APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง วุ่นนักแอบรักคุณเลขา

วุ่นนักแอบรักคุณเลขา

เมื่อพนักงานสาวต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในบทบาทเลขาฯ เพราะประธานหนุ่มจอมเผด็จการกลับเห็นเธอเป็นคนชงกาแฟรู้ใจมากกว่าผู้ช่วยส่วนตัวระดับมืออาชีพ เรื่องราวสุดโกลาหลในที่ทำงานจึงปะทุขึ้นพร้อมกับความอึดอัดใจและความรู้สึกพิเศษที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างลับๆ เธอจะรับมือกับเจ้านายสุดกวนคนนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเขาคอยแต่จะหาเรื่องมาป่วนประสาทและสั่นคลอนหัวใจของเธออยู่เสมอ ร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์รักยุคใหม่ที่ทั้งแสบสันและแสนอบอุ่นในเล่มนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

วันเสาร์

ณ บ้านเลิศรัตนพาณิชย์

ร่างสูงเดินลงมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้น 2 ของบ้าน วันนี้เป็นวันหยุดของ บริษัท ABZ กรุ๊ป จำกัด คิมหันต์จึงไม่ต้องเข้าบริษัท กว่าเขาจะตื่นลงมากินข้าวก็เกือบจะเที่ยงวันแล้ว

“ป้าแจ่มครับ คุณแม่ คุณพ่อไปไหนครับ ผมตื่นมาไม่เจอเลย”

คิมหันต์เอ่ยถามแม่บ้านเก่าแก่ประจำตระกูลที่กำลังคุมเหล่าแม่บ้านคนอื่น ๆ ทำความสะอาดอยู่

“คุณท่านออกไปตีกอล์ฟค่ะ ส่วนคุณผู้หญิงเห็นบอกว่าจะออกไปเจอเพื่อนเก่า กว่าจะกลับคงเย็นค่ะ”

“ไม่มีใครอยู่บ้านเลยเหรอ แล้วยัยดาวหายไปไหนอีกคนล่ะ”

คิมหันต์เอ่ยถามต่อ เมื่อกวาดสายตามองไปรอบบ้านไม่เจอใครเลยสักคนนอกจากการ์ดและแม่บ้าน

“คุณหนูดาวเธอบอกจะออกไปดูหนังและช้อปปิ้งกับเพื่อนค่ะ กว่าจะกลับก็คงเย็นเหมือนกัน นายน้อยจะกินอะไรไหมคะ ป้าจะได้ไปบอกให้พี่บัวเตรียมให้”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมก็จะออกไปหาเพื่อนข้างนอก”

เขาตอบแล้วเดินไปคว้ากุญแจรถสปอร์ตคันหรูขับออกไปทันที

ตั้งแต่ที่เขากลับมาไทย เขาก็เอาแต่ทำงาน และยังต้องหัวเสียกับการหาเลขาคนใหม่อยู่ไม่เว้นวัน ทำให้เขาไม่มีเวลามาเจอเพื่อนสนิทเลย พอถึงวันหยุดเขาจึงนัดปาร์ตี้กับเพื่อนสนิทสักหน่อย โดยสถานที่นัดกันนั้นก็คือ ผับชื่อดังใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนของคิมหันต์เป็นเจ้าของและเขาเองก็ยังเป็นหุ้นส่วนอีกด้วย

ณ บ้านพงษ์พิพัฒน์

“ว๊าย มาแล้วเหรอเธอ มา ๆ เข้าบ้านก่อนเดี๋ยวค่อยออกไปสมาคมพร้อมกันนะเธอ”

คุณหญิงรัญญากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เธอเป็นเพื่อนสนิทของคุณหญิงเพียงเพ็ญแม่ของคิมหันต์มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย ส่วนสามีของเธอก็คือคุณอำนาจ อธิการบดี มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร และยังเป็นคุณแม่สุดที่รักของสาวสวยอย่างอิงฟ้าอีกด้วย

