APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กเลี้ยงของน้าภพ

เด็กเลี้ยงของน้าภพ

ภีมภพเฝ้าฟูมฟักและรอคอยให้ญารินดาเติบโตจนถึงเวลาที่เหมาะสมเพื่อเปิดเผยความรู้สึกในใจ เมื่อใจตรงกันความรักอันแสนหวานจึงเริ่มต้นขึ้น ทว่าความสุขกลับต้องพังทลายลงในวันที่เขาอ้างว่าติดธุระ แต่เธอกลับพบเขาอยู่กับคนรักเก่าที่โรงพยาบาลเพื่อเตรียมคลอดบุตร สถานการณ์ยิ่งบีบคั้นหัวใจเมื่อญารินดาเพิ่งได้รับแจ้งจากหมอว่าตนเองมีบุตรยาก ความจริงอันเจ็บปวดนี้กลายเป็นบททดสอบความรักที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและสร้างรอยแผลลึกให้ทั้งสองคน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“แล้วคืนนี้กอหญ้ากับพี่วาสจะไปนอนกันที่ไหน” เพียงพรมองความเสียหายอย่างละเอียดเลยเห็นว่าตอนนี้ทุกอย่างดูเละเทะเกินจะอยู่อาศัยได้

“เรื่องนี้เรากำลังคุยกันอยู่ พอดีคุณเดินเข้ามาเลยยังไม่ได้สรุปว่าจะเอายังไงกันดี”

“ถ้าไม่รังเกียจ พรว่าพี่วาสกับหนูกอหญ้าไปพักที่บ้านก่อนก็ได้ที่นั่นมีหลายห้อง”

“ไม่เป็นไรค่ะน้าพร หนูเกรงใจ”

“ยังต้องเกรงใจอะไรกัน คนของน้าทำเรากับแม่เดือดร้อนอย่างนี้ แล้วที่นั่นก็มีห้องหับตั้งเยอะแยะ”

“แม่ว่าก็ดีเหมือนกันนะลูก พักสักคืน ส่วนพวกข้าวของพวกนี้ค่อยมาจัดการทีหลังก็ได้ คืนนี้ไปพักกันก่อนดีไหม”

“ค่ะ” ญารินดากับมารดารีบเก็บของใช้ที่จำเป็นซึ่งมีกันคนละไม่มากเท่าไหร่

“กอหญ้า ยังเรียนอยู่เหรอจ๊ะ” เพียงพรเห็นหญิงสาวถือหนังสือเรียนติดมือมาด้วย

“พึ่งจบ ม.6 ค่ะ ตอนนี้กำลังจะขึ้นปีหนึ่ง แต่คงต้องหางานทำก่อน”

“เพราะเรื่องร้านใช่ไหม”

“ค่ะน้าพร”

“อย่ากังวลเลย น้าจะส่งกอหญ้าเอง” ความรู้สึกผิดบวกกับได้คุยกับสองแม่ลูกแล้วรู้สึกถูกชะตาทำให้เพียรพรพูดออกไปแบบนั้น

“คุณพรไม่ต้องรับผิดชอบเราสองแม่ลูกขนาดนั้นหรอกนะคะ มันมากเกินไป”

“ไม่มากหรอกค่ะพี่วาส ข้าวของพวกนี้เสียหายไปมาก คงทำให้พี่ไม่ได้เปิดร้านอีกนาน”

“เรื่องนี้คงคุยกันยาว เราไปคุยกันที่บ้านดีกว่านะคะ ส่วนที่ร้านเดี๋ยวพรจะให้คนงานมานอนเฝ้าสัก 2 คน”

“ไม่ต้องเฝ้าหรอกค่ะ เราไม่ได้มีของมีค่าอะไร”

“ของไม่มีค่าก็จริงแต่พวกขโมยมันก็ไม่เลือกหรอกนะ อะไรที่ขายได้พวกมันก็ขนเอาไปหมด”

