APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กเลี้ยงของน้าภพ

เด็กเลี้ยงของน้าภพ

ภีมภพเฝ้าฟูมฟักและรอคอยให้ญารินดาเติบโตจนถึงเวลาที่เหมาะสมเพื่อเปิดเผยความรู้สึกในใจ เมื่อใจตรงกันความรักอันแสนหวานจึงเริ่มต้นขึ้น ทว่าความสุขกลับต้องพังทลายลงในวันที่เขาอ้างว่าติดธุระ แต่เธอกลับพบเขาอยู่กับคนรักเก่าที่โรงพยาบาลเพื่อเตรียมคลอดบุตร สถานการณ์ยิ่งบีบคั้นหัวใจเมื่อญารินดาเพิ่งได้รับแจ้งจากหมอว่าตนเองมีบุตรยาก ความจริงอันเจ็บปวดนี้กลายเป็นบททดสอบความรักที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและสร้างรอยแผลลึกให้ทั้งสองคน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

เอี๊ยดดด

โครม!!!!

กรี๊ดดดด

จากนั้นก็ตามมาด้วยความชุลมุนวุ่นวาย บางคนยืนดู บางคนบันทึกวิดีโอ บางคนก็ร้องโอดโอยเพราะความเจ็บปวด และมีบางคนกำลังเข้ามาช่วยเหลือ

“แม่ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกสติให้คนที่ล้มก้นกระแทกเพราะตกใจกับภาพเหตุการณ์ได้กลับมาสู่ความโกลาหลตรงหน้าอีกครั้ง

“แม่ไม่เป็นอะไรมาก แค่ตกใจแล้วล้มลงไปเท่านั้นเอง หนูล่ะกอหญ้าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” คนเป็นแม่ถามด้วยความห่วงใย สายตาสำรวจไปทั่วร่างกายบอบบางของลูกสาว ด้วยความห่วงใย

“หนูไม่เป็นอะไรค่ะแม่ แม่ลุกขึ้นนั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูขอตัวไปดูลูกค้าก่อน ไม่รู้ว่ามีใครเป็นอะไรมากไหม”

ญารินดาหรือกอหญ้าหญิงสาววัย 18 ปีรีบเข้าไปช่วยดูคนเจ็บซึ่งทั้งหมดเป็นลูกค้าที่มานั่งรับประทานอาหารที่ร้านของเธอกับมารดา

“มีใครเป็นอะไรมากไหมคะ” หญิงสาวตะโกนถามเพราะถ้าจะเดินดูทุกคนก็คงไม่ทั่วถึง

“พวกเราไม่เป็นอะไรมากหรอกหนูกอหญ้า แค่ตกใจก็เลยร้องกันดังไปหน่อย คงจะมีแต่ลุงเหมือนนั่นแหละ เจ็บหนักกว่าคนอื่น” ลูกค้าทานหนึ่งตอบ

หญิงสาวรีบไปดูลุงเหมือน ชายสูงวัยที่เป็นลูกค้าประจำของร้านอย่างรวดเร็ว

“ใครก็ได้ช่วยเรียกรถพยาบาลให้หน่อยได้ไหมคะ” เธอหันไปขอความช่วยเหลือจากคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่

ระหว่างนั้นผู้ชายคนหนึ่งก็ลงมาจากรถบรรทุกสิบล้อด้วยใบหน้าซีด ตัวสั่น เขายกมือไหว้กล่าวคำขอโทษกับทุกคนอย่างสำนึกผิด

“ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับ ผมหักพวงมาลัยหลบหมา ไปทางขวา แล้วพอดีมีรถขับสวนมาผมก็เลยหักซ้ายอีกทีแต่รถมันหนักผมเลยประคองไม่อยู่” ใบหน้าเขาซีดและตัวสั่นจนดูน่าสงสาร

“ไม่ใช่ว่าเมาแล้วมาแก้ตัวนะคุณ” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น

“ไม่ครับ ผมไม่เมา คุณจะเรียกตำรวจมาตรวจแอลกอฮอล์ก็ได้”

“พวกเรา มีใครโทรเรียกตำรวจหรือยัง”

“ฉันโทรแล้ว เดี๋ยวก็คงมา”

“มีใครเป็นอะไรไหมครับ” คนขับรถถามอย่างสำนึกผิด

“พวกเราไม่มีใครเป็นอะไร นอกจากตกใจก็เท่านั้น ส่วนลุงเหมือนดูจะเจ็บหนักกว่าคนอื่น เพราะแกนั่งอยู่ใกล้ที่สุด” ญารินดาตอบ

