APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ยอดดวงใจซื่อจื่อ

ยอดดวงใจซื่อจื่อ

ฉางเจียอีเคยตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ยอมเฉียดกรายเข้าใกล้บุรุษฝีปากกล้าผู้ชอบนินทาคนนั้นอีกเป็นอันขาด ทว่าโชคชะตาลิขิตให้ชีวิตเปลี่ยนผันทำให้นางต้องยอมกลืนน้ำคำตนเอง เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเขาเพื่อหาทางช่วยเหลือพี่ใหญ่ให้รอดพ้นจากความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัส ทั้งที่ใจจริงนางเพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและเรียบง่ายในเรือนของตนเองไปจนแก่เฒ่า แต่การก้าวเข้ามาของเขากลับทำให้แผนการชีวิตที่วางไว้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เรื่องราวความวุ่นวายครั้งนี้ไม่ได้คลี่คลายได้ง่ายดายอย่างที่คิด ท่ามกลางความผูกพันครั้งใหม่ที่ชวนให้รู้สึกขัดใจนางเป็นที่สุด
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

สองมือกำหมัดแน่น คิดว่าจะออกไปจัดการบุรุษขี้นินทาสองคนที่กล่าวหานางและบิดาทว่านางกลับฉุกคิดอะไรได้ก่อน

คนผู้นั้นบอกว่ากำลังจะกลับหรือ

ยามนี้นางอยู่ชั้นสอง หากเขากำลังจะกลับเช่นนั้นก็ต้องเดินผ่านตรงนี้ หึ เข้าทางนางแล้ว

ด้วยความสงสารเซียวเล่ยที่ใช้วาจาขอร้องไม่หยุดแม้ไม่อยากให้ยืมเงินด้วยเรื่องไร้สาระนี้แต่ในที่สุดโม่หนิงหลงก็ยินยอมให้ยืมเงินจำนวนนั้นแต่โดยดี

“ต่อไปอย่าให้มีเรื่องเช่นนี้อีก ข้าไม่ได้ตระหนี่กับสหายแต่เจ้าสมควรทำเรื่องที่สมควรได้แล้ว จะมัวทำตัวเสเพลเช่นนี้ไม่ได้”

“หมายความว่าเจ้าให้ข้ายืมหรือ”

“ข้าจะบอกเถ้าแก่ว่าให้ลงบัญชีจวนอ๋อง ให้พวกเขาไปเก็บที่นั่นก็แล้วกัน แต่ข้าหวังดีกับเจ้าอย่ายุ่งกับนางอีกเลยดีกว่า อย่าหาเรื่องเดือดร้อนให้ตนเองอีก”

เซียวเล่ยก้มหน้าแต่ไม่รับคำ เขาชอบฉางเจียอีเพียงนั้นเขาย่อมไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ

ฉางเจียอีกำมือแน่นโกรธจนแทบควันออกหู

“ข้าจะทำให้เจ้าสำนึกที่มาว่าร้ายข้า”

ฉางเจียอีวางแผนการอย่างรวดเร็วโดยที่โม่หนิงหลงไม่รู้เลยว่าบัดนี้มีสตรีเจ้าคิดเจ้าแค้นนางหนึ่งกำลังรอเล่นงานเขาอยู่

ครู่ต่อมาโม่หนิงหลงเดินลงมาจากชั้นสอง ระหว่างที่ลงจากบันไดนั้น จู่ ๆ ก็มีน้ำแกงร้อนสีเหลืองทองสาดลงมาโดยไม่ทันระวังตัว

ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกตัวรวดเร็วนักทว่าเพราะเป็นสายน้ำเขาจึงไม่อาจหลบได้พ้น โม่หนิงหลงถูกราดไปด้วยน้ำแกงทั้งตัว คนในภัตตาคารล้วนหันมามองแล้วอุทานด้วยความตกใจ

ฉางเจียอีหัวเราะในใจ ก่อนจะเร้นกายหายไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว คิดว่าสมน้ำหน้าคุณชายปากร้ายขี้นินทาไร้ความรับผิดชอบคนนั้นแล้ว นางเดินหนีมาอย่างสบายใจคาดไม่ถึงว่าตนเองจะถูกดักหน้าเอาไว้ด้วยคนผู้หนึ่ง

บุรุษใบหน้าหล่อเหลา เรือนกายสูงโปร่ง ที่สวมอาภรณ์สีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำแกงสีเหลืองทองที่นางสาดเข้าไปเต็ม ๆ

