APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง Black Boy, Bad Boy จับพ่อหนุ่มตัวร้ายมาติวรัก

Black Boy, Bad Boy จับพ่อหนุ่มตัวร้ายมาติวรัก

เมื่อชีวิตของละอองฟองมาถึงทางตันเพราะครอบครัวตัดหางปล่อยวัดเรื่องเงินทองจนแทบไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ แถมยังต้องมาตกงานและโดนทวงค่าห้องในวันเดียวกัน โชคชะตาที่มืดมนกลับยื่นข้อเสนอให้เธอมารับหน้าที่เป็นติวเตอร์ส่วนตัว ทว่างานนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อมีกฎเหล็กสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้เธอเผลอใจไปรักลูกศิษย์ของตัวเอง หากละเมิดข้อตกลงนี้เธอจะไม่ได้รับค่าจ้างแม้แต่บาทเดียว และยังต้องจ่ายค่าปรับคืนสูงถึงสิบเท่าตัว ละอองฟองจึงต้องทำทุกทางเพื่อควบคุมหัวใจตัวเองไม่ให้หวั่นไหวในเกมเดิมพันที่มีอนาคตเป็นเดิมพันครั้งนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

ไม่อยากจะเชื่อว่าการคุยในเบื้องต้นเพื่อขอรับการสัมภาษณ์เป็นติวเตอร์ตามประกาศนั้นจะง่ายดายขนาดนี้ เพียงแค่บอกความวัตถุประสงค์ของฉันไม่กี่ประโยค ปลายสายก็ตอบรับพร้อมนัดสถานที่ให้มาสัมภาษณ์ในวันรุ่งขึ้นเสร็จสรรพ และตอนนี้ฉันก็มาอยู่ยังสถานที่นัดแล้ว ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ที่ไหนนอกเสียจากโรงแรมแกรนด์เซบาสเตียน โรงแรมที่มีเครือข่ายมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และที่น่าตกใจอันดับแรกเมื่อมาถึงหน้าห้องสัมภาษณ์คือ...

หนึ่ง...

คนมาสัมภาษณ์เยอะมากกก! เยอะเว่อร์! เยอะกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว แถมเป็นชะนีโบ๊ะหน้าจัดเต็ม มากันแบบสวยๆ ทั้งนั้น บางคนก็คุ้นหน้าคุ้นตาว่าเป็นดารานางแบบหางแถวด้วยเถอะ ว่าแล้วก็เหลือบมามองสภาพตัวเองในชุดนักศึกษากระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า ...สุดจะไม่เข้าพวกเลย -_-

สอง...

คนประกาศรับสมัครและตอบรับให้ฉันมาสัมภาษณ์เมื่อคืนนี้เป็นผู้ช่วยของประธานโรงแรม อันนี้ฉันได้ยินสาวๆ เม้าท์กันระหว่างรอน่ะ

และสาม...

หากผ่านสัมภาษณ์ นักเรียนที่จะได้สอนคือลูกชายคนเดียวของตระกูลอัครเทวา ผู้เป็นเจ้าของเครือข่าย โรงแรมเซบาสเตียนทั้งหมดนี้!

โฮกกก! อกอีแป้นจะแตก = =;; หลงมาสมัครเป็นติวเตอร์ให้ลูกชายตระกูลไฮโซแบบไม่รู้ตัวซะแล้ว ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่หลังจากประเมินคู่แข่งที่รอสัมภาษณ์ แต่ละคนดูดีมีชาติตระกูลทั้งนั้น อย่างฉันมาแบบโลโซงี้ คงไม่ได้หรอก จะถอดใจกลับตอนนี้ก็อุตส่าห์มาแล้ว เลยจำใจนั่งรอสัมภาษณ์อย่างช่วยไม่ได้ ทั้งๆ ที่พอจะเดาได้ว่าคงตกสัมภาษณ์เป็นแน่แท้

ไม่นานคนที่มีคิวสัมภาษณ์ก่อนหน้าฉันก็รับการสัมภาษณ์เสร็จ เสียงประตูที่เปิดออกเป็นสัญญาณให้ฉันรู้ว่า ถึงตาฉันเข้าไปในห้องเย็นนั้นแล้ว

“ต่อไปขอเชิญคุณละอองฟองครับ”

ชายหนุ่มในชุดสูทท่าทางภูมิฐานขานชื่อฉัน ฉันอึ้งไปเล็กน้อยกับใบหน้าคมของเขา ก่อนสติจะกลับมาอีกครั้งเมื่อเขาหันมาพูดกับฉัน

