APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง คำสาปรักท่านชายแวมไพร์

คำสาปรักท่านชายแวมไพร์

ชีวิตของลินินต้องพลิกผันไปตลอดกาล เพียงเพราะเธอเก็บดอกกุหลาบที่ตกอยู่ขึ้นมา โดยไม่คาดคิดว่าสิ่งนี้จะนำพาเธอไปสู่พันธนาการรักอันลึกลับของเจย์เดน แวมไพร์หนุ่มผู้มีชีวิตยืนยาวผ่านกาลเวลามานานหลายร้อยปี เขาปรากฏตัวเพื่อทวงคืนของสำคัญพร้อมแสดงความเป็นเจ้าของในตัวเธอฐานะว่าที่ชายาอย่างเอาแต่ใจ ภายใต้ไอหมอกแห่งมนตราและคำสาปรักที่ยากจะถอนตัว ลินินต้องเผชิญหน้ากับความลุ่มหลงและความหวงแหนอันแสนอันตรายจากปีศาจหนุ่มผู้ไร้ความปรานี ซึ่งตั้งมั่นว่าจะไม่มีวันปล่อยเธอไปจนกว่าจะได้ครอบครองทั้งร่างกายและหัวใจของเธออย่างสมบูรณ์
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“เฮ้อ แล้วจะให้ข้านำมันไปให้ใครกันล่ะ” เจย์เดนถอนหายใจอย่างยาวเหยียด พร้อมกับจ้องมองดอกกุหลาบที่อยูในฝาแก้วครอบ ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาจะเอ่ยว่า คู่ครองหาเมื่อไหร่ก็เหมือนกันหมด แต่เขาก็หวังอยากจะหาให้ได้ในเร็ววันนั่นแหละ...บอกตามตรง แวมไพร์เช่นเขาก็เหงาเป็นเหมือนกันนะ

ผู้ติดตามคนสนิทที่ยืนฟังอยู่จึงเสนอความคิดขึ้นว่า “เช่นนั้น ท่านชายลองนำไปให้คนที่ท่านหมายปองดูก่อนดีหรือไม่ขอรับ”

“ไม่มีผู้ใดที่ข้าหมายปองเป็นพิเศษหรอก”

“คุณหนูเฟย์อย่างไรขอรับ” ผู้ติดตามอย่างเขาเห็นว่าท่านชายสนิทสนมกับเธอเป็นพิเศษ จึงคิดว่าบางทีพวกเขาอาจมีบางสิ่งที่เข้ากันได้

“นี่เจ้าต้องล้อข้าเล่นแน่เลย นางเป็นเพียงสหายของข้า”

คุณหนูเฟย์ คือลูกสาวตระกูลแวมไพร์ที่ตระกูลแบรดฟอร์ดของเขาร่วมค้าธุรกิจด้วย นั่นเป็นสาเหตุที่เขาและเธอสนิทกันมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย แต่หากมองลึกลงไปในความสัมพันธ์นั้น ไม่มีความพิสวาทเลยแม้แต่น้อย

“หรือจะเป็นคุณหนูอลิเซียเล่าขอรับ” ชาร์ลยังคงเสนอรายชื่อหญิงสาวที่ดูเหมาะสมกับเจ้านายของตนอย่างไม่หยุดยั้ง

“เจ้าอย่าพูดชื่อคนที่น่ากลัวเช่นนั้นออกมาเชียว”

สาเหตุที่เจย์เดนกล่าวเช่นนั้น เป็นเพราะคุณหนูอลิเซียที่เขาพูดถึงกันอยู่นั้นคลั่งไคล้เขามากจนเข้ากระดูกดำเลยก็ว่าได้

ยอมรับว่าในตอนแรกเขาแอบสนใจเพราะเธอช่างงดงามเกินบรรยาย แต่เมื่อได้รู้จักนิสัยแล้ว เขากลับค้นพบว่าเธอค่อนข้างจิตไปหน่อย ซ้ำยังเป็นคุณหนูจอมเอาแต่ใจอีกต่างหาก จนบางทีเขาเองก็แอบหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย

