่ายใบหน้าซีดขาวของตัวเองไปมา ความขลาดกลัวยังคงอัดแน่นเต็มสองตา

“ฉันกลัว”

“ฉันรู้... แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว มีคนมาช่วยเราแล้ว”

อุษาเงยหน้าจากบ่าของเพื่อนหันไปมองผู้ชายตัวใหญ่คุ้นตาที่กำลังตามไล่กระทืบไอ้ขี้ยาสามตัวด้วยความตกใจ

“พี่เค้านี่”

สายใจพยักหน้ารับ “ใช่ ฉันถูกลากไปข้างนอก และก็มีจังหวะหนีก็เลยหนีไปร้องให้ช่วยไป พี่เค้าของเธอผ่านมาพอดี”

อุษามองผู้ชายผิวแทนตัวใหญ่อย่างชื่นชม “พี่เค้าเป็นเทพบุตรขี่ม้าขาวสำหรับฉันจริงๆ”

แม้จะรังเกียจความจนของผู้ชายที่กำลังต่อสู้กับพวกขี้ยาตรงหน้าแต่หนี้บุญคุณก็ทำให้สายใจสามารถมองข้ามความจนข้นแค้นลงไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

“อืม”

“นี่เธอ... เธอไม่รังเกียจพี่เค้าแล้วใช่ไหมสายใจ”

คนถูกถามถอนใจออกมาเบาๆ “จะรังเกียจคนที่ช่วยชีวิตตัวเองได้ยังไงกันล่ะ”

อุษากระโดดจนตัวลอย ลืมความหวาดกลัวที่เกิดจากไอ้สามขี้ยาไปเลยทีเดียว

“งั้นเธอต้องช่วยฉัน ช่วยฉันจีบพี่เค้าให้ติดนะ”

สายใจไม่มีทางเลือก จำต้องพยักหน้า “อืม... แต่ถ้าแม่เธอรู้เรื่องเมื่อไหร่ ทุกอย่างจบนะ โอเคไหม อุษา”

“ตกลง... ตกลงจ้ะ สายใจเพื่อนรัก”

อุษากอดเพื่อนรักอย่างเอาใจ ก่อนจะรีบฉีกยิ้มเมื่อผู้ชายที่ขี่ม้าขาวมาช่วยเหลือเดินตรงเข้ามาหา

“ขอบคุณพี่มากนะคะ ถ้าไม่ได้พี่ พวกเราคงแย่”

อุษายิ้มกว้าง ยิ้มหวานอย่างลืมตัว มองบุรุษที่ตัวเองหมายปองด้วยความลุ่มหลง ยิ่งมองใกล้ๆ ผู้ชายคนนี้ยิ่งมีเสน่ห์มากมายนัก ดวงตาคมกริบสีดำ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสวยบางเฉียบ พ่อคุณสมบูรณ์แบบไปทั้งตัว ผิวสีแทนชุ่มเหงื่อช่างสะดุดตาเหลือเกิน ไหนจะเรือนร่างบึกบึนที่ได้อานิสงส์มาจากการทำงานหนักตลอดทั้งวันอีก เขาหล่อ เขาเซ็กซี่ และดุกระด้างถูกใจเป็นที่สุด

“ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”

“ค่ำๆ มืดๆ ผู้หญิงดีๆ ไม่ควรมาเดินในที่เปลี่ยวๆ แบบนี้นะครับ”

น้ำเสียงกระด้างสุดฤทธิ์ แต่มันทำให้หล่อนหัวใจสะท้านสุดแรงเช่นกัน

ทำไมถึงได้หล่อวัวตายควายล้มแบบนี้นะพ่อคุณ หล่อระเบิด หล่อจนหล่อนสั่นไปทั้งตัว

“นายไม่จำเป็นต้องมาสั่งสอนพวกเราหรอก เรากำลังจะกลับแล้ว”

สายใจไม่พอใจเพราะแท้จริงแล้วที่พวกเราต้องมาเจอชะตากรรมแบบนี้ก็เพราะผู้ชายตรงหน้านี่แหละ

“ไม่เอาน่าสายใจ อย่าไปพูดกับพี่เค้าแบบนั้นสิ”

“พี่คะ... พี่ชื่ออะไรคะ” อุษาเอ่ยถามทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกแล้วว่าผู้ชายตรงหน้านั้นชื่ออะไร แต่หล่อนอยากได้ยินจากปากของเขามากกว่า

