APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เงื่อนลวง

เงื่อนลวง

ช่างภาพสาวอย่างอัญมณีต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของดวงดาว เพียงเพราะเธอไปร่วมงานศพในฐานะตัวแทนของนักเขียนชื่อดังที่มีชื่อเหมือนกับเธอ หมอชลทิศซึ่งเป็นน้องชายของผู้ตายพร้อมกับหลานสาวต่างปักใจเชื่อข่าวลือว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้อง ท่ามกลางสถานการณ์คดีฆาตกรรมต่อเนื่องคนเร่ร่อนที่ทวีความโหดเหี้ยมและน่าสะพรึงกลัวขึ้นเรื่อยๆ อัญมณีและชลทิศไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องร่วมมือกันสืบหาความจริงเพื่อกระชากหน้ากากฆาตกรตัวจริงออกมา ทว่ายิ่งค้นหาลึกลงไปในความลับและอันตรายที่รุมเร้า ความผูกพันก็เริ่มก่อตัวเป็นความรักอย่างไม่คาดคิด
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

บทที่๑

‘อัญมณี’

ทุกสายตาในศาลาสวดอภิธรรมต่างหันไปมองชื่อเจ้าของพวงหรีดที่กำลังถูกแขวนด้วยมือคล้ำของใครคนหนึ่งซึ่งเป็นคนช่วยจัดการในงาน พวงดอกไม้ราคาแพงสีขาวบริสุทธิ์ไม่ได้สะดุดตาเท่าชื่อที่ติดไว้ ทุกคนต่างหันไปมองนอกศาลาเพื่อหาเจ้าของพวงหรีด จนไปหยุดที่หญิงสาวคนหนึ่ง

หล่อนมีรูปร่างโปร่งค่อนไปทางผอมในชุดเสื้อแขนยาวกระโปรงคลุมเข่าสีดำ และรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาจึงเดินช้าลง กวาดตามองอย่างหวาดระแวง แล้วสำรวจตนเองอีกรอบ บางทีการอยู่ในชุดสุภาพสำหรับงานศพอาจทำให้หล่อนดูแปลกไปกว่าทุกวัน และยิ่งไม่รู้จักใครในงานนี้เลยยิ่งตกประหม่าจนอยากหันหลังกลับ

“มานี่ มางานนี้ด้วยหรือ” เจ้าของคำถามเดินมาหา

ตั้มเป็นชายหนุ่มวัยใกล้สามสิบหน้าตาคมเข้มด้วยหนวดและเคราบางๆ เป็นเพื่อนร่วมงานของมานี่หรือนางสาวอัญมณี เจริญยิ่งณรงค์ หล่อนแทบจะกระโดดกอดดีใจที่อย่างน้อยเจอคนรู้จักตั้งหนึ่งคนแล้ว

อัญมณีพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบ

“ญาติหรือคนรู้จัก” ตั้มถามต่อ แต่หล่อนส่ายหน้าช้าๆ แล้วอ้อมแอ้มบอก

“ไม่ใช่ทั้งสอง”

“อ้าว! แล้วมาทำไม”

“มาแทนพี่”

“เรามีพี่ด้วย” ตั้มพูดด้วยเสียงอันดัง ทำให้คนทั้งศาลาแทบหันมามองเป็นตาเดียว

“พูดเบาๆ ก็ได้ ไม่ใช่พี่แท้ๆ หรอก เรียกว่าคนนับถือกันนะ”

“ก็เห็นใช้ชื่อตัวเองบนพวงหรีด เลยแปลกใจน่ะ” ตั้มสงสัย

“เอ่อ ไมใช่ชื่อนี่ นั่นมันนามปากกาของพี่ที่นับถือไง”

คนนับถือกัน อัญมณีอยากค้อนให้คำพูดนี้ของตัวเอง คนนับถือกันที่ว่าขอร้องแกมบังคับให้หล่อนนำพวงหรีดมาแสดงความเสียใจอาลัยคนตาย ทั้งที่หล่อนไม่รู้จัก

บ้าไปกันใหญ่แล้ว แต่หล่อนก็ต้องทำตามสั่ง ดูเหมือนว่าไม่เคยขัดใจ ขัดคำสั่งได้เลย ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ หล่อนก็ไม่เข้าใจตนเอง

“อ๋อ นักเขียนามปากกาอัญมณีหรือ เคยได้ยินอยู่นะ ไหนๆ ก็มาแล้วไปเคารพศพกัน”

