APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ชาดสีเลือด 红血

ชาดสีเลือด 红血

โอกาสครั้งใหม่ในการย้อนเวลากลับมาของหลินเหมยเกิดขึ้นพร้อมกับเพลิงแค้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอก เป้าหมายเดียวของเธอคือการสะสางบัญชีแค้นกับอดีตสามีที่เคยเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินร่วมกัน ทว่าการกลับมาเผชิญหน้ากันในชาตินี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องใช้ทั้งเหตุผลและบทเรียนจากความผิดพลาดในอดีตมาเป็นเครื่องนำทาง ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามและมรสุมอารมณ์ที่รุมเร้าบนเส้นทางสายนี้ หลินเหมยต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญ ว่าจะเลือกก้าวข้ามความเจ็บปวดเพื่อไขว่คว้าความสุขที่แท้จริง หรือจะยอมปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งอยู่กับความทุกข์ระทมไปชั่วนิรันดร์ มาร่วมติดตามบทสรุปความรักและความแค้นนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

นางคิดว่าตัวเองคงตายไปแล้ว คิดว่าตอนนี้คงอยู่ในนรกไม่อาจได้ฟื้นคืนชีพอีก หากแต่เสียงคุ้นหูนั้นร้องเรียกชื่อนาง “พี่สะใภ้”

เหอหลินเหมยลืมตาขึ้นพบกับแสงกระทบจนทุกอย่างเป็นสีขาวสว่างตา นางตายไปแล้วเหตุใดถึงได้ยินเสียงของเฉินเว่ยเป้ยเล่อ ผู้เป็นอนุชาของพระสวามีนางเล่า หรือว่าอีกฝ่ายก็ตามนางไปยังยมโลกด้วยเช่นกัน

คำถามนั้นไม่อาจถามออกมาได้เมื่อคอนางแห้งผาก มือและร่างกายไร้เรี่ยวแรง

“พี่สะใภ้หิวน้ำใช่ไหม”

ไม่ทันที่นางจะลืมตาให้ดีก็ได้ยินเสียงนกร้องดังออกมา “เหมยเหมยตื่นได้แล้ว เหมยเหมยตื่นได้แล้ว”

เสียงนี้เป็นเสียงนกของนางเอง เป็นนกแก้วตัวเล็กพูดมาก และแสนรู้ คำเรียกนี้มักจะเรียกนางตอนตื่นยามเช้า หรือแม้แต่ในฝัน เจ้ามู่มู่ก็ยังตามหานาง แล้วพระสวามีนางเล่า ท่านจวิ้นอ๋อง ท่านอยู่ที่ใด

เฉินเว่ยเป้ยเล่อมองสภาพพี่สะใภ้ก็นึกสะท้อนใจ หันมองไปทางนอกประตูก็ไม่เห็นเงาพี่ชายตน สามวันแล้วที่พี่สะใภ้ต้องนอนหมดสติเช่นนี้

“ท่านพี่โปรดรอหน่อย ตอนนี้พี่มู่หยางกำลังเข้าเฝ้าเสด็จพ่ออยู่”

เข้าเฝ้าอันใดเล่า นางไม่เข้าใจ หรือแม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังตามนางมาอยู่ในยมโลกด้วยกัน

คนที่ยังคิดว่าตัวเองตายทำได้เพียงแค่ลืมตาให้กว้างขึ้น ก่อนจะพบว่านางนอนอยู่ในห้องนอนของตัวเอง

นางรอด? เป็นคำถามที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ มือนางก็ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ตามใจ สายตานั้นมองเฉินเว่ยเป้ยเล่อ

“ท่านอ๋อง” นางยังไม่ตายจริงๆ ด้วยเพราะถ้าตาย คนที่อยู่ในห้องนางตอนนี้ก็คงตายกันหมด สาวใช้ของนางรีบหยิบน้ำมา ประคองให้นางดื่ม

“พระชายาฟื้นแล้ว หม่อมฉันดีใจมากเพคะ”

