APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง บำบัดรักแฟนเพื่อน

บำบัดรักแฟนเพื่อน

แสนดีตั้งใจเรียนวิชาจิตเวชศาสตร์เพื่อหวังจะเยียวยารักษาญะญ๋าเพื่อนสนิทของเธอ ทว่าโชคชะตาพัดพาให้เธอมารับหน้าที่รักษาอาการป่วยทางจิตของหมอปืน แฟนหนุ่มของเพื่อนรักแทน แสนดีให้คำสัญญากับญะญ๋าอย่างจริงจังว่าจะดูแลรักษาหมอปืนอย่างสุดความสามารถเพื่อให้เขาหายเป็นปกติ ญะญ๋าจะได้ไม่ต้องทนทุกข์และเป็นกังวลอีกต่อไป ท่ามกลางความรู้สึกที่ซับซ้อนและหน้าที่อันแสนหนักหน่วงในการบำบัดรักษาจิตใจของแฟนเพื่อนในครั้งนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

INTRO!(สำคัญ)

"ทำความเข้าใจก่อนอ่าน"

S1อาหมอ S2.1 บำบัดรักแฟนเพื่อน (OLD.) 

ควรอ่านตามนี้เพื่อไม่ให้งง มี2แบบ ดังนี้. 

เริ่มอ่าน s1อาหมอ ต่อด้วย s2.1 บำบัดรักแฟนเพื่อน (ตอนจบแบบเก่า) 

เริ่มอ่าน s1อาหมอ ต่อด้วย s2.2 คุณหมอสองรัก (ตอนจบแบบใหม่) 

ปล.ใครยังไม่เคยอ่านเรื่องแรก สามารถเริ่มอ่านเรื่องใหม่ 'บำบัดรักแฟนเพื่อน' ได้เลยนะครับ เดี๋ยวไรท์จะลำดับเหตุการณ์คร่าวๆ ของS1ไว้ให้ เผื่อใครอยากเริ่มอ่านที่เรื่องนี้เลย

S1.ญะญ๋าและหมอปืนทั้งคู่เป็นอาหลาน (เพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของพ่อ) ญ๋ามาอาศัยอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ของหมอปืนและทำงานที่เดียวกันจึงเกิดความรักขึ้น ญะญ๋าป่วยเป็นแพนิคและซึมเศร้า มีเรื่องฝังใจมากมาย เช่น ความเครียดในวัยเด็ก เธอมีเพื่อนคนเดียวคือแสนดีเพราะหลายคนไม่ชอบที่เธออ่อนแอและความกดดันจากการเรียนแพทย์ (ญ๋าเรียนไม่เก่ง หัวไม่ดีแต่ก็พยายามถึงที่สุดเพื่อจะเป็นหมอ) บุกคลิกของเธอที่เป็นสาวหวานน่ารักไร้เดียงสา ท่าทางของเธอไม่ถูกใจเพื่อนร่วมงานจนถูกเอาไปนินทาในกลุ่มลับว่าเธอเป็นพวกแอ๊บใส ซึ่งต่อหน้าทุกคนทำเป็นพูดดีด้วยแต่ลับหลังพูดถึงเธอเสียๆ หายๆ ถึงอาการป่วยที่เธอเป็น (ว่าเป็นโรคอ่อยผู้ชายยอดฮิต) แต่เธอกลับมองว่าพวกเขาเป็นเพื่อนที่น่ารักกลุ่มหนึ่งซึ่งความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เหตุการณ์ฝั่งใจที่ทำให้อาการเธอแย่ขั้นสุด คือเธอไม่สามารถรักษาคนไข้ต่อได้เพราะอาการแพนิคกำเริบจนทำคนไข้เสียชีวิตคาเตียงผ่าตัด เรื่องที่ต้องปิดบังพ่อแม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ลับๆ ของเธอกับหมอปืน และเหตุผลอีกมากมายที่ทำให้คนอ่อนแออย่างญะญ๋าตัดสินใจฆ่าตัวตาย (ในตอนจบของเรื่อง s1อาหมอ) จนเป็นที่มาให้หมอปืนคนรักของเธอเสียสติ

ตอนจบเก่า OLD! [แสนดีตั้งใจที่จะเรียนจิตแพทย์เพื่อญะญ๋า แต่กลับต้องมารักษาอาการป่วยจิตให้กับหมอปืนแฟนของเธอแทน]

...ฉันจะรักษาหมอปืนให้หาย แกไม่ต้องเป็นห่วงนะญะญ๋า...