อา...เขารวดเร็วยิ่งนัก

ถึงจะตกใจที่เขามาดักหน้า แต่นางก็ไม่หวั่นเกรง นางแสร้งทำเป็นตีหน้าซื่อเมินเขาแม้ว่าในใจจะขบขันกับสภาพของเขาในยามนี้เพียงใดก็ตาม

นางพยายามเดินเลี่ยงไปทางอื่น แต่กลับถูกเขาขวางเอาไว้เช่นเคย นางหลบไปซ้ายเขาก็ดักซ้าย นางหลบไปขวาเขาก็ดักขวา

ฉางเจียอีกอดอก แสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขาเอ่ยเสียงขรึม

“อ๊ะ ท่านมาขวางทางข้าทำไม ข้าไม่รู้จักท่าน ถอยไป”

“ทำความผิดยังคิดหนี เจ้าเป็นสตรีร้ายกาจไร้ความรับผิดชอบจริง ๆ สินะ จึงได้คิดเล่นงานคนลับหลังโดยไร้สาเหตุเช่นนี้”

“ข้าหรือ ข้าทำความผิดอันใด มีหลักฐานหรือไม่ อ๊ะ ดูท่านสิ ทำไมสภาพเป็นเช่นนี้ ไปวิ่งฝ่าฝนน้ำแกงมาหรือ ดูหน้าท่านสิ ดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย”

นางแสร้งทำสีหน้าตกใจ แววตาฉายแววสะใจอยู่ไม่น้อย เขาจ้องนางเขม็งเหมือนจะสังหารนางให้ตายตรงนี้แต่ฉางเจียอีไม่หวาดกลัว

“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด”

หลังจากที่เขาถูกราดด้วยน้ำแกง เขาเห็นอาภรณ์สีฟ้าสดใสของนางอย่างชัดเจนแม้จะไม่เห็นหน้าเขาก็ตามรอยเท้าของนางมาได้อย่างรวดเร็วกระทั่งได้พบว่าเป็นสตรีที่เขาเคยมีเรื่องราวกับนางเมื่อวันก่อน

สตรีนางนี้เจ้าคิดเจ้าแค้นยิ่งนัก

“ผู้ใดทำท่านเกี่ยวอันใดกับข้า”

นางยังปากแข็ง เขาจึงจับมือของนางแล้วชูขึ้น จากนั้นก็ก้มลงดม ฉางเจียอีโกรธจัดจู่ ๆ ก็ถูกเขาล่วงเกินเช่นนี้

“ท่านทำอะไร ปล่อยข้านะ”

เขายังกำข้อมือนางแน่น ดวงตาแดงฉาน

“มือของเจ้าเต็มไปด้วยคราบน้ำแกง ยังมีกลิ่นน้ำแกงติดมือ ข้าเห็นว่าคนร้ายที่เล่นงานข้าสวมอาภรณ์สีฟ้ากับตา รอยรองเท้าของเจ้าที่เหยียบน้ำแกงที่หกเลอะพื้นอีก ยังจะมีสิ่งใดแก้ตัว”

“แกงนี่ใครเป็นของขึ้นชื่อของภัตตาคารแห่งนี้ ใคร ๆ ก็สั่งได้ คงมีใครสักคนรังเกียจท่านจนอยากเอาน้ำแกงราด ท่านไปหาคนร้ายสิ จะมาใส่ความข้าทำไม”

“เจ้าคงเคียดแค้นข้าในวันนั้นที่ได้เจอ ทั้ง ๆ ที่ตนเองเป็นคนผิดแท้ ๆ”

โม่หนิงหลงคิดว่าสาเหตุมาจากวันแรกที่เจอกัน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่านางคือคนที่เซียวเล่ยต้องเสียเงินเสียทองให้นาง

“ไปที่อำเภอกับข้า ข้าจะจับคนร้ายเช่นท่านเข้ากรงขัง หลักฐานนั้นไม่ต้องกลัว ข้าโม่หนิงหลงไม่จับคนส่งเดช”

ก่อนที่จะมาดักนางตรงนี้เขาได้สั่งให้คนของเขาจัดการเก็บหลักฐานเรียบร้อยแล้ว

ฉางเจียอีร้องตะโกนสุดเสียง

“นี่ปล่อยนะ ปล่อย คนบ้า ปล่อยข้านะ”

นางดิ้นรนขัดขืน แต่โม่หนิงหลงกลับไม่ยอมปล่อย เขารวบร่างนางเอาไว้แล้วแบกนางขึ้นบ่า จากนั้นจึงพาคนร้ายเหินออกจากทางหน้าต่างตรงไปว่าการนายอำเภอทันใด