‘หากเจ้าเป็นของข้าแล้ว ข้าจะตอกฝาโลงไม่ให้เจ้าได้พบหน้าหญิงสาวคนไหนอีก...’ ประโยคนั้นดังก้องอยู่ในหัวของเจย์เดนราวกับฝันร้าย นับแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็พยายามตีตัวออกห่างจากเธอโดยเด็ดขาด! ถึงแม้เธอจะยังโผล่มาหาเขาเป็นบางช่วงบางตอนก็ตาม

“ข้าจะลองไปปรึกษาเฟย์ดูแล้วกัน ว่านางมีสหายพอจะแนะนำให้ข้าได้หรือไม่” นั่งสุมหัวคิดกันอยู่ไม่นาน เจย์เดนก็ตัดสินใจเช่นนั้นขึ้น

และหากเป็นสหายของคุณหนูเฟย์ คงหนีไม่พ้นพวกสาว ๆ จากตระกูลชนชั้นสูงอย่างแน่นอน หากได้แต่งกับคนประเภทนั้น ธุรกิจของตระกูลคงก้าวหน้าขึ้นอีกหลายเท่าตัวเป็นแน่ ถึงแม้จะไม่มีอะไรให้ขยายมากไปกว่านี้แล้วก็ตาม

เจย์เดนคิดเช่นนั้น เพราะในเมื่อโหยหาความรักบริสุทธิ์จากใจจริงกับใครไม่ได้สักคน อีกทั้งบนโลกใบนี้ก็มีแต่พวกหวังผลประโยชน์อยู่แล้ว หากเขาจะมีคู่ครองที่ได้ผลประโยชน์ไปด้วยก็ไม่เสียหายนี่นา

จากนั้นแวมไพร์หนุ่มก็เริ่มออกทำภารกิจตามหารักของตน แต่จนแล้วจนรอด หญิงสาวที่ คุณหนูเฟย์ สหายของตนเสนอชื่อขึ้นมาให้นั้นกลับไม่ถูกใจเขาเลยสักนิด

“ที่ข้ารู้จักก็มีเท่านี้แหละเจย์เดน เจ้าต้องเลือกสักคน ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่มีตัวเลือกให้เจ้าแล้ว...” สาวสวยนั่งกอดอกมองคนตรงหน้า ก่อนจะเริ่มส่ายศีรษะไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็คงต้องรอไปอีกสักพักแล้วค่อยหา...หรือเจ้าจะรับมันไว้เองเล่า” เจย์เดนเพียงเย้าแหย่เท่านั้น รู้ดีว่าอย่างไรเธอก็ไม่ยอมรับกุหลาบจากเขาอยู่แล้ว

เฟย์ได้ยินแบบนั้นก็แค่นหัวเราะออกมา รู้ว่าคนตรงหน้าพูดเล่น แต่ก็อดจะย้ำถึงความสัมพันธืของตัวเองกับแวมไพร์หนุ่มซึ่งเป็นสหายคนสนิทของเขาอีกคนไม่ได้

“เจ้าอยากมีปัญหากับไนเจลหรือไง”

ไนเจลและเฟย์เป็นสหายสนิทของเจย์เดนมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย เรียกได้ว่าทั้งสามคนเป็นเพื่อนวิ่งเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก บอกตามตรง เมื่อเจย์เดนทราบว่าทั้งสองมีใจให้กันในตอนแรกเขาก็แอบเหลือเชื่อนิดหน่อย

“ก็ต้องรอ...” เจย์เดนยักไหล่ แต่ถึงอย่างนั้นมือหนก็ยังพยายามควานหากุหลาบดอกนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย มันควรจะอยู่ในกระเป๋าที่เขานำติดตัวมาด้วยสิ!

เมื่อควานหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เจย์เดนจึงรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยความแตกตื่น

“อะไร?” เฟย์รีบยืนขึ้นตามด้วยท่าทางตกใจไม่แพ้กัน

“มันหายไป...กุหลาบดอกนั้น...”

