APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม

รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม

ความรักไม่ใช่เรื่องของเพศสภาพ แต่เป็นเรื่องของหัวใจที่ไม่มีใครสามารถมากำหนดขอบเขตได้ แม้ว่าเราจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราทุกคนต่างมีอิสระเต็มที่ในการเลือกทางเดินชีวิตและโอบกอดความรักในแบบของตัวเอง เช่นเดียวกับสองชายหนุ่มผู้มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ความรักคือสิ่งที่มีคุณค่าและงดงามที่สุดในชีวิต พวกเขาจึงจับมือกันอย่างเหนียวแน่น พร้อมที่จะฝ่าฟันและก้าวข้ามทุกอุปสรรคขีดจำกัด เพื่อปกป้องความสัมพันธ์อันแสนพิเศษนี้ให้อยู่เคียงคู่กันตลอดไป
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

บนเตียงนุ่มปรากฏร่างหนาของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี ใบหน้าหล่อเหลาที่เปลือกตายังคงปิดสนิทอยู่นั้นเริ่มขยับพร้อมทั้งมีเหงื่อผุดออกมาทั้งๆ ที่แอร์คอนดิชันภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายและเป็นระเบียบยังคงทำงานอย่างไม่หยุดพัก ริมฝีปากบางสีแดงอมชมพูขมุบขมิบราวกับว่ากำลังพูดบางสิ่งบางอย่าง แต่ทว่าเสียงกลับไม่ดังออกมาตามที่ริมฝีปากขยับ

“ไม่ วิน!!! อย่าไป” และในที่สุดเสียงก็ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากนั้น

“เฮื้อก!!!!”

“โอ๊ย!!!! ฝันอีกแล้วเหรอเนี่ย”

แบม ภูวดลสะดุ้งสุดตัวร่างหนาเด้งขึ้นมาอยู่ในท่านั่งกุมศีรษะบนที่นอนนุ่ม ก่อนที่เขาจะใช้มือทั้งสองข้างสางผมที่ปรกลงบนหน้าผากไปถึงขนตายาวชุ่มน้ำตาให้เปิดออก

“น้องวิน… พี่จะทำตามที่พี่สัญญากับเราไว้นะ ไปอยู่ในชาติภพใหม่ พี่ขอให้หนูปลอดภัย...ไร้โรคภัยไข้เจ็บนะ”

เด็กหนุ่มหยิบของทดแทนของเด็กชายตัวน้อยในตอนนั้นขึ้นมาจากชิ้นชักโต๊ะข้างเตียงแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

น้ำตาของลูกผู้ชายไหลออกมาเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ก่อนที่เด็กน้อยจะเข้ารับการผ่าตัด ตอนนั้นเขาก็ยังคงเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งอายุมากกว่าน้องวินไปเพียงไม่กี่ปี ทั้งสองคนสนิทกันตอนที่เขาไปทำงานกับมารดา เขาพบน้องวินกำลังเข้ารับการรักษาตัวด้วยโรคลิ้นหัวใจรั่วที่โรงพยาบาลที่มารดาเป็นศัลยแพทย์ทรวงอกอยู่พอดี รู้จักกันจนสนิทสนมน้องวินก็จากไปแบบไม่มีวันกลับ

เนื่องด้วยศัลยแพทย์หัวใจของทางโรงพยาบาลมีน้อยและกำลังติดเคสสำคัญ เด็กน้อยจากไปอย่างกะทันหัน เขาร้องไห้อย่างหนักและซึมอยู่หลายวัน ก่อนที่เด็กน้อยจะอาการทรุดและจากไป เขาเคยให้สัญญาว่าโตมาเขาจะเป็นศัลยแพทย์หัวใจ คอยรักษาหัวใจให้คนที่เป็นแบบน้องวิน น้องวินยิ้มออกมาด้วยแววตาที่มีความสุข เขาไม่คิดเลยว่ารอยยิ้มจากเด็กน้อยในวันนั้นจะเป็นวันสุดท้าย… ที่เขาได้มองมัน

เขายกมือขึ้นมาปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นจากเตียงนอน ก่อนที่สองขายาวจะก้าวเดินไปที่ห้องน้ำ เสียงน้ำที่ไหลลงกระทบพื้นบ่งบอกว่าเด็กหนุ่มได้อาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียนมัธยมปลายในเช้าวันนี้แล้ว