ตั้มชวนเหมือนเป็นเจ้าภาพเสียเอง เขาบอกว่าถึงไม่ใช่เจ้าภาพหรือญาติของคนตาย แต่ก็สนิทสนมกับน้องชายคนตายดีเพราะเจอกันตอนทำงานบ่อยๆ ระหว่างเดินตามตั้มเข้าไปในศาลา อัญมณีรู้สึกถึงสายตาจับจ้องบอกถึงความไม่เป็นมิตรจนเสียวสันหลัง ทั้งที่ตนเองไม่รู้จักทั้งคนเป็นและคนตายในงานเลย

แต่หล่อนก็รู้ว่ามีคนจ้องมองตั้งแต่ส่งพวงหรีดให้คณะเจ้าภาพนำไปวางแล้ว

หรือคนพวกนี้อาจสงสัยว่าหล่อนคือเจ้าของพวงหรีด? ดันชื่อเดียวกันเสียนี่

‘ทำไมใช้นามปากกาอัญมณีคะ’

‘พี่ชอบชื่อมานี่ไง เลอค่าง่ายแก่การจดจำ’

‘ชื่อโหลๆ นี่นะ’

‘ชื่อโหล แต่นามปากกาไม่มีทางโหล เพราะนักเขียนเขาไม่ใช้ซ้ำกันอยู่แล้ว’

อัญมณีคุกเข่าลงเบื้องหน้าโลงศพ ตรงนั้นมีเด็กหญิงวัยรุ่นที่ตาแดงก่ำและบวมเป่งเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักคอยจุดธูปส่งให้คนที่มาไหว้ศพ เด็กสาวส่งธูปที่จุดแล้วมาให้รวดเร็วแทบจะทิ่มหน้าทิ่มตาหากตั้มไม่รีบยื่นมือไปรับไว้แทน หล่อนคิดว่าตัวเองตาไม่ฝาดที่เห็นแววตาอาฆาตของเด็กคนนี้ แม้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามที

“ขอบคุณนะ” หล่อนพูดกับตั้ม ขอบคุณที่เขาช่วยไม่ให้ธูปปลายแดงๆ ทิ่มหน้าตาให้เกิดเป็นแผลพุพอง อัญมณีมั่นใจว่าเด็กสาวจงใจ เพราะไม่ปริปากสักคำไม่ว่าจะเป็นคำขอโทษหรือขอบคุณเมื่อหล่อนยื่นซองช่วยงานให้

“คุณอัญมณีฝากมาแสดงความเสียใจด้วยนะคะ” หล่อนพูดตามที่ถูกสั่งมา หลังจากตั้มแนะนำว่าเด็กสาวผู้นี้คือลูกสาวของคนตาย

เด็กสาวพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำขอบคุณ ซึ่งอัญมณีรู้สึกขัดตาขัดใจมาก เหมือนไม่มีใครอบรมสั่งสอนเรื่องมารยาท ทั้งที่อายุอานามขนาดนี้โรงเรียนต้องสอนมาแล้ว เด็กสาวรับซองเงินแล้วเดินไปหาชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีที่ต้อนรับแขกอยู่หน้าศาลาแล้วยื่นซองให้พลางชี้กลับมา

ตั้มยิ้มแล้วพยักหน้าให้ชายดังกล่าวที่กระทำตอบลักษณะเดียวกัน แต่หล่อนรู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นจ้องไม่วางตาจนทำหน้าไม่ถูก จะยิ้มให้เขาก็ไม่ได้รู้จักหรือแสดงการทักทายหล่อนแต่อย่างใด จะบึ้งก็ไม่มีเหตุอันควร อัญมณีจึงหันไปมองตั้มแทน

“กลับดีกว่า” หล่อนเปรยหลังความอดทนสิ้นสุด

“อ้าว ทำไมรีบ ไม่รอฟังสวดก่อนหรือ”

“ไม่ไหว นี่รู้สึกว่ามีคนมองแปลกๆ”

“คิดมาก คนกำลังโศกเศร้าก็หน้าบึ้งหน้านิ่งเป็นธรรมดา ไปนั่งด้วยกันเถอะเดี๋ยวกลับพร้อมกันผมไปส่งเอง” ตั้มแตะแขนพาเดินไปหาที่นั่ง อัญมณียอมตามไปนั่งแต่ยังมีข้อสงสัย