นางกลับมาแคว้นโจวได้ยังไง ก่อนหน้านี้เกิดอันใดขึ้น สีหน้านางเหมือนอยากได้ยินคำตอบ แต่กลับไม่สามารถถามออกไปได้ หากมีคนหนึ่งเอ่ยออกมาราวกับรู้ใจ

เฉินเว่ยเป้ยเล่อ “พี่สะใภ้กำลังมองหาพี่มู่ใช่หรือไม่ พี่ข้ารึก็ช่างกระไร กลับมาจากชายแดนไม่ทันก้าวเท้าเข้าตำหนักก็รีบไปรายงานฮ่องเต้แล้ว แต่เรื่องไม่เสร็จสิ้นในวันเดียว ก็เลยมาพบท่านมิได้”

ตำแหน่งการงานของจวิ้นอ๋องย่อมสำคัญกว่าตัวนางอยู่แล้ว นางอยากถามว่าใครเป็นคนช่วยนาง เฉินเว่ยเป้ยเล่อก็เหมือนรู้ใจอีกแล้ว

“ฮ่องเต้แคว้นเจี่ยเกิดประชวรเสียก่อน องค์รัชทายาทฟงหวินจึงรีบยกทัพกลับแคว้นไป ตอนที่พวกเราไปถึงก็พบว่าท่านถูกทิ้งเอาไว้ในกระโจมเพียงลำพัง ลมหายใจรวยริน ข้าพาท่านกลับมาก่อน ส่วนพี่มู่ยังนำทัพไล่ตามหลังองค์รัชทายาทฟงหวิน ก่อนจะที่อีกฝ่ายจะบาดเจ็บจนกระทั่งยอมแพ้ศึกครั้งนี้”

ตั้งแต่นางแต่งเข้ามาในตำหนัก จวิ้นอ๋องล้วนมีความมุ่งมั่นในตำแหน่งหน้าที่ของตน ความปรารถนาของเขานั้นอยากเป็นใหญ่ แต่ตำแหน่งของเขานั้นเป็นเพียงรององค์รัชทายาทหยวนไห่

เช่นเดียวกับศึกครั้งนี้ ที่นางถูกนำไปเป็นของบรรณาการก็เพื่อเป็นกลลวงให้อีกฝ่ายหลงกล แต่แผนผิดพลาดจนนางถูกจับตัวไปทรมานเจียนตาย

สภาพจิตใจนางตอนนี้ดำดิ่งลงไปเหมือนอยากตายไปเสียพ้นๆ แต่เหมือนนางจะก่อกรรมเอาไว้มากถึงได้ยังมีชีวิตอยู่เช่นนี้ เหตุใดพระโพธิสัตว์ถึงไม่ยอมทำตามที่นางขอร้อง

“พี่สะใภ้ ท่านมีสิ่งใดจะพูดหรือไม่”

นางอ้าปากจะพูดขอบคุณ แต่เสียงกลับไม่ได้ออกมาอย่างที่คิด นางพยายามขยับมือยกขึ้นแตะคอ ก็พบว่ามีแต่เสียงลม ดวงตาเบิกกว้างเมื่อรู้ว่าตอนนี้

“พี่สะใภ้ เหตุใดเสียงท่านถึงไม่มี”

เหตุใดไม่มี ทำให้นางนึกถึงภาพสุดท้ายที่เลือนหายไป ดูเหมือนองค์รัชทายาทฟงหวินจะกรอกบางอย่างใส่ปากนางจนทำให้นาง

“หรือว่าท่านพูดไม่ได้” เฉินเว่ยเป้ยเล่อยังคงพูดออกมาด้วยความตกใจ จากนั้นก็รีบเรียกหมอเข้ามาตรวจอาการ