“สวัสดีตอนเช้าครับคุณพ่อ คุณแม่ พี่บอม พี่บี๋”

ชายหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดของบ้านเอ่ยทักทายทุกคนหลังจากที่เข้ามานั่งประจำที่ตรงโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว

“หน้าตาไม่ค่อยสดใสเลยนะลูก เจ็บป่วยตรงไหนหรือเปล่า”

แพทย์หญิงศิริลักษณ์ ปรีชารักษ์เอ่ยถามบุตรชายคนเล็กด้วยความเป็นห่วง

“นั่นสิ อย่าบอกนะว่าฝันเรื่องเดิมอีกแล้ว”

ภูวเมศ ปรีชารักษ์ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามต่อในคำถามเดียวกันกับที่พี่ๆ ทั้งสองอยากเอ่ยถามน้องชายคนเล็ก เด็กหนุ่มพยักหน้าก่อนที่จะหันหน้าไปส่งยิ้มขอบคุณแม่บ้านที่นำข้าวต้มมาเสิร์ฟตรงหน้าของเขา

“ปล่อยวางซะบ้างสิแบม น้องเค้าก็ไปสบายแล้ว”

บอม ภูวพล ปรีชารักษ์ พี่ชายคนโตบอกน้องชายด้วยน้ำเสียงปลอบโยน เขารู้ดีว่าแบมนั้นเสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นขนาดไหน

“จริงด้วยนะแบม ถ้าแบมอยากให้น้องมีความสุขเวลาที่มองลงมาจากฟ้า แบมก็ตั้งใจเรียนหมอให้จบแล้วรักษาคนที่ป่วยแบบน้องเขาให้สุดความสามารถที่บอมมีนะ” พี่สาวผู้ที่รับรู้ความใฝ่ฝันของผู้เป็นน้องชายแนะแนวทางให้กับเขา

“ครับ… ขอบคุณทุกคนมากนะครับ”

กำลังใจและความเข้าใจของครอบครัวย่อมสำคัญที่สุด เป้าหมายของเขาต่อจากนี้แน่นอนว่าเขาจะทำมันให้สำเร็จ อีกแค่ไม่กี่เดือนภาคเรียนที่หนึ่งของระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกของเขาก็ผ่านไปแล้ว และในภาคเรียนที่สองเขาจะตั้งใจกว่าเดิมเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพเหมือนกับมารดาให้ได้

โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใจกลางกรุง

ร่างสูงของเด็กหนุ่มที่โตเต็มวัยกำลังเยื้องย่างเข้าไปในโรงเรียนของตนเองท่ามกลางสายตาของสาวๆ ที่มองมาอย่างสนใจ เขาส่งยิ้มให้สาวๆ รุ่นน้องและรุ่นเดียวกันตามประสาคนที่อัธยาศัยดี แต่ทว่ารอยยิ้มของเขาทำเอาหัวใจสาวๆ เต้นแรงไปตามๆ กัน เขาเดินตรงไปยังตึกที่ตนเรียนแต่แล้วไหล่กว้างก็มีท่อนแขนจากเพื่อนสนิทพาดผ่านมาโอบไหล่เขาไว้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะปล่อย

“เฮ้ย!! ไอ้กราฟ มึงมาเช้าจังวะฮ่าๆๆๆ สะดุ้งอะไรขนาดนั้นวะไอ้นี่ มัวแต่เก๊กหล่ออยู่นั่นแหละหมั่นไส้ แบ่งความหล่อมาให้กูบ้างดิ๊เพื่อน”

บอส ภานุอุทานเรียกเพื่อนสนิท ก่อนที่จะเอ่ยประโยคที่ทำให้กราฟ กาลัญญู พิเชษฐ์พัฒน์หัวเราะออกมา

“ถ้ามันแบ่งกันได้กูแบ่งให้มึงไปแล้วไอ้บอส มึงก็มาเช้าเป็นเหมือนกันหรอวะฮ่าๆๆๆ”

เสียงขี้เล่นติดทะเล้นตอบกลับ ก่อนที่เขาจะเดินตรงไปยังอาคารเรียนของตนโดยมีบอส ภานุเพื่อนสนิทเพียงคนเดียววิ่งตามหลังไปติดๆ

“อีกเทอมเดียวมึงจะย้ายไปทำไมวะ”