คนขับรถเดินไปดูลุงเหมือนแล้วกล่าวขอโทษขอโพยยกใหญ่ จังหวะนั้นรถพยาบาลก็มารับตัวลุงเหมือนไปโรงพยาบาลสวนทางกับรถตำรวจที่ขับเข้ามาพอดี

“เสียหายเยอะเลยนะครับ” นายตำรวจคนหนึ่งเดินดูรอบๆ ร้านอาหารตามสั่งพูดขึ้น

“ค่ะคุณตำรวจ” วาสนาเจ้าของร้านวัย 48 ปีรีบเดินออกมา มือจับไปที่สะโพกเพราะยังเจ็บกับแรงกระแทกเมื่อครู่

ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่บริเวณหน้าร้านแต่ยังลามไปถึงห้องด้านหลังที่สองแม่ลูกใช้พักอาศัยอีกและมอเตอร์ไซค์คันเก่งถูกทับจนมองไม่เห็นซาก ยังดีที่รถของลูกค้าคนอื่นจอดอยู่อีกด้านจึงไม่มีรถใครเสียหายเพิ่ม

“ผมว่าเรื่องนี้คงต้องคุยกันยาวเลย ก่อนอื่นคงต้องให้คนขับไปตรวจสารเสพติดและลงบันทึกประจำวัน ส่วนค่าเสียคงต้องตกลงกันอีกทีนะครับ”

“คุณตำรวจครับ แล้วพวกต้องไปให้ปากคำด้วยไหม” ลูกค้าที่มานั่งทานอาหารถามขึ้น

“ครับ ผมคงต้องรบกวนพวกคุณไปให้ปากคำด้วย แต่ก็คงไม่นาน เพราะกล้องหน้ารถคงช่วยได้มาก”

กว่าวาสนากับลูกสาวจะกลับมาจากโรงพักก็เป็นเวลาเย็น ตอนนี้หน้าร้านมีแต่ร่องรอยความเสียหายหญิงสาวมองแล้วถอนหายใจ เพราะร้านนี้เป็นแหล่งรายได้เดียวของครอบครัว ซึ่งมีเธอกับมารดาช่วยกันขายมานานหลายปี

“แม่คะ เราจะเอายังไงกันดี”

“แม่ก็คิดไม่ออกเหมือนกันลูก” วาสนาถอนหายใจ ข้าวของที่เสียหายไปนั้นเป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลย แล้วเธอจะหาเงินที่ไหนมาเริ่มต้นใหม่กัน ลำพังเงินสำรองที่เก็บไวนั้นก็ไม่มากมายนัก เธอยังต้องส่งเสียให้ลูกสาวได้เรียน ตอนนี้ญารินดาพึ่งจะจบ ม.6 และกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ แม้ว่าการกู้เงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เธอกู้มาตั้งแต่ชั้น ม.4 จะช่วยได้ มันก็ไม่พอค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ตามมาอีกมาก ครั้นจะไปหยิบยืมคนอื่นก็มองไม่เห็นทาง แล้วปัญหาที่หนักกว่านั้นก็คือคืนนี้เธอกับลูกจะไปนอนที่ไหน

“เราเอาเงินเก็บมาซ่อมก่อนดีไหมคะแม่”

“นั้นมันเป็นเงินที่หนูต้องใช้เรียนนะกอหญ้า”

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูยังไม่เรียนก็ได้ เอาไว้มีเงินค่อยไปลงเรียนภาคค่ำ”

“แม่ว่าเราขายร้านทิ้งเลยดีไหมลูก ขายที่ดินด้วยเลย แล้วไปเช่าห้องอยู่ แม่ว่าจะไปหางานทำรับจ้างทั่วไปก็ได้”

“แม่คะ นี่เป็นที่ดินผืนเดียวที่เราเป็นเจ้าของนะคะแม่”

“กอหญ้า ถ้ามันจำเป็นก็คงต้องขาย แม่ไม่รู้ว่าค่าเสียหายที่เรียกร้องไปนั้นจะได้ตอนไหน แล้วระหว่างนี้เราสองแม่ลูกจะอยู่กันยังไง”

วาสนาบอกลูกสาว แม้ที่ดินจะเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย แต่ถึงคราวจำเป็นก็คงต้องยอมขายให้คนอื่น

“หนูว่าจะลองคุยกับคนขับรถดูไหมคะแม่ บางทีเขาอาจช่วยเราได้บ้าง ถ้ารอให้เป็นไปตามกระบวนการหนูว่ามันคงช้ามากแน่”