สำหรับเหอหลินเหมยแล้ว จะมีสิ่งใดเจ็บปวดไปมากกว่านี้อีก นางถูกทรมาน ถูกย่ำยีจนไร้ความเป็นมนุษย์ ถูกทหารทั้งกองทัพตักตวงความสุขไม่ลืมวันลืมคืน ร่างทั้งร่างของนางไร้ความรู้สึก แค่ไม่ตายก็ถือว่าหนักแล้ว ยังมาพบว่าตัวเองพูดไม่ได้อีก

ชาติที่แล้วนางก่อกรรมอันใดไว้ ถึงได้ถูกทรมานเช่นนี้ ในใจได้แต่โทษสวรรค์ที่มอบชีวิตอันแสนเจ็บปวดเช่นนี้ให้นาง

“พี่สะใภ้ ยังไงท่านก็ต้องหาย ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนท่านไม่ยอมให้ท่านเป็นอะไรแน่นอน”

ท่านอ๋อง ท่านจะรู้อะไรไหม ข้าในตอนนี้หากมีมีดในมือก็จะปักใส่กลางหัวใจโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

‘นางอยากตาย’

แต่ดูเหมือนสวรรค์ไม่เข้าข้าง ยังคงให้นางมีชีวิตต่อ หมอหลวงรักษานางจนดีขึ้นสามารถลุกนั่งได้ แขนขยับยกขึ้นได้ แต่ขาสองข้างและเสียงกลับไม่ดีขึ้นเลย

หนึ่งเดือนแล้วที่นางต้องรักษาตัว และรักษาจิตใจ ปากจะร้องเจ็บปวดทรมานก็ทำไม่ได้ ได้แต่แอบร้องไห้ยามค่ำคืน มีเพียงแค่เจ้ามู่มู่ที่ร้องปลอบนางไม่หยุด

“อย่าร้อง อย่าร้อง” เสียงนกแสนรู้ขับขานในมุมมืด แต่นางกลับรู้สึกอยากร้องให้ดังกว่าเดิม พระสวามีนางหายไปตั้งแต่นางลืมตา เขาหายไปไหน หรือว่ารังเกียจตัวข้าจนไม่กล้าแม้แต่จะมาพบเจอ

“พระชายา ท่านยังไม่นอนหรือเจ้าคะ” หลานอิง สาวใช้ของนางที่อยู่ด้านนอกคงได้ยินเสียงร้องนางจึงรีบเข้ามา ก่อนจะรินน้ำชามาให้นางดื่ม แล้วจุดเทียนสว่างขึ้นอีกด้วย หยิบผ้าห่มที่ยับย่นอยู่กลางตัวขึ้นมาอีก ก่อนจะก้มดูใต้เตียงว่าความร้อนยังอุ่นหรือไม่

“ให้หม่อมฉันเพิ่มไฟอีกหน่อยไหมเพคะ”

หลินเหมยส่ายหน้า หัวใจนางเย็นชาจนไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นอีกแล้ว

‘ท่านอ๋องมาหาข้าหรือไม่’ นางอยากเอ่ยคำนั้น แต่สาวใช้นางกลับไม่เข้าใจความคิด

“พระชายานอนเถอะเพคะ วันพรุ่งนี้พวกเราต้องออกนอกเมืองแล้ว”

คำว่าออกนอกเมืองทำให้นางขมวดคิ้ว หลานอิงก็ยิ่งลนลานมากกว่าเดิม ผู้เป็นนายจึงดึงแขนเอาไว้ แล้วกดนิ้วลงแรงๆ พร้อมขมวดคิ้วเค้นความจริง

“คะ คือ วันพรุ่งนี้ท่านอ๋องจะแต่งพระชายารองเข้าตำหนักเพคะ”

อะไรนะ ตะ แต่ง เข้าตำหนัก สมองนางดับไปชั่วคราว ได้แต่ถามย้ำว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม นางถูกส่งไปเป็นของบรรณาการมีชีวิตรอดกลับมาไม่ถึงเดือนเขาก็แต่งพระชายารองเข้ามา

