APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ

เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ

เมื่อหญิงสาวเจ้าเนื้อผู้เกลียดการกินผักเข้าไส้ ต้องเผชิญบทลงโทษจากสวรรค์อย่างไร้ทางเลี่ยง เธอถูกส่งข้ามเวลากลับไปสู่อดีตเพื่อเผชิญหน้ากับชีวิตใหม่ในบทบาทเกษตรกร ซึ่งบีบให้เธอต้องทำสวนผักที่เคยเกลียดแสนเกลียด การเดินทางสุดป่วนเพื่อดัดนิสัยครั้งนี้บังคับให้เธอต้องเรียนรู้วิธีการเพาะปลูกเพื่อเอาชีวิตรอดในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางอุปสรรคและเรื่องราวสุดประหลาดใจที่ประดังเข้ามา จนเธอต้องอุทานคำว่าอิหยังวะออกมาตลอดทางลมหายใจในทุกย่างก้าวของการผจญภัย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ในไร่ที่แสนจะอบอุ่นแสงแดดสีส้มแม้จะส่องสว่างแต่ไม่ทำให้รู้สึกร้อน วันนี้อากาศค่อนข้างหนาว

“จูเจี่ยเก็บไข่เป็ดกับไข่ไก่ ในเล้าให้แม่ด้วย”

แป๋มยังไม่ทันจะขยับตัว จูจิ้นวิ่งไปหยิบตะกร้า ออกไปก่อนแป๋มเสียอีก

“เสี่ยวซง มอง สองคนพี่น้อง ทำท่าจะขยับตัวตามไปช่วย

“เสี่ยวซง มาช่วยข้าหอบฟืน มาเก็บไว้ใกล้เตาผิงอากาศค่อนข้างหนาว ไม่แน่คืนนี้อาจมีหิมะแรก ดีที่เราเก็บผักบางส่วนส่ง วังหลงเสียเกือบหมดหิมะตกได้ก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่”เจ้าบ้านเฉิน เดินนำเสี่ยวซงที่ช่วยหอบฟืนมาเก็บไว้ในห้องครัวใกล้เตาผิง และเตาทำกับข้าว ข้างเล้าไก่ แป่มนึกภาพขี้ไก่และความสกปรกทว่าสิ่งที่เห็นไม่ได้อย่างที่คิด ยายป้ากวาดทำความสะอาดจนเอี่ยมอ่อง พื้นแห้งสะอาดตา มีเศษหางจากข้าวสาลีกองบนพื้นเป็นกระจุกบ้างก็ปูไปบนพื้นเล้าไก่ ไข่ไก่วางเรี่ยราดเหมือนถูกนำมาวางไว้ แป๋มเลิกคิ้วเมื่อจูจิ้น เก็บไข่ไก่ใส่ไปใน ตะกร้าหลายสิบลูก

“ ไก่ไข่ตัวอ้วนขนสี น้ำตาลแดง ไม่ได้ตื่นตกใจแต่กลับเดินเข้าหา ย่อตัวลงนอนหมอบเหมือนอยากจะออกไข่อยู่ตลอดเวลา แป๋มยิ้ม

“จูเจี่ย ไข่วันนี้เยอะกว่าทุกวันคงเป็นเพราะเมื่อวาน ท่านพ่อเก็บเศษผักในสวนมาให้มันจิกกิน เป็นอาหารว่าง”

“ไก่กินผักด้วยหรือ”

"มีแต่จูเจี่ยที่ไม่ชอบกินผักเจ้าวัวน้อย เจ้าลูกหมาหมุนคอกแล้วก็ไก่กินผักทั้งนั้นจูเจี่ยอชบกินแต่เนื้อสัตว์ถึงได้อ้วนแบบนี้”น้องรักหักเหลี่ยมโหด

“เจ้าไม่ชอบกินเนื้อหรือไรถึงพูดแบบนี้”

“เนื้อนะหรือกินเข้าไปนานๆ ก็ไม่ได้มีรสชาติดีอะไรสู้ผักก็ไม่ได้ ผักแต่ละชนิดรสชาติแตกต่างกันออกไป”