“เราคงไม่ได้พบกันอีก ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรู้จักชื่อ”

เขาหันหลังจะเดินหนี แต่อุษารีบถามไปคว้าท่อนแขนสีแทนชุ่มเหงื่อเอาไว้เสียก่อน

“แต่พี่ช่วยพวกเราเอาไว้นะคะ อุษาอยากตอบแทน”

“ไม่จำเป็น ขอตัวครับ”

“อย่าไปพึ่งสิคะ” อุษารีบวิ่งตามไป

“ยายอุษา กลับบ้านได้แล้ว” สายใจรีบวิ่งตามหลังเพื่อนไปติดๆ แต่อุษาไม่สนใจเลย เพราะสองตาจ้องมองแต่ผู้ชายตรงหน้าเท่านั้น

“พี่คะ บอกชื่อฉันหน่อยนะคะ ฉันจะได้ขอบคุณถูกคนยังไงล่ะคะ”

“ไม่จำเป็น”

ร่างสูงใหญ่หยุดเดินกะทันหัน และหันกลับมา ทำให้คนที่วิ่งตามาติดๆ เบรกไม่ทันชนเข้าพอดี หล่อนจะล้ม อ้อมแขนทรงพลังจึงคว้าเอาไว้อย่างไม่มีทางเลือก กลิ่นเหงื่อจากเนื้อตัวของเขาช่างวิเศษเหลือเกิน ทำไมนะ ทำไมหล่อนถึงได้ลุ่มหลงเขาแบบนี้

“เอ่อ ขอโทษค่ะพี่”

เขาไม่ตอบ และรีบปล่อยร่างของหล่อนแทน สายใจวิ่งตามมาถึงพอดีมองอุษาอย่างไม่พอใจ

“อุษากลับบ้านได้แล้ว”

“ฉันขอเวลาแปบนะสายใจ” บอกเพื่อนเสร็จก็หันไปสนใจผู้ชายที่ยืนทำหน้าตาเฉยชาไร้ความรู้สึกอีกครั้ง

“พี่คะ พี่ชื่ออะไรคะ”

“ผมบอกแล้วไงว่า...”

“ถ้าพี่ไม่บอก ฉันจะตามพี่ไปถึงบ้านเลย”

“นี่คุณ...” ชายหนุ่มกระแทกลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายระคนรำคาญ

“ผู้หญิงสมัยนี้ช่างแตกต่างจากสมัยก่อนเหลือเกินเลยนะ”

“แตกต่างยังไงคะพี่”

เขายิ้มเยาะ นัยน์ตามองอย่างดูแคลน “ก็ชอบวิ่งตามผู้ชายยังไงล่ะ”

อุษาหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย

“นี่นายไม่มีสิทธิ์มาว่าอุษานะ รู้ไหมอุษาเป็นใคร” สายใจโกรธแทนเพื่อน

“สายใจไม่เอาน่า ฉันขอร้องล่ะ”

แม้จะหน้าชาด้วยความอับอายแต่ก็ยังรักเขาเต็มหัวใจ รักชนิดที่เรียกว่าไม่อาจจะเข้าใจตัวเองได้เลย

“พี่ไม่บอกก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็แค่อยากจะรู้จักพี่เอาไว้เท่านั้นเอง”

อุษาพูดเสียงเศร้าหมอง พร้อมกับเปิดกระเป๋าสะพายหยิบธนบัตรสีเทาออกมายื่นให้ “ถือว่าเป็นสิ่งตอบแทนที่ช่วยฉันนะคะพี่ชาย”

หล่อนนึกว่าเขาจะรู้สึกดีกับตัวเองขึ้นมาบ้าง แต่เปล่าเลย เพราะสายตาของเขาที่มองมานั้นลุกเป็นไฟเลยทีเดียว

“นี่คุณคิดว่าผมช่วยเพราะต้องการเงินอย่างนั้นหรือ”

“ไม่ใช่นะคะ คือว่า...” อุษาพยายามจะอธิบาย แต่ถูกอีกฝ่ายกระชากเงินในมือไปเหวี่ยงลงในน้ำครำเสียก่อน

“ผมไม่ต้องการ!”

“นั่นเงินต้องสามพันเชียวนะ นายควรจะเก็บเอาไว้จ่ายค่าเช่าบ้านเดือนนี้ ไม่ใช่ปาทิ้งแบบนั้น” สายใจตวาดใส่อย่างไม่พอใจ แต่พอถูกชายหนุ่มตรงหน้าตวัดตาดุดันมองมาก็จำต้องสงบปากลงทันที

“เงินคือพระเจ้า แต่ไม่ใช่ว่าจะซื้อได้ทุกอย่าง ขอตัวครับ”

“พี่คะ ฉันไม่ได้...”

