APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีข้าเป็นหมีแพนด้าผู้คลั่งรัก

สามีข้าเป็นหมีแพนด้าผู้คลั่งรัก

หลิวชิวเยว่ อดีตผู้บริหารสาวสุดสตรองและเพียบพร้อม ต้องมาอยู่ในร่างของหญิงสาวเจ้าเนื้อน้ำหนักร้อยกิโลฯ ที่ผู้คนต่างพากันรังเกียจว่าเป็นตัวโชคร้าย เธอฟื้นขึ้นมาในเกี้ยวแต่งงานที่กำลังเดินทางไปเข้าพิธีวิวาห์กับเสิ่นมู่ฉือ แม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นชิงเป่ย ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่าเขาไม่ได้ชอบสตรี หลิวชิวเยว่จึงตั้งใจจะหาคำตอบเรื่องรสนิยมของสามี ทว่าในคืนจันทร์เพ็ญ เธอกลับต้องตกตะลึงเมื่อได้รู้ความลับว่าแท้จริงแล้วเขาสามารถแปลงร่างเป็นหมีแพนด้าได้! เรื่องราวความรักสุดอลเวงกับสามีแพนด้าสายคลั่งรักจึงได้เปิดฉากขึ้น
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3.เจ้าสาวของท่านแม่ทัพเสิ่น/2

เสียงร้องดังขึ้นด้วยความตกใจทำให้ผู้คนที่พากันมารอดูขบวนงานแต่ง พากันขยับเข้ามาใกล้ หลิงเอ๋อเปิดม่านกั้นเกี้ยวเจ้าสาวเข้าไปดูคุณหนูของตน ร่างอ้วนท้วนเอียงซบขอบด้านข้างของเกี้ยวนิ่งสงบในท่านั้น นางรีบเข้าไปจับแขนบีบนวดพร้อมเรียกชื่อคุณหนูด้วยความตกใจ

“คุณหนูเจ้าคะ เป็นอะไรไปเจ้าคะ!”

“ให้ข้าดูนางก่อน เจ้ารีบไปบอกนายท่านให้ตามท่านหมอ”

แม่นมฉีรีบเข้าไปดูอาการของคนในเกี้ยว ความวุ่นวายนี้ทำให้ขบวนงานแต่งยังไม่สามารถเคลื่อนออกจากหน้าจวนบ้านเจ้าสาวได้ ผู้คนที่มุงอยู่โดยรอบต่างเริ่มซุบซิบถึงเจ้าสาว

“คุณหนูหลิวมีวาสนา หรือแม่ทัพเสิ่นตาบอดกันแน่ ถึงเลือกสตรีเช่นนางมาเป็นฮูหยิน”

หญิงคนหนึ่งมีไฝเม็ดเล็กใต้ริมฝีปากล่างด้านซ้ายเอ่ยขึ้น ทำให้คนที่มุงดูขยับมาลอบฟังใกล้ๆ เรื่องนินทานั้นผู้คนล้วนสนใจ

“ในปีนั้นภรรยาคหบดีหลิวให้กำเนิดบุตร ท้องฟ้าเกิดอาเพศสุนัขเทพกลืนจันทร์ ดวงจันทร์ถูกเงามืดดับแสง คุณหนูหลิวคลอดออกมาในเวลานั้นพร้อมกลืนกินชีวิตมารดา อีกทั้งยังร้องไห้เจ็ดวันเจ็ดคืนมิยอมหยุด ซินแสมีชื่อท่านหนึ่งได้ให้คำแนะนำท่านหลิวว่า ให้ยกบุตรีเป็นบุตรบุญธรรมของเจ้าอาวาสวัดกวนอิม ถึงได้เติบใหญ่ขึ้นมาได้”

คุณหนูหลิวนั้นถูกคนตั้งฉายาให้ว่าเป็นสตรีกาลกิณี ดวงชะตาของนางเกิดมาเพื่อสร้างเภทภัยให้คนใกล้ชิด

“ข้าได้ยินว่าคุณหนูหลิวมีคู่หมั้นถึงสองคน คนแรกนั้นพอหมั้นหมายกับคุณหนูหลิวก็ป่วยหนัก ซินแสทำนายดวงชะตาบอกว่าถูกดวงของฝ่ายหญิงข่มไว้ หากไม่ตายก็จะพบจุดจบในไม่ช้า พอถอนหมั้นไม่นานกลับแข็งแรงมีสุขภาพดี ซ้ำยังสอบติดเป็นซิ่วไฉ”

“เป็นเช่นนั้นหรือ แล้วคู่หมั้นคนที่สองเล่า เหตุใดถึงมิได้แต่งงานกัน”