“มาแล้วเธอ เดี๋ยววันนี้เราไปสมาคมผู้ค้าเพชรกัน”

คุณหญิงเพียงเพ็ญตอบ

“มา ๆ นั่งก่อนเธอ แอ๋ว ไปเอาน้ำมาให้แขกด้วย”

คุณหญิงรัญญาตอบพร้อมบอกแม่บ้านให้เอาน้ำมาต้อนรับแขก

“สวัสดีค่ะคุณอำนาจ ไม่ได้เจอกันนานเลย คุณอำนาจสบายดีนะคะ”

คุณหญิงเพียงเพ็ญเอ่ยทักทายสามีของเพื่อนสนิท ทั้ง 2 ครอบครัวนี้สนิทกันมานาน ดาวน้องสาวของคิมหันต์เองก็เรียนที่มหาวิทยาลัยที่คุณอำนาจเป็นอธิการบดีอยู่

“ผมสบายดีครับ คุณเพียงเพ็ญ เมื่อวานคุณสุพจน์เพิ่งจะโทรมาชวนผมไปตีกอล์ฟ นี่ผมกำลังให้คนขับรถเตรียมของ จะออกไปแล้วพอดี”

“วันนี้ฉันกับเพียงเพ็ญก็จะเข้าไปสมาคมผู้ค้าเพชรนะคะคุณ”

“งั้นตามสบายครับ ผมรีบไปก่อนเดี๋ยวคุณสุพจน์จะรอนาน”

หลังจากนั้นคุณหญิงเพียงเพ็ญและคุณหญิงรัญญาก็นั่งพูดคุยถามไถ่กัน ยังไม่ทันได้ออกไปสมาคม ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งลงบันไดมาจากชั้นบนของบ้าน พร้อมกับเสียงหวานสดใสดังมาแต่ไกล

“คุณแม่ขา คุณแม่ วันนี้ฟ้าจะออกไปหาเพื่อนนะคะ”

เสียงนั้นก็คือ “อิงฟ้า” ลูกสาวสุดที่รักของคุณหญิงรัญญานั่นเอง

“อ้าว ฟ้า ตื่นแล้วหรอลูก มานี่ มาสวัสดีคุณป้าเพียงเพ็ญก่อน”

อิงฟ้าเดินเข้ามานั่งข้างผู้เป็นแม่อย่างว่าง่าย พร้อมกับยกมือไหว้สวัสดีทักทายคุณหญิงเพียงเพ็ญ

“สวัสดีค่ะคุณป้า ไม่เจอคุณป้านานเลย คุณป้ายังสวยเหมือนเดิมเลยนะคะ^^”

เธอทักทายและเอ่ยชมคุณหญิงเพียงเพ็ญอย่างสนิทสนมพร้อมส่งรอยยิ้มแสนหวานให้ อิงฟ้าเคยพาคุณหญิงรัญญาแม่ของเธอไปที่สมาคมผู้ค้าเพชรอยู่บ่อย ๆ ทำให้เธอได้เจอกับคุณหญิงเพียงเพ็ญอยู่บ่อยครั้ง ทางด้านคุณหญิงเพียงเพ็ญเองก็รักและเอ็นดูอิงฟ้าเหมือนลูกสาวคนหนึ่งเลย เพราะนอกจากอิงฟ้าจะเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทแล้ว อิงฟ้ายังเป็นเด็กน่ารัก อัธยาศัยดี พูดจาไพเราะ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ทำให้คุณหญิงเพียงเพ็ญนั้นเอ็นดูเธอมาก

“แหม หนูฟ้ายังปากหวานเหมือนเดิมเลย ยอป้าเกินไป ป้าแก่แล้วลูกไม่สวยเหมือนแต่ก่อนแล้ว”

“คุณป้ายังดูไม่แก่สักหน่อย ยังสาวอยู่เลยค่ะ แล้วนี่จะไปสมาคมกับเหรอคะวันนี้”