เด็กหนุ่มเอ่ยถามเพื่อนสนิทตรงหน้าเมื่อได้ยินข่าวที่ไม่น่ายินดีสำหรับเขาเท่าไหร่

“กูอยากไปเรียนที่นั่นก่อนจบ พ่อแม่ก็ไม่ห้าม แถมสนับสนุน บอกทำไมกูไม่ไปเรียนโรงเรียนนั้นตั้งแต่แรกเพราะพ่อกูก็จบจากที่นั่นมา”

กราฟ กาลัญญูตอบเพื่อนสนิทขณะที่เขากำลังเขียนงานส่งอาจารย์อยู่ภายในห้องเรียน กราฟ กาลัญญูเป็นเด็กที่เรียนเก่งอีกคนหนึ่งของโรงเรียน และเป้าหมายของเขาคือการได้เป็นเพื่อนกับเด็กหนุ่มหน้าหล่อ นักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำให้เขาประทับใจ อาจจะดูเป็นความคิดที่โง่เขลาสำหรับเหตุผลของการย้ายไป แต่หัวใจของเขามันสั่งให้เขาตัดสินใจแบบนั้น เขาไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร

“แล้วจบมอหกมึงจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไหน”

บอสเอ่ยถามเพื่อนถึงเรื่องมหาวิทยาลัยแทนเพราะถึงอย่างไรการย้ายตามเพื่อนสนิทไปมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เข้าท่า แต่ถ้าได้ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยเดียวกันในอนาคตก็เป็นไปได้

“กูจะเรียนหมอ”

เด็กหนุ่มละสายตาและวางมือจากงานที่กำลังเขียนอยู่แล้วตอบอย่างมั่นใจ

“โห่… กูคงเรียนกับมึงไม่ไหว ไอ้นี่...ทำไมชอบจังอะไรยากๆ เนี่ย”

บอสเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยใจ จะให้เขาทนเรียนไปอีกห้าหกปี ไหนจะเรียนเฉพาะทางอีก เขาสู้ไม่ไหวจริงๆ

“มึงก็รู้ว่าชีวิตกูอยากอุทิศให้กับการต่อชีวิตให้คนอื่น”

กราฟบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนที่จะก้มหน้าลงเขียนรายงานต่อแล้วไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก บอสไม่อยากรบกวนเพื่อนจึงหยิบรายงานของตนขึ้นมาเขียนบ้าง เขายังไม่รู้เลยว่าอีกหนึ่งเทอมที่เหลือ ถ้าเขาไม่มีเพื่อนสนิทอยู่ด้วยแล้ว ผลการเรียนของเขาจะเป็นอย่างไร เพราะเวลาที่เขาไม่เข้าใจ เพื่อนสนิทอย่างกราฟ กาลัญญู ก็คอยช่วยเหลือเขามาโดยตลอด

สองหนุ่มสาวที่กำลังเดินเคียงข้างกันเข้าไปในโรงอาหารของโรงเรียนต่างเป็นเป้าสายตาของหนุ่มๆ สาวๆ ทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นน้องในโรงเรียนแห่งนี้ ใครๆ ต่างก็เข้าใจว่าแบม ภูวดลและจีน่า เจนจิราเป็นแฟนกัน เพราะเวลาไปไหนมักจะพบเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกันตลอด ถึงจะมีเด็กหนุ่มอีกคน แต่เขาก็ไม่ได้เดินเคียงคู่กับแบมหรือจีน่า ต่างจากที่สองหนุ่มสาวเดินเคียงข้างกันเสมอ หรือบางทีก็มีจับมือถือแขนกันเดินก็มี

“หล่ออะ เสียดายแทนพวกเธอ….” เสียงรุ่นน้องที่เป็นเพศที่สามเอ่ยขึ้นในกลุ่มสาวๆ

“เสียดายอะไรยัยเบเบ้” เพื่อนสาวคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยถามขึ้น

“พี่แบมอะ…”

คำตอบของชายไม่แท้ของกลุ่มเรียกสายตาความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดี

“พี่เขาไม่ได้ชอบชะนีหรอก เขาชอบผู้ชายด้วยกัน”

