APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจบ่มรัก

หัวใจบ่มรัก

จากเด็กสาวนอกสายตาที่ พศวัต เคยปฏิเสธการหมั้นหมายอย่างไม่ใยดี วันนี้ วรรณวลี เติบโตเป็นหญิงสาวสะพรั่งผู้เปี่ยมเสน่ห์จนหัวใจของอดีตคู่หมั้นหนุ่มต้องสั่นคลอน ชายหนุ่มที่เคยเมินเฉยจึงหวังจะทวงคืนสิทธิ์ในการครอบครองเธออีกครั้งตามความต้องการของผู้ใหญ่ ทว่าฝ่ายหญิงที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กกะโปโลกลับไม่ยอมง่ายๆ เธอพร้อมจะแก้เผ็ดตาแก่ปากร้ายคนนี้ให้ยอมสยบแทบเท้า ท่ามกลางสงครามประสาทและการปะทะคารมที่แฝงไปด้วยความหวั่นไหว พศวัตจึงต้องงัดทุกกลยุทธ์เพื่อพิชิตใจเธอมาครองคู่หมายหมั้นที่เขาเคยปล่อยให้หลุดมือ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เพียงเท่านั้นพศวัตก็เร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในบ้าน และไม่พลาดธนภูมิกำลังนั่งคุยโทรศัพท์ด้วยท่าทีสบายอารมณ์อยู่ในห้องรับแขก

“ว่าไงไอ้ภูมิมานานหรือยังวะ”

คนถูกถามหันขวับไปตามเสียงทักจากเจ้าของบ้าน ก่อนจะยิ้มและยักคิ้วทักทายเล็กน้อยจากนั้นก็หันกลับมาบอกลาคู่สายที่โทร.คุยฆ่าเวลา

“เป็นไรวะทำหน้ายังกับกำลังจะโดนบังคับแต่งงานอย่างนั้นแหละ”

ธนภูมิที่กำลังยัดโทรศัพท์ราคาแพงกลับเข้าไปที่กระเป๋ากางเกงเอ่ยถามเสียงกลั้วหัวเราะเมื่อเห็นหน้าตาที่ไม่น่าอภิรมณ์ของเพื่อนสนิท

“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงว่ะ ไม่รู้ว่าพวกผู้ใหญ่ท่านคิดอะไรกันอยู่ จู่ๆ จะมาจับฉันหมั้นซะงั้น”

คำตอบของพศวัตเกือบทำให้ธนภูมิที่กำลังดื่มน้ำเกือบสำลักน้ำ เขารีบวางแก้วพร้อมกับละล่ำละลักถาม

“จริงเหรอวะ แล้วอีกฝ่ายเป็นใคร”

ธนภูมิเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะทำสีหน้าตกใจนัยน์ตาเบิกกว้างอ้าปากหวอพลางยกนิ้วชี้หน้าพศวัตอย่างคนเพิ่งจะนึกอะไรออก

“แกไปบ้านน้องเปรี้ยวมา นี่อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนั้นคือน้องเขาน่ะ”

“ถ้าใช่แล้วแกจะทำไม”

ถามพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาด้วยท่าทีเบื่อหน่าย

“เฮ๊ย! จริงเหรอวะ…แล้วแกว่าไง”

ร่างสูงของธนภูมิโดดจากโซฟาอีกตัวมานั่งลงข้างๆ เพื่อนรักอย่างอยากรู้ พศวัตเหลือบตามองแล้วบอกออกไปด้วยน้ำเสียงเน้นหนักแน่นชัดถ้อยชัดคำว่า

“ปฏิเสธโว้ย”

“ห๊า! ทำไมวะน้องเขาออกจะสวย นี่สารภาพกันตรงๆ เลยนะโว้ย ว่าฉันเล็งๆ น้องเขาอยู่ถ้าไม่เกรงใจแกนะ ฉันใส่เกียร์เดินหน้าจีบไปนานแล้ว”

พศวัตหันขวับไปจ้องหน้าตาเขม็งอย่างเอาเรื่อง แต่ธนภูมิใช่จะกลัวกลับพยักพเยิดคล้ายกับถามว่า ‘มีปัญหาอะไร’ นั่นแหละชายหนุ่มถึงได้รู้ตัว ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วแก้เก้อด้วยการโยนหมอนในมือใส่หน้าของเพื่อนสนิทย่างหมั่นไส้พร้อมกับแก้ตัวเป็นพัลวัน

“ยัยเปรี้ยวเนี่ยนะสวย กะโปโลจะตายไป”

“แกเอาตาตุ่มมองน้องเขาหรือไงถึงได้บอกว่าเป็นเด็กกะโปโล เป็นสาวสะพรั่งแล้ว…แต่ช่างเถอะ ถ้าแกไม่สนงั้นฉันจีบนะ”

ผัวะ!