“คุณคือคุณละอองฟองใช่มั้ยครับ ถ้าใช่ขอเชิญเข้าไปด้านในเลย”

“ค่ะๆ... >_<” ฉันหลับหูหลับตาผงกหัวปลกๆ เดินตามคำเชื้อเชิญอย่างว่าง่าย

บรรยากาศภายในห้องตกแต่งอย่างหรูหราในสไตล์ยุควิคตอเรีย ฉันนั่งลงตรงข้ามกับผู้ชายคนนั้น ลอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมสมาธิ ก่อนแนะนำตัวออกไปตามมารยาทในการสัมภาษณ์งาน

“สะ...สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อนางสาวละอองฟอง ปุณฑริก ชื่อเล่นก็ชื่อละอองฟองค่ะ แต่คนส่วนใหญ่เรียกว่าอองฟองเฉยๆ ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นปีที่สอง มหาวิทยาลัย...”

“ผมทราบประวัติส่วนตัวเบื้องต้นของคุณทั้งหมดจากเอกสารแนะนำตัวที่คุณยื่นให้ตอนลงทะเบียนขอรับการสัมภาษณ์แล้วครับคุณละอองฟอง ไม่ต้องแนะนำตัวหรอก เสียเวลา”

พูดยังไม่ทันจบประโยคก็โดนเบรกกลางอากาศ เคยพูดๆ อยู่แล้วจู่ๆ อ้าปากค้างพูดต่อไม่ออกมั้ย = = นั่นแหละฉันตอนนี้เลย บอกให้เลยนะ ฉันล่ะไม่ชอบเวลาพูดอยู่แล้วมีคนแทรกขึ้นมาหักหน้าอย่างนี้มากที่สุดเลย

“อ่ะ...เอ่อ... ได้ค่ะ อย่างนั้นเริ่มการสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ ดิฉันพร้อมแล้ว”

ความ Alert ในตอนแรกพลันมลายหายสิ้น ฉันกลายเป็นผู้หญิงอมทุกข์ทันที ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามยิ้มมุมปากเล็กน้อย

เหอะ... ถ้าเขายิ้มแบบนี้ก่อนที่ฉันจะไม่สบอารมณ์ ฉันก็คงละลายไปแล้ว ความจริงแล้วเขาเป็นคนที่หล่อมากเลยทีเดียวนะล่ะ ผมรองทรงสูงปัดเสยแบบทันสมัยรับกับรูปหน้าเรียวตามแบบฉบับหนุ่มตี๋เกาหลีกิมจิเสียเหลือเกิน แถมยังเข้ากั๊นเข้ากันกับสูทสีกรมที่เขาสวมอยู่เสียอีก ดูจากหน้าตาท่าทางแล้วน่าจะอายุไม่มากกว่าฉันเท่าไหร่นัก ถ้าให้เดาก็คงอายุประมาณยี่สิบกลางๆ ได้

“ผมชื่อธาม เป็นเลขานุการของคุณหญิงปรางค์ รองประธานเครือโรงแรมแกรนด์เซบาสเตียน รับหน้าที่มาสัมภาษณ์คุณแทนคุณหญิงท่านนะครับ ยังไงผมขอแทนตัวเองว่าพี่ธาม แล้วแทนคุณว่าน้องอองฟองแล้วกันนะครับ จะได้คุยกันได้สบายๆ”

ฉันเหลือบมองแล้วพยักหน้ารับเพียงเล็กน้อย -_- จะเรียกอะไรก็เอาเหอะ ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรกับการสัมภาษณ์นี้สักเท่าไหร่อยู่แล้ว ยิ่งมาโดนอีตาพี่ธามนี่ทำเสียเซลฟ์ ยิ่งหมดอารมณ์เข้าไปใหญ่

“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอเริ่มเลยนะครับ... ขอทราบเหตุผลหน่อยได้มั้ยครับว่าทำไมน้องอองฟองถึงได้สนใจเข้ารับการสัมภาษณ์เป็นติวเตอร์งานนี้ครับ”

“เงินเยอะดี”

ตอบเสียงห้วน ตาไม่ชำเลืองแลมองคนตรงหน้าสักนิด แต่ก็พอรับรู้ได้ว่าเขาคงอึ้งกับคำตอบขวานผ่าซากของฉันพอสมควร