คนที่รายล้อมตั้งคำถามขึ้น คนเล่าเรื่องกระแอมพอเป็นพิธีคล้ายไม่อยากเล่า แต่ก็เล่าออกมาจนได้ว่า

“คู่หมั้นคนที่สองเคราะห์ร้ายหนัก ไม่ทันจะเข้าพิธีก็ประสบเหตุตกม้าตายไปเสียก่อน”

ผู้คนต่างส่งเสียงฮือฮาทำท่าตกใจ บางคนลูบแขนเส้นขนกำลังลุกชัน นึกถึงสตรีดาวเคราะห์ร้ายคนนี้ด้วยความหวาดหวั่น

“แล้วท่านแม่ทัพไม่ทราบเรื่องนี้หรือ เหตุใดถึงยังกล้าสู่ขอสตรีกาลกิณีเช่นนี้เป็นฮูหยิน”

“ถ้าทราบเรื่อง แล้วจะมีงานวันนี้ได้อย่างไร ดูเถิดข้าว่าดวงชะตานางอาจจะข่มดวงชะตาของท่านแม่ทัพไม่ลง ถึงได้มีเภทภัยเกิดขึ้นเช่นนี้...”

เสียงซุบซิบนินทานั้นไม่ดังแต่ก็ไม่เบานัก เจ้าบ่าวบนอาชาสีขาวเป็นผู้ฝึกยุทธย่อมมีโสตประสาทดีกว่าผู้คนทั่วไป เสียงติฉินนินทาเจ้าสาวจึงได้ยินเข้าหูทุกคำ

“ท่านหมอจิน ไปดูนาง”

เสิ่นมู่ฉือบอกหมอจินซีถิงที่ติดตามขบวนมา ให้ไปดูอาการของเจ้าสาวของเขา สายตามองกราดไปยังผู้คนเหล่านั้น ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าววาจาใดอีก

“ขอรับท่านแม่ทัพ”

จินซีถิงเป็นคนสนิทและหมอประจำกองทัพที่เสิ่นมู่ฉือดูแล เขาเดินไปยังเกี้ยวของเจ้าสาวตามคำสั่งทันที พลางโบกมือให้คนที่มุงอยู่ขยับถอยออกไป

“ข้าเป็นหมอ ทุกท่านโปรดถอยออกไปก่อน ข้าจะดูอาการของนาง”

แม่นมฉีรีบเปิดทางให้หมอจินซีถิงมาดูอาการ หมอจินเป็นบุรุษหนุ่มมีรูปโฉมหล่อเหลาแลดูคล้ายบัญฑิตมากกว่าจะเป็นผู้รักษาคนป่วย เขามองดูร่างอวบอ้วนของเจ้าสาว จับข้อมือมาตรวจชีพจรของนางครู่หนึ่ง แล้วหันไปบอกแม่นมฉีว่า

“นางแค่เป็นลมไปเท่านั้น เอายานี่ละลายน้ำแล้วให้นางดื่ม สักพักจะฟื้นคืนสติ”

หมอจินซีถิงล้วงเข้าไปในแขนเสื้อของตน หยิบขวดยาขวดหนึ่งมาส่งให้แม่นมฉี หลิงเอ๋อรีบวิ่งกลับเข้าไปในจวนเพื่อนำน้ำดื่มมาผสมยา คหบดีหลิวพร้อมภรรยาและบุตรชาย รีบเข้ามาถามอาการของบุตรสาว

“ท่านหมอ ลูกสาวข้านางเป็นอย่างไรบ้าง”

“โปรดวางใจ คุณหนูมิได้มีอาการน่าวิตก นางเป็นลมไปเท่านั้น”

“ขอบคุณท่านหมอมาก ลูกสาวของข้าร่างกายไม่แข็งแรงตั้งแต่เล็กด้วยคลอดก่อนกำหนด ขออภัยท่านแม่ทัพที่ทำให้วุ่นวาย”

พ่อตาหันไปกล่าวกับบุตรเขยด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ นึกเป็นห่วงบุตรสาว เมื่อนางรู้ว่าได้แต่งงานจึงพยายามลดน้ำหนักไม่ยอมดื่มกินมาหลายมื้อ วันนี้ไม่ทันก้าวออกจากบ้านก็เป็นลมหมดสติไปก่อน หลิวกวานแอบภาวนาต่อฟ้าดิน ได้โปรดเมตตาบุตรสาวคนนี้ของตน ขอให้นางออกเรือนไปอย่างราบรื่นด้วยเถิด

“คุณหนูฟื้นแล้วเจ้าค่ะ!”