คนที่ชื่อเบเบ้เอ่ยออกมาตามสัญชาตญาณแต่เพื่อนๆ ในกลุ่มกลับส่งเสียงหัวเราะออกมา ใครจะเชื่อก็พี่แบมภูวดล ออกจะมาดแมนขนาดนั้นต่างจากคนพูดอย่างลิบลับ เล่นกีฬาก็เก่ง การเรียนก็อันดับหนึ่งของระดับชั้น แถมมีสาวสวยข้างกายเป็นดาวโรงเรียนอีกต่างหาก

“ใส่กันไหม… ถ้าพี่แบมชอบผู้ชายพวกแกเลี้ยงข้าวฉันสามเดือน แต่ถ้าพี่แบมเป็นผู้ชายชอบผู้หญิง ฉันยอมกลับไปเป็นผู้ชายตัดผมเกรียนเลยอะ”

เบเบ้เอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ และสาวๆ ในกลุ่มก็มั่นใจเช่นกัน ทุกคนตกลงที่จะเล่นเกมนี้โดยยอมเลี้ยงข้าวเพื่อนชายใจสาวคนนี้สามเดือนหากพี่แบมสุดหล่อเป็นแบบที่นางพูด

ทางด้านสองหนุ่มสาวก็นั่งรับประทานอาหารที่ซื้อมาจากร้านโปรดภายในโรงอาหารของโรงเรียนแห่งนี้ แบม ภูวดลคอยตักผักออกให้เพื่อนสนิทมาใส่จานของเขา และเขาก็จัดการมันแทน ก่อนหน้านี้เขาบ่นให้จีน่า เรื่องที่เพื่อนสนิทคนสวยไม่ชอบรับประทานผัก แต่สุดท้ายเธอก็ไม่รับประทานมันอยู่ดี

“น่ารักแบบนี้เรามาคบกันจริงๆ ดีไหมแบม”

คำถามของเพื่อนสนิททำเอามือเรียวขาวสะอาดที่กำลังจับช้อนอยู่ชะงัก ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมองหน้าคนถาม

“ไม่อะ… ฉันรู้ว่าเธอก็ไม่ได้ชอบ…ฉันหรอก อย่ามาจีน่า แสดงละครก็พอแล้ว”

เขาบอกเธอเสียงเบาก่อนที่จีน่าจะส่งค้อนวงใหญ่ให้กับคนรู้ทัน ตั้ม อนุพงษ์ที่เดินไปซื้อน้ำกลับมาไม่ทันได้ยินความลับของทั้งสองคน เขาวางน้ำลงตรงหน้าของเพื่อนทั้งสองก่อนที่จะได้รับคำขอบคุณเป็นการตอบแทน

สองหนุ่มหนึ่งสาวนั่งรับประทานอาหารกลางวันอย่างเงียบๆ เมื่อรับประทานเสร็จทั้งสามก็เดินออกจากโรงอาหารไปท่ามกลางสายตาของทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ ภายในโรงเรียนที่สนใจทั้งแบม ภูวดลและจีน่า เจนจิรา สาวลูกครึ่งเยอรมันที่มีฐานะทางบ้านร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีเช่นเดียวกับครอบครัวของเพื่อนสนิท

“แบม นายจะเรียนหมอจริงอะ”

จีน่าเอ่ยถามหลังจากที่ได้เห็นรายชื่อคณะที่เพื่อนกรอกลงในแบบสอบถาม

“อืม…ศัลแพทย์หัวใจ”

จีน่าพยักหน้าขึ้นลงด้วยความเข้าใจ เหตุการณ์ในตอนนั้นทำเพื่อนของเธอคนนี้ซึมลงไปหลายวัน และจากที่เป็นคนสดใสร่าเริงกลายเป็นเงียบขรึมเย็นชา แต่กับเธอแบม ภูวดลยังคงอบอุ่นเสมอ

“เธอล่ะ…จะเรียนต่ออะไร อย่าบอกนะว่า….”