“โอ๊ย!”

ธนภูมิร้องเสียงหลงเมื่อมือใหญ่ของพศวัตฟาดลงมาที่กึ่งศีรษะกึ่งขมับของเขาแทนคำตอบ และมันเป็นคำตอบที่ทำให้ธนภูมิข้องใจมาก แต่ก่อนที่จะเขาจะได้คาดคั้นเอาเหตุผลว่าทำไม พศวัตที่เหมือนจะไหวตัวทันจึงชิงเอ่ยปากขึ้นก่อน

“ยัยเปรี้ยวยังเด็ก…ฉันว่าเราเลิกคุยเลิกสนใจเรื่องนี้เถอะ ออกไปหาเหล้ากินแก้เซ็งดีกว่า”

“ไปตั้งแต่หัวค่ำเนี่ยนะ”

ถึงจะถามออกไปอย่างนั้นแต่ธนภูมิก็ยันร่างสูงของตัวเองลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เตรียมพร้อมสำหรับการแก้เซ็ง

“เออ ทำไมเจ้าของผับอย่างแกจะเปิดร้านให้ฉันไปนั่งกินเหล้าก่อนเวลาไม่ได้หรือไง และคืนนี้จะค้างที่นั่นเลย เมาแล้วไม่อยากขับรถ”

บอกความต้องการจบก็แล้วเดินนำออกไป ธนภูมิมองตามแล้วยักไหล่เล็กน้อย ก่อนจะเดินตามออกไปติดๆ และระหว่างเดินไปนั้นธนภูมิเหมือนจะเพิ่งนึกถึงสิ่งสำคัญที่จะทำให้ค่ำคืนของชายโสดอย่างพวกเขาเต็มไปด้วยความหฤหรรษ์ขึ้นมาได้

“แล้วสาวๆ ล่ะวะต้องโทร.นัดไหม”

พศวัตหยุดเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเอี้ยวตัวกลับมาบอกพร้อมกับยักคิ้วอย่างอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยว่า

“ไม่ต้อง หาเอาข้างหน้าดีกว่า”

“ว่าไงก็ว่าตามกัน”

สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วประสานเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนต่างคนจะต่างเดินไปขึ้นรถของตัวเอง แล้วขับออกไปหาความสำเริงสำราญตามประสาหนุ่มโสด โดยมีสายตาของยัยเด็กกะโปโลข้างบ้านมองตามรถเมอร์เซเดสเบนซ์ของพศวัตที่วิ่งนำเฟอร์รารี่ ที่เธอจำได้ดีว่าเป็นรถหรูสวยเฉี่ยวของเพื่อนสนิทชายหนุ่มที่ชื่อธนภูมิผ่านหน้าต่างของห้องนอนตัวเองไปจนลับสายตา

สนามบินสุวรรณภูมิ

ร่างบอบบางในชุดกางเกงยีนเข้ารูปอย่างที่เจ้าตัวชื่นชอบกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสไตล์แฟชั่นปิดท้ายด้วยผ้าพันคอสีพื้นดูเก๋ไก๋ไม่ฉูดฉาดแต่ลงตัวของวรรณวลีที่ยืนร่ำลาผู้สูงวัยทั้งสามคนที่มาส่งหญิงสาวขึ้นเครื่อง เพื่อที่จะเดินทางไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษ

หากแต่ยังขาดใครอีกคนที่หญิงสาวได้แต่แอบชะเง้อคอมองว่าเขาอาจจะมา เพราะเขารู้ไม่ใช่ไม่รู้ว่าวันนี้เธอจะเดินทาง แต่เหลือเวลาอีกไม่มากเธอก็ต้องไปแล้วก็ยังไม่เห็นแม้เงา วรรณวลีถอนหายใจใบหน้าสวยแสดงความผิดหวังออกมานิดๆ คิดว่าผลจากวันนั้นพศวัตคงเกลียดเธอให้แล้วจริงๆ