วาสนาเห็นด้วยกับเพียงพร เธอกล่าวขอบคุณแล้วจึงยอมตามขึ้นรถไปกับ

“จริงๆ นะครับคุณภพ เจ้าขนปุยนั่นมันวิ่งตัดหน้ารถผมจริงๆ ไม่เชื่อคุณภพไปดูกล้องหน้ารถเลยก็ได้” กมลหรือก้านคนขับรถบอกกับเจ้านายหนุ่มถึงเหตุผลที่รถของเขาพุ่งชนร้านอาหารตามสั่งตอนบ่ายของวันนี้

“ดีนะ เป็นตอนบ่ายฉันไม่อยากจะคิดเลยถ้าเป็นตอนเที่ยงจะมีคนเจ็บสักกี่คน” ภีมภพหรือคุณภพส่ายหัว

“ไม่ได้หลับในแน่นะ” เขายังไม่เชื่อลูกน้อง

“หลับที่ไหนล่ะ ไม่เชื่อถามไอ้หมายเลย” ลูกน้องโบ้ยไปให้เพื่อน

“ว่าไงสมหมาย”

“จริงครับลูกพี่ ผมเห็นกับตาว่าเจ้าขนปุยมันวิ่งผ่าน พี่ก้านหักหลบไปทางขวา แล้วมีรถสวนมาก็เลยรีบหักซ้ายอีกที จากนั้นก็อย่างที่รู้”

“แล้วตำรวจว่ายังไงบ้าง”

“คงต้องชดใช้แหละครับเจ้านายแต่ผมจะเอาเงินที่ไหนล่ะครับ เจ้านายรถเรามีประกันไหม”

“มีแต่ไม่รู้จะจ่ายเท่าไหร่ ถ้ามันเกินฉันจะหักเงินเดือนแกสองคน”

“อ้าวแล้วหมายเกี่ยวอะไรด้วยครับ” สมหมายรีบท้วง

“ไม่รู้แหละ ไปกันสองคนก็ต้องช่วยกันรับผิดชอบ”

“เจ้านานไม่แฟร์เลย งั้นคงต้องไปตามหาเจ้าของไอ้ขนปุยตัวนั้นให้ได้ จะได้ให้มาช่วยชดใช้”

“ไปหาสิ” ภีมภพหัวเราะกับท่าทางเอาจริงเอาจังของลูกน้อง

“คุณพรมาแล้ว ผมไปขอให้คุณพรช่วยดีกว่า” ลูกน้องทั้งสองคนรีบวิ่งออกไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงรถของเพียงพร

“ลูกพี่ครับ ลูกพี่ คุณพรพาใครมาด้วยก็ไม่รู้ สวยมาก ก ไก่ ล้านตัวเลยครับ” สมหมายที่วิ่งออกไปต้อนรับเพียงพรวิ่งกลับมาบอกเจ้านายหนุ่ม

“นางฟ้าล่ะมั้ง” ภีมภพตอบลูกน้องไป

“จริงด้วยสวยเหมือนนางฟ้า” คำพูดของลูกน้องทำให้ภีมภพอดขำไม่ได้ วันนี้พี่สาวคงพาผู้หญิงมาแนะนำให้รู้จักอย่างเคย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เธอจะเลิกการจับคู่ให้เขาเสียที

“ภพ ภพ ลงมานี่หน่อย”

“ครับพี่” ภีมภพรับคำแล้วเดินออกมาอยากรู้ว่าผู้หญิงคนไหนที่หลงกลพี่สาวของตัวเองตามาถึงที่บ้าน

ผู้หญิงสองคนที่ยืนอยู่ข้างรถทำให้ภีมภพตัวชาหนึบ เธอคนนั้นสวยอย่างที่ลูกน้องเขาบอกไม่มีผิด ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต จมูกไม่ถึงกับโด่งมาก ปากบางสีสวยทุกอย่างบนใบหน้าของเธอช่างลงตัวจนชายหนุ่มอดที่จะมองแล้วมองอีกไม่ได้

“ภพ” เพียงพรเรียกน้องชายที่เอาแต่จ้องหน้าแขกของเธออย่างเสียมารยาท

“ครับพี่พร”

“ลงมานี่สิ พี่จะแนะนำให้รู้จัก คนนี้ชื่อวาสนา ส่วนนี่ลูกสาวชื่อกอหญ้า”