“อืม….นิเทศศาสตร์น่ะ”

เพื่อนของเขาสวยและเธอก็สามารถเป็นดาราได้สบาย ก่อนหน้านี้พากันไปเดินห้างดังก็มีปาปารัสซี่มาทาบทาม แต่ทั้งเขาและเพื่อนยังห่วงเรื่องการเรียนอยู่เลยไม่ได้ไปแคสตามที่เขาติดต่อมา

“พี่บี๋ก็เพิ่งจะได้แสดงละครเรื่องแรก” ประโยคที่แบม ภูวดลเอ่ยออกมาทำเอาเพื่อนสนิทตาโต

“จริงดิ เรื่องอะไรอะ รับบทอะไรหรอ” ลูกครึ่งสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ไม่รู้ดิ ไม่ได้ถาม เมื่อวานเห็นนั่งอ่านบทอยู่ ตัวประกอบแหละมั้ง เรื่องแรก.. แถมยังไม่เป็นที่รู้จักด้วย”

หนุ่มหน้าใสบอกเพื่อนตามที่เขาเข้าใจ เพราะเมื่อวานเขาไม่ได้ถามไถ่พี่สาวอย่างจริงจัง จึงไม่รู้ว่าตกลงพี่สาวได้รับบทอะไรและแสดงช่องไหน

“หูย….แค่นี้ก็ดีแล้ว พี่บี๋สวย……”

“พอเลย… เลิกคิด เว้นพี่สาวของฉันไว้สักคน” คำพูดที่ดังขัดคอขึ้นมาทำให้จีน่าถึงกับสะบัดหน้าให้กับคนหวงพี่สาว

“แหม…. ชื่นชมเฉยๆ อ้อ..ที่ฉันอยากเรียนนิเทศศาสตร์ ฉันอยากเป็นนางแบบย่ะ ไม่อยากแสดงหรอกละคร นายก็รู้ว่าฉันแสดงละครไม่เก่ง”

“อ๋อ…. เหรอ……”

แบม ภูวดลลากเสียงก่อนที่จะสนใจหนังสือเรียนตรงหน้าแทนการสนทนาเรื่องการเรียนต่อกับเพื่อนสนิท เพราะยิ่งคุยยิ่งออกทะเล จีน่า เจนจิราหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ ก่อนที่จะกรอกคณะที่ตนเลือกและหยิบกระดาษทั้งของเธอและของแบม ภูวดลไปส่งให้กับอาจารย์ที่รอเก็บอยู่

หลังเลิกเรียนสองหนุ่มสาวก็กลับบ้านพร้อมกันเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา แบม ภูวดลถึงจะเบื่อกับลูกอ้อนของเพื่อนสนิทที่ชวนแวะแต่ร้านไอซ์สวีทของพี่ไอซ์ อดีตสาวสวยดาวโรงเรียนที่จบไปหลายปีก่อนแทบทุกวัน แต่เขาก็ไม่เคยปฏิเสธ เพื่อนอย่างจีน่า หาได้ไม่ง่ายในสังคมปัจจุบัน เพื่อนที่ไม่ขายความลับของเพื่อน เพื่อนที่คอยให้คำปรึกษา เพื่อนที่คอยปกป้องและให้กำลังใจ แค่มีเธอเป็นเพื่อน เขาก็มีความสุขแล้ว….