“เป็นอะไรไปลูกถอนหายใจซะดังเชียว”

เสียงถามจากคนเป็นแม่ทำให้วรรณวลีสะดุ้งโหยง ก่อนจะปรับสีหน้าพลางส่งยิ้มแห้งๆ และกลบเกลื่อนด้วยการเดินเข้าไปกอดร่างท้วมนิดๆ ของคนเป็นแม่พร้อมกับออดอ้อน

“ก็เปรี้ยวไม่อยากจากแม่และทุกๆ คนไปนี่คะ”

“ถ้าอย่างนั้นเราก็ตั้งใจเรียน รีบเรียนจะได้รีบจบและจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันนะ”

พูดพลางดันร่างบอบบางของคนเป็นลูกสาวออกห่างเล็กน้อย ซึ่งวรรณวลีก็พยักหน้ารับพร้อมกับอมยิ้มรับปากเสียงหนักแน่น

“ได้ค่ะ เปรี้ยวจะตั้งใจเรียนไม่เกเร และที่สำคัญจะช่วยงานที่ร้านน้าวาเพื่อหาประสบการณ์ด้วยดีไหมคะ”

น้าวาที่หญิงสาวเอ่ยถึงคือน้องสาวแท้ๆ ของคนเป็นแม่ที่ไปทำมาหากินโดยการเปิดร้านอาหารไทยอยู่ประเทศอังกฤษเมื่อหลายปีก่อน และตอนนี้กิจการก็รุ่งเรื่องดีถือเป็นร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ในเขตนั้นเลยทีเดียว

“ดีมากจ้ะ”

“ว่าแต่ทำไมเจ้าพตไม่มาสักที ทั้งที่เมื่อวานก็เตือนแล้วนะว่าคืนนี้หนูเปรี้ยวจะออกเดินทาง”

นายอนิวัตติ์บ่นพลางหมุนตัวกวาดสายตามองหาคนเป็นลูกชายหลังจากยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูแล้วใกล้เวลาที่วรรณวลีจะต้องขึ้นเครื่องแล้ว ดังนั้นขึ้นทำให้ทุกคนที่ได้ยินต่างมองหน้ากัน แล้วก็เป็นนางอมลวรรณที่เอ่ยขึ้น

“ตาพตอาจจะติดธุระก็ได้นะคะ”

“มันก็อาจจะเป็นอย่างนั้น แต่น่าจะโทร.มาบอกกันหน่อยสิ เห็นเมื่อวานรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมาส่งน้อง เฮ้อ…อย่าถือสาพี่เขาเลยนะหนูเปรี้ยว คงเจองานด่วนเข้า เจ้านี่ถ้าได้อยู่ในโหมดทำงานเรียกได้ว่าลืมทุกอย่าง ดีที่มันไม่ลืมหายใจ”

นายอนิวัตติ์เอ่ยติดตลกแก้ตัวให้ลูกชายแบบแกนๆ ในใจก็นึกโมโหลูกชายตัวดีที่ผิดคำพูดจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่โตๆ กันแล้วต้องรู้อะไรควรไม่ควรแสดงออกแค่ไหน

“ไม่เป็นไรค่ะ เปรี้ยวเข้าใจ แค่คุณลุงมาส่งเปรี้ยวก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ” บอกด้วยน้ำเสียงสดใสใบหน้าระรื่นแต่ในอกนั้นซ่อนความน้อยใจเอาไว้ไม่น้อย

“อุ๊ย! ใกล้เวลาแล้ว ไปเถอะลูก ถึงที่โน่นแล้วอย่าลืมโทร.มารายงานตัวกับพ่อและแม่ด้วยนะจ๊ะ”

“ค่ะ งั้นเปรี้ยวไปนะคะ”

หญิงสาวยกมือไหว้คนเป็นแม่แล้วเข้าไปสวมกอดอีกครั้ง ก่อนจะผละออกหันมาไหว้และสวมกอดร่างสูงของคนเป็นพ่อบ้าง