เหตุใดไม่รอให้นางตายก่อนเล่า จะได้แต่งเข้ามาในตำแหน่งนางเลย สีหน้านางเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าภาพฝันอันเลวร้ายพวกนั้น เจ็บที่ว่าพระสวามีนางไม่เคยมาดูดำดูดีกับนางเลยตั้งแต่ลืมตาขึ้นมา

‘มู่หยาง ท่านใจร้ายกับข้ามาก’ เสียงนางร่ำร้องเรียกชื่อสามี แต่ปากก็ออกได้เพียงลม เสียงหวีดร้องนั้นมาพร้อมกับน้ำตาแห่งความเจ็บปวดเจียนตาย สาวใช้ทำอะไรไม่ได้นอกจากกอดปลอบผู้เป็นนาย

“หม่อมฉันจะอยู่ข้างพระองค์เพคะ จะไม่ยอมให้ใครรังแกพระชายาได้” สีหน้าหลานอิงนั้นบอกว่าสงสารผู้เป็นนายหญิงที่สุด

ถูกกระทำเจียนตาย จวิ้นอ๋องผู้นั้นยังมีหน้าแต่งชายารองเข้าตำหนักอีก!!!

รุ่งเช้าถัดมา นางที่ไม่ได้หลับได้ยินเสียงหัวเราะ และเสียงประทัดดังทั่วเรือน นางเฝ้ารอแล้วรอเล่าอยากให้พระสวามีมาอธิบายเรื่องทั้งหมด บอกว่ายังคงรักนางไม่เปลี่ยน หากสุดท้ายแล้วก็มีแต่ความว่างเปล่า

เสียงฝีเท้าดังขึ้นทำให้นางรีบหันมอง ในความคิดนั้นคิดว่าจะเป็นท่านจวิ้นอ๋อง แต่เปล่าเลย ภาพที่นางเห็นเป็นสตรีงดงามใส่ชุดสีแดง ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มจางๆ อยู่ เมื่อมาถึงก็คารวะทักทายนาง

“พี่หญิง ที่จริงแล้วข้าคิดว่าควรมาพบท่านก่อนหน้านี้ แต่เพราะเห็นว่าท่านไม่สบายตั้งแต่กลับมาจากชายแดน” สีหน้าพระชายารองทำเหมือนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะพูดสิ่งใดอีก

“สภาพท่านตอนนี้ดูน่าสงสารนัก ถึงว่าท่านจวิ้นอ๋องไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าพบ แต่ข้าคิดว่าอย่างไรก็ต้องพบท่านเพื่อฝากเนื้อฝากตัวเสียก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วจะเสียมารยาทเอาได้

ไป๋ชิงทำสีหน้าเหมือนปวดใจที่เห็นสภาพนาง หากแต่แววตานั้นกลับสมเพชอย่างเห็นได้ชัด หลินเหมยในตอนนี้กำลังกำมือแน่นด้วยความรู้สึกสังเวชใจที่ตัวเองอยู่ในสภาพเช่นนี้

น้ำตาเอ่อล้นใกล้จะร่วงหล่น หากแต่คนมองกลับรู้สึกยังไม่พอใจ

“หลายวันมานี้พวกเราเร่งรีบจัดงาน ตัวข้าเองก็ตั้งตัวไม่ติดเช่นกัน ใครจะคิดว่าท่านอ๋องเพียงพบหน้าน้องเพียงหนึ่งครั้งก็เข้าพบฮ่องเต้เพื่อขอข้าแต่งงานแล้ว พี่หญิงคิดว่าแปลกไหมเจ้าคะ”

แปลกอันใดเล่า แปลกที่เขาลืมความรักนางอย่างง่ายดาย เมื่อได้ประโยชน์จากนางจนสาสมใจก็ทิ้งขว้างไม่ไยดี

น้ำตาตกในก็วันนี้ นางได้แต่มองไป๋ชิงกล่าวต่อ ทำสีหน้าเหมือนทุกข์ใจที่เห็นสภาพนาง แต่เมื่อก้าวเข้ามายังเก้าอี้ที่นางนั่งอยู่ ใบหน้านั้นก็โน้มเข้าหานาง