ไปเริ่มกันเลย!!

• ACTION •

วันนี้เป็นวันที่ฉันต้องมาพบกับคนไข้จิตเวชคนพิเศษ หลังจากที่เราไม่ได้เจอกันนานสามปี เพราะหลังจากที่พวกเราสูญเสียญะญ๋าไปทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง และกว่าที่จะตั้งหลักกับความเป็นจริงที่ไม่มีญ๋าได้ฉันก็ใช้เวลาไปเป็นปี

แต่ยังมีอยู่คนนึงที่ติดอยู่กับเหตุการณ์ในอดีตไม่ยอมไปไหน และหากว่าเขายังเป็นแบบนี้อยู่อีกไม่นานก็คงเกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น เพราะการที่เขาอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์หรูนี้ลำพังและไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ไม่นานความโดดเดี่ยวจะฆ่าเขาในที่สุด

หลังจากที่แสนดีปฏิเสธการรักษาหมอปืนอยู่หลายครั้ง เพราะกลัวว่าการที่ได้เจอหมอปืน มันจะทำให้พากันเศร้าทั้งคนไข้แล้วก็หมอ แต่สุดท้ายเธอก็รับรักษาคนไข้คนนี้เหตุผลก็เพราะเพื่อนรักของเธอ

ติ๊งต่อง!

พอได้ยินเสียงคนกดกริ่งเจ้าบ้านก็เดินมาเปิดประตูทันที แล้วก็ต้องแปลกใจที่เห็นว่าแสนดีมาที่นี่

“อ้าวแสนดี ไม่เจอกันนานเลย มาหาญะญ๋าเหรอ...” 

คำพูดนั้นของหมอปืนทำให้เธอจุก จนแน่นิ่งไปสักพัก “ค่ะหมอ” นี่แหละสิ่งที่ฉันกลัว การที่หมอปืนยังพร่ำเพ้อพูดถึงญ๋าอยู่แบบนี้

“เข้ามาก่อนสิ ญ๋ายังหลับอยู่เลย” 

หลับอยู่เหรอ “...หมอปืนสบายดีใช่ไหมคะ” 

แสนดีมองดูสภาพผมยาวเฟื้อยหนวดไม่ได้โกน ร่างกายซูบผอมของคนไข้ของเธอแล้วก็รู้สึกเวทนา

“ก็สบายดีนะ แต่ญ๋านี่สิเอาแต่นอนอย่างเดียวขี้เกียจตัวเป็นขนเลย ฮ่าๆ” หมอปืนหัวเราะออกมาทั้งที่สีหน้าของตัวเองนั้นดูเศร้ามากและมันก็ยิ่งทำให้คนที่เห็นรู้สึกหดหู่จนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “นั่งก่อนสิแสนดี” 

“ค่ะหมอ” 

เธอนั่งลงที่โซฟาห้องรับแขกและมองไปรอบๆ บ้านก็เห็นว่าที่นี่ดูสะอาดตาดีเหมือนว่าหมอปืนจะเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเป็นปกติ แต่ที่ดูรกหูรกตาที่สุดก็หน้าจะเป็นเจ้าของบ้านนี่แหละ ตอนนี้หมอปืนผมยาวกว่าเธอซะอีกแถมหนวดเคราก็ยาวรกรุงรังปิดหน้าไปหมด พอเห็นสภาพคนไข้แล้วเธอก็รู้สึกท้อใจเพราะเขาดูแย่กว่าที่เธอคิดไว้

หมอปืนเดินเข้าไปเอาน้ำในครัวมาวางไว้ให้แสนดี ก่อนจะถามถึงธุระของเธอ “มีธุระอะไรกับญ๋าเหรอ?” 