อุษาพยายามจะเรียกไว้แต่ชายหนุ่มเดินจากไปเสียแล้ว แถมเดินไปไม่กี่ก้าวก็มีผู้หญิงแต่งตัวจัดจ้านเดินมาคล้องแขนอีกด้วย หญิงสาวมองตามไปน้ำตาซึม

สายใจเบ้ปากมอง แม้จะระลึกในบุญคุณ แต่หมอนี่ปากจัดเกินไปจริงๆ “ผู้ชายแบบนี้ไม่เหมาะสมกับเธอหรอกอุษา นู้น... ต้องผู้หญิงสลัมด้วยกันถึงจะเหมาะสม”

“สายใจอย่าพูดแบบนี้สิ”

“หรือว่าไม่เห็นล่ะ”

ใช่ หล่อนเห็นเต็มสองตาเลยทีเดียว เขาคนที่หล่อนปรารถนาสุดหัวใจเดินจากไปพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง

“อาจจะเป็นแค่เพื่อนกันก็ได้”

“เพื่อนมันจะคล้องแขนกันแบบนั้นเหรอ ไม่มีทางหรอก ในสลัมมั่วกันจะตาย นี่เรากลับกันดีกว่า”

สายใจฉุดแขนเพื่อน แต่อุษายังไม่ยอมขยับ “หรือว่าเธออยากจะอยู่ให้ไอ้ขี้ยาสามตัวนั่นมาข่มเหงอีกล่ะ ตามสบายนะ ฉันไม่อยู่ด้วยหรอก”

“ไม่ใช่สักหน่อยสายใจ ฉันก็แค่...”

“ไม่ต้องพูดมาก กลับบ้านได้แล้ว”

แม้ร่างกายจะถูกฉุดกระชากลากถูให้ออกไปจากสลัมแล้ว แต่หัวใจของหล่อนกลับติดแหง็กอยู่กับเขาอย่างแน่นเหนียว