โอ้นี่ แป๋มถูกเด็กมือวานซืนลูบคมทำไมรู้มากขนาดนี้เจ้าเด็กนี่หากอยู่ในโลกปัจจุบัน คงเรียนหนังสือเก่งน่าดู

“แล้ว จูจิ้นชอบกินผักอะไรที่สุด”

“ผักชี”หาเด็กนี่ชอบผักชี ในที่ที่แป่มอยู่ถึงกับมีการ ตั้งกลุ่มในเฟชบุ๊คแอนตี้ผักชีแต่เด็กนี่กลับบอกว่าชอบผักชีที่สุด

“จูเจี่ยเล่าทำไมไม่ชอบกินผัก”

“ข้า...ข้ารู้สึกว่ามันเหม็นเขียว”

จูจิ้นเลิกคิ้วสูงทำตัวโตเกินวัยแต่มือยังเก็บไข่ใส่ตะกร้าจนเกือบจะเต็มตะกร้าแล้ว

“ข้ออ้างท่านแม่ทำอาหารจากผักได้รสดีที่สุด สองสามวันก่อนจำไม่ได้หรือไรพวกคนนวังมารับเอาผักที่ไร่ของเราต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันเมื่อท่านพ่อชวนกินข้าว เขาบอกว่าไม่เคยกินอาหารจานผักที่ไหนอร่อยเท่าที่นี่”

แป๋มเริ่มรู้สึกว่าเจ้าน้องชายเริ่มมีความน่ารักขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยนางก็รักแม่ของนางเชิดชูแม่มากกว่าใคร

“เราต้องไปเก็บไข่เป็ดอีก เดี๋ยวข้าอาสาไปหยิบ ตะกร้ามาอีกใบ”

จูจิ้นวิ่งกลับไปที่บ้านพร้อมกับตะกร้าไข่แป๋มสุดลมหายใจเข้าลึกๆ นึกเสียว่ามาเที่ยว ที่นี่ก็ไม่เลวมีที่อยู่ที่กิน ..มีครอบครัวที่อบอุ่น

เสี่ยวซงหอบฟืนจนหมดในชั่่วพริบตานั่งบีบแขนบีบขาอยู่ใกล้เตาผิง จูจิ้นดึงมือเสี่ยวซง ให้ลุกขึ้น

“พี่ชายเสี่ยวซง ไปเก้บไข่เป็ดกัน”

เสี่ยวซงยิ้มเห็นเขี้ยวเสน่ห์ก่อนจะลูกทั้งๆ ที่เมื่อยขบ แป๋มเลิกคิ้วเมื่อจูจิ้นลากแขน เสี่ยวซงมาที่เล้าเป็ด

“ข้าไปล่ะท่านช่วยพี่สาวเก็บไข่เป็ดด้วยนะ”

ส่งตะกร้าในมือให้เสี่ยวซงตัวเองวิ่งหายวับไปกับตา แป๋มเผลอสายตาคม ของอีกคนที่บัดนี้กลับ ไม่ได้มีท่าทีเขินอายทว่ากลับมองเหมือนคนใหม่ ท่าทีไม่เหมือนคนเร่ร่อนอีกต่อไปจากที่ครั้งแรกมองอย่างไรก็เหมือนคนไร้บ้านตอนนี้กลับมองว่า หน้าตาต่างจากคนบ้านไร่ไม่น้อย

เสี่ยวซงย่อตัวมุดเข้าไปในเล้าเป็ดด้วยเขาตัวสูงลิบ

“แป๋มทำท่าจะเข้าไปบ้างแต่อีกคนกลับส่งเสียงออกมาเสียก่อน

“เจ้าไม่ต้องเข้ามาข้าเก็บไข่ให้เอง”

แป๋มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ทางเข้าเล้าเป็ด สภาพเล้าเป็ดไม่ต่างจากเล้าไก่นัก เสี่ยวซงหมุดออกมาจากเล้าเปิดยื่นตะกร้าไข่เป็ดที่มีไข่อยู่เต็มตะกร้า