“ของสำคัญเจ้ายังกล้าทำหายอีกเหรอเจย์เดน”

“มันใช่เวลามาบ่นข้าหรือ เจ้าช่วยข้าหาก่อนเถอะ”

กล่าวจบ แวมไพร์ทั้งสามตน เจย์เดน เฟย์ รวมถึงผู้ติดตามคนสนิทอย่าง ชาร์ล ก็ช่วยกันออกตามหากุหลาบดอกนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย

แต่ด้วยความที่มันเป็นกุหลาบซึ่งบรรจุพลังของเขา จึงไม่ได้ยากต่อการตามหามากนัก เจย์เดนพินิจถึงกุหลาบดอกนั้นก่อนจะตามรอยพลังของมันไป และอีกเพียงไม่กี่ก้าวเขาก็จะคว้ามันกลับมาได้แล้วแท้ ๆ แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเข้าถึงกุหลาบดอกนั้นก่อนตัวเอง

เมื่อเห็นดังนั้น เจย์เดนจึงรีบหลบไปยืนมองการกระทำของเธออยู่ ณ มุมหนึ่งของตรอกซอกซอยนั้นโดยปราศจากการรู้ตัวจากหญิงสาวผู้นั้น

“ท่านชาย คุณหนูเฟย์บอกว่าหาไม่เจอขอรับ”

“บอกนางว่าข้าเจอแล้ว...และดูเหมือนจะเจอว่าที่ชายาของข้าแล้วด้วย...”

.

.

.

"ใครเอาแกมาทิ้งกันนะ..." ลินินพึมพำเสียงแผ่ว ขณะที่หยิบจับกุหลาบดอกนั้นขึ้นมาพิจารณา และไม่ลังเลที่จะนำมันเก็บใส่กระเป๋าเพื่อนำกลับไปที่บ้าน

“กุหลาบนั่นเลือกนางอย่างนั้นหรือ? เหตุใดนางจึงนำมันไปได้ง่ายเช่นนั้น” เจย์เดนขมวดคิ้วก่อนจะแอบตามเธอต่อไปพร้อมกับผู้ติดตามของตน "ข้าไม่ได้เลือกนางสักหน่อย" คำพูดดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบใจนัก แต่สายตาก็จับจ้องเธออย่างไม่วางตา

"นางถือครองเป็นที่เรียบร้อย ท่านชายอาจต้องรอดูปฏิกิริยาของกุหลาบขอรับ ว่าส่งพลังงานถึงนางหรือเปล่า" ชาร์ลแนะนำ

ภายในห้องนอน ลินินวางกุหลาบลงบนโต๊ะก่อนจะเดินไปหยิบแจกันที่ว่างเปล่าในห้องนั่งเล่นมารินน้ำพร้อมนำกุหลาบดอกนั้นใส่ลงไปอย่างปราณีต เพื่อให้มันได้มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง สายตาของเธอฉายแววความสงสัยขณะที่จ้องมองมันก่อนจะเผยรอยยิ้มสุขใจออกมานิดหน่อย “แกคงเป็นของหายากสินะ ฉันได้เจอแกคืนนี้คงนำโชคมาให้ใช่หรือเปล่า?”

"นางชื่ออะไร?" เจย์เดนเอ่ยถามผู้ติดตามที่ยืนอยู่เคียงข้าง ขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้นั้น ท่ามกลางความมืด เธอหยุดมองดอกกุหลาบสีดำบนพื้นอย่างชั่วครู่ ใบหน้าแสดงความสงสัยปนความสนใจ ราวกับว่าเธอมองเห็นความพิเศษบางอย่างในกุหลาบนั้น

"ลินินขอรับ..." ผู้ติดตามของเขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย เขามองตามสายตาของเจย์เดนที่กำลังจับจ้องไปยังลินินอย่างไม่วางตา

โดยปกติแล้วผู้หญิงจะชอบกุหลาบสีแดง เพิ่งเคยเห็นคนที่ประทับใจดอกกุหลาบสีดำเช่นนี้เป็นครั้งแรก บอกตามตรงว่าสิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงดูด อาจเป็นเพราะความไม่เหมือนใครในตัวของเธอ

“ใช่นางจริง ๆใช่ไหม?” เป็นคำถามที่เจย์เดนไม่ต้องการคำตอบในตอนนี้ เพียงแค่ต้องรอให้ถึงเวลาเท่านั้น...