“ใช่แล้วลูกป้ากับแม่หนูว่าจะเข้าไปสมาคมสักหน่อย ป้าเลยแวะมารับแม่หนูด้วยเลยจะได้ไปพร้อมกัน”

“อ๋อ... เสียดายจัง วันนี้ฟ้านัดกับเพื่อนไว้แล้ว คงไม่ได้ไปกับคุณแม่และคุณป้านะคะ”

เธอเอ่ยเสียงอ้อนพร้อมกับเข้าไปกอดออดอ้อนคุณหญิงรัญญาผู้เป็นแม่

“ไม่เป็นไรลูก แม่ไปกับป้าเพียงเพ็ญ 2 คนได้จ้ะ หนูเพิ่งลาออกจากงานมาพักผ่อน ไปเจอเพื่อนบ้างเถอะลูก”

คุณหญิงรัญญาตอบลูกสาวพร้อมยกมือลูบหัวอิงฟ้าอย่างอ่อนโยน

“อ้าว!!! หนูฟ้าลาออกจากงานแล้วเหรอลูก ทำไมถึงลาออกล่ะ”

คุณหญิงเพียงเพ็ญเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะเห็นว่าอิงฟ้าเธอเป็นคนที่คล่องแคล่ว ทำงานเก่ง และยังเป็นเลขาสาวสวย เพียบพร้อมทั้งความรู้ความสามารถที่หลาย ๆ บริษัทอยากได้ตัวเธอไปทำงานด้วย

“ฟ้าเบื่อ ๆ ค่ะคุณป้า ที่บริษัทเก่าฟ้าทำงานมาตั้งแต่เรียนจบจนตอนนี้เข้าปีที่ 3 แล้วค่ะ ฟ้าเลยอยากออกมาหาประสบการณ์จากบริษัทใหม่ ๆ ดูบ้างค่ะ”

“งั้นเหรอลูกป้าก็นึกว่าหนูมีปัญหากับที่บริษัทเก่าซะอีก ก็ว่า คนน่ารักอย่างหนูฟ้าจะไปมีปัญหากับใครได้ไง”

อิงฟ้าที่ได้ฟังเช่นนั้นก็ยิ้มตอบอย่างเขินอาย

“ฟ้าก็กำลังหาบริษัทที่ถูกใจอยู่เหมือนกันค่ะคุณป้า ไปยื่นสมัครไว้แล้ว 2 ที่ค่ะ รอทางนั้นเขาติดต่อกลับมา เพราะเหมือนเขายังติดเรื่องเงินเดือนที่ฟ้าเรียกไปค่ะ”

“งั้นเหรอลูก หนูเรียกไปเยอะเลยเหรอเขาถึงติดเรื่องนี้”

คุณหญิงเพียงเพ็ญเอ่ยถามต่อ

“ฟ้าก็ไม่ได้เรียกไปเกินสมควรนะคะ อยู่ที่บริษัทเดิมให้ฟ้าตั้ง 40,000 ส่วนบริษัทที่ฟ้าไปยื่นสมัครไว้ ฟ้าเรียกไปแค่ 45,000 เองค่ะคุณป้า เพิ่มจากเดิมแค่ 5,000 เองนะคะ”

อิงฟ้าตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา เธอแค่รู้สึกว่า คนเราก็ต้องอัปเกรดและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา อีกอย่างเธอมั่นใจในความสามารถของตัวเองว่าจะสามารถพัฒนาองค์กรเหล่านั้นได้ แต่ถึงอย่างนั้น ต่อให้เธอไม่ได้ทำงานอะไรเลย เธอก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเพราะที่บ้านของเธอก็มีฐานะอยู่แล้ว เพียงแต่เธอเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง และเธอเองก็คิดว่า คนเราทุกคนเกิดมาต้องรู้จักทำงานเพื่อสร้างคุณค่าให้ตัวเอง ให้พ่อแม่ได้ภูมิใจ