“สวัสดีค่ะ” ผู้หญิงสองคนยกมือไหว้แล้วพูดพร้อมกัน

“ไม่ต้องไหว้ผมหรอกครับคุณน้า เดี๋ยวได้อายุสั้นกันพอดี” ชายหนุ่มรีบบอก เขาเดาว่าเธอคงเป็นแม่ของเด็กสาว

“นี่น้องชายพรเอง ชื่อภพทำความรู้จักกันไว้นะคะ”

“ช่วงนี้พี่วาสกับหนูกอหญ้าจะมาอยู่กับเราสักระยะ พี่ว่าจะให้ไปอยู่ที่บ้านของภพ”

“แล้วผมจะไปอยู่ไหนล่ะพี่”

“เราก็ย้ายมานอนที่บ้านหลังใหญ่กับพี่”

“ไม่ดีกว่า ผมอยากอยู่คนเดียว พี่พรให้แขกของพี่อยู่บ้านใหญ่เถอะครับ”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ ดีเหมือนกันพี่จะได้มีเพื่อนคุย”

“ขึ้นบ้านกันก่อนเถอะ กินข้าวกินปลาเสร็จแล้วค่อยคุยกันอีกที”

“พี่พร วันนี้ป้าสายใจไม่อยู่”

“อ้าว ตายจริง ชวนแขกมาบ้านทั้งที แม่บ้านไม่อยู่ แล้วจะกินอะไรกันล่ะ”

“ให้น้าช่วยทำอาหารก็ได้นะคะคุณพร”

“จะดีเหรอน้าวาส พรเกรงใจ”

“น้าพรรอไหวไหมคะ เดี๋ยวหนูกับแม่ช่วยกันทำ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็เสร็จ”

“รอไหวจ้ะ ไม่ได้หิวมาก”

เพียงพรและน้องชายทานข้าวได้มากกว่าทุกวันเพราะรสชาติอาหารนั้นอร่อยกว่าฝีมือของป้าสายใจอยู่มาก

“น้าวาสครับ สนใจจะมาเป็นแม่ครัวที่นี่ไหมครับ” ภีมภพเป็นคนไม่ค่อยชอบพูดอ้อมค้อม ในเมื่อฝีมือเธอดีขนาดนี้เขาก็อยากจะจ้างให้มาทำงานด้วยกันเพราะเบื่อฝีมือป้าสายใจแล้ว

“อย่าเลยค่ะคุณ”

“ทำไมล่ะคะน้าวาส มาอยู่ด้วยกันที่นี่เลยก็ได้ เรื่องร้านคงอีกหลายเดือนกว่าจะเรียบร้อย ระหว่างนี้น้ากับกอหญ้าจะไปอยู่ที่ไหน” เพียงพรรีบถามเพราะตัวเองก็เห็นด้วยกับน้องชาย

“น้ายังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย”

“ที่น้าพรปฏิเสธเพราะไม่อยากแย่งงานคนอื่นใช่ไหมครับ”

“ค่ะ น้าไม่อยากทำให้คนอื่นลำบาก”

“น้าวาสคิดมากไปแล้ว ลำบากที่ไหนกัน ลูกน้องของพรต่างหากล่ะ ที่ทำให้น้ากับลูกลำบาก”

“ผมว่าให้น้าพรไปทำงานที่ร้านก็ได้นะครับพี่พร ที่นั่นยังขาดแม่บ้าน”

“ใช้สิ พี่ลืมสนิทเลย”

“งานไม่หนักมากหรอกครับ น้าพรก็แค่ปัดกวาดแล้วก็ทำอาหารกลางวันให้พวกคนงานเพราะตอนนี้พวกเราผลัดกันทำอาหารบางวันก็กินได้บางวันก็ต้องทนกินให้ได้” ภีมภพเคยคิดจะจ้างคนมาทำอาหารแต่ก็ยังไม่ได้ทำเป็นเรื่องเป็นราวสักที

“หนูช่วยด้วยได้ไหมคะ”