“ต้องรอดูต่อไปขอรับ..."

“น่าเสียดายนัก...ข้าคิดว่าจะเป็นผู้หญิงที่เร้าใจข้าได้มากกว่านี้ เหตุใดนางจึงดูจืดชืดยิ่งนัก”

“...ข้าว่างดงามมากนะขอรับ” ผู้ติดตามคนสนิทเอ่ยขึ้นหลังจากเหลือบมองหญิงสาวผู้เก็บดอกกุหลาบสำคัญของผู้เป็นนายอย่างพินิจ แล้วตอบกลับออกมาด้วยความซื่อตรง และหากท่านชายของเขาไม่ต้องการให้เธอผู้นี้เก็บกุหลาบดอกนั้นจริง ก็สามารถเข้าไปขวางก่อนที่เธอจะทันเก็บได้อยู่แล้ว แต่ท่านชายกลับยืนนิ่งและเลือกที่จะเดินหลบไปเอง

จากการพินิจของ ชาร์ล แล้ว เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหญิงสาวตรงหน้าช่างงดงามยิ่งนัก ถึงแม้การแต่งกายจะเรียบง่ายและแสนจืดชืดดั่งที่ท่านชายของเขาว่า...แต่ทั้งดวงหน้าที่ขาวผุดผ่องให้ความรู้สึกสวยหวานเป็นยิ่งนัก ทั้งริมฝีปากบางอมชมพูของนางยิ่งมองกลับยิ่งชวนเคลิ้ม

ยิ่งไปกว่านั้น เขาซึ่งเป็นถึงผู้ติดตามคนสนิทของท่านชาย มีหรือจะดูไม่ออกว่าแท้จริงแล้วท่านชายเพียงแค่ปากหนักไปเช่นนั้นแหละ อันที่จริงแล้วก็พอจะมองออกว่าเขาคงถูกใจเธออยู่ไม่น้อย มิเช่นนั้น คงไม่มานั่งเฝ้าหญิงสาวผู้นี้ทุกวันสามเวลาหรอก

ใช่แล้ว...เขาเฝ้ามองดูเธอตั้งแต่วันแรกที่เก็บกุหลาบดอกนั้นไป จนกระทั่งตอนนี้ เวลาล่วงเลยมานับสัปดาห์ เขาก็ยังทำเช่นนั้นอย่างสม่ำเสมอ

หลายวันผ่านไป กุหลาบสีดำนั้นยังคงสวยงามเหมือนเดิม ไม่มีทีท่าว่าจะเหี่ยวเฉาลงเลยสักนิด ลินินรู้สึกประหลาดใจ ทว่าในใจลึก ๆ กลับหวังว่ากุหลาบดอกนี้อาจนำโชคมาให้เธอ

“ชีวิตฉันจะมีโชคหล่นทับกับเขาบ้างหรือเปล่านะ” ลินินพูดกับดอกกุหลาบที่ยังอยู่ในแจกัน ก่อนจะนึกย้อนไปถึงชีวิตอันแสนรันทดของตัวเอง

เดิมทีครอบครัวของเธอมีฐานะปานกลาง แต่ด้วยความที่พ่อของเธอติดหนี้สินมหาศาล ความเป็นอยู่ของครอบครัวจึงเริ่มถดถอยลง ต้องเผชิญกับปัญหาครอบครัวที่นับวันเริ่มจะร้าวฉานมากยิ่งขึ้น

หลังจากพ่อของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนน เธอและแม่ต้องแบกรับภาระหนี้สินทั้งหมด ลินินจึงต้องเริ่มทำงานและส่งตัวเองเรียนหนังสือไปด้วย ถึงอย่างไรเธอก็อยากมีการศึกษาที่ดี เพื่อหวังจะได้งานดี ๆ ทำเช่นกัน

จนกระทั่งแม่ของเธอเริ่มป่วยหนักจากโรคที่ต้องการเงินรักษาอย่างมหาศาล ลินินจึงพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อจะหาเงินมารักษาแม่ให้ได้ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถรวบรวมเงินได้ทันเวลา ทำให้แม่ของเธอต้องจากไป