สาวใช้หลานอิงคิดจะเข้ามาขวาง แต่สาวใช้ของไป๋ชิงสองคนก็มาขวางเอาไว้ไม่ให้ขยับ ใบหน้างามนั้นขยับมาถึงใบหูแล้วกล่าวต่อ

“หากข้าเป็นพี่หญิง คงไม่กล้าเสนอเป็นพระชายาเอกท่านจวิ้นอ๋องให้เขาขายขี้หน้าแน่นอน ข้าคงชิงผูกคอตาย ไม่อยู่ให้ผู้คนรังเกียจเช่นนี้หรอก”

น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบร้ายกาจจนทำให้ตัวนางสะท้าน มองหญิงสาวโน้มตัวกลับแล้วหันหลังจากไปทันที

“คนนิสัยไม่ดี” นกแสนรู้ของนางตะโกนตามหลัง ก่อนจะบินมาเกาะแขนของนาง หลินเหมยยกมือขึ้นลูบหัวมู่มู่

น้ำตานางหยดลงบนแก้ม สายตานางมองดอกเหมยฮวาที่ร่วงหล่นบนพื้นดินครั้งแล้วครั้งเล่า กลีบดอกตกสู่พื้นจนมองไม่เห็นความงามของมันอีก เช่นเดียวกับตัวนาง หญิงมีราคีเช่นนางจะมีไว้ประดับเรือนทำไมกัน เมื่อคิดว่าอยู่ไปก็รังแต่จะทำให้เขาเดือดร้อน เหอหลินเหมยจึงยอมจากไปแต่โดยดี

เสียงรถม้าขับเคลื่อนไปทางประตูหลัง เสียงโห่ร้องดีใจก็ดังมาจากในเรือน เป็นวันที่นางเจ็บปวดแสนสาหัสอยากตายให้พ้นเสียวันนี้ แต่ตายในเรือนของจวิ้นอ๋องก็รังแต่จะทำให้เขาเดือดร้อน

ดูสิ นางจะตายก็ยังกลัวเขาเดือดร้อนอีก

หลินเหมยแค่นหัวเราะให้ตัวเอง จะตายเป็นผีก็ยังรักเขาไม่เปลี่ยน ตัวข้าโง่เขลานัก เหตุใดจึงได้โง่เพียงนี้ เสียงม้าเร่งออกจากเมืองหลวงเพื่อมุ่งหน้าไปยังสกุลเหอที่ชายแดน บิดานางเป็นเพียงแค่นายกองธงกองธงแดงเท่านั้น หรือจะสู้สกุลจางของชายารองที่เป็นถึงอำมาตย์ปิตุลาผู้ทรงอำนาจเล่า

ตอนที่นางคิดว่าหากออกนอกเมืองไปแล้วจะหาโอกาสกระโดดหน้าผานั้น ก็มีเสียงม้าวิ่งมาใกล้ ก่อนจะมีเสียงของเป้ยเล่อดังขึ้น

“ข้าขอพบพี่สะใภ้ก่อน”

หลินเหมยเปิดผ้าม่านก็พบชายหนุ่ม สีหน้าอีกฝ่ายเหมือนเสียใจที่เรื่องทุกอย่างลงเอยเช่นนี้

“ข้าจะขอติดตามส่งพี่สะใภ้ถึงชายแดนอย่างปลอดภัย”

นางควรดีใจไหม หรือว่าไม่ เพราะโอกาสที่จะกระโดดหน้าผานั้นริบหรี่เหลือเกิน แต่เพราะความหวังดีของเฉินเว่ยเป้ยเล่อจึงทำให้นางไม่กล้าคิดสั้นอีก