“เอ่อ... งั้นหนูฟ้าไปสมัครที่บริษัทป้าไหมลูก ตอนนี้กำลังรับสมัครเลขาคนใหม่อยู่พอดี ถ้าหนูฟ้าไป ป้าคงดีใจมากเลยลูก”

“อ้าว เลขาคนเก่าลาออกแล้วเหรอคะคุณป้า”

ระหว่างที่คุณหญิงเพียงเพ็ญสนทนาพูดคุยกับอิงฟ้าอยู่ คุณหญิงรัญญาก็นั่งฟังอย่างสนอกสนใจ เธอคิดในใจว่า

“ถ้ายัยฟ้าได้ทำงานที่บริษัทของเพียงเพ็ญก็คงดี อย่างน้อยเป็นบริษัทของเพื่อนสนิทเธอ จะได้อยู่ใกล้หูใกล้ตาหน่อย”

“พอดีลูกชายป้าเรียนจบ ปริญญาโทที่อังกฤษแล้วลูก กลับมาไทยได้ 3 อาทิตย์แล้ว ป้ากับคุณลุงให้เขามาบริหารงานที่บริษัทต่อ แล้วเลขาคนเก่าของคุณลุงก็มาลาออกกะทันหันอีกจ้ะ”

คุณหญิงเพียงเพ็ญตอบพลางถอดหายใจเฮือกใหญ่

“แล้วจนป่านนี้ยังหาเลขาไม่ได้เลยเหรอคะคุณป้า”

“ก็หาได้นะลูก มีคนมาสมัครทุกวัน แต่เจ้าลูกชายตัวดีของป้าก็ไล่ออกทุกวัน ไล่ออกเป็นว่าเล่นเลย เห้อ”

“ห๊า!!!!” อิงฟ้าอุทานด้วยความตกใจ

“ไล่ออกทุกวัน ? ทำไมล่ะคะ”

“ก็เจ้าลูกชายตัวดีของป้า มันเรื่องมากน่ะสิ เงื่อนไขเยอะ พอเลขาคนใหม่มาทำอะไรไม่ถูกใจหน่อยมันก็ไล่ออก ป้าล่ะสงสารพนักงาน HR ต้องหาเลขาให้มันไม่เว้นวัน”

คุณหญิงเพียงเพ็ญพูดไปพลางถอนหายใจไปด้วย เธอเอือมระอากับเจ้าลูกชายคนนี้เสียจริง

“หนูฟ้าไปสมัครนะลูก ป้าอยากให้หนูฟ้าไปทำงานที่บริษัทป้า เดี๋ยวป้าจะโทรบอก HR ไว้ แล้วถ้าเจ้าลูกชายตัวดีมันกล้าไล่หนูออก ป้าจะจัดการมันเอง”

คุณหญิงเพียงเพ็ญเอ่ย พร้อมกุมมือเชิงขอร้องอิงฟ้า

“มันจะดีเหรอเธอที่ให้ยัยฟ้าไปสมัคร พนักงานคนอื่นจะมองยัยฟ้าเป็นเด็กฝากรึเปล่า จะพาลไม่ชอบยัยฟ้าเอา”

คุณหญิงรัญญาเอ่ยถามเพื่อนสนิท

“ไม่หรอกเธอ หนูฟ้าก็เหมือนลูกสาวฉันคนหนึ่ง อย่าคิดมากขนาดนั้น”

“หนูฟ้า ไปนะลูก บริษัท ABZ กรุ๊ป จำกัด หนูรู้จักใช่ไหมลูก

“รู้จักค่ะคุณป้า บริษัทใหญ่โตขนาดนั้นใครบ้างคะไม่รู้จัก ตกลงค่ะ เห็นแก่คุณป้า ฟ้าจะไปสมัครวันจันทร์ที่จะถึงนี้เลยค่ะ

“จริงนะลูก ป้าดีใจจังเลย”