นับตั้งแต่นั้น เธอจึงกลายเป็นเด็กกำพร้า ไร้ที่พึ่งพิงและไม่มีญาติพี่น้องคอยช่วยเหลือ มีเพียงคุณยายเพื่อนบ้านที่คอยมาดูแลเธอเป็นระยะ นอกจากนี้ยังต้องคอยหลบหนีเจ้าหนี้ที่มาตามทวงเงินของพ่อไม่เว้นแต่ละวันอีกด้วย

ในช่วงแรกเธอก็หาเงินและจ่ายชำระคืนให้ครบรวมทั้งดอกและเงินต้น แต่แทนที่หนี้สินจะค่อย ๆ หมดลง กลับมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน่าฉงน ตอนนี้ลินินจึงทำได้เพียงเลี่ยงการจ่ายไป

เพราะถึงแม้จะพยายามหาเงินมาจ่ายมากแค่ไหน ก็ดูเหมือนว่าชาตินี้จะไม่มีวันใช้หนี้ได้หมด

และวันนี้ก็เหมือนเช่นทุกวันที่เธอต้องมาทำงานหาเงินประทังชีพของตัวเอง อีกทั้ง ช่วงนี้ยังถือเป็นช่วงสำคัญของเธออีกต่างหาก เพราะเธอตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้

ขณะเดียวกันบนหลังคาตึกสูงไม่ไกลนัก เจย์เดนยังคงยืนอยู่พร้อมกับผู้ติดตามของเขา ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเจย์เดนจะไม่ได้สนใจกุหลาบที่หญิงสาวเก็บไปแล้วล่ะ หากแต่สายตาของเขาทุกวันนี้กลับคอยจับจ้องเธอผู้นี้เพียงคนเดียว

แต่เมื่อเห็นสายตาของผู้ติดตามของตนกำลังจ้องมองอย่างจับผิด เขาก็รีบหาเรื่องบ่ายเบี่ยงทันที

"นี่ เจ้าดูสิ ข้าอยากได้คนนั้น...ที่เดินผ่านไปเมื่อครู่" เจย์เดนเอ่ยขึ้น ขณะชี้ไปที่หญิงสาวอีกคนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น ซึ่งเดินข้ามถนนผ่านไปเมื่อครู่

ผู้ติดตามคนสนิทของเขาก็ได้แต่ปรายตามองด้วยความฉงนในความคิดของท่านชายตน ก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างสุภาพ "ข้าว่าไม่เหมาะนำมาเป็นชายานะขอรับท่านชาย"

เมื่อได้ยินดังนั้น เจย์เดนจึงหัวเราะขึ้นก่อนจะเอ่ยปากแซวเล่นอย่างที่เคยเป็น "เจ้านี่... ถ้าหากเคร่งเช่นนั้น ทำไมไม่ไปคัดเลือกชายาข้าที่โรงแม่ชีกันเลยเล่า หากอยากได้คนแต่งตัวมิดชิดและเรียบร้อยราวผ้าพับไว้ขนาดนั้น" พูดไปเช่นนั้น อย่างไรเขาก็ทราบดีว่าไม่มีสิทธิ์เลือกอยู่แล้ว

ผู้ติดตามได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มขึ้นบาง ๆ ก่อนจะกล่าวด้วยความใสซื่อ "พวกเราเข้าไม่ได้หนิขอรับท่านชาย"

“เฮ้อ...เอาเถอะ ข้าไม่ตำหนิที่เจ้าไม่เท่าทันมุกของข้าหรอก” ว่าพลางส่ายศีรษะหน่าย ๆ ก็ไม่แปลกที่ชาร์ลจะรับมุกไม่ค่อยทันนัก ก็ท่าทางใส่แว่นเนิร์ด ๆ ของเขามันก็บ่งบอกได้อย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาเป็นแวมไพร์ผู้คลั่งหลักการประหนึ่งหุ่นยนต์เดินได้ไม่มีผิด แต่หลังจากได้มาตามติดเจย์เดนก็ดูจะมีความรู้สึกขึ้นมาบ้างเล็กน้อย…