พวกเขาเดินทางได้เพียงครึ่งทางก็ต้องแวะพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ตอนที่นางถูกอุ้มลงจากรถม้านั้นก็พบว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นโรงเตี๊ยมเดียวกับที่ครั้งก่อนนางเดินทางไปเป็นตัวประกัน

คำพูดหนึ่งของพระสวามีนางก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

‘ไม่ว่าจะทุกข์จะสุข ข้าจะจับมือเจ้ามิปล่อย’

ไม่ยอมปล่อยเช่นนั้นรึ แค่เพียงลมพัดผ่านหัวใจก็ผันเปลี่ยนไปแล้ว จะเปลี่ยนอันใดได้กับความรู้สึกคนเล่า นางก็แค่สตรีไร้อำนาจ แถมไร้ประโยชน์

“พี่สะใภ้อย่าได้โกรธพี่มู่หยางเลย ถึงอย่างไรเส้นทางนี้ก็ต้องคำนึงถึงอำนาจก่อน” เฉินเว่ยปลอบใจพี่สะใภ้ ส่วนนางนั้นได้แต่เหม่อลอย คิดแต่เพียงว่าเหตุใดคนที่ควรอยู่ข้างนางถึงไม่เป็นเขา แต่กลับเป็นคนอื่น

“คืนนี้พวกเราต้องพักที่นี่ก่อน” เสียงเฉินเว่ยทำให้นางได้สติ ชายหนุ่มเข็นนางเข้าไปในเรือนพักชั้นเดียวด้านหลังของโรงเตี๊ยม นางมองห้องที่อยู่ห้องแรก ก่อนที่เฉินเว่ยจะชี้ไปยังห้องใกล้กัน

“ข้าอยู่ตรงนี้ พี่สะใภ้มีอันใดก็เรียกข้าได้” เฉินเว่ยมีสีหน้าตกใจเมื่อนึกได้ว่านางยังพูดไม่ได้ กำลังจะกล่าวขอโทษ หลินเหมยก็ส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร

คงเป็นมู่มู่ที่เกาะแขนนางพูดขึ้นมา “คนโกหก คนโกหก” คำนั้นของมันทำให้นางประหลาดใจ หรือว่ามู่มู่กำลังพูดถึงจวิ้นอ๋องผู้เป็นพระสวามีของนาง

เฉินเว่ยมีสีหน้าไม่พอใจ เจ้ามู่มู่ก็หาได้กลัวไม่ ก็ยังตะโกนอีก “ระวังภัย ระวังภัย อันตราย อันตราย อยู่ไม่ได้”

หลินเหมยรู้สึกว่าเจ้ามู่มู่จะพูดไม่รู้เรื่อง หรือเพราะว่าพวกนางเดินทางมานาน จึงทำให้มันพูดเลอะเทอะไปกันใหญ่ จึงสั่งให้หลานอิงพานางเข้าไปพักในห้อง

เมื่อประตูปิดลงนางก็หันไปมองเจ้านกที่ดูกระวนกระวาย หรือว่าจะมีอันตรายจริงๆ แต่สภาพนางเช่นนี้ ยังจะมีใครต้องการอันใดจากนางอีก เหอหลินเหมยจมอยู่ในความคิดอยู่นาน ก่อนที่หลานอิงจะประคองนางขึ้นจากรถเข็นแล้วนอนบนเตียง

“ดึกแล้ว พระชายารีบนอนเถอะเพคะ หม่อมฉันจะนอนเฝ้าหน้าห้องเอง” หลินเหมยพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะมองแสงเทียนดวงเดียวดับลง

ยามกลางคืนนั้นเหมือนมีมีดมาทิ่มแทงใจ ภาพของทหารพวกนั้นที่เข้ามาทำร้ายนางยังคงเป็นฝันร้าย หลินเหมยกัดผ้ากันเสียงที่เบาบางเพื่อกดความรู้สึกเจ็บปวด จนกระทั่งมีเสียงประตูเปิดออก หลินหยางลุกขึ้นมองไปยังประตูที่มีเงาสะท้อนอยู่เบื้องหน้า