“ข้าเพิ่งจเคยเก็บไข่เป็ดครั้งแรก”

"ขะ ข้าก็เหมือนกันหลายอย่างที่เคยทำครั้งแรก”เสี่ยวซงขมวดคิ้ว

“เจ้าเป็นลูกสาวบ้านนี้ทำไมบอกว่าครั้งแรก”

ไม่สิดันพูดความจริง

“ท่านก็เป็น คนเร่ร่อนมาก่อนไม่น่าเชื่อว่าจะเคยทำเรื่องพวกนี้ครั้งแรก”

ดีนะที่ฉลาด5555ไม่ได้แดกพี่หรอกไอ้น้อง

“ขะข้าๆๆ ก็แค่ไม่เคยมีไร่มีสวนมาก่อน อีกทั้งพ่อแม่เป็นใครก็ไม่เคยรู้ เจ้าเสียอีกพูดออกมาได้อย่างไรแบบนั้นว่าไม่เคย”

อ้าปากค้าง นึกคำตอบไม่ออก

“จูเจี่ย ากินข้าวได้แล้ว”

เสีย ยายป้าตะโกนดังมาจากในบ้าน ลมหนาวพัดโชย แป๋มรีบวิ่งกลับเข้าไปข้างใน รอดตัวไปไม่ต้องตอบคำถามที่ตอบไม่ได้

เมนู ที่ทำเอาแป๋มเบ้ปาก

ผักต้ม ผักผัด ผักดอง

“จูเจี่ย อาหารทุกอย่างอร่อยในตัวของมันเอง วันนี้พ่อสั่งให้แม่เขาทำสุดฝีมือเพื่อเจ้า"

เหลือบตามองอโวคาโด้ราดน้ำผึ้ง ที่สีสันน่ากินเป็นบ้า เหลืองอมเขียวราดด้วยน้ำเชื่อมสีน้ำตาลของผึ้งป่า

“นั่นเป็นสูตรพิเศษเชียวลองกินดู ไม่กี่วันจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง”ท่านพ่อช่างมีน้ำใจ

“ข้ากินเฉพาะสิ่งนี้ได้หรือไม่”ชี้มือไปที่อโวคาโด้ราดน้ำผึ้ง”ฮูหยิน เฉินยิ้ม

“กินเสร็จแล้วไปเก็บมาเพิ่ม เจ้ารู้ไหมผลไม้ชนิดนี้กว่าจะสุกต้องมาเก็บไว้เสียหน่อยจึงจะรสดีสีสวย”

แป๋มยิ้ม ถือเอาถ้วยอาโวคาโด้ราดน้ำผึ้งมากิน แทนข้าวรสดีจนเผลอเลียปาก เสี่ยวซง เหลือบตามองไปที่ของหวานในมือแป๋ม

"ท่านลุง ทำไมอาหารรสชาติหวานจึงทำให้ผอมลงได้"

"ผลไม่ชนิดนี้ไร้แป้งและนำตาลเติมน้ำผึ้งลงไปเพิ่มรสชาติให้มีรสหวานกลิ่นหอมของน้ำผึ้งป่าทำให้ยิ่งน่ากิน อีกทั้งรสหวานมัน ยิ่งทำให้กินได้มากินแล้วจึง รู้สึกสบายท้องขับถ่ายง่าย"

เสี่ยวซงพยักหน้าช้าๆพุ้ยข้าวใส่ปากไปไม่กี่คำก็บอกว่าพอ

“เสี่ยวซง ตัวเล็กบอบบางราวกับจะปลิวได้ ข้าเติมข้าวให้อีกถ้วย จึงดี”

ท่านแม่รับถ้วยข้าวของเสี่ยวซงมาตักข้าวในหม้อเติมลงไปแต่แป๋มมองว่าอีกคน ไม่อยากจะกินผักเช่นกัน