นายอำเภอย่อมรู้จักคนทั้งสองเป็นอย่างดี คนหนึ่งคือซื่อจื่อแห่งจวนซวินอ๋อง บิดาเป็นเจ้าเมืองลั่วหยางและแน่นอนว่าคนที่มีอำนาจในลั่วหยางจริง ๆ ก็คือโม่หนิงหลงผู้นี้

ส่วนอีกคนหนึ่งคือบุตรสาวของพ่อค้าใหญ่ฉางผู้ร่ำรวยที่ทำการค้าและปล่อยเงินกู้ ซึ่งแน่นอนว่านายอำเภอก็คือหนึ่งในลูกหนี้ของพ่อค้าใหญ่ฉางนั่นเอง

ยามนี้นายอำเภอจึงได้รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อโม่หนิงหลงแบกร่างเล็กของฉางเจียอีมาให้เขาตัดสินความผิด

“หลักฐานพยานพร้อม ให้ท่านนายอำเภอไปสืบความได้ที่ภัตตาคาร ข้าให้คนของข้ากันที่เกิดเหตุเอาไว้ไม่ให้ผู้ใดมายุ่งแล้ว”

ท่าทางของนายอำเภอที่อ่อนน้อมต่อหน้านางผู้นี้ทำให้โม่หนิงหลงขมวดคิ้ว

“ท่านรู้จักนางหรือ”

นายอำเภอรีบพยักหน้า

“ย่อมรู้จักขอรับ นางคือคุณหนูรองฉาง ฉางเจียอีบุตรสาวคนรองของพ่อค้าฉางขอรับ”

โม่หนิงหลงเองเพิ่งรู้ว่าที่จริงนางคือผู้ใด คนที่ทำให้ผู้คนที่ไปไหว้พระเดือดร้อน และคนที่ทำให้เซียวเล่ยเดือดร้อนก็คือนางนี่เอง

“ที่แท้ก็เป็นเจ้าหรือ งานถนัดของเจ้าก็คือการทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนสินะ สมควรถูกลงโทษนัก”

ฉางเจียอีกอดอกจ้องเขาเขม็ง

“ท่านนายอำเภอ ท่านก็รู้จักเขาหรือ”

นายอำเภอปาดเหงื่อ เพิ่งผ่านปีใหม่มาแท้ ๆ ไยเขาจึงโชคร้ายเช่นนี้

“ขอรับ นี่คือโม่ซื่อจื่อ บุตรชายโม่อ๋องเจ้าเมืองลั่วหยางขอรับ”

ฉางเจียอีถึงกับอ้าปากค้างก่อนจะหัวเราะเย็นชา

“ที่แท้ก็คนมีอำนาจสินะ จึงได้ใช้อำนาจข่มเหงชาวบ้านตาดำ ๆ เช่นข้า โม่หนิงหลงข้าไม่กลัวท่าน ท่านฟ้องร้องข้า ข้าก็จะฟ้องร้องท่าน”

โม่หนิงหลงไม่เคยพบสตรีที่เถียงคำต่อคำเช่นนี้มาก่อน ในใจจึงรู้สึกสนุกอยู่ไม่น้อย

“ฉางเจียอีเจ้าพูดมา ข้ามีความผิดใด”

ฉางเจียอีส่งเสียง หึ ในลำคอ แล้วเอ่ยว่า

“สุภาพชนไม่ควรนินทาสตรีลับหลัง ความผิดนี้ข้าได้ยินเต็มสองหูท่านก็สมควรได้รับโทษถูกคุมขัง นายอำเภอเขานินทาข้ากับท่านพ่อของข้าลับหลัง ก่อนหน้านั้นยังวิ่งม้าด้วยความเร็วบนท้องถนนทำให้ผู้อื่นตื่นตระหนก จับเขาเข้าคุกเลย”

โม่หนิงหลงตอบน้ำเสียงราบเรียบ

“ข้าเพียงแต่พูดตามความจริง พ่อค้าใหญ่สกุลฉางหน้าเนื้อใจเสือ ทำการค้ากดดันคน ปล่อยเงินกู้เก็บดอกเบี้ยเกินความจำเป็นข้ากล่าวผิดตรงไหน ส่วนเรื่องวันนั้นก็เป็นเจ้าที่ไม่ดูตาม้าตาเรือและไร้ฝีมือยังกล้าไปขี่ม้ากลางถนนอีก ข้าไม่จับเจ้าเข้าคุกก็นับว่าเมตตาแล้ว”