“เอารถยนต์มาหรือคะ”

หากตั้มใช้รถจักรยานยนต์ตามปกติคงไม่ชวน เหมือนตัวหล่อนเองก็ใช้จักรยานยนต์เพราะความชอบส่วนตัวและความสะดวกในการเดินทางฝ่าการจราจรที่รถราติดขัด หล่อนรู้สึกว่ารถราบ้านเรามีมากขึ้นทุกวัน แม้ไม่ใช่เมืองหลวงยังติดขนาดนี้ ป่านนี้ไม่รู้คนในกรุงเทพฯ จะเผชิญกับรถติดขนาดไหน

“ไม่ได้เอารถอะไรมาเลย” คนอาสาไปส่งบอกหน้าตาเฉย

“อ้าว แล้วบอกจะไปส่ง”

“แล้วมานี่เอารถอะไรมา ผมนั่งไปเป็นเพื่อนไง แล้วค่อยต่อรถกลับบ้าน”

“อ๋อ นี่คือการไปส่งหรือคะ” หล่อนเลิกคิ้ว แล้วพูดต่อ “แต่นี่ก็ไม่ได้เอารถมาเหมือนกัน พี่วิชแวะมาส่งแล้วเลยไปหาเพื่อนค่อยกลับมารับค่ะ”

“งั้นผมก็ขอติดรถไปด้วย คงไม่เป็นเอบีซีนะ”

หล่อนขันคำพูดของตั้มจนเผลอยิ้มออกมา

พี่วิชที่เอ่ยถึงคือสวิช สุสวิชคู่หมั้นสุดหล่อ ที่นานๆ จะไปไหนมาไหนด้วยกันทีเพราะต่างมีงานที่แตกต่างกัน อัญมณีเริ่มงานเป็นผู้ช่วยช่างภาพของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องหนึ่ง ส่วนตั้มเป็นนักข่าวที่มักออกมาทำข่าวด้วยกันบ่อยๆ จึงสนิทสนมกันพอสมควร และตั้มเป็นคนเดียวที่รู้ว่าสวิชเป็นคนคุ้นเคยของหล่อนแต่ไม่รู้ว่าถึงขนาดหมั้นหมายกันแล้ว เพราะหล่อนไม่ชอบใส่แหวนหมั้นหรือไม่เคยใส่เลยหลังจากวันหมั้นก็ไม่แน่ใจ เพราะไม่สนใจและใส่ใจจำ

อัญมณีใช้แค่คำว่าคนคุ้นเคยทั้งที่เป็นคู่หมั้นกันมานาน เพราะครอบครัวหรือจะเรียกว่าบรรพบุรุษของทั้งคู่เป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมยิ่งกว่าญาติ เรือกสวนไร่นาติดกันจากอดีตแปรเปลี่ยนเป็นตึกรามบ้านช่องที่อยู่อาศัยก็รั้วชิดติดกันเช่นเดิม เมื่อมีลูกก็อยากเกี่ยวดองกัน แต่เหมือนมีกรรมหรือโชคชะตาไม่เข้าข้างในรุ่นลูกเพราะต่างก็มีแต่ลูกสาว กรรมจึงมาตกหนักที่รุ่นหล่อนเองที่ต่างเป็นหลานสาวและหลานชายคนแรก

ฝ่ายสวิชนั้นเป็นหลานชายคนแรกและเป็นหลานคนเดียวของตระกูลยิ่งทำให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหล่อนอยากได้มาเป็นเขยขวัญ เพราะเล็งเห็นแล้วว่ามรดกตกทอดทั้งหลายจะเป็นของสวิชเพียงผู้เดียว แล้วหล่อนที่จะแต่งงานกับเขาก็จะสบายไปด้วยแต่ใช่ว่าหล่อนจะสิ้นไร้ไม้ตอกหรือไม่มีมรดกตกทอด หล่อนก็มีทรัพย์สมบัติของปู่ย่าตายายที่ให้ไว้มากพอสมควร และยังมีญาติน้อยทรัพย์สินไม่ถูกแบ่งแยกไปมากนักจึงเรียกได้ว่ามรดกส่วนใหญ่จะตกเป็นของหล่อน มากพอหรือทัดเทียบกับสวิชทีเดียว