“แล้วไม่เรียนหนังสือเหรอ” ชายหนุ่มหันมาถาม

“ยังไม่เรียนตอนนี้ค่ะ ช่วยแม่หาเงินก่อน”

“กอหญ้า แม่ว่าหนูเรียนก่อนดีไหม ถ้ากังวลเรื่องเงิน แม่จะรับงานของคุณพรกับคุณภพก็ได้ หนูจะได้ไม่ต้องมาลำบาก เรื่องร้านก็ค่อยว่ากันทีหลัง”

“แต่หนูไม่อยากให้แม่ต้องลำบากอยู่คนเดียว”

“ลำบากคนเดียวที่ไหน น้าพรกับน้าภพไม่ได้ใจร้ายให้แม่หนูทำงานหนักหรอกนะคะ”

“แต่หนูเกรงใจ”

“ไม่ต้องเกรงใจเลย เพราะใครกันล่ะที่ทำให้หนูกับแม่ต้องลำบาก เรื่องเรียนน้าจะส่งเราเรียนเอง”

“แล้วเลือกเรียนอะไรเหรอเราน่ะ” ภีมภพหันมาถามคนข้างตัว

“หนูเรียนบัญชีค่ะ”

“ดีเลย จบมาก็มาทำงานด้วยกันที่นี่”

“พี่เห็นด้วยกับภพนะ ระหว่างนี้กอหญ้าไปช่วยงานบัญชีที่ร้านก่อนไหม หาประสบการณ์”

“ได้เหรอคะ”

“ได้สิ น้าจะจ่ายค่าจ้างให้ด้วย ดีไหม”

“ดีค่ะ” พอพูดถึงเงินเด็กสาวก็ตาโตเพราะมันเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เธอได้มีอนาคตที่สดใส

“เรื่องรายละเอียดเอาไว้คุยกันต่อพรุ่งนี้ละกัน เดี๋ยวน้าพาแม่กับหนูกอหญ้าไปดูห้องนอนก่อนดีไหม”

“แม่ไปดูกับน้าพรนะคะเดี๋ยวกอหญ้าเก็บจานล้างก่อน”