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักจอมบงการ
8.6
มลธิยาต้องกลับมาเจอกับอาณาฆินทร์อีกหนในฐานะคนไม่รู้จัก ท่ามกลางสายตาเหยียดหยามจากอดีตคนรักที่เห็นเธอไม่มีราคา เธอจึงตัดสินใจแสร้งเป็นผู้หญิงขายบริการเพื่อปั่นหัวอาริสสาซึ่งเป็นแฟนใหม่ของเขา โดยการเปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในวันวานที่ต้องจ่ายด้วยเงินก้อนโต แม้ถ้อยคำประชดประชันของอาณาฆินทร์จะสร้างบาดแผลลึกจนเธอแทบขาดใจ แต่มลธิยาก็ยังเลือกที่จะท้าทายโชคชะตาและยอมเล่นไปตามเกมทำร้ายความรู้สึกนี้จนถึงที่สุด ท่ามกลางความเข้าใจผิดที่บิดเบือนใจของทั้งสองคนมาเป็นเวลานาน
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์แค้นบ่วงพิศวาส
8.7
เมื่อความไว้ใจถูกทำลายด้วยการหักหลังของเพื่อนสนิท เฮเดน มหาเศรษฐีหนุ่มจึงเปลี่ยนความแค้นให้กลายเป็นไฟทำลายล้าง โดยมีเป้าหมายคือ มนัสวี หญิงสาวในอดีตผู้เป็นน้องสาวของคนทรยศ เพื่อชดใช้ความผิดที่เธอไม่ได้ก่อ หญิงสาวจำต้องยอมทนรับข้อเสนออันแสนทารุณด้วยการตกเป็นของเล่นบำเรออารมณ์ของเขา ท่ามกลางการกักขังและทำร้ายจิตใจอย่างไร้ความปรานี มนัสวีกลับมีความลับอันยิ่งใหญ่ที่ต้องปกป้องสุดชีวิต นั่นคือ หนูไอซ์ ลูกสาวตัวน้อยซึ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของเขาที่เธอต้องซ่อนเร้นไว้ไม่ให้ชายหนุ่มล่วงรู้เด็ดขาด
ภาพปกนิยายเรื่อง เสน่หาเมียรัก
9.7
นิตยาต้องเผชิญหน้ากับพฤทธิ์ ว่าที่คู่หมั้นหนุ่มตระกูลมหาเศรษฐีผู้เปี่ยมด้วยความเกลียดชัง เขาตราหน้าว่าเธอเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายที่ทำให้อดีตคนรักเก่าต้องทะเลาะวิวาทกันในงานเลี้ยง ทว่าพฤทธิ์กลับยอมให้ผู้ใหญ่ทาบทามสู่ขอเธอตามความเห็นชอบของสองครอบครัวที่มีฐานะทัดเทียมกัน นิตยาจำต้องยอมรับการหมั้นหมายนี้ตามคำสั่งของย่าด้วยความขมขื่นใจ เธอต้องติดอยู่ในพันธะสัญญาที่ไร้รัก และต้องทนรองรับอารมณ์รวมถึงคำพูดจิกกัดเหยียดหยามจากคู่หมั้นหนุ่มที่พร้อมจะทำร้ายจิตใจเธอทุกครั้งที่มีโอกาส
ภาพปกนิยายเรื่อง หวงรัก พันธะสวาท
8.0
“เลือกเอานะคะ ระหว่างความสุขของคุณกับชีวิตของสิปรางค์” กรกันต์รู้ว่านั่นไม่ใช่เพียงคำขู่ของคนอกหัก ทว่ามันคือคำอาฆาตของคนที่แค้นฝังใจต่างหาก มาร์ตินี่อีกแก้วจึงถูกสาดลงคออย่างรวดเร็ว ค่ำคืนนี้เขาที่จะใช้มันดับความทุกข์ทั้งหมดที่มี เครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายที่ถูกนำออกมาด้วยคงช่วยให้ลืมบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นนักลืม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า สิปรางค์ยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องลองชุด หญิงสาวมาทำอะไรตรงนี้ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอควรพักผ่อนเพื่อใครอีกคนไม่ใช่หรือ? ด้วยความสงสัย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือด กรกันต์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกทำให้สิปรางค์เงยหน้าขึ้นมอง “เฮีย” แต่พอเห็นสีหน้าแดงก่ำของเขา เธอก็ทำท่าจะผละหนี “เดี๋ยวสิ” กรกันต์รีบรั้งแขนเธอไว้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุยกันก่อนได้ไหม” เขาขอร้องเสียงเครียด ทั้งปาก ทั้งตา มันสั่นไปหมด เพราะมั่นใจว่าหากปล่อยมือเธอไป โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิปรางค์มองแววตาแดงก่ำของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ออกมา “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว...ปรางค์ขอตัวนะคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างคนใจร้าย ไม่อาทรต่อความน้ำเสียงเว้าวอนของเขาของสักนิด ซ้ำร้ายยังสลัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวหนี จู่ๆ เขาก็พุ่งมากอดจากด้านหลัง “ปรางค์...” เขาพูดแค่นั้นก็เงียบหายไปหลายนาที ส่วนเธอก็ยังยืนยันเจตนาเดิม วันนี้หัวใจเเข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน เพราะฉะนั้นความอบอุ่นจากลำแขนทั้งสองจึงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้อีก ในเมื่อเขาอยากกอด อยากยื้อให้ตัวเองเจ็บปวด...