แม่นมฉีร้องขึ้นด้วยความยินดี ร่างเจ้าเนื้อเริ่มขยับตัว ส่งเสียงครางเบาๆ ออกมา

“หิวน้ำ... คอแห้งจังเลย”

คนเพิ่งรู้สึกตัว ลืมตาขึ้นมาจากความมืด มองภาพเบื้องหน้าเลือนลางด้วยอยู่ใต้ผ้าคลุมชุดเจ้าสาว จึงเลิกผ้าขึ้นมองไปรอบกายอย่างมึนงง ผู้คนแปลกหน้าแต่งกายแปลกตา ความวิงเวียนกลายเป็นความปวดหนึบขึ้นมาในหัว ไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรออกมา ก็เห็นเด็กสาวอายุราวสิบหกยื่นถ้วยชามาให้

“ดื่มนี่ก่อนเจ้าค่ะ”

มืออวบอูมยื่นไปรับถ้วยบรรจุน้ำสีน้ำตาลขุ่น แล้วก็มีมือของหญิงวัยกลางคนช่วยจับถ้วยนั้นยกจ่อปาก ทำให้ต้องกลืนน้ำรสชาติหวานแกมเฝื่อนลงคอไป ความรู้สึกแรกคือเย็นแล้วชุ่มคอ พลันความวิงเวียนก็สลายไป

“ขออีก...”

“ยาหมดแล้วเจ้าค่ะ ดื่มน้ำอีกถ้วยนะเจ้าคะ”

หลิงเอ๋อรีบรินน้ำใส่ถ้วยให้คุณหนูของตนดื่มอีกถ้วย หมอจินซีถิงขยับเข้ามาดูอาการ เขาจับชีพจรอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าหันไปบอกคนที่รอฟังอาการว่า

“อาการของนางไม่น่าวิตกแล้ว อีกสักครู่ก็ออกเดินทางได้”

“จะไปไหน...”

หลังจากได้ดื่มน้ำสติเริ่มกลับคืนมา หลิวชิวเยว่จึงเอ่ยถามออกไป

ตอนแรกฟื้นขึ้นมาด้วยความมึนงงสมองยังไม่ทำงานเต็มที่ ตอนนี้สติกระจ่างแล้ว เริ่มรู้ตัวว่าทุกอย่างรอบตัวไม่คุ้นเคย ความจำสุดท้ายเป็นภาพตอนที่อยู่ริมหน้าผากับบิดา ก่อนที่ทุกอย่างรอบกายจะดับวูบลงไป

“นี่เราตายแล้วเหรอ...”

หลิวชิวเยว่ใจหายวาบ เอามือจับแขนตัวเอง สัมผัสถึงผิวนุ่มอวบหยุ่นของก้อนเนื้อและไขมัน ทำให้ต้องจ้องมองนิ้วของตัวเอง ตอนนี้กลายเป็นนิ้วป้อมๆ ยกแขนขึ้นดูกลับพบกับความหนักอึ้ง ก้มลงไปมองเนื้อตัวยิ่งตกใจ

เมื่อพบพุงกลมอุดมด้วยก้อนไขมันคล้ายมีห่วงยางรอบเอว ที่สำคัญนางสวมชุดสีแดงมือจับไปบนศีรษะพบเครื่องประดับและผ้าคลุม มองไปรอบกายก็ยิ่งตกใจ เมื่อพบว่าเป็นขบวนเจ้าสาว ตัวนางกำลังนั่งในเกี้ยวเจ้าสาว

“เยว่เอ๋อ พ่อจะรอเจ้ากลับมาเยี่ยมนะ”

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ข้างกายของเขามีหญิงใบหน้างดงามและเด็กหนุ่มอายุราวสิบสี่ แววตาของพวกเขาทั้งสามมีรอยห่วงใย หญิงวัยกลางคนที่ช่วยดูแลเมื่อครู่ขยับลงจากเกี้ยว พร้อมกับเด็กสาวผู้นำถ้วยน้ำมาให้ดื่มก็ลงไปเช่นกัน เสียงตะโกนดังขึ้นว่า

“ออกเดินทางได้!”

เกี้ยวเจ้าสาวถูกแปดคนหามยกขึ้นจากพื้น เริ่มต้นเคลื่อนขบวนออกจากหน้าคฤหาสน์ หลิวชิวเยว่นั่งตัวแข็งอยู่ภายในเกี้ยว ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

“นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน...”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง บำเรอรักพยัคฆ์ทมิฬ
9.2
ชีคมาลิกผู้มีสมญานามว่าเสือดำแห่งนามีรุน กำลังเผชิญหน้ากับความปรารถนาครั้งใหญ่ในการครอบครองเนตรดารา หญิงสาวผู้หยิ่งทะนงที่ไม่มีวันยอมสยบให้กับเงินตรา หากปราศจากข้อเสนอที่เร้าใจพอ ท่ามกลางศึกสายเลือดและการชิงดีชิงเด่นในราชวงศ์ที่ต่างตราหน้าว่าเขาเป็นเพียงแกะดำ มาลิกจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อพิสูจน์เกียรติยศและสายเลือดผู้ล่าในกายว่าเขาคือเสือร้ายที่แท้จริง การเจรจาเพื่อดึงตัวเธอเข้ามาเป็นหนึ่งในฮาเร็มจึงแปรเปลี่ยนเป็นเกมเดิมพันที่ต้องใช้ทั้งเล่ห์เหลี่ยมและชั้นเชิงแห่งรักเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง ถ่อย
8.2
เรื่องราวความรักต่างวัยสุดดิบเถื่อนของ ยักษ์ คีรี ดอว์สัน ชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่ได้ตัว มายาวี เด็กสาวแสนดื้อรั้นมาเป็นสินค้าขัดดอกเพื่อชำระหนี้สิน แม้เขาจะปฏิบัติกับเธออย่างโหดร้ายและใช้กำลังข่มเหงตามสัญชาตญาณดิบของตัวเอง แต่ความสดใสและไม่ยอมคนของเธอกลับค่อย ๆ สั่นคลอนหัวใจอันเย็นชาของคนเลวคนนี้ให้เริ่มหวั่นไหว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยบททดสอบทางอารมณ์และเซ็กส์อันร้อนแรง มาลุ้นกันว่าชายผู้แสนต่ำทรามคนนี้จะพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของสินค้ามีชีวิตชิ้นนี้จนยอมจำนนและใจอ่อนลงได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ตำนานตาม่วง
8.1
เมื่อสุดยอดนักฝึกสัตว์หญิงแห่งศตวรรษที่ 24 ผู้มีดวงตาสีม่วงอันเป็นเอกลักษณ์ ต้องมาเกิดใหม่ในร่างของหญิงตั้งครรภ์ที่เผชิญการทารุณกรรมจนสูญเสียทั้งพลังและดวงตา แถมลูกชายยังถูกพรากตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เธอจึงตัดสินใจออกเดินทางไปพร้อมกับลูกสาวเพื่อทวงคืนทุกสิ่งกลับคืนมา โดยอาศัยพลังแห่งเนตรสีม่วงสุดแกร่งกล้าที่สามารถสยบอสูรร้ายได้ทุกหนแห่ง จนนำพาเธอไปเผชิญหน้ากับราชาเทพจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นคนลักพาตัวลูกชายของเธอไป พร้อมยื่นข้อเสนอสุดป่วนเพื่อหวังจะครอบครองทั้งตัวเธอและลูกๆ ไว้เคียงข้างกายตลอดกอดกายเพียงผู้เดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
7.8
เซียวหนาน สายลับนกกระจอกระดับล่างผู้ไร้ภูมิหลัง ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดในศาสตร์แห่งการปรนนิบัติและกามารมณ์เพื่อแทรกซึมเข้าหาขุนนาง แม้จะไร้วรยุทธ์สูงส่ง แต่นางกลับใช้เรือนร่างเป็นอาวุธล่อลวงบุรุษได้อย่างเชี่ยวชาญ แม้เคยฝึกซ้อมกับของเทียมและชายปริศนามาบ้าง แต่นางยังคงต้องรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้เพื่อมอบให้แก่เหยื่อผู้สูงศักดิ์รายแรกตามคำสั่งของนายใหญ่ ในวังวนแห่งการหักหลังและชิงไหวชิงพริบนี้ นางต้องเดิมพันด้วยร่างกายและหัวใจเพื่อเอาชีวิตรอด
ภาพปกนิยายเรื่อง พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม
8.2
หลินซานซานเป็นเด็กกำพร้าที่โชคดีได้รับความเมตตาจากประมุขตระกูลหลินชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่ นางเฝ้าแอบรักพี่ชายบุญธรรมมาโดยตลอด ทว่าความหวังพังทลายลงเมื่อเขากำลังจะแต่งงานกับฮูหยินคนใหม่ตามสมรสพระราชทาน แม้ซานซานจะพยายามยอมรับพี่สะใภ้เลอโฉมผู้นี้ แต่ความลับสุดช็อกก็เปิดเผยขึ้นเมื่อแท้จริงแล้วสะใภ้คนนี้คือ จางอี้ซวน แม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรที่ปลอมตัวมา เขาบีบบังคับให้นางปิดปากเงียบแลกกับสัญญาหย่าร้างภายในหนึ่งปี หากนางคิดตลบแตลง ตระกูลหลินทั้งหมดอาจต้องเผชิญกับความพินาศย่อยยับด้วยมือของจริง ๆ
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”