สวิชไม่ขัดข้องเพราะไม่มีผู้หญิงที่ชอบพอ ส่วนหล่อนนะหรือแม้ไม่ใช่คนหัวอ่อนแต่ก็ยอมตามใจพ่อแม่ เพราะสวิชคือพระเอกขี่ม้าขาวสำหรับหล่อนในวัยเยาว์ คือผู้ชายในฝัน ทั้งรูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลาเรียกว่าไปไหนมาไหนด้วยแล้วไม่อายใคร

สวิชจบการศึกษาด้านเคมีทั้งในและต่างประเทศ และเมื่อหล่อนต้องไปศึกษาต่อต่างประเทศเขาก็เป็นคนจัดการทุกอย่างให้ เรื่องที่เรียน ที่พัก และอยู่เป็นเพื่อนจนหล่อนปรับตัวได้เขาจึงกลับมาประเทศไทยแต่ก็บินไปเยี่ยมเยียนหล่อนบ่อยครั้งเมื่อมีเวลา สวิชดูแลกิจการเกี่ยวกับสินค้าเกษตรและเคมีภัณฑ์พร้อมทำงานอดิเรกที่เขาชอบและประสบผลสำเร็จอย่างดีทีเดียว

ส่วนหล่อนก็กลับมาทำงานที่ชอบแต่ทางบ้านไม่ค่อยปลื้มนัก และมีเพียงสวิชเท่านั้นที่คอยสนับสนุนหาที่ทำงาน ให้กำลังใจ และคอยแก้ต่างให้ผู้ใหญ่เข้าใจว่างานของหล่อนได้เสี่ยงภัยอะไรและเป็นงานที่ตรงตามสาขาที่เรียนมา เขาขอขอโอกาสให้หล่อนได้พิสูจน์ตัวเองว่าทำงานได้ ซึ่งผู้ใหญ่ก็ให้โอกาสหล่อนทันทีทั้งที่หล่อนเว้าวอนจนปากเปียกปากแฉะแม่ก็ไม่ยอมท่าเดียว