“แล้วพอมีเหตุผลอื่นนอกจากนี้มั้ยครับ” พอตั้งสติได้ก็ถามต่อ

“ไม่มีค่ะ ดิฉันมาเพื่อเงินเท่านั้น”

“ถ้าเหตุผลของน้องอองฟองมาเพื่อค่าจ้าง แสดงว่าน้องอองฟองคงมีภาระทางการเงินพอสมควรสินะครับ ถึงได้หางานพิเศษทำระหว่างเรียนอย่างนี้”

คำถามนี้ทำให้ฉันเหลือบมองเขาเล็กน้อย

“ใครๆ เขาก็ทำงานเพื่อเงินกันไม่ใช่หรือคะ อีกอย่าง ภาระค่าใช้จ่ายของฉันมันเกี่ยวอะไรกับประเด็นการสัมภาษณ์ไม่ทราบ”

น้ำเสียงของฉันเริ่มเป็นมะนาวไม่มีน้ำมากขึ้น ไม่พอใจที่ถูกละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวทั้งๆ ที่เพิ่งเจอหน้ากันไม่ถึงชั่วโมงดีอย่างนี้

ทว่าคู่สนทนากลับอมยิ้มน้อยๆ จนเห็นลักยิ้มปรายบนใบหน้า

“ไม่เกี่ยวหรอกครับ พี่เห็นว่าในบรรดาผู้รับการสัมภาษณ์ มีน้องอองฟองคนเดียวที่ใส่ชุดนักศึกษา พี่เลยเดาว่าน้องอองฟองคงอยากทำงานหาเงินไว้เป็นทุนเรียนแน่ๆ ใช่มั้ยครับ?”

“คิดว่าใช่ก็ใช่ คิดว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่”

“สรุปว่าใช่แล้วกันนะ ถ้าอย่างนั้นพี่ขอถามคำถามอีกสักข้อนึง สมมติว่าน้องอองฟองไม่ผ่านการสัมภาษณ์และไม่ได้รับงานนี้ แต่พี่จะให้น้องอองฟองรับงานอีกงานนึง น้องอองฟองพอสนใจมั้ยครับ”

“งานอะไรคะ เป็นอีหนูให้ป๋าขาเลี้ยงหรือไง -_-“

ฉันรีบดักคอ ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ก็เอะใจในน้ำเสียงและถ้อยคำของอีตานี่ขึ้นมาตงิดๆ จนต้องหันไปมองหน้า ยิ่งเห็นสายตากรุ้มกริ่มนั่นแล้ว ยิ่งแน่ใจขึ้นมาหน่อยๆ ว่าเขาจะพูดอะไรต่อจากนี้

ฮึ! แม้ฉันจะใส่แว่นสายตาอันใหญ่เทอะทะก็ตามที แต่ก็ใช่ว่าฉันจะขี้ริ้วขี้เหร่เลวร้ายอะไรเสียหน่อย ฉันก็แต่งตัวแต่งหน้าเหมือนสาวๆ ทั่วไปนะ ผมฉันยาวถึงกลางหลังได้ แถมย้อมสีแดงประกายม่วงพร้อมดัดลอนอ่อนๆ ตามแฟชั่น หน้าตาก็จิ้มลิ้มเป็นสาวหมวยอินเทรนด์ไม่น้อย อย่าว่าหลงตัวเองเลย ฉันก็น่ารักน่าหยิกใช่ย่อยล่ะ (อวยตัวเอง) และไอ้ฟอร์มการพูดแบบนี้ ฉันเองก็เคยเจอพวกหัวงูก้อร่อก้อติกเวลาทำงานพาร์ตไทม์ก่อนมาเป็นติวเตอร์มาเยอะเหมือนกัน แค่นี้ทำไมจะไม่รู้

“จุ๊ๆ พูดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับน้องอองฟอง อย่าเรียกว่าอีหนูกับป๋าขาเลย เรียกว่าเป็นสปอนเซอร์ดีกว่า”

อีตาธามว่า พลางลุกจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะมายังฝั่งที่ฉันนั่ง ก่อนทรุดตัวนั่งบนโต๊ะใกล้ๆ ฉัน วางมาดเป็นอาเสี่ยสุดฤทธิ์ ...เหอะ ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้ -_-;; น่าตกใจตรงที่ไม่น่าเชื่อว่าหน้าตาดีอย่างเขาชนิดแค่กวักมือ ผู้หญิงก็วิ่งมาหาเป็นโขยงก็เป็นอาเสี่ยแล้ว โลกนี้มันชักอยู่ยากขึ้นทุกวันแฮะ