คุณหญิงเพียงเพ็ญเอ่ยด้วยความดีใจ พร้อมเข้าไปกอดอิงฟ้าอย่างเอ็นดู

“งั้นฟ้าขอตัวออกไปหาเพื่อนก่อนนะคะ สวัสดีค่ะคุณแม่ สวัสดีค่ะคุณป้า”

คนตัวเล็กกล่าวลา เธอขับรถออกไปยังจุดนัดพบที่ได้นัดกับเหล่าเพื่อนสาวไว้

@ ผับ XXX

โซน VIP1

“ไงมึง ไอ้เมฆ ไอ้จอร์น”

คิมหันต์เดินมาตบไหล่เพื่อน แล้วทักทาย

“หายไปนานเลยนะมึงไอ้คิม ไม่คิดจะมาดูกิจการบ้างเลยเหรอครับไอ้หุ้นส่วน”

จอร์นเอ่ยทักตอบ

“มึงกลับมาบริหารบริษัทต่อแล้วหรอวะ” เมฆเอ่ยถาม

“เออ พ่อกับแม่กูอยากให้กลับมา กูก็ไม่อยากจะขัด กูอุตส่าห์จะอยู่ต่ออีกสัก 2 ปี แต่กลับมีปัญหาซะก่อน” คิมตอบเพื่อน

“แล้วแอนแฟนมึงล่ะ มึงไปอังกฤษพร้อมกันไม่ใช่เหรอ เขาไม่กลับมาพร้อมมึงรึไง” จอร์นถาม

“เห้อ...แอนคงตามกูมาทีหลังล่ะมั้ง ก่อนหน้านี้กูกับแอนทะเลาะกันนิดหน่อย” คิมหันต์ตอบออกไป

“เกิดอะไรขึ้นวะ นี่ใช่ไหมปัญหาที่มึงว่า” เมฆถามอย่างสงสัย

คิมหันต์กับแอน คบหากันมาตั้งแต่สมัยที่ยังเรียน ป.ตรีที่ไทยแล้ว พอเรียนจบ ที่บ้านของคิมหันต์ต้องการให้เขาไปต่อ ป.โทที่อังกฤษ ทำให้แอนต้องตามไปด้วย เพราะกลัวว่าคิมจะไปเจอผู้หญิงคนใหม่ แล้วเลิกกับเธอ ที่บ้านของแอนมีบริษัทที่เป็นคู่ค้ากับบริษัทของคิมหันต์ อีกทั้งพ่อของแอนเคยให้ความช่วยเหลือคุณสุพจน์พ่อของคิมหันต์เมื่อครั้งที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน ทำให้คุณสุพจน์ต้องตอบแทนเพื่อนในเรื่องของธุรกิจ ทุกครั้งไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรกับธุรกิจของบ้านแอน คุณสุพจน์จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเสมอ เพราะคำว่าบุญคุณที่เพื่อนเคยช่วยเหลือมันค้ำคอ อีกทั้งพ่อของแอนยังถือหุ้นที่ บริษัท ABZ กรุ๊ป จำกัด อยู่อีก 15% แอนจึงคิดมาตลอดว่าหากเธอจับคิมหันต์ได้อยู่หมัด การทำธุรกิจและบริษัทของพ่อเธอ คงมีเงินลงทุนและกำไรมากมาย หลั่งไหลพรั่งพลูเข้ามา เพราะอย่างที่รู้ว่าบริษัทของคิมเป็นธุรกิจระดับพันล้าน!!  แต่หลังที่ไปเรียนต่อ ป.โทที่อังกฤษ ทั้งคิมหันต์และแอนก็อยู่ด้วยกันที่นั่น จนวันหนึ่งคิมหันต์จับได้ว่าเธอแอบไปมีสัมพันธ์กับเพื่อนต่างชาติที่เคยเรียนคลาสเดียวกันลับหลังเขา ทำให้เขาเสียใจมาก เขารับไม่ได้ที่แอนหักหลังจึงบอกเลิกแอนและเดินทางกลับไทยทันที