ทั้งสองคนกำลังนั่งปรึกษากันก็มีรถกระบะสี่ประตูคันหนึ่งเข้ามาจอด

ผู้หญิงวัยไม่น่าจะเกิน 40 ปีเดินลงมาด้วยท่าทางเป็นมิตร สายตามองไปรอบๆ ก่อนจะตรงมายังสองแม่ลูก

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อพร เป็นเจ้านายของคนที่ขับรถชนร้านของคุณ” เธอแนะนำตัวอย่างสุภาพ

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อกอหญ้า นี่แม่ของหนูชื่อแม่วาสเราสองคนเป็นเจ้าของร้านค่ะ”

“ฉันต้องขอโทษหนูกับแม่ด้วยนะที่คนงานของฉันทำให้ร้านของพวกคุณมีสภาพแบบนี้ เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของทางเรา ฉันเลยจะขอมารับผิดชอบ”

“แล้วตำรวจว่ายังไงบ้างคะ”

“เรื่องนั้นก็คงปล่อยไปตามเรื่องนั่นแหละ คงต้องใช้เวลา เรื่องค่าเสียหายถ้ารอให้ศาลตัดสินฉันว่ามันคงไม่ดีเท่าไหร่ อย่าหาว่าฉันดูถูกเลยนะ ฉันเองก็เคยเป็นคนหาเช้ากินค่ำมาก่อนก็เลยเข้าใจดี”

“ค่ะ หนูขอบคุณคุณมาก”

“เสียหายเยอะเลย แล้วคิดไว้ว่าจะเอายังไงต่อคะ คุณ”

“เรียกพี่วาสก็ได้นะคะ”

“ค่ะ พี่วาส เรียกแบบนี้จะได้คุยแบบเป็นกันเองหน่อย หนูด้วยนะกอหญ้าเรียกฉันว่าน้าพรก็ได้”

“พี่ขอเรียกว่าคุณพรนะคะ” วาสนาเรียกอย่างให้เกียรติ เพียงพรส่งยิ้ม

“รถค่อนข้างหนักเพราะบรรทุกปุ๋ยมาเต็มคันรถ เลยบังคับยาก เห็นว่าพุ่งชนอย่างแรงเลย แล้วเจ็บตรงไหนกันหรือเปล่า”

“หนูกับแม่ไม่เป็นอะไรค่ะ มีแต่ลุงเหมือนลูกค้าที่มานั่งทานข้าว เจ็บเยอะกว่าคนอื่น ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลค่ะ”

“ตายจริง พี่ไม่รู้เลย จะไปเยี่ยมตอนนี้จะทันไหม”

“หนูว่าคงไม่ทันแล้ว น้าพรไปพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ หนูเองก็จะไปเยี่ยมลุงแกอยู่เหมือนกันค่ะ”