“จะสปอนเซอร์ ลิโพ เอ็มร้อยอะไรก็เอาเถอะค่ะ ดิฉันขอบายดีกว่า ขอบคุณสำหรับการสัมภาษณ์วันนี้นะคะ”

พอเห็นท่าไม่ดี ฉันก็รีบตัดบทถอยทัพหนี ทว่าเหมือนเขาจะรู้ว่าฉันจะลุกหนี ไม่ทันได้ลุกขึ้น มือใหญ่ก็คว้าบ่าฉันและกดให้นั่งลงดังเดิม ทำเอาฉันถึงกับเบิกตาโพลง

“ทะ...ทำอะไรน่ะ O_O;;”

ถามเสียงแอบสั่นน้อยๆ มีลางสังหรณ์ขึ้นมาว่าหากอยู่ที่นี่นานกว่านี้คงมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่

“จะรีบไปไหนล่ะครับน้องอองฟอง พี่ให้ค่าขนมได้ไม่อั้นเลยนะ เผลอๆ มากกว่าค่าจ้างรายชั่วโมงที่คุณหญิงปรางค์ให้อีก ไม่สนใจจริงๆ หรือ”

ไม่ว่าเปล่า หมอนี่เลื่อนมือจากบ่าของฉันไล่มาตามท่อนแขน ทำเอาฉันขนลุกเกรียวทันใด อ๊ากกก! นี่มันเข้าข่ายลวนลามแล้วนะ =O=!!

“ละ...แล้วมาสนใจอะไรดิฉันกันเล่า นางบงนางแบบผู้หญิงคนอื่นสวยๆ มีเยอะแยะ ทำไมไม่ไปถามฮะ!”

ฉันสะบัดตัวเบี่ยงออกแล้วรีบลุกขึ้นยืน เขายอมปล่อยแต่โดยดีโดยมีท่าทีเสียดายนิดๆ ก่อนจะยกมือข้างที่จับแขนฉันเมื่อครู่ขึ้นมาอังจมูกคล้ายๆ สูดดมกลิ่นอะไรอย่างนั้น... โรคจิตชัดๆ -_-;;

“ก็... คนอื่นไม่น่ารักโดนใจพี่นี่นา อีกอย่างพี่ชอบผู้หญิงน่ารักใสๆ ไม่ต้องโบกเครื่องสำอางหนา เวลาจูบจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะกินสารอะไรต่ออะไรเข้าไป แต่งหน้าน้อยๆ ริมฝีปากชมพูใสๆ แบบน้องอองฟองสิดี ไม่ต้องกินลิปสติกเข้าไป ไม่เสี่ยงเป็นมะเร็งง่ายๆ”

หมอนั่นว่าพลางทำตาหวานเยิ้ม ขณะที่ฉันชำเลืองมองหาทางหนีทีไล่ไปยังประตู บอกตัวเองให้รีบออกจากห้องนี้ก่อนที่หมอนั่นจะหาทางมากินเครื่องสำอางบนหน้าฉัน -_-;;

“ถ้าคุณยังขืนลวนลามฉันด้วยคำพูดอยู่ล่ะก็ ฉันแจ้งความคุณข้อหาหมิ่นประมาทแน่”

ไม่รู้จะขู่อะไรก็เอากฎหมายเข้าขู่ซะเลย ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดมันเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือเปล่า =w=;;

“ฮึๆ ก็เอาสิครับ ถ้าน้องอองฟองอยากจะแจ้งนะ เสียเงินไม่เท่าไหร่แลกกับได้จูบน้องอองฟองสักจูบก็ถือว่าคุ้ม”

เอาแล้วยัยอองฟองเอ๊ย! รีบออกจากที่นี่โดยด่วนเลย! เท่านั้นฉันก็ไม่รั้งรอที่จะอยู่ต่อไป รีบถลาไปยังประตูหมายจะออกไปข้างนอก แต่ร่างสูงก็ปราดตัดหน้าไปสับกลอนประตูฉับเสียอย่างนั้น ฉันอ้าปากค้าง เหงื่อแตกพลั่กเมื่อเขาหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้

“คิดว่าจะหนีรอดหรือ”

“ยะ...อย่าคิดทำอะไรบ้าๆ นะ ไม่งั้นฉันเอาเรื่องคุณถึงที่สุดแน่!”