ห้องเครื่องในวังหลวง

“ฮองเฮาและองค์หญิงล้วนนิยมเสวย อาหารที่ทำจากเมนูผักหลากชนิด ว่ากันว่าเสวยผักไปเพียงไม่นาน ผิวพรรณสดใสใบหน้ากลับเต่งตึงไร้รอยหมอง”

“ผักส่วนมากรับมาจาก บ้านเฉินที่ไร่ของท่านเฉินที่นั่นล้วนมีผักมากมาย กลายเป็นไร่แห่งเดียวที่ส่งผักที่ดีเข้ามาในวังหลวง”

“ฮะแฮ่ม รีบเตรียมเครื่องเสวยมัวแต่พูดคุย จะไม่ทันเวลาเสวยตอนดึก”

ตำหนักใหญ่ฮ่องเต้

“ปีนี้ข้าวปล่าอาหารขาดแคลนชาวบ้านรำเข็ญ ทว่า มีไร่แห่งหนึ่งปลูกผักได้ดี จึงส่งเข้าวังหลวงเสียหมด ชาวบ้านล้วนอดอยาก เช่นไรจึงจะ เรียนรู้วิธีปลุกผักของพวกเขา เพื่อชาวบ้านจะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับปัญหาขาดแคลนอาหาร"

“ฝ่าบาท ไท่จือเสด็จออกเที่ยวเล่น เดิม หม่อมฉันตั้งใจให้ไท่จือลงไปจัดการเรื่องเหล่านี้ชาวบ้านจะได้อุ่นใจ”

“หลายวันมานี้ไท่จือไม่มาที่ท้องพระโรงคงออกไปเล่นสนุกเหมือนเคย งานในราชสำนักยังไม่เคยแตะต้องเจ้าคิดว่าจะให้เขาไปสนใจเรื่องการปลุกผักเห็นทีจะ ไม่ได้ผล”

“ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาจะดีไหมลูกคนนี้ แม้จะให้ทำยังไม่อยากทำ บางเรื่องไม่พูดแต่กลับเร่งรีบที่จะทำมันยากจะเข้าใจ ฝ่าบาทมีพระบัญชาลงไปคาดว่าไม่น่าจะกล้าขัดบัญชาฝ่าบาทอย่างแน่นอน”