“กูจับได้ว่าแอน... แอบไปมีอะไรกับผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนเรียนคลาสเดียวกัน”

คิมหันต์ตอบพร้อมกำมือแน่น

“เชี้ย กูนึกว่าในละคร ทำไมแอนกล้าทำกับมึงขนาดนี้วะ”

เมฆถามต่อ

“ช่างเถอะมึง ปล่อยเขาไปอยู่กับคนที่เขารัก คนนั้นคงดีกว่ากู”

คิมหันต์พูดและกำมือแน่นกว่าเดิม

“เออน่ามึง... มึงหล่อขนาดนี้ ผู้หญิงคนไหนก็พร้อมเสนอตัวให้” เมฆบอกอย่างเจ้าเล่ห์

“กูได้ข่าวมึงไล่เลขาออกเป็นว่าเล่น” จอร์นแซว

“ก็เออสิ ไม่ได้ดั่งใจกูสักคน บางคนมาให้ท่ากูอย่างเดียวเลย กูว่าน่าเบื่อว่ะผู้หญิงแบบนี้ ไม่น่าค้นหา ถ้าแค่ One Night ก็พอได้ว่ะ หึ! เสนอมากูก็สนองให้ จบ!”

คิมหันต์ตอบด้วยสายตาและน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

 “เขาเสนอ มึงสนอง เสร็จแล้วมึงไล่เขาออกเนี่ยนะ โห ไอ้คนดี” จอร์นพูดขึ้น

“ก็ One Night Stand ไงครับเพื่อน ไม่ถูกใจก็แค่แยกย้าย” คิมหันต์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

 “กูไปอยู่อังกฤษ 5 ปี กลับมาที่นี้ยังสาวเยอะเหมือนเดิม หึ! ก็ดี มีอาหารตา” เขาเอ่ยต่อ

“คืนนี้คุณคิมหันต์จะหิ้วขึ้นห้องกี่คนดีครับ ชั้นบนมีห้องว่างนะครับ”

จอร์นหัวเราะออกมาพร้อมกับแซวเพื่อนอย่างรู้ใจ

ณ ผับ XXX

โซน VIP2

** แชทไลน์ (กลุ่มนางฟ้ามาแล้วค่ะ) **

อิงฟ้า :  พวกแกมีใครถึงแล้วบ้าง

กิ๊ฟ : ใกล้แล้วแก รถติดอยู่ตรงสี่แยกนี่เอง

ปิงปอง : รีบมาได้แล้วย่ะชะนี ฉันกับนังบีไนท์รอหล่อน 2 คนนานแล้วนะ

อิงฟ้า : พวกแกจองโต๊ะโซนไหนอ่ะ

บีไนท์ : VIP2 จ้ะ รีบมานะชะนีน้อย

กิ๊ฟ : ย่ะ อีกไม่เกิน 10 นาที

--------------------------------จบแชท-------------------------------

รถคันหรูจอดที่หน้าผับ พร้อมกับร่างบางเดินลงมา ด้วยชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดง ขัดกับผิวสีขาวยั่วยวนของเธอ ขาเรียวยาวเดินก้าวเข้าในผับ ดึงดูดทุกสายตาให้หันมองอย่างไม่ลดละ

วันนี้อิงฟ้าเธอมาด้วยลุคเซ็กซี่ กับชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปเว้าหลังสีแดงสด อย่าว่าแต่สายตาของหนุ่ม ๆ ในผับที่จ้องมองเธอตาเป็นมันเลย แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันเอง ยังมองตามเธออย่างอิจฉา

“แกดูผู้หญิงคนนั้นสิ สวยจัง”