“แค่คิดถึงญ๋าเฉยๆ น่ะค่ะ ก็เลยแวะมาหา” เธอรู้ว่าถ้าบอกคนไข้ไปตามตรงว่าเธอจะมารักษาเขา เธอคงจะโดนเขาไล่ออกจากบ้านแน่

“ช่วงนี้ญ๋าเอาแต่นอน ข้าวปลาก็ไม่ยอมลุกมากิน..ถ้าอยากเจอก็ลองเข้าไปเรียกดูสิเผื่อว่าญ๋าจะตื่น” ผู้ป่วยคิดไปว่าถ้าแฟนของตนเห็นว่าเพื่อนมาหาเธออาจจะดีใจ

“ไปเรียกเหรอคะ” 

“ใช่ ในห้องนั้น เดินเข้าไปได้เลย” 

“ค่ะ” 

ถึงจะรู้ว่าภายในห้องนั้นไม่มีใคร แต่ฉันก็ต้องลุกไปดูญ๋าตามที่คนไข้ของฉันบอก เพราะการได้รู้ความเป็นอยู่ของเขามันน่าจะมีอะไรที่ฉันสามารถเก็บข้อมูลไว้ไปทำการรักษาเขาได้

พอเปิดเข้ามาในห้องนี้ก็ดูสะอาดตาเหมือนกับภายนอก พอมองไปที่เตียงฉันก็เห็นญ๋าของคนไข้ฉันจริงๆ หมอนข้างที่สวมชุดนอนสีฟ้าอ่อนมีโบผูกผมมัดไว้ที่จุกหมอนข้าง

ภาพที่เห็นทำให้แสนดีกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะเธอเองก็ยังจดจำญะญ๋าได้ดีไม่เคยลืม “ฮึกๆ ญ๋า” 

เธอฟุบหน้าร้องไห้กับหมอนข้างตัวแทนของญ๋าที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียง เพราะภาพจำทั้งหมดมันยากเกินจะทนเจ็บ เมื่อได้นึกถึง

“ตั้งสติหน่อยสิแสนดี แกมารักษาหมอปืนนะ” เธอพูดเตือนตัวเองที่กำลังร้องไห้ฟูมฟาย

“ญ๋าตื่นหรือเปล่าแสนดี?” 

“เอ่อ..ญ๋าบอกว่าอยากนอนต่ออีกหน่อยน่ะค่ะ” แสนดีรีบยกมือขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาออก เพื่อไม่ให้หมอปืนเห็นว่าเธอกำลังร้องไห้อยู่ “เราออกไปข้างนอกกันดีกว่านะคะ” 

จิตแพทย์อย่างแสนดีเริ่มคิดหาวิธีที่จะทำการรักษา และเขาควรจะได้รับยาเพื่อปรับสารเคมีในสมองที่เป็นผลต่อโรคให้มีความสมดุล ซึ่งมันก็เป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะให้คนไข้จิตเวชทานยาตามที่หมอสั่ง

“หมอปืนอยู่แต่บ้านไม่ออกไปไหนเลยเหรอคะ?” 

“ใช่..หมอไม่ได้ออกไปไหนหรอกอยู่บ้านเป็นเพื่อนญ๋าน่ะ จะมีก็แต่ไอเซฟกับแสนรักที่มาหาบ้าง” 

“อ๋อจริงสิ หนูมีของฝากมาให้หมอปืนด้วยน่ะค่ะ” ฉันหยิบกระปุกยาวิตามินอาหารเสริมที่ด้านในถูกสลับเปลี่ยนเป็นยาที่หมอปืนควรจะได้รับเพื่อการรักษา

“วิตามินอาหารเสริมค่ะ ยี่ห้อนี้กินดีมากเลยนะคะ” ฉันวางกระปุกยาไว้ที่โต๊ะตรงโซฟาก่อนจะหาเรื่องชวนหมอปืนกินข้าว “หมอปืนทานข้าวหรือยังคะ” 