“องค์หญิงแคว้นใต้ เร่งเดินทางมาแต่เข้าตำหนักบูรพาป่านนี้ข้ายังไม่เห็นตัวไท่จือ องครักษ์ตามตัวไท่จือมาพบข้าเดี๋ยวนี้”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เมื่อความฝันที่จะก้าวสู่ความเป็นอมตะถูกสวรรค์กีดกันอย่างไม่ยุติธรรม ชายหนุ่มผู้หนึ่งจึงลุกขึ้นท้าทายโชคชะตาด้วยความโกรธแค้นอันคุกรุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและแรงกดดัน เขายืนหยัดอย่างกล้าหาญเพื่อเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าตนที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่การเป็นเซียนของเขา การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่เพื่อพิสูจน์ความมุ่งมั่นและเอาชนะอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเปิดฉากขึ้น กลายเป็นมหากาพย์แห่งการฝึกตนและการล้างแค้นที่สั่นสะเทือนฟ้าดิน
ภาพปกนิยายเรื่อง สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
9.5
ลู่ฉางกัง คุณชายผู้รักความสบายและเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตจนต้องสูญเสียทุกอย่าง ได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ ดินแดนต่างมิติด้วยพลังของกล่องไม้โบราณลึกลับ ที่นี่เขาได้พบกับคนที่เคยผูกพันในอดีตอีกครั้ง การเดินทางครั้งใหม่เพื่อปกป้องครอบครัวและแก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดจึงเริ่มต้นขึ้น แม้ว่าตัวเขาจะยังมีกิเลสและไม่ใช่คนดีสมบูรณ์แบบ แต่เส้นทางแห่งการดิ้นรนเอาชีวิตรอดจะช่วยขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์คนนี้ให้เติบโตขึ้น พร้อมทั้งเรียนรู้ที่จะนำพาผู้คนอันเป็นที่รักไปสู่ความรุ่งเรืองครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง พายุรักทรายสีเลือด
8.7
เมื่อหญิงสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจถูกลักพาตัวไป ท่ามกลางสมรภูมิทะเลทรายอันร้อนระอุที่อาบไล้ด้วยรอยแค้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสจึงแปรเปลี่ยนเป็นชนวนเหตุให้เกิดการไล่ล่าครั้งยิ่งใหญ่ นำไปสู่การจับมือเผชิญหน้าระหว่างสองชายหนุ่มต่างที่มา ทหารหนุ่มสายเลือดไทยผู้มีจิตใจเด็ดเดี่ยวและชีคผู้สูงศักดิ์แห่งดินแดนราสอัลไคมาห์ ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันบุกตะลุยฝ่าฟันอันตรายในดินแดนทะเลทรายกว้างใหญ่ เพื่อช่วยเหลือหญิงคนรักและพิฆาตกลุ่มคนชั่วให้สิ้นซาก บทสรุปของความรักท่ามกลางกลิ่นอายควันปืน หยดเลือด และรอยน้ำตาบนผืนทรายแห่งนี้จะจบลงอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติมาปลูกผักพร้อมของวิเศษ
8.6
โชคชะตาเล่นตลกกับหญิงสาวผู้เคยมีชีวิตสุขสบาย เมื่ออุบัติเหตุพัดพาเธอข้ามมิติมาสู่ยุคโบราณในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยผู้อ่อนแอ ท่ามกลางมรสุมชีวิตของครอบครัวใหม่ที่ยากจนข้นแค้นอย่างถึงที่สุด เมื่อมารดาต้องล้มป่วยจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขณะที่บิดากลายเป็นคนพิการไร้ความสามารถในการทำงาน หนทางรอดเดียวของทุกคนจึงตกเป็นหน้าที่ของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนนี้ที่ต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ ในการออกเดินทางเผชิญหน้ากับโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคเพื่อหาอาหารมาประทังชีวิตและนำพาครอบครัวให้รอดพ้นจากความอดอยาก
ภาพปกนิยายเรื่อง บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มกำพร้าที่ต้องทำงานหนักจนสิ้นใจ ได้รับโอกาสครั้งใหม่ให้มาเกิดเป็น จางอี้หมิง เด็กน้อยวัยห้าขวบในตระกูลบัณฑิต ทว่าความสุขในครอบครัวที่เขาปรารถนามาตลอดกลับปนเปไปด้วยหยาดน้ำตา เมื่อพวกเขาถูกบ้านใหญ่ขับไล่ส่งให้ต้องมาเผชิญความยากลำบากอย่างแสนสาหัสในชนบทที่ห่างไกล แม้ชีวิตใหม่นี้จะมีทั้งพ่อ แม่ และย่าคอยมอบความรักให้ แต่ความข้นแค้นแสนสาหัสก็กลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่เขาต้องก้าวผ่านไปให้ได้ อดีตหนุ่มสู้ชีวิตจึงต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อปกป้องครอบครัวแสนอบอุ่นนี้ไว้ไม่ให้สูญสลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
เด็กหญิงตัวน้อยนามว่าอ้ายหลาน ผู้ครอบครองพลังกายอันมหาศาลขัดกับรูปร่างที่ดูบอบบางอย่างสิ้นเชิง นางสามารถยกกระสอบข้าวหนักอึ้งด้วยมือเพียงข้างเดียวได้อย่างสบาย และทุ่มหินยักษ์ขนาดสิบคนโอบได้อย่างง่ายดาย นอกเหนือจากพละกำลังที่เหนือมนุษย์แล้ว อ้ายหลานยังมีประสาทสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นเลิศ โดยเฉพาะการตรวจจับกลิ่นของกินที่อยู่ห่างไกลออกไป ยิ่งไปกว่านั้น จมูกอันแสนพิเศษของนางยังมีความสามารถในการแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากอาหารที่ปลอดภัยได้อย่างแม่นยำจนน่าเหลือเชื่อ