ไม่รู้จะทำยังไงก็ได้แต่เสียงดังไว้ก่อน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะเขาเดินเข้ามาหาฉันช้าๆ ขณะที่ฉันถอยหลังร่นไปเรื่อยๆ และก่อนที่ฉันจะได้หมุนตัวหนี เขาก็ถลามารวบเอวฉันไว้แล้วรั้งเข้าหาตัว

“ฮะ...เฮ้ย! O_O!”

“เรามาสนุกกันดีกว่านะครับน้องอองฟอง ^-^”

ไม่ทันที่ฉันได้ปฏิเสธหรือตอบรับใดๆ หมอนั่นก็โน้มหน้าเขามาใกล้... ใกล้... ใกล้เสียจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ แหมมม... มองใกล้ๆ แล้วอีตาพี่ธามนี่หล่อโลกตะลึงอยู่เหมือนกันนะ สนองไปสักทีดีมั้ยเนี่ย =///= เอ๊ะ!?! มะ...ไม่ใช่ละ มันไม่ใช่แล้วโว้ยยย! ต้องหนีต่างหากเล่า! =O=!

“อย่านะ! อย่านะค้า!! พรู่ดดด! =3=!”

จังหวะที่เขาเกือบจะจูบฉันก็ร้องลั่นพลันรวบรวมน้ำลายทั้งหมดที่มีในปากพ่นใส่หน้าเขาทันใด ได้ผลทันควัน หมอนั่นผงะหงาย ปล่อยมือออกจากฉันแล้วขยี้หน้าตาตัวเองเป็นพัลวัน

“เอ้ย! ทำอะไรเนี่ย เหม็นชะมัดเลย บ้าไปแล้วหรือไง!”

คำถามนั้นควรจะเป็นของฉันต่างหากเฟร้ยยย! =O=* แต่ฉันก็ไม่อยู่รอตอบ พอโอกาสมาถึง ฉันก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รี่เข้าไปปลดล็อกประตูแล้วผลุบออกไปด้านนอกอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้อีตาอาเสี่ยหน้าหล่อดมน้ำลายฉันอย่างสุขีตามลำพัง

วันนี้รอดมาได้แล้ว ชาตินี้ก็ขออย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลยนะตาบ้าเอ๊ย! -_-*