“กินหรือยังเหรอ?” เขาพยายามนึกว่าตนเองทานข้าวไปหรือยัง แต่ก็นึกไม่ออก มือที่สั่นไม่หยุดเพราะอดข้าวตอบกลับอีกคนได้เป็นอย่างดี

“เราทานข้าวกันดีไหมคะ หนูยังไม่ได้กินอะไรมาเลย” 

“ได้สิ เดี๋ยวหมอทำอะไรให้กินนะ” เขาพูดจบก็ลุกเดินเข้าครัวไป แต่เมื่อเปิดดูของในตู้เย็นและตู้เก็บของในครัวก็ไม่เห็นว่ามีอะไรเหลืออยู่ จะมีก็แค่มาม่าคัพเท่านั้น

“อ้าว ลืมไปว่าในตู้เย็นไม่มีของเลย...ทำไงดีล่ะ” 

“ไม่มีของเหรอคะ?” 

“ใช่ หมอไม่ได้ออกไปซื้อของมาตุนไว้เลยน่ะ” 

“งั้นเราออกไปซุปเปอร์ใกล้ๆ ซื้อของกันก่อนดีไหมคะ” ฉันหลอกล่อหมอปืนให้ออกไปเจอโลกภายนอกบ้าง เผื่อว่าการที่เขาได้เห็นอะไรแปลกหูแปลกตา จะช่วยกระตุ้นให้เขาตื่นตัวพร้อมรับกับการรักษาของฉัน

“ไม่ได้หรอก หมอทิ้งญ๋าไว้บ้านคนเดียวไม่ได้ เธอเป็นซึมเศร้าอยู่แสนดีลืมเหรอ” การทิ้งผู้ป่วยไว้คนเดียวเป็นเรื่องที่อันตราย ผมทำแบบนั้นไม่ได้

“แต่เมื่อกี้ญ๋าก็บ่นว่าหิวเหมือนกันนะคะ เห็นบอกว่าอยากจะกินตีนไก่เผ็ดด้วย สงสัยเธอคงต้องอดกินแล้วล่ะ” เธอยกญะญ๋าขึ้นมาอ้างเพื่อหลอกล่อหมอปืน

“เอ่อ...” หมอปืนทำท่าทางคิดหนัก

“เราไปซื้อของกันแล้วให้ญ๋านอนรออยู่ที่บ้าน พอทำเสร็จค่อยไปเรียกญ๋ามากินข้าวด้วยกันดีไหมคะ” 

“แต่ว่ารถหมอ...” 

“หนูเอารถมาค่ะ ไปรถหนูก็ได้” 

“งั้น..หมอขอไปบอกญ๋าก่อนนะว่าจะออกไปข้างนอก เดี๋ยวตื่นมาแล้วหาหมอไม่เจอเดี๋ยวจะงอแงอีก” 

“ได้ค่ะ..ฝากถามญ๋าด้วยนะคะว่าอยากกินอะไรเพิ่มไหม” 

การที่จะเป็นจิตแพทย์ได้ฉันก็ต้องเข้าใจคนไข้ที่ตัวเองรักษาโดยการเอาตัวเข้าไปอยู่ใกล้เขา แบ่งปันเรื่องเล่าความทุกข์จากเขาและบางทีฉันก็ยังต้องทำตัวบ้าเหมือนเขาอีกด้วย เคสหมอปืนก็ยังถือว่าดีกว่าคนไข้ของฉันก่อนหน้านี้เขาคิดว่าตัวเองเป็นนางทาสในสมัยรัชกาลที่5 ซึ่งฉันก็แปลงร่างเป็นคุณหญิงเพื่อช่วยบำบัดคนไข้มาแล้ว เรื่องตามน้ำคนไข้จิตแพทย์แบบฉันถนัดเรื่องนั้นที่สุด

ฉันสัญญานะญ๋า ว่าจะรักษาคนรักของแกให้หายกลับมาเป็นปกติให้ได้...