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ย้อนเวลาไปในยุค 80 เพื่อร่ำรวย
9.5
ร่วมเจาะลึกไปกับเรื่องราวการย้อนเวลาสู่ทศวรรษ 80 ยุคสมัยแห่งโอกาสและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่รอให้ไขว่คว้า ตัวเอกจะใช้ความรู้ความเข้าใจจากโลกอนาคตมาเป็นอาวุธสำคัญในการวางแผนและดำเนินธุรกิจ เพื่อพลิกฟื้นโชคชะตาจากคนที่ไม่มีอะไรเลยให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลอย่างมั่นคง ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามและการแข่งขันที่ต้องใช้ไหวพริบปฏิภาณอย่างสูงสุด มาติดตามเส้นทางชีวิตสุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยสีสันอันน่าประทับใจนี้ไปด้วยกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง ลูน่าที่เขาช่วงชิง  ความเสียใจชั่วนิรันดร์ของเขา
8.8
ห้าปีเต็มกับการทำหน้าที่ลูน่าแห่งฝูงโลหิตจันทรา แต่ฉันไม่เคยได้ครอบครองหัวใจของอัลฟ่าอลัน เพราะมันเป็นของฟิโอน่า หญิงสาวที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอด ความหวังริบหรี่ของฉันดับสลายลงในวันเกิด เมื่อเขาประกาศมอบตำแหน่งสำคัญนี้เป็นของขวัญให้เธอต่อหน้าทุกคน ทิ้งให้ฉันจมอยู่กับความอ้างว้าง อลันมองว่าพันธะคู่แท้เป็นเพียงโซ่ตรวนที่น่าอึดอัดใจ เมื่อความช้ำใจมาถึงขีดสุด ฉันจึงตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์และก้าวเดินจากไปอย่างเด็ดขาด แม้ในวันที่เขาตระหนักรู้และกลับมาอ้อนวอนขอโอกาสอีกครั้ง แต่มันก็สายเกินไปสำหรับคนขลาดเขลาเช่นเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
เด็กหญิงตัวน้อยนามว่าอ้ายหลาน ผู้ครอบครองพลังกายอันมหาศาลขัดกับรูปร่างที่ดูบอบบางอย่างสิ้นเชิง นางสามารถยกกระสอบข้าวหนักอึ้งด้วยมือเพียงข้างเดียวได้อย่างสบาย และทุ่มหินยักษ์ขนาดสิบคนโอบได้อย่างง่ายดาย นอกเหนือจากพละกำลังที่เหนือมนุษย์แล้ว อ้ายหลานยังมีประสาทสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นเลิศ โดยเฉพาะการตรวจจับกลิ่นของกินที่อยู่ห่างไกลออกไป ยิ่งไปกว่านั้น จมูกอันแสนพิเศษของนางยังมีความสามารถในการแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากอาหารที่ปลอดภัยได้อย่างแม่นยำจนน่าเหลือเชื่อ
ภาพปกนิยายเรื่อง ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
7.8
ซูเจิน นักวิจัยด้านพฤกษศาสตร์ผู้จมอยู่กับห้องทดลองมาอย่างยาวนาน ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการเข้าร่วมคณะสำรวจป่าเหอหนาน ดินแดนสุดอันตรายที่เคยพรากชีวิตผู้คนไปมากมาย แม้จะถูกทักท้วงจากเพื่อนร่วมงาน แต่เธอยังคงมุ่งมั่นที่จะเข้าไปเก็บกู้ตัวอย่างพรรณไม้หายากในพื้นที่เร้นลับซึ่งวิทยาการสมัยใหม่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ จนกระทั่งเข้าสู่สัปดาห์แรกของการเดินทาง การเผชิญหน้ากับดอกไม้พิศวงในป่าลึกส่งผลให้เกิดเรื่องราวเหนือธรรมชาติขึ้น เพียงแค่เธอแตะต้องมันก็หมดสติลงทันทีพร้อมแสงสว่างลึกลับที่เข้ามากำหนดเส้นทางชีวิตใหม่ของเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง มนตร์ตาละวัน