“หึ ท่านจะบอกว่าท่านไม่ผิดเช่นนั้นหรือทั้ง ๆ ที่ต้นเหตุคือท่านทั้งหมด ท่านมันก็แค่บุรุษปากมากยิ่งกว่าสตรี เช่นนั้นไม่เอาเสื้อผ้าสตรีมาสวมเลยเล่า”

สีหน้าโม่หนิงหลงจากราบเรียบกลายเป็นแดงก่ำ

“นี่เจ้า อย่ามาเฉไฉ เจ้าทำความผิดคิดเล่นงานคนอื่น ถึงขั้นเทน้ำแกงราดหัวของข้าเช่นนี้จะคิดใช้วาจาหลีกเลี่ยงหลบหนีหรือ”

เมื่อถูกไล่บี้เช่นนั้นฉางเจียอีเองก็ไม่เกรงกลัว นางพอรู้กฎหมายมาบ้างนางจึงเอ่ยว่า

“กฎหมายว่ากันด้วยเจตนา ข้าไม่ได้ตั้งใจทำน้ำแกงหก แต่มันดันหล่นมือ แล้วความผิดเรื่องนินทาคนลับหลังของท่าน ท่านจะเฉไฉหรืออย่างไร”

“หึ ไม่ได้เจตนาแต่คุณหนูเช่นเจ้าจะบอกว่ายืนถือชามน้ำแกงอยู่นอกห้องและบังเอิญทำร่วงใส่ศีรษะของข้าเช่นนั้นหรือ พิรุธมากเพียงนี้คงตบตาผู้อื่นได้หรอก”

เขาจ้องนาง นางจ้องเขาไม่ลดละเห็นได้ชัดว่าไม่มีผู้ใดยอมใคร

“ข้าอยากจะถือถ้วยน้ำแกงยืนที่ไหนล้วนไม่เกี่ยวกับท่าน”

“อ้อ ไม่เกี่ยวกับข้าหรือ ดูเหมือนว่าบัดนี้จะเกี่ยวกับข้าโดยตรงแล้ว”

เขาชี้ไปที่ศีรษะที่ยังเปียกไปด้วยน้ำแกง และยังมีอาภรณ์ที่เลอะเทอะของเขาอีก จากนั้นเขาก็หันไปสบสายตากดดันท่านนายอำเภอ

นายอำเภอเอ่ยว่า

“ซื่อจื่อเช่นนี้ดีหรือไม่ นางทำผิดก็ให้ชดใช้ค่าเสียหาย”

จากนั้นก็หันไปขอร้องฉางเจียอี

“คุณหนูยอมชดใช้ก็แล้วกันไปเถิดขอรับ”

โม่หนิงหลงไม่สนใจสักนิด

“ข้าไม่รับเงินของนาง ให้นางเข้าคุกสักวันสองวันชดใช้ความผิด”

นายอำเภอถึงกับปาดเหงื่อ ตั้งแต่คนสองคนเข้ามาในที่ว่าการแห่งนี้เขาได้แต่ยืนหน้าซีด ยกมือห้ามทัพเกรงคนทั้งสองจะลงมือลงไม้กัน