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อม เขาก็สูญเสียคู่ชีวิต
8.9
ไคอัน เบต้าหนุ่มผู้เป็นคู่ชีวิตของฉันอ้างว่าสูญเสียความทรงจำจากเหตุการณ์หมาป่าทำร้าย เขาจำไม่ได้ว่าฉันกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แต่กลับไปทุ่มเทความรักให้กับแกมม่าสาวอย่างเอเวลินเพราะคิดว่าเธอคือคู่แท้ ทั้งยังตราหน้าว่าโอเมก้าอย่างฉันไม่มีค่าคู่ควรกับเขา เมื่อความสัมพันธ์มาถึงทางตัน ฉันจึงตัดสินใจตัดขาดพันธะเพื่อหลีกทางให้เขา ทว่าในขณะที่ฉันกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับราชาอัลฟ่าผู้เป็นคู่ชีวิตคนใหม่ ไคอันกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมเรียกร้องหาลูกด้วยความบ้าคลั่ง ฉันจึงตอบกลับไปอย่างไร้เยื่อใยว่าเด็กคนนั้นไม่มีตัวตนอยู่อีกต่อไปแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน นักศึกษาแพทย์หนุ่มผู้เพียบพร้อมและเป็นทายาทมหาเศรษฐี เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งอันแสนเย็นชา ได้โคจรมาพบกับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายผู้เจนจัดในเรื่องความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน แม้ทั้งคู่จะเรียนอยู่ในสถาบันเดียวกันแต่กลับไม่เคยได้ทำความรู้จักกันมาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งที่เบลซตัดสินใจลองดีกับอำนาจมืด เขาใช้สายตาและคำพูดท้าทายพร้อมยื่นข้อเสนอสุดตื่นตะลึงให้เอซเพื่อแลกกับการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเพียงแค่คืนเดียว ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดและแรงดึงดูดทางเพศที่ยากจะต้านทาน ค่ำคืนนี้จะเปลี่ยนความเคลือบแคลงสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาฝังลึกที่ไม่มีวันลบเลือน
ภาพปกนิยายเรื่อง  Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก(Yaoi)
8.5
เมื่อมนุษย์สามารถปรับตัวและเอาชีวิตรอดในโลกที่ล่มสลายมานานกว่าสี่สิบปีได้สำเร็จ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่ง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองได้ย้อนเวลากลับไปยังจุดเริ่มต้นของภัยพิบัติครั้งใหญ่ในร่างของเด็กชายวัยเพียงห้าขวบเท่านั้น ท่ามกลางวิกฤตการณ์วันสิ้นโลกที่กำลังจะอุบัติขึ้นอีกครั้ง เขาต้องใช้ความทรงจำและประสบการณ์ทั้งหมดจากอนาคตเพื่อเผชิญหน้ากับโศกนาฏกรรมเดิมที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่อีกหน
ภาพปกนิยายเรื่อง Room 523 ตามจีบนาย ไอ้วายร้าย..
9.4
เล่าขานกันว่าใครที่เข้าพักในห้อง 523 จะเรียนจบได้ก็ต่อเมื่อมีคนรักเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์รุ่นเดียวกันเท่านั้น ทำให้ พายุ ชายหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มสดใสไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องฝืนใจเข้าไปตามจีบ ไผ่ หนุ่มสุดฮอตดีกรีเดือนคณะนิติศาสตร์ ซึ่งเคยเป็นอริที่เขาเกลียดขี้หน้าอย่างยิ่งมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย เพื่อประคองอนาคตการเรียนของตนเองให้รอดพ้นวิกฤต พายุจึงต้องจำยอมทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจอดีตศัตรูรายนี้ให้สำเร็จ ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์อันหล่อเหลาไร้ที่ติของไผ่นั้น กลับมีความลับแสนร้ายกาจบางอย่างซุกซ่อนอยู่โดยที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมากวนเวียนรู้มาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักหลายปีสุดท้ายกลายเป็นความเกลียดชัง
9.2
เมื่อเสียวจิ่งเหิงพบว่าตนเองมีเวลาเหลืออยู่ในโลกนี้เพียงแค่เจ็ดวันสุดท้าย เขาจึงพยายามอ้อนวอนขอความเมตตาจากฉินจั่วเพื่อชดเชยความผิดในอดีต ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เขาเคยบอกเลิกเธออย่างไร้เยื่อใยโดยอ้างว่ารักเพียงยวี่โหรว และไม่อยากฝืนทนใช้ชีวิตคู่อีกต่อไป ทั้งยังบังคับให้เธอเซ็นใบหย่าเพื่อที่เขาจะได้ไปใช้ชีวิตอิสระตามใจชอบ โดยละเลยทั้งภรรยาและลูกอย่างสิ้นเชิง ทว่าในวาระสุดท้ายของชีวิต ชายผู้เคยละทิ้งครอบครัวไปอย่างไม่ใยดี กลับต้องกลายมาเป็นฝ่ายคุกเข่าหลั่งน้ำตาอ้อนวอนขอความรักและความเห็นใจ เพื่อหวังจะได้รับโอกาสในการกลับมาคืนดีกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง ลูกอนุ (Boy Love)
8.1
ชีวิตสุดรันทดของบุตรภรรยาน้อยผู้ไร้ค่า เมื่อบิดาบังเกิดเกล้าส่งตัวเขาไปเป็นนายบำเรอเพื่อสังเวยอำนาจให้มหาอำมาตย์ผู้ทรงอิทธิพล แต่ในคืนวิวาห์ เจ้าบ่าวกลับหัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันอย่างไม่คาดฝัน ท่ามกลางความโกลาหล เขากลับถูกปรักปรำว่าเป็นตัวกาลกิณีผู้มักมากในกาม และต้องเผชิญบทลงโทษแสนทารุณด้วยการถูกสั่งฝังทั้งเป็นเพื่อชดใช้ความผิดที่ตนไม่ได้ก่อ