7.9
ชายหนุ่มนามว่า ‘จัน’ ผู้ต้องคำสาปมนตร์ตาละวัน นั่นก็คือเขาจะต้องกลายเป็นจระเข้ในเวลากลางคืน เป็นบุรุษรูปงามผู้โดดเดี่ยวเดียวดายในเวลากลางวัน เจ้าสาวจระเข้เท่านั้นที่จะทำให้หลุดพ้นจากคำสาป แน่นอนว่าความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของเขาไม่ใช่ความตาย ตัวเขาและบ่าวคนสนิทจึงใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ่อน ๆ มาตลอดหลายร้อยปี จนได้พบเจ้าของพรหมลิขิตผู้ชี้ชะตาชีวิตอย่าง ‘กัญญาวีร์’ ทว่าเธอดันเป็นถึงพนักงานขายอันดับหนึ่งของโรงงานผลิตหนังจระเข้! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป... จระเข้หน้ามึนอย่างนายจันจะต้องตายหรือไม่? ฤาจะโดนกุดหาง ถลกหนังไปเป็นกระเป๋าให้แม่แก้วตาดวงใจ ร้ายที่สุดคงได้กลายเป็นสเต๊กจระเข้ในยุคข้าวยากหมากแพง “เนื้ออิ่มอวบแนบเนื้อ นวลนาง ขยับถอดสอดแท่งกาม เข้าไซร้ เคลื่อนอีกท่าคว้าดารา ได้ต่อ หนอแม่ กี่ราตรีควบขี่ข้าง พี่นี้ ดุร้าย นำพา” “ลามกจกเปรต! ผู้ชายที่ไหนเขาแต่งกลอนแนว Sexual Harassment จีบสาวกัน” กระแทกเสียงบริภาษว่า ทั่วทั้งวงหน้าหวานเต็มไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด แก้มแดงก่ำเพราะโกรธและอับอาย หนุ่มใหญ่กลับยิ้มกรุ้มกริ่ม “แล้วน้องต้องการเยี่ยงไร?” “สายเปย์ค่ะ พ่อบุญทุ่มหมดตัวหมดใจ กลับบ้านตรงเวลา ไปไหนกับใครส่งข้อความบอก สำคัญที่สุดคือไม่เจ้าชู้มีหลายเมีย กันไม่ชอบ ไม่เอาเด็ดขาด กลัวโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้ผัวร่วมกับใคร มีไม่ดีไม่มีดีกว่า...” กัญญาวีร์หน้าบึ้งตึงใส่คนข้างกายที่อยู่ในชุดโบราณ นุ่งโจงกระเบนสีดำ อกกว้างกำยำเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิวเหลืองนวลทอประกายสีทองอ่อนราวสีสันของแสงอรุณยามเช้า สตรีนางไหนได้เห็นคงต้องตาต้องใจทันทีเว้นเพียงเธอ ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยสติสำนึกรู้ตน ไม่สบตา ไม่แม้แต่จะสนใจเส้นผมดำขลับมัดเกล้าแซมสีขาวเทาเป็นปอย ขนานไปกับกรามแกร่งราวม่านน้ำ บุรุษรูปงามราวกับว่าเป็นเทวดาบนสรวงสวรรค์ ทว่าคงไม่ใช่... ซีรีส์สาปอสุรา มนตร์ตาละวัน มนตร์ตาละวัน ภพคุณหลวง (ภาคพิเศษ) พันวาเสน่หา
ภาพปกนิยายเรื่อง การเริ่มต้นใหม่ของอดีตจอมมาร
9.0
เมื่อหนุ่มยุคปัจจุบันต้องย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างของจอมมารผู้ทรงพลังในอดีตอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางสถานการณ์อันแสนกดดันรอบด้าน เขาจึงจำต้องซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงด้วยการแฝงตัวเข้าไปเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลหลิน ซึ่งเป็นตระกูลอริตัวฉกาจที่เคยต่อสู้ห้ำหั่นกับจอมมารมาอย่างยาวนาน การเริ่มต้นชีวิตครั้งใหม่ในบทบาทที่ไม่คาดฝันรายล้อมไปด้วยศัตรูจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่เขาต้องเผชิญและฝ่าฟันไปให้ได้ในโลกแฟนตาซีแห่งนี้