“เห้ยพวกมึงดูผู้หญิงชุดแดงคนนั้นดิ โคตรสวย โคตรเซ็กซี่เลย

เสียงซุบซิบหนาหู กำลังพูดถึงคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในผับอย่างอิงฟ้าเธอเดินเข้ามาจนถึงโซน VIP2 พร้อมกับทักทายเพื่อน

อิงฟ้า : Hi! ว่าไงคะกระเทย

บีไนท์&ปิงปอง : Hi! ชะนีน้อย กว่าจะมาได้นะยะ

บีไนท์ : แหม วันนี้เซ็กซี่นะยะหล่อน

ปิงปอง : จะมาอ่อยผู้หรอยะวันนี้ อิอิ

อิงฟ้า : พูดบ้าอะไรของพวกแก นาน ๆ ได้มีเวลาเที่ยวทั้งทีต้องจัดหนัดจัดเต็มย่ะ

บีไนท์ : นังกิ๊ฟยังไม่มาอีก ช้าตลอดนังนี่

ปิงปอง : มันเตี้ย ขาสั้นแกอย่าไปว่ามัน ฮ่า ๆ

กิ๊ฟ : มาแล้วย่ะ นี่พวกแกกำลังนินทาฉันอยู่สินะ

  ทุกคนพูดคุยแซวเล่นกันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางสายตาของหนุ่มๆ หลายคู่ที่เทียวหันมามองอิงฟ้าอย่างไม่ลดละ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยและเซ็กซี่ในคนเดียวกัน หุ่นที่พอเหมาะ ทรวดทรงองเอวที่เข้ารูปพอดิบพอดี ไม่แปลกเลยที่จะสะกดได้ทุกสายตา