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
9.3
เมื่อฉันตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู อัลฟ่าที่เคยเป็นคนรักกลับเลือกที่จะละทิ้งฉันอย่างไม่ใยดีเพียงเพื่อไปหาคู่แท้ของเขา คำพูดอันแสนเย็นชาผ่านสายโทรศัพท์ในนาทีชีวิตทำให้ฉันไม่มีทางเลือก นอกจากต้องยอมก้มหัวอ้อนวอนต่ออัลฟ่าฝ่ายตรงข้ามเพื่อเอาชีวิตรอดและยอมตกเป็นของเขา ทว่าในเวลาต่อมาเมื่ออดีตคนรักเกิดเปลี่ยนใจและคิดจะกลับมาทวงตัวฉันคืน ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะในตอนนี้ร่างกายและหัวใจของฉันได้กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของศัตรูผู้ไร้ความปรานี และเขาจะไม่มีวันยอมปล่อยให้ฉันกลับไปหาใครหน้าไหนอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากถูกแย่งงานแต่งงาน ฉันกลายเป็นน้องเขยคนเก่าของแฟน
9.2
ในวันแต่งงานที่ควรจะมีความสุขที่สุด ฉันกลับถูกอดีตเพื่อนที่เคยกลั่นแกล้งแย่งชิงเจ้าบ่าวไปต่อหน้า โดยที่ชายคนนั้นเลือกที่จะทอดทิ้งฉันอย่างไร้เยื่อใย ทว่าเมื่อฉันลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรม เขากลับใช้กฎหมายฟ้องร้องข่มขู่จนฉันกลายเป็นตัวตลกของสังคม ทั้งยังเหยียดหยามว่าฉันไม่มีวันสู้เขาได้เพราะเขามีพี่เขยผู้ทรงอิทธิพลคอยหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง แต่แล้วในยามที่ไร้หนทาง ชายผู้เป็นตำนานคนนั้นกลับเข้ามาโอบกอดฉันไว้ พร้อมยื่นข้อเสนอที่จะส่งคนชั่วทั้งสองเข้าคุกเพื่อแลกกับหัวใจของฉัน
ภาพปกนิยายเรื่อง รักครั้งนี้ต้องทุ่มทั้งใจ
8.1
จากเพื่อนสนิทที่รู้ใจกลับกลายมาเป็นคนรักอย่างลึกซึ้ง ทว่าเส้นทางรักของทั้งคู่ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อบาดแผลในอดีตและมือที่สามเริ่มเข้ามาสั่นคลอนความเชื่อใจจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ซ้ำร้ายภาระหน้าที่อันแสนหนักอึ้งยังกลายมาเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่คอยขัดขวาง ความสัมพันธ์ที่เคยแน่นแฟ้นกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญที่อาจนำไปสู่การแตกหัก พวกเขาจะจับมือกันก้าวผ่านมรสุมชีวิตเพื่อรักษาความผูกพันนี้ไว้ได้สำเร็จ หรือจะต้องยอมปล่อยมือและยอมจำนนต่อความจริงอันแสนทรกร้ายในบดี
ภาพปกนิยายเรื่อง รักใสใส หัวใจ Virgin
8.8
เรื่องราวความรักครั้งแรกของ 'มีมี่' และ 'ลีโอ' สองหนุ่มสาววัยมหาวิทยาลัยที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้กันและกัน จุดเริ่มต้นของรักใสๆ ที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความต้องการอันร้อนแรง เมื่อหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ร่างกายก็เริ่มโหยหาสัมผัส ความเขินอาย ความตื่นเต้น และความฟินระคนเสียวจะพาคุณไปสัมผัสช่วงเวลาที่ทั้งสองค้นพบโลกใบใหม่ด้วยกัน จากแก้มแดงๆ สู่ค่ำคืนที่ไม่อาจลืมเลือน พร้อมเรื่องราวของคู่รักอีกหลายคู่ รับประกันความสนุกและความฟินเกินต้าน! อ่านนิยายรักสุดเสียวได้แล้ววันนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ซีรีส์ Alien's host-ลูกชายผมเป็นเอเลี่ยน
8.8
ในคืนที่ผมออกไปเที่ยวคลับตามปกติ สายตาพลันเหลือบไปเห็นชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด ทว่าเขากลับมีสภาพร่างกายที่ดูอ่อนแรงและทรุดโทรมคล้ายคนใกล้จะหมดลมหายใจ แม้ว่าในตอนนั้นความมึนเมาจะเริ่มเข้าครอบงำสติของผมแล้ว แต่ด้วยความรู้สึกเห็นใจและอยากช่วยเหลือ ผมจึงตัดสินใจเดินเข้าไปพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเขาเอาไว้ ทันใดนั้นเอง ชายคนดังกล่าวกลับกระซิบคำขอร้องที่ทำให้ผมต้องตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อเขาบอกว่าต้องการจะวางไข่ในร่างกายของผม คำพูดสุดพิลึกพิลั่นนี้ทำให้ผมสับสนอย่างหนักว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่นขำๆ หรือเป็นเรื่องจริงที่แสนเหลือเชื่อกันแน่
ภาพปกนิยายเรื่อง โอเมก้าผู้ถูกทอดทิ้ง  หายนะของจอมราชันอัลฟ่า
9.2
ตลอดสิบห้าปีที่ผ่านมา ฉันทำหน้าที่เป็นคู่แท้และเป็นเสาหลักทางใจให้แก่อัลฟ่าดัสตินมาโดยตลอด ทว่าความซื่อสัตย์ทั้งหมดกลับมลายสิ้นเมื่อฉันได้เห็นหลักฐานการนอกใจของเขากับผู้ช่วยสาว ความเจ็บช้ำจากการโดนหักหลังครั้งนี้รุนแรงเสียจนร่างกายของฉันปฏิเสธพันธะแห่งจิตวิญญาณ และเมื่อชู้รักส่งรูปครรภ์มาเยาะเย้ย ฉันจึงเลือกที่จะเดินจากไปพร้อมตัดขาดทุกความสัมพันธ์โดยไม่ขอรับทรัพย์สินใดๆ ทั้งสิ้น ทว่าการก้าวเดินออกมาในครั้งนี้ไม่ใช่การยอมจำนนต่อโชคชะตา หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการล้างแค้นเพื่อทำลายล้างโลกทั้งใบของเขาด้วยน้ำมือของฉันเอง