“ดีเลย เราไปพร้อมกันนะ น้าจะแวะมารับ” เพียงพรไม่อยากไปคนเดียวจึงรีบบอกกับเด็กสาว

“ค่ะ น้าพร”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รอยรักแรงแค้น
9.1
โชคชะตาพัดพาอดีตคนรักให้หวนกลับมาพบกันอีกคราในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด ทว่าการเผชิญหน้าหนนี้มีเพียงบาดแผลและไฟพยาบาทที่สุมทรวง เมื่อชายหนุ่มต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายว่าสตรีผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ได้เปลี่ยนสถานะไปเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของบุรุษอื่นแล้ว ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้นี้กลายเป็นกำแพงขวางกั้นความรู้สึกในวันวาน ความรักที่เคยหวานซึ้งจึงถูกแทนที่ด้วยความเคียดแค้น นำพาเขาเข้าสู่บททดสอบอารมณ์อันแสนหนักหน่วง เมื่อหัวใจที่แหลกสลายเรียกร้องการเอาคืนอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง ปราบรักซาตาน
9.7
การใช้ชีวิตคู่ที่ปราศจากความรักช่างแสนทรมาน ตลอดห้าปีที่ชาคริยาทุ่มเททำหน้าที่ภรรยา ไม่เคยทำให้รวิชญ์รู้สึกใจอ่อนหรือหันมามองเธอด้วยความเสน่หา เขายังคงรักษาความหมางเมินราวกับคนแปลกหน้า ทว่าความเจ็บช้ำทางใจยังไม่ทันเลือนหาย โชคชะตากลับมอบบททดสอบที่โหดร้ายเมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ในเมื่อเวลาแห่งลมหายใจเหลือน้อยเต็มที ชาคริยาจึงทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนสามีผู้แสนเย็นชา เธอไม่ขอความรักอีกต่อไป แต่ขอเพียงแค่สิบเดือนสุดท้ายของชีวิตให้เขาอยู่เคียงข้าง สร้างความทรงจำร่วมกันก่อนที่เธอจะจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายาแพทย์แห่งยุครุ่งโรจน์
7.2
วิญญาณนักลอบสังหารสาวข้ามภพมาสถิตในร่างคุณหนูใหญ่ที่สิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว นางตัดสินใจผันตัวเป็นแพทย์ผู้เก่งกาจและรับงานมืดบางคราวเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทว่าชีวิตเรียบง่ายกลับถูกทำลาย เมื่อราชสำนักมีบัญชาให้นางวิวาห์กับจวิ้นอ๋องผู้มีดวงตาสีม่วงประหลาด บุรุษผู้นี้มักถูกเหยียดหยามและตั้งข้อสงสัยเรื่องชาติกำเนิด ในสายตาคนทั่วไป การแต่งงานนี้คือการลงทัณฑ์ แต่สำหรับอดีตนักฆ่า นางกลับมองเห็นเสน่ห์เร้นลับในตัวว่าที่สวามี การจับคู่ที่ดูเลวร้ายจึงเป็นจุดเริ่มต้นสู่สมรภูมิอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง อำนาจและทรัพย์สมบัติ
9.5
ชายหนุ่มรอดพ้นความตายจากการถูกหักหลังโดยอดีตคู่หมั้นด้วยความกล้าหาญของสตรีแปลกหน้า ครึ่งทศวรรษผ่านไป เขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะผู้ครอบครองความมั่งคั่งและอิทธิพล การหวนคืนหนนี้มีเป้าหมายเพื่อชดใช้หนี้ชีวิต ทว่าเขาต้องเผชิญความจริงอันน่าตื่นตะลึง เมื่อพบว่าหญิงสาวผู้มีพระคุณได้อุ้มชูเด็กหญิงตัวน้อยซึ่งเกิดจากสายเลือดของเขาเอง เมื่อตระหนักว่าบุญคุณนี้ไม่อาจตอบแทนด้วยทรัพย์สิน เขาจึงปฏิญาณว่าจะทุ่มเทชีวิตและใช้อำนาจที่มีเพื่อเป็นเกราะกำบัง คอยปกป้องและมอบความสุขให้แก่สองแม่ลูกอย่างสุดหัวใจตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันรอเธอตลอด
7.1
หญิงสาวที่ตั้งครรภ์แปดเดือนต้องพบความจริงอันโหดร้ายจากปากคู่ชีวิต ความสัมพันธ์สามปีพังทลายเมื่อเขาเอ่ยถ้อยคำไร้เยื่อใยผ่านโทรศัพท์ ชายหนุ่มปฏิเสธความรับผิดชอบต่อทารกอย่างสิ้นเชิง พร้อมกล่าวอย่างเย็นชาว่าหากเธอประสงค์จะกระโดดตึกจบชีวิตก็ทำได้ตามสบาย เพราะเขาไม่เคยต้องการสายเลือดคนนี้ การดึงดันอุ้มท้องต่อไปเป็นความดื้อรั้นของเธอที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ถ้อยคำบาดลึกนี้ผลักไสให้เธอต้องแบกรับความทุกข์ทรมาน ถูกทิ้งให้เผชิญชะตากรรมลำพังพร้อมจิตใจที่แตกสลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง นางรำ
9.2
มหาเศรษฐีหนุ่มผู้หยิ่งผยองมองสตรีเป็นเพียงเครื่องสนองตัณหา ทัศนคตินี้ต้องสั่นคลอนเมื่อเขาพบหญิงสาวผู้อุทิศชีวิตให้นาฏศิลป์ เธอรับจ้างรำอวยพรในงานวันเกิดของเขาเพื่อหาเงินรักษาญาติและคนรักที่บาดเจ็บจากสงคราม เขาพยายามใช้เงินข่มเหงและซื้อศักดิ์ศรีของเธอ แต่เธอกล้าหาญและยืนหยัดมอบให้เพียงความงดงามของศิลปะโดยไม่ตกเป็นของเล่นใคร ความเข้มแข็งนี้เป็นบทเรียนล้ำค่าที่ทำลายความจองหอง ทำให้เขาตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ผ่านท่วงท่าร่ายรำของสตรีที่เขาเคยดูแคลน