แม้จะรู้ว่าเขาคือบุตรเจ้าเมือง สตรีผู้นี้กลับไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายเลี้ยงครอบครัวสามียุค70
9.2
แป้งร่ำในวัยสี่สิบปีตัดสินใจทิ้งชีวิตคนทำงานที่โดดเดี่ยวเพื่อเริ่มต้นใหม่ แต่โชคชะตากลับพาเธอข้ามมิติไปยังยุค 70 ในฐานะแม่ม่ายที่ต้องคอยดูแลครอบครัวของสามีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากอุปสรรคในการใช้ชีวิตยุคอดีตแล้ว เธอยังต้องเผชิญหน้ากับระบบปริศนาสุดกวนที่คอยป่วนและสร้างความวุ่นวายให้อยู่เสมอ การเดินทางครั้งใหม่ท่ามกลางความโกลาหลและบททดสอบชีวิตจึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ชาดสีเลือด 红血
7.9
โอกาสครั้งใหม่ในการย้อนเวลากลับมาของหลินเหมยเกิดขึ้นพร้อมกับเพลิงแค้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอก เป้าหมายเดียวของเธอคือการสะสางบัญชีแค้นกับอดีตสามีที่เคยเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินร่วมกัน ทว่าการกลับมาเผชิญหน้ากันในชาตินี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องใช้ทั้งเหตุผลและบทเรียนจากความผิดพลาดในอดีตมาเป็นเครื่องนำทาง ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามและมรสุมอารมณ์ที่รุมเร้าบนเส้นทางสายนี้ หลินเหมยต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญ ว่าจะเลือกก้าวข้ามความเจ็บปวดเพื่อไขว่คว้าความสุขที่แท้จริง หรือจะยอมปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งอยู่กับความทุกข์ระทมไปชั่วนิรันดร์ มาร่วมติดตามบทสรุปความรักและความแค้นนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย
9.5
เมื่อน้องสาวเพียงคนเดียวจากไป ฟางเซียนพยายามจบชีวิตตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งระบบห้ามฆ่าตัวตายเข้ามาผูกมัดวิญญาณเธอไว้ พร้อมส่งตัวไปยังโลกยุทธภพและสั่งห้ามตายเป็นเวลาหนึ่งหมื่นปีเนื่องจากสวรรค์เต็ม เธอได้รับภารกิจสำคัญในการเป็นอาจารย์เพื่อขัดเกลาตัวร้ายสูงสุด แม้จะมีสิ่งล่อใจทั้งเงินทองและพลังอมตะเพื่อดึงดูดให้เธอกลายเป็นจอมมาร แต่ฟางเซียนกลับไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากการหลุดพ้นจากชีวิตนี้ เธอจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาความตายและหนีไปจากระบบสุดเฮงซวยที่คอยขัดขวางเธออยู่ตลอดเวลาในโลกใบนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง กลยุทธ์ลับเปลี่ยนคุณหนูตกอับเป็นเศรษฐีนี
9.1
จากอดีตผู้จัดการร้านเหล้าผู้ล่วงลับ สู่ร่างของเหอหลี่น่า คุณหนูตกอับที่เผชิญมรสุมชีวิต ทั้งครอบครัวถูกโกงและคู่หมั้นทรยศไปแต่งงานกับหญิงอื่น แม้โชคชะตาจะกลั่นแกล้งให้เธอฟื้นคืนชีพมาพบความลำบาก แต่เธอก็ตั้งมั่นจะก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งให้จงได้ ทว่าท่ามกลางความทะเยอทะยานกลับมีจ้าวหวังหย่งเข้ามาพัวพัน แม้เขาจะยืนกรานขอรับผิดชอบและแต่งงานกับเธอหลังจากความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง แต่หญิงแกร่งอย่างเธอกลับปฏิเสธเสียงแข็งและเลือกที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตด้วยตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ
8.2
เมื่ออัครเสนาบดีหลี่วางแผนชั่วร้ายเพื่อปลดปล่อยราชาปีศาจด้วยโลหิตของหญิงพรหมจรรย์ หลี่อวี้หลิน ศิษย์เอกแห่งสำนักซีเฟิงผู้ครอบครองเนตรวิญญาณและพลังสื่อสารกับผู้ล่วงลับ จึงต้องร่วมมือกับ เซียวจวิ้นหาน รองบัญชาการองครักษ์เสื้อแพรผู้แสนเย็นชาเพื่อสืบคดีฆาตกรรมสุดลึกลับ แม้ในคราแรกทั้งสองจะไม่ลงรอยกันด้วยความอคติ ทว่าฝีมืออันยอดเยี่ยมของอวี้หลินก็ค่อยๆ ทลายกำแพงใจของจวิ้นหานจนแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันลึกซึ้ง แต่แล้วความจริงอันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏ เมื่อผู้อยู่เบื้องหลังลัทธิมายาจันทราที่บงการเรื่องราวทั้งหมดกลับมีความเกี่ยวข้องกับสายเลือดและบิดาแท้ๆ ของตน
ภาพปกนิยายเรื่อง คู่ทาสของกษัตริย์ผู้โหดร้าย
9.7
เมื่อบ้านเมืองถูกโจมตีและผู้คนถูกจับไปเป็นทาสบำเรออารมณ์ หญิงสาวคนหนึ่งจึงยอมเสียสละตนเองด้วยการปลอมตัวเป็นเจ้าชายเพื่อปกป้องพี่สาว และจำใจเดินทางสู่อาณาจักรป่าเถื่อน แม้เธอจะพยายามหาทางพาพี่สาวหลบหนี แต่การคุมขังที่แน่นหนากลับทำให้ต้องติดอยู่ท่ามกลางศัตรูที่แสนดุร้าย ทว่ากษัตริย์ผู้ทรงพลังและไร้ความปรานีกลับเริ่มสะดุดตาและสนใจในตัวเจ้าชายกำมะลอผู้น่าเอ็นดูคนนี้ ความลับที่เธอซ่อนไว้จะถูกเปิดเผยหรือไม่ เมื่อต้องกลายเป็นของเล่นระบายความแค้นของราชาผู้เหี้ยมโหดในดินแดนอันตราย