ก็ตามใจ “พรุ่งนี้...” กรกันต์พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “เฮียจะเป็นของคนอื่นแล้ว เราจะคุยกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เลยเหรอ?” “...” “หยุดทำตัวห่างเหิน หยุดทำเหมือนระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักทีได้ไหม!” “แล้วเรายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกคะ สายเลือดเดียวกันก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่ใช่ ยิ่งคนรัก...ก็ยิ่งไม่มีวันได้เป็น!” “แต่ปรางค์ท้อง...” เขาหยุดพูด ท่ามกลางความร้อนผ่าวที่หัวตาทั้งสอง “ลูกของเฮีย...อยู่ในนี้” มือหนากำลังเลื่อนลงไปหน้าท้องที่นูน ทว่ากลับถูกสิปรางค์ปัดออกอย่างรวดเร็ว “ห้ามแตะต้องเขานะ!” เธอพลิกตัวหนี สองมือโอบท้องตัวเองไว้ด้วยความหวงแหน สิปรางค์ไม่มีท่าทีแปลกใจสักนิดที่เขารู้ว่าเธอท้อง ถ้าเขาดูไม่ออกนี่สิ...คงเป็นเรื่องแปลกพิกล หูตาของกรกันต์มีไปทั่ว จนเธอคร้านกวาดตามองหา หากชายหนุ่มอยากรู้นัก เธอก็จะสนองความต้องการนั้นด้วยความจริงที่เขาจะทำได้แค่เพียงมอง... ทว่านาทีนั้นเองเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนซีกแก้มด้านซ้ายของอีกฝ่าย เขาจะร้องไห้ทำไมกัน ในเมื่อคนถูกกระทำมาตลอด คือ เธอ! “คนใจร้าย...ห้ามแตะต้องหัวใจของปรางค์อีก!” อาการหวงแหนเกินเหตุนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มมหาศาล กรกันต์ตัดสินใจขยับเท้าเข้าหา แต่พอเห็นเธอเตรียมขยับหนีราวกับรังเกียจกัน เขาจึงยืนนิ่ง “ปรางค์...” เสียงเขาอ่อนล้านัก อาจเพราะหัวใจมันแห้งเหือดมาหลายเดือน ความจงเกลียดจงชังที่เธอแสดงออก มันจึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเขาอย่างจัง “เขาเป็นของปรางค์คนเดียว เฮียไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ และการที่ปรางค์มาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าปรางค์จะยอมเฮียทุกอย่างหรือจะขออะไรก็ได้ อย่าลืม...ว่าปรางค์ก็ยังเป็นปรางค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อก่อนเคยร้ายยังไง วันนี้ก็จะเป็นอย่างงั้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียก็คอยดูฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้ได้เลย” คำกล่าวของเธอไม่เกินจริงสักนิด สิปรางค์มาที่นี่เพราะหน้าที่และคำขอของผู้มีพระคุณก็เท่านั้น หากแต่กรกันต์ยังยื้อ ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องระหว่างกันดังที่เคยพูด พรุ่งนี้เธอก็จะทำให้เขาเห็นว่าการไม่รักษาคำพูดเป็นอย่างไร “ปรางค์จะทำอะไร” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดูจะเลือนหายไปหลังจากได้กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอ “อยากรู้ก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้สิ”
ภาพปกนิยายเรื่อง สวาทหวาน
9.7
หญิงสาวเผชิญกับห้วงรักอันเร่าร้อนจนแทบพยุงตัวไม่ไหว ร่างกายที่สั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่านบังคับให้เธอต้องโอบกอดลำคอแกร่งของเขาไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยว เมื่อชายหนุ่มเอ่ยถามเรื่องการดูแลในค่ำคืนนี้ เธอก็ตอบตกลงอย่างว่าง่าย สร้างความพึงใจให้เขาจนเดินหน้ามอบสัมผัสอันเอาแต่ใจสู่เรือนร่างนุ่มนิ่มอย่างไม่ลดละ ทั้งที่ตอนแรกเธอเพียงตั้งใจจะช่วยเขาอาบน้ำชำระร่างกาย ทว่าสุดท้ายกลับกลายเป็นฝ่ายถูกเขาเคี่ยวกรำและตักตวงความหวานไปจนหมดเรี่ยวแรง กลายเป็นค่ำคืนแห่งการอาบน้ำที่แสนยาวนานและตราตรึงใจเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง เหยื่อแค้นแดนสวาท
8.2
เมื่อเจ้าสาวของนิโคไลถูกศัตรูพรากชีวิตไปอย่างไม่มีวันกลับก่อนงานแต่งงาน ความเคียดแค้นผลักดันให้เขาเลือกทางสายมืดด้วยการจับตัวธารธารี หญิงสาวตาบอดผู้แสนบริสุทธิ์และไม่ได้มีส่วนรู้เห็นใดๆ มาเป็นตัวประกันเพื่อชำระแค้นแทนพี่ชายของเธอ เธอถูกกักขังอย่างสิ้นหวังในพื้นที่ส่วนตัวของมาเฟียหนุ่ม กลายเป็นเพียงหมากในเกมลงทัณฑ์ที่เขาพร้อมจะบดขยี้และทรมานอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ โดยไม่สนใจความไร้เดียงสาหรือความน่าเวทนาของเธอเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางกรงขังแห่งความโกรธแค้นนี้ ธารธารีต้องเผชิญหน้ากับบทลงโทษอันแสนเร่าร้อนและรุนแรงที่โชคชะตาลิขิตไว้โดยไม่อาจหลบหนีพ้น