“ไปดูด้วยกันนั่นแหละ จะได้เลือกว่าจะนอนห้องไหน ส่วนเรื่องจานเดี๋ยวค่อยมาเก็บก็ได้”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รอยรักแรงแค้น
9.1
โชคชะตาพัดพาอดีตคนรักให้หวนกลับมาพบกันอีกคราในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด ทว่าการเผชิญหน้าหนนี้มีเพียงบาดแผลและไฟพยาบาทที่สุมทรวง เมื่อชายหนุ่มต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายว่าสตรีผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ได้เปลี่ยนสถานะไปเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของบุรุษอื่นแล้ว ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้นี้กลายเป็นกำแพงขวางกั้นความรู้สึกในวันวาน ความรักที่เคยหวานซึ้งจึงถูกแทนที่ด้วยความเคียดแค้น นำพาเขาเข้าสู่บททดสอบอารมณ์อันแสนหนักหน่วง เมื่อหัวใจที่แหลกสลายเรียกร้องการเอาคืนอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง ปราบรักซาตาน
9.7
การใช้ชีวิตคู่ที่ปราศจากความรักช่างแสนทรมาน ตลอดห้าปีที่ชาคริยาทุ่มเททำหน้าที่ภรรยา ไม่เคยทำให้รวิชญ์รู้สึกใจอ่อนหรือหันมามองเธอด้วยความเสน่หา เขายังคงรักษาความหมางเมินราวกับคนแปลกหน้า ทว่าความเจ็บช้ำทางใจยังไม่ทันเลือนหาย โชคชะตากลับมอบบททดสอบที่โหดร้ายเมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ในเมื่อเวลาแห่งลมหายใจเหลือน้อยเต็มที ชาคริยาจึงทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนสามีผู้แสนเย็นชา เธอไม่ขอความรักอีกต่อไป แต่ขอเพียงแค่สิบเดือนสุดท้ายของชีวิตให้เขาอยู่เคียงข้าง สร้างความทรงจำร่วมกันก่อนที่เธอจะจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายาแพทย์แห่งยุครุ่งโรจน์
7.2
วิญญาณนักลอบสังหารสาวข้ามภพมาสถิตในร่างคุณหนูใหญ่ที่สิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว นางตัดสินใจผันตัวเป็นแพทย์ผู้เก่งกาจและรับงานมืดบางคราวเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทว่าชีวิตเรียบง่ายกลับถูกทำลาย เมื่อราชสำนักมีบัญชาให้นางวิวาห์กับจวิ้นอ๋องผู้มีดวงตาสีม่วงประหลาด บุรุษผู้นี้มักถูกเหยียดหยามและตั้งข้อสงสัยเรื่องชาติกำเนิด ในสายตาคนทั่วไป การแต่งงานนี้คือการลงทัณฑ์ แต่สำหรับอดีตนักฆ่า นางกลับมองเห็นเสน่ห์เร้นลับในตัวว่าที่สวามี การจับคู่ที่ดูเลวร้ายจึงเป็นจุดเริ่มต้นสู่สมรภูมิอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง อำนาจและทรัพย์สมบัติ
9.5
ชายหนุ่มรอดพ้นความตายจากการถูกหักหลังโดยอดีตคู่หมั้นด้วยความกล้าหาญของสตรีแปลกหน้า ครึ่งทศวรรษผ่านไป เขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะผู้ครอบครองความมั่งคั่งและอิทธิพล การหวนคืนหนนี้มีเป้าหมายเพื่อชดใช้หนี้ชีวิต ทว่าเขาต้องเผชิญความจริงอันน่าตื่นตะลึง เมื่อพบว่าหญิงสาวผู้มีพระคุณได้อุ้มชูเด็กหญิงตัวน้อยซึ่งเกิดจากสายเลือดของเขาเอง เมื่อตระหนักว่าบุญคุณนี้ไม่อาจตอบแทนด้วยทรัพย์สิน เขาจึงปฏิญาณว่าจะทุ่มเทชีวิตและใช้อำนาจที่มีเพื่อเป็นเกราะกำบัง คอยปกป้องและมอบความสุขให้แก่สองแม่ลูกอย่างสุดหัวใจตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันรอเธอตลอด
7.1
หญิงสาวที่ตั้งครรภ์แปดเดือนต้องพบความจริงอันโหดร้ายจากปากคู่ชีวิต ความสัมพันธ์สามปีพังทลายเมื่อเขาเอ่ยถ้อยคำไร้เยื่อใยผ่านโทรศัพท์ ชายหนุ่มปฏิเสธความรับผิดชอบต่อทารกอย่างสิ้นเชิง พร้อมกล่าวอย่างเย็นชาว่าหากเธอประสงค์จะกระโดดตึกจบชีวิตก็ทำได้ตามสบาย เพราะเขาไม่เคยต้องการสายเลือดคนนี้ การดึงดันอุ้มท้องต่อไปเป็นความดื้อรั้นของเธอที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ถ้อยคำบาดลึกนี้ผลักไสให้เธอต้องแบกรับความทุกข์ทรมาน ถูกทิ้งให้เผชิญชะตากรรมลำพังพร้อมจิตใจที่แตกสลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง นางรำ
9.2
มหาเศรษฐีหนุ่มผู้หยิ่งผยองมองสตรีเป็นเพียงเครื่องสนองตัณหา ทัศนคตินี้ต้องสั่นคลอนเมื่อเขาพบหญิงสาวผู้อุทิศชีวิตให้นาฏศิลป์ เธอรับจ้างรำอวยพรในงานวันเกิดของเขาเพื่อหาเงินรักษาญาติและคนรักที่บาดเจ็บจากสงคราม เขาพยายามใช้เงินข่มเหงและซื้อศักดิ์ศรีของเธอ แต่เธอกล้าหาญและยืนหยัดมอบให้เพียงความงดงามของศิลปะโดยไม่ตกเป็นของเล่นใคร ความเข้มแข็งนี้เป็นบทเรียนล้ำค่าที่ทำลายความจองหอง ทำให้เขาตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ผ่านท่วงท่าร่ายรำของสตรีที่เขาเคยดูแคลน