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง กลายเป็นตัวตลกที่น่าสงสาร
7.9
ความสัมพันธ์ชั่วคืนจากความพลั้งเผลอกลายเป็นฝันร้าย เมื่อเขากลับมาในชีวิตเธอด้วยสถานะพี่เขย แม้เธอพยายามผลักไสและหลีกหนี ชายหนุ่มกลับยิ่งดึงรั้งเธอไว้ เขาหยิบยื่นความอบอุ่นจอมปลอมที่ทำให้เธอหลงคิดว่าตนเองโชคดี ทว่าความสุขกลับพังทลายเมื่อความจริงปรากฏ ทุกอย่างคือเกมหลอกลวงที่จงใจปั่นหัวให้เธอเป็นคนโง่ ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศเปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความเคียดแค้น จนเกิดเป็นคำอธิษฐานสุดท้ายจากใจที่แหลกสลาย ว่าขออย่าได้เวียนวนมาพบเจอกับเขาอีกเลยตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง สวีทรัก
9.1
เพื่อทดแทนคุณน้าสาว เธอจำต้องแต่งงานกับวรพล ชายหนุ่มผู้ไร้สมรรถภาพทางกาย ทว่าการแต่งงานนี้กลับซ่อนเงื่อนไขลับสุดประหลาด เขาต้องการให้เธอใช้สถานะภรรยาตามกฎหมายเป็นเพียงฉากบังหน้า ขณะที่ผู้ซึ่งต้องมาใช้ชีวิตคู่ร่วมชายคาและทำหน้าที่เสมือนสามีตัวจริงกลับกลายเป็นน้องชายของเขาแทน สถานการณ์อันบิดเบี้ยวนี้สร้างความสัมพันธ์ที่แสนยุ่งเหยิง เธอต้องเก็บซ่อนความลับที่ไม่อาจแพร่งพราย พร้อมกับรับมือความขัดแย้งในใจ เมื่อความผูกพันเริ่มก่อตัวขึ้นกับคนน้อง สวนทางกับพันธะในทะเบียนสมรสที่ผูกมัดเธอไว้กับคนพี่
ภาพปกนิยายเรื่อง รักที่ทรมาน  รักที่มาผิดเวลา
7.0
โชคชะตานำพากันยาให้กลับมาพบสาคร อดีตคนรักที่เธอทิ้งไปเมื่อสามปีก่อน ในยามที่เธอต้องลดตัวขายศักดิ์ศรีเพื่อหาเงินรักษาแม่ที่ล้มป่วย เมื่อเห็นคนที่เคยฝากรอยแค้นตกต่ำ สาครจึงฉวยโอกาสนี้เหยียบย่ำและบีบให้เธอชดใช้หนี้แค้นด้วยชีวิต แม้จะถูกทำร้ายจิตใจอย่างแสนสาหัส แต่หญิงสาวกลับปิดปากเงียบ ไม่ยอมเผยความจริงที่ว่าวาระสุดท้ายของชีวิตกำลังจะมาถึง กันยายอมกลืนกินความเจ็บช้ำไว้เพียงลำพัง เฝ้าทนรับการลงทัณฑ์พร้อมอธิษฐานว่า หากชาติหน้ามีจริง ขอให้วาสนาช่วยนำพาให้ทั้งคู่ได้ครองรักกันในเวลาที่ถูกต้อง
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอบคุณบาดแผลทั่วกายที่นายมอบให้
9.3
ชีวิตของหญิงสาวต้องพังทลายเมื่อถูกลุงของสามีย่ำยีศักดิ์ศรีอย่างทารุณต่อหน้าต่อตาคนรักของเธอเอง เขาไม่ได้ทำเพียงเพราะตัณหาชั่ววูบ แต่จงใจผลักไสเธอให้ตกลงสู่ขุมนรกบนดิน ชายผู้นี้เชื่ออย่างบิดเบี้ยวว่าเธอคือหญิงแพศยา จึงตั้งตนเป็นผู้พิพากษามอบบทลงโทษเพื่อรีดเร้นความทรมานอย่างแสนสาหัส ร่องรอยความบอบช้ำที่ถูกกรีดลึกลงไปกลายเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันรักษาหาย เธอต้องทนแบกรับข้อกล่าวหาและเปลวไฟแห่งความเกลียดชังที่พร้อมแผดเผาทุกลมหายใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง เคยรักคุณที่สุด
7.8
ชีวิตของคุณเจี่ยนต้องพบมรสุมครั้งใหญ่เมื่อถูกสังคมใส่ร้ายอย่างรุนแรง เธอถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงหน้าเงินที่ทำลายครอบครัวคนอื่นเพราะไปรักชายที่อายุมากกว่า ข้อกล่าวหานี้สร้างความเข้าใจผิดและผลักเธอลงสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง โลกทั้งใบพังครืน เธอต้องทนทุกข์กับความโดดเดี่ยวจนได้เรียนรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการหันกลับมารักตัวเอง ท่ามกลางอคติที่ถาโถม หญิงสาวต้องรวบรวมความกล้าเผชิญหน้ากับคำลวง การต่อสู้ทวงคืนความบริสุทธิ์และกอบกู้ศักดิ์ศรีจึงเริ่มต้นขึ้นก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายจนสายเกินแก้
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันก็เคยเชื่อในความรัก
7.4
ความศรัทธาในรักของชะเอมต้องพังทลายลงอย่างย่อยยับ เมื่อธาวิน ชายที่เธอทุ่มเทมอบความปรารถนาดีให้ด้วยความจริงใจ กลับซุกซ่อนแผนร้ายที่เตรียมการมาอย่างแยบยลเอาไว้ แทนที่เขาจะตอบแทนหัวใจบริสุทธิ์ด้วยความซื่อสัตย์ เขากลับเลือกใช้กลลวงสารพัดรูปแบบเพื่อบ่อนทำลายชีวิตเธออย่างเลือดเย็น ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาจงใจสร้าง ชายที่เธอเคยไว้วางใจที่สุดคือผู้ที่ฉุดรั้งเธอให้ร่วงหล่นสู่ขุมนรกแห่งความทรมานอย่างไร้ความปรานี จนไม่เหลือเศษเสี้ยวของความเชื่อมั่นใดๆ