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ร้อนรักราคีสวาท
8.8
จากความตั้งใจที่จะใช้ไฟปรารถนาแผดเผาทำลายและสร้างรอยมลทินให้แก่เธอ ชายหนุ่มกลับต้องเผชิญหน้ากับบ่วงราคีที่รัดตรึงตัวเองไว้จนยากจะถอนตัว ท่ามกลางกระแสความเร่าร้อนอันแสนยั่วยวนที่ไม่อาจต้านทานได้ จากผู้ควบคุมเกมที่หวังจะลงทัณฑ์หญิงสาว เขากลับดิ่งลึกสู่ความลุ่มหลงและติดกับดักเสน่หาที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บทสรุปของความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยเพลิงพิศวาสและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดใจครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรในท้ายที่สุดท้ายที่สุดอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ชีคเถื่อนปล้นพรหมจรรย์ ชุด ทัณฑ์ทราย
9.3
เซรีม ชีคหนุ่มผู้แสนดุดันจำต้องเข้าพิธีวิวาห์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กับจัสมิน หญิงสาวที่แสดงตัวว่าเป็นเมียเก็บของน้าชายผู้ล่วงลับ แม้หัวใจของเขาจะเต็มไปด้วยความชิงชังและพยายามต่อต้านเสน่ห์อันยั่วยวนของเธอเพียงใด แต่สุดท้ายความต้องการอันเร่าร้อนกลับปะทุขึ้นจนยากจะควบคุม เขาจึงเลือกที่จะครอบครองกายเธอด้วยความป่าเถื่อนท่ามกลางความสับสนขัดแย้งทว่าเมื่อค่ำคืนแห่งการร่วมหอผ่านพ้นไป สิ่งที่เขาได้พบในห้องบรรทมกลับเป็นความบริสุทธิ์ผุดผ่องอันไร้รอยราคี ซึ่งขัดกับข้อกล่าวหาที่เธอเคยได้รับอย่างสิ้นเชิง
ภาพปกนิยายเรื่อง คลั่งไคล้ใคร่รัก
8.6
สังคมภายนอกต่างรับรู้กันว่า ดุจตะวันหรือหมอซันเป็นนายแพทย์ เป็นเจ้าของโรงพยาบาล เป็นหนุ่มหล่อ ผู้ดิบผู้ดี ท่าทีสุขุมนุ่มลึก แต่แท้จริงแล้วเขามีด้านมืดซุกซ่อนอยู่ในภายใน เขามี ‘ ห้องขาว ’ อยู่ติดห้องนอน ใช่ เขาชอบสีขาว ชอบทุกอย่างที่ขาวสะอาดรวมไปถึงผู้หญิงด้วย... บ่อยครั้งที่เขาจะซื้อผู้หญิงบริสุทธิ์สะอาดมาไว้รองรับความใคร่ของตัวเองด้วยราคาแพงลิบลิ่ว แน่นอนว่าพวกเธอต้องยินยอมพร้อมใจ ไม่ได้เกิดจากการบังคับแต่อย่างใด การมอบพรหมจรรย์ให้กับผู้ชายที่ทั้งหล่อและหุ่นดีสูสีดารานายแบบ แลกกับเงินทองและความสะดวกสบายนั้น มันช่วยให้ทำใจได้ง่ายขึ้นเยอะ แค่ต้องเป็นนางบำเรอให้จนกว่าเขาจะเบื่อ สิ่งเดียวที่ต้องบังคับตัวเองให้ไม่ทำนอกเหนือไปจากหน้าที่ คืออย่าเผลอไปตกหลุมรักเขาเด็ดขาด เพราะคนอย่างดุจตะวันไม่มีหัวใจ... ตัวอย่างความคลั่งไคล้ของคูมหมอ : “ ดีไหม ” จู่ ๆ เขาก็ถามขึ้นเล่นเอาเธอตกใจ “ อะไรคะ ” “ เอากับฉัน ดีไหม ” ใบหน้าของเธอร้อนวูบ พวงแก้มซับสีเลือดแดงระเรื่อ เธอกัดริมฝีปากอย่างเขิน ๆ แต่กิริยานั้นทำให้เขาเกิดอารมณ์ ริมฝีปากจิ้มลิ้มน้อย ๆ นั่นน่าแทงของใหญ่เข้าไปชะมัด ! *** “ เจ็บมากหรือเปล่า ” ห่วงหนูด้วยเหรอคะ ตอนขอให้เบาไม่เคยเบา ! เด็กสาวแอบคิดในใจ แต่ก็ตอบออกไปสั้น ๆ อย่างสุภาพ “ ค่ะ ” “ ขย่มฉัน ” เธอเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจ ถามอย่างไม่เชื่อหู “ อะไรนะคะ ” “ ฉันอยากให้เธอขย่มฉันในน้ำ ” แล้วจะถามทำไมว่าเจ็บหรือเปล่า ?!
ภาพปกนิยายเรื่อง รักวุ่น ๆ ของนายวายร้าย (ออสติน)
9.8
ใบพลูต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากการถูกออสติน ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเข้ามาบงการชีวิตและเอารัดเอาเปรียบราวกับเธอไม่มีจิตใจ แม้ภายนอกเขาจะแสดงออกอย่างเย็นชาและควงผู้หญิงคนอื่นไม่ซ้ำหน้าเพื่อประชดประชัน แต่แท้จริงแล้วพฤติกรรมอันร้ายกาจเหล่านั้นเป็นเพียงวิธีแสดงออกที่ผิดเพี้ยนเพื่อดึงดูดให้เธอมาอยู่ใกล้ชิดเขาเท่านั้น ท่ามกลางการกดขี่ที่ต้องยอมจำนน ใบพลูไม่เคยล่วงรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากวายร้ายที่แสนโหดร้ายนี้ เมื่อไหร่กันที่เขาจะยอมเปิดเผยความรู้สึกรักที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ออกมาให้เธอได้รับรู้เสียที
ภาพปกนิยายเรื่อง บ้านไร่สายสวาท
9.2
วิโมกข์เคยสูญเสียความเป็นตัวเองเพราะพิษรักในอดีต แต่ด้วยคำเตือนใจจากเด็กสาวคนหนึ่งช่วยฉุดเขาขึ้นจากเหว จนกลายเป็นนายหัวผู้ร่ำรวยในเจ็ดปีต่อมา ทว่าเมื่อถ่านไฟเก่าเตรียมจะปะทุอีกครั้ง ชาร์มมิ่งในวัยยี่สิบสี่ปีจึงต้องรีบบินกลับจากนิวยอร์กเพื่อทำภารกิจขัดขวางอดีตคนรักของพี่ชายเพื่อน แม้เธอจะพร้อมเป็นฝ่ายรักเขาข้างเดียวเงียบ ๆ แต่เมื่อเผชิญแรงกดดันเรื่องแต่งงาน เธอจึงเลือกใช้โอกาสนี้ทำตามเสียงหัวใจตัวเอง แผนการแกล้งรักที่กลั่นจากความรู้สึกจริงจึงเริ่มต้นแล้วความรู้สึกจริงจึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์เถื่อน เจ้าบ่าวทมิฬ
9.4
การแต่งงานที่เริ่มต้นขึ้นอาจไม่ใช่จุดจบที่แสนหวานของชีวิตคู่ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบททดสอบอันยาวนาน เมื่อความพยายามทุ่มเทมอบความรักให้อีกฝ่ายเพียงข้างเดียวกลับสร้างแต่บาดแผลและความทุกข์ทรมานใจที่ยากจะลบเลือน การตัดสินใจก้าวเดินออกมาจากความสัมพันธ์ที่ไร้ใจเพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้พบกับคนที่พร้อมจะรักและมองเห็นคุณค่าในตัวเราอย่างแท้จริง อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการทนจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดที่ไม่มีวันสิ้นสุด