“ไปนะคะพ่อ”

“รักษาตัวด้วยนะลูก มีอะไรโทร.มาหาพ่อได้ทุกเวลานะ”

มือหนาลูบผมสลวยของลูกสาวที่เวลาผ่านไปไม่นานลูกสาวตัวน้อยๆ ของเขาก็กลายเป็นสาวเต็มตัวพร้อมจะออกจากอกไปเผชิญโลกภายนอกตามลำพังแล้ว

“ค่ะ…เปรี้ยวไปนะคะคุณลุง ฝากดูแลคุณพ่อกับคุณแม่แทนเปรี้ยวด้วยนะคะ”

ท้ายประโยคหญิงสาวหันมายกมือไหว้และฝากฝังบุพการีทั้งสองกับผู้สูงวัยข้างบ้านที่สนิทชิดเชื้อกันไม่ต่างกับญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง

“ไม่ต้องห่วงลุงจะดูแลให้เป็นอย่างดี เดินทางปลอดภัยแล้วอย่าลืมโทร.มาคุยกับลุงบ้างนะ”

ริมฝีปากบางเปิดยิ้มให้กับทุกคนเป็นการส่งท้าย ก่อนจะหมุนตัวลากกระเป๋าเดินห่างออกไป หากแต่ไปได้เล็กน้อยวรรณวลีก็เอี้ยวตัวกลับมาโบกมือให้กับผู้สูงวัยทั้งสามด้วยรอยยิ้ม และไม่ลืมที่จะชะเง้อคอมองเลยไปเผื่อใครบางคนที่เธอเฝ้ารอจะโผล่หน้ามา แต่ก็ต้องผิดหวังซ้ำสอง ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มสลดลง แต่มันก็ชั่ววินาทีเท่านั้นวรรณวลีสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ใบหน้าสวยก็เชิดขึ้นอย่างถือดี พร้อมกับเตือนสติตัวเองว่า ‘ไม่มาก็ไม่เห็นง้อ เห็นเราเป็นแค่เด็กกะโปโลล่ะสิเลยไม่สนใจ คอยดูนะกลับมาเมื่อไหร่เราจะได้รู้กัน ตาแก่’

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานสุดที่รัก
8.6
การถูกทรยศจากคนที่ไว้ใจที่สุดคือบาดแผลฉกรรจ์ เมื่อพบว่าคนรักลอบคบชู้กับเพื่อนรักของตน หญิงสาวผู้เคยทุ่มเทกลับไม่ฟูมฟาย เธอเลือกกลบฝังความปวดร้าวไว้เบื้องหลังความเยือกเย็น การสวมบทบาทเป็นคนไม่รู้ถึงความสัมพันธ์อันโสมมกลายเป็นกลหมากสำคัญในการทวงคืนคุณค่าของตนเอง เธอเฝ้ารอคอยจังหวะที่สมบูรณ์แบบเพื่อเป็นฝ่ายสะบั้นรักและเหยียบย่ำความจองหองของเขาให้แหลกสลาย เป้าหมายสูงสุดคือการตอกย้ำให้ชายผู้ทรยศได้ลิ้มรสความสูญเสียอย่างแสนสาหัส และต้องทนทุกข์กับความจริงที่ว่าเขาได้โยนอัญมณีล้ำค่าทิ้งไปเพื่อแลกกับก้อนกรวดไร้ราคา
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วรักเธอมาใช้หนี้
9.0
ชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งต้องพบเจอกับบททดสอบอันแสนโหดร้าย มรสุมแห่งความยากลำบากพัดกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ทว่าสิ่งเหล่านั้นไม่อาจดับไฟแห่งความหวังที่ลุกโชนอยู่ในใจของเธอได้ เธอเปรียบดั่งลูกนกตัวเล็กที่กำลังอดทนรอคอยช่วงเวลาสำคัญในการผลัดขน แม้เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยขวากหนามและอุปสรรคที่หนักหนาสาหัส เธอก็พร้อมที่จะก้าวข้ามผ่านมันไป ความมุ่งมั่นอันแรงกล้านี้คือพลังที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอให้กลายเป็นหงส์ที่สวยสง่าและทรงคุณค่า เธอจะไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่บีบคั้น แต่จะใช้ความอดทนทั้งหมดที่มีเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนที่งดงามที่สุด และพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นถึงความสำเร็จในบั้นปลายชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานรักฉันอีกครั้ง
7.9
เมื่อโชคชะตาพรากความรักไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวต้องเผชิญความโดดเดี่ยวและบาดแผลลึกในใจ ในห้วงเวลาที่ความเข้มแข็งเหือดแห้ง ภาพของอดีตคนรักซึ่งเป็นผู้บริหารหนุ่มผู้ทรงอำนาจกลับฉายชัด ความถวิลหาผลักดันให้เธอเฝ้าถามว่า ในสภาพที่ร่วงหล่นกลายเป็นสตรีผู้อ่อนแอไร้ที่พึ่ง เขาจะยังมีเยื่อใยและพร้อมหยิบยื่นความรักให้เหมือนวันวานหรือไม่ หรือความผิดพลาดในอดีตจะกลายเป็นกำแพงที่ปิดตายความสัมพันธ์ตลอดกาล ความรักครั้งเก่าจะสามารถผลิบานขึ้นใหม่ได้หรือไม่ท่ามกลางเศษซากของความปวดร้าว
ภาพปกนิยายเรื่อง รักลับของเรา
9.0
เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ณ เมืองหยุนเฉิงทำให้เฉียวเมียนเมียนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเหมาเยซือ บุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุด ค่ำคืนนั้นนำมาซึ่งข้อตกลงวิวาห์ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาลจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้ การก้าวขึ้นเป็นนายหญิงตระกูลเหมาบันดาลให้เธอเพียบพร้อมด้วยทรัพย์ศฤงคาร ทว่าสิ่งที่เธอต้องเผชิญกลับเป็นความห่วงใยที่รุนแรงเกินต้านทาน แม้แต่ตอนที่เธอป่วยและดื้อดึงไม่ยอมทานยา เขายังคงตระกองกอดเธอไว้อย่างหวงแหนและคอยตะล่อมให้เธอรักษาสุขภาพ พันธสัญญาครั้งนี้จึงอบอวลไปด้วยความใส่ใจอันแสนหวาน
ภาพปกนิยายเรื่อง Daddy ท่านประธานเขาชอบหึง
7.0
ห้าปีก่อนชีวิตของเธอพังทลายเมื่อถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหญิงขายบริการในต่างแดน ซ้ำร้ายยังถูกคู่หมั้นสวมเขา เธอจึงตัดสินใจหนีหายไป ก่อนจะหวนคืนมาพร้อมลูกชายอัจฉริยะ เรื่องราวพลิกผันกลางงานแข่งขันเปียโน เมื่อเด็กน้อยประกาศผ่านสื่อตามหาพ่อ โดยระบุว่าบิดาต้องมีใบหน้าเหมือนตนเอง เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้เธออย่างมาก เพียงไม่กี่วันต่อมาชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้ปรากฏตัวเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ ทันทีที่เห็นชายผู้มีรูปหน้าถอดแบบมาจากลูกชาย ความเคียดแค้นก็ปะทุขึ้น เพราะเขาคือคนที่ข่มขืนเธอในอดีต
ภาพปกนิยายเรื่อง กาลเวลาไร้เสียงแบกหัวใจของผม
8.1
หยินเหลียงเช็งต้องทำเด็กหลอดแก้วเป็นครั้งที่สาม ซึ่งนำเธอไปสู่ช่วงเวลาอันทุกข์ทรมาน เธอต้องเผชิญสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความเห็นใจ ท่าทีเย็นชาจากแพทย์บีบบังคับให้ต้องกล้ำกลืนความอับอายทางสรีระ สิ่งที่สร้างความปวดร้าวที่สุดไม่ใช่การผ่าตัด แต่เป็นขั้นตอนเตรียมตัวที่เต็มไปด้วยเข็มฉีดยาอันแสนทารุณ ซึ่งกลายเป็นบททดสอบที่กัดกินจิตใจอย่างรุนแรง เรื่องราวนี้ถ่ายทอดบาดแผลและความพยายามของหญิงสาวที่จำต้องแบกรับความเจ็บปวดทางกายและอารมณ์ไว้เพียงลำพัง ขณะที่กาลเวลายังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไร้สุ้มเสียง