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง แค้นเธอ, ชีวิตเขาพังพินาศ
8.6
เมื่อเจ้าหน้าที่นิติเวชหญิงต้องเผชิญความจริงอันโหดร้ายในการชันสูตรศพลูกชายตัวเอง เบื้องหลังการตายที่ถูกจัดฉากว่าเป็นเพียงการฆ่าตัวตาย แท้จริงแล้วคือคดีฆาตกรรมอำพราง ทว่าความพยายามเรียกร้องความยุติธรรมของเธอกลับถูกระบบกฎหมายปัดตกถึงเจ็ดครั้งเพื่อปกป้องผู้มีอิทธิพล แม้คนรอบข้างจะพยายามโน้มน้าวด้วยจดหมายลาตายปลอมว่าลูกเธอทนพิษโรคซึมเศร้าไม่ไหว แต่รหัสลับที่ซ่อนอยู่ภายในจดหมายกลับเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ว่าเขาถูกฆาตกรรม ความคับแค้นใจผลักดันให้เธอเลือกเส้นทางศาลเตี้ย ลักพาตัวลูกสาวของอธิบดีอัยการมาทรมานออกสื่อเพื่อแฉความจริง พร้อมใช้เครื่องมือนิติเวชเป็นอาวุธล้างแค้นโดยไม่สนการตามล่าจากตำรวจ
ภาพปกนิยายเรื่อง อัปลักษณ์จวนเดียวดาย
9.2
อินอวิ๋นหยาง อุปราชรูปงามผู้ไร้หัวใจแห่งหยวนเป่ย จำต้องยอมเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับองค์หญิงอัปลักษณ์จากแคว้นซาง นางถูกละเลยและปล่อยให้ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในจวนร้างบนยอดเขาสูงชัน เนื่องจากใครก็ตามที่ได้เห็นใบหน้าอันสยดสยองของนางล้วนต้องตกใจจนเสียชีวิต ในที่สุดความอ้างว้างและตรอมใจทำให้นางสิ้นลมหายใจไปพร้อมกับความพยาบาทอันแรงกล้า โดยนางได้ลั่นวาจาสาปแช่งว่าจะกลับมาล้างแค้นสวามีผู้แสนเย็นชาคนนี้ให้จงได้ ไม่ว่าจะต้องเฝ้ารอนานนับพันปีเพื่อชำระหนี้แค้นครั้งนี้อย่างสาสมก็ตาม
ภาพปกนิยายเรื่อง หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก
8.1
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง พันวาเสน่หา
9.0
ภายใต้หน้ากากอันสมบูรณ์แบบของเจ้าของร้านตัดสูทชื่อดัง Arachné Tailors แท้จริงแล้วเขาคือปีศาจแมงมุมที่คอยล่อลวงดวงวิญญาณด้วยข้อตกลงแห่งความปรารถนา แม้จะได้รับคำเตือนอยู่บ่อยครั้ง แต่ดาว หญิงสาวผู้มีโชคชะตาแสนอาภัพกลับพลาดท่าเซ็นสัญญานั้น จนพาตัวเองเข้าสู่วังวนแห่งความระทึกขวัญ ท่ามกลางความอ่อนโยนที่ชวนให้หัวใจเต้นแรง เธอกลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อตัวตนที่ซ่อนอยู่ของชายหนุ่มถูกเปิดเผยในแบบที่ไม่คาดคิด นี่คือจุดเริ่มต้นของความรักที่ผสมผสานด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและเวทมนตร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เพื่อนพ่อหนูขอนะคะ
8.9
ฉั่วๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปลายลิ้นของเรวัฒน์ชอนไชเข้ามาในทุกซอกเสียวของความเป็นสาว กระตุ้นน้ำเสียวให้แตกซ่านออกมาอย่างไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้ “อุ๊ย… มีน้ำออกมาด้วยค่ะ… น้ำอะไรไม่รู้” หญิงสาวอุทานอย่างไร้เดียงสา บิดสะโพกไปมา การกระทำของเพื่อนพ่อได้ทำให้สาวน้อยรู้จักกับความลี้ลับของร่างกายตัวเอง ได้รู้รสความเสียวซ่านอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน “เค้าเรียกว่าน้ำหอยค่ะ… มันจะออกมาเองตอนที่หนูอยากให้ลุงสอดใส่” เรวัฒน์หยุดเลียชั่วขณะสั้นๆ เพื่อจะอธิบายสิ่งที่สาวน้อยกำลังสงสัย “ไม่ต้องเกร็งไม่ต้องกลัวนะคะ… คาวหอยของหนูหอมมาก ปล่อยให้ไหลออกมาลุงชอบ” ปุยฝ้ายจำต้องอดทนให้เขาลากลิ้นขึ้นๆ ลงๆ ตามแนวยาวของร่องกลีบ ทว่าอดทนได้ไม่นานโพรงสวาทของหล่อนก็ขมิบรัดดุ้นลิ้น เสียวจนต้องบิดตัวไปมา ร่างกายกระสันหาการสอดใส่ไปตามธรรมชาติของวัยสาวที่มีความอยากรู้อยากลองในเรื่องเพศ “อ๊าย… อูย… มันทรมานปั่นป่วนอยู่ข้างในค่ะคุณลุงขา” หญิงสาวครางจะขาดใจ ไม่คิดว่าชีวิตของหล่อนจะได้เจออะไรแบบนี้ “ที่หนูทรมานก็เพราะว่าน้องสาวของหนูอยากให้น้องชายของลุงใส่เข้าไปข้างใน… ลุงขอเบิร์นอีกนิดนะคะ… เดี๋ยวใส่ให้มิดดุ้นเลยค่ะ เดี๋ยวจะกระแทกให้ร้องขอชีวิตเลยคอยดู”
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสสวาทชู้ซาตาน
8.8
‘กาย’ หนุ่มใหญ่ผู้ไม่เคยมีศรัทธาในความรัก เขากระหายในความเจ็บปวด ยิ่งเธอทรมาน ก็ยิ่งมีความสุข เสียงครวญครางของเธอเป็นเหมือนอาหารรสเลิศที่ขาดไม่ได้ ทว่า...เธอกลับเรียกแรงศรัทธาในความรักให้เดินเข้าหาเขา ‘มารียัน’ เด็กสาวผู้ที่ตกหลุมพรางของผู้ใหญ่ กลายเป็นทาสของซาตานผู้ไร้หัวใจ เป็นชู้กับน้าเขยตัวเอง บทรักของเขาเรียกน้ำตาจากเธอทุกครั้ง ทว่า...มันกลายเป็นยาเสพติดที่เธอขาดไม่ได้ จะทำยังไงให้ซาตานที่รักตอบแทนความรักอันเจ็บปวดของเธอได้บ้าง