‘ท่านอ๋อง’ หรือว่าจวิ้นอ๋องมาหานางแล้ว นางพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่ก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงแค่มองเงาที่สะท้อนกับดวงจันทร์นั้นกระทบใบหน้าเพียงครึ่ง

“เป่ยหวางมาช่วยปลดปล่อยเจ้า หวางเฟยยอดรัก เจ้าจงหลับให้สบายเถอะ” น้ำเสียงนั้นเป็นเสียงเขา ก่อนที่นางจะเห็นเต็มสองตาว่าในมือเขานั้นมีดาบคู่กาย

ไม่ทันที่นางจะมองเห็นชัดก็เห็นเขาถอดดาบออกจากฝัก จากนั้นก็กล่าวต่อ “เพื่ออนาคตของข้า เป่ยหวางจำเป็นต้องทำ ถือว่านี่เป็นคำขอร้องของเป่ยหวาง หวางเฟยจงตายเสียเถอะ”

ดวงตาหลินเหมยเบิกกว้างมองดาบที่ปักลงมาตรงหัวใจนาง เลือดทะลักออกมาจากปาก สายตานางเต็มไปด้วยความสงสัย หรือเพราะอำนาจนั้นสำคัญกว่าสามีภรรยา

แม้ผูกผมร่วมสาบาน ก็ไม่อาจเทียบได้

ท่านพี่ เหตุใดท่านได้ถึงเลือดเย็นเช่นนี้...

หิมะร่วงโรยสู่ดินแล้วเลือนหาย

เช่นหยดเลือดสีแดงลงพื้นมลายไป

จบสิ้นแล้วความรักข้าและท่านในชาตินี้

หากชาติหน้ามี ข้าขอไม่รักท่านทุกชาติไป

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง มิติมหัศจรรย์
8.0
เมื่อทิพย์อัปสรนางฟ้าผู้เลอโฉมกลายเป็นยอดดวงใจของพระเสาร์ เทพผู้เปี่ยมด้วยอำนาจและบารมีล้นพ้น แต่ทว่าความสงบสุขบนสรวงสวรรค์กลับต้องสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อพระอังคารเทพแห่งสงครามผู้ทรงพลังและดุดัน ก็มีใจปฏิพัทธ์ในตัวเธออย่างลึกซึ้งเช่นเดียวกัน ความรักและความปรารถนาที่ขัดแย้งกันของสองมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ได้กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่จุดระเบิดศึกสงครามครั้งมโหฬารบนแดนสวรรค์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นำไปสู่เรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิรบอันแสนดุเดือดที่พร้อมจะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งจักรวาล
ภาพปกนิยายเรื่อง อ้อมกอดรักอันร้อนแรง และ อดทน
8.6
สามปีเต็มในฐานะภรรยาของมาร์ค อัลฟ่าผู้แสนเย็นชา ฉันถูกเขาละเลยและทิ้งขว้างโดยอ้างว่าฉันอ่อนแอเกินไป ทว่าในวันครบรอบแต่งงานที่ควรจะพิเศษ เขากลับทิ้งฉันให้เผชิญสายฝนอย่างเดียวดายเพื่อไปหาผู้หญิงอีกคนที่เขาเพียรบอกรักสุดหัวใจ ขณะที่ฉันกำลังสิ้นหวังท่ามกลางพายุฝนอันหนาวเหน็บ โชคชะตากลับนำพาให้ฉันได้พบกับอัลฟ่าลึกลับคนหนึ่ง ผู้มีพลังอำนาจและอิทธิพลเหนือกว่าอดีตสามีอย่างเทียบไม่ติด นัยน์ตาสีเงินอันทรงเสน่ห์คู่นั้นจ้องมองตรงมาที่ฉันด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า พร้อมคำประกาศสิทธิ์อันหนักแน่นว่านับจากนี้ไป ฉันคือผู้หญิงของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก
8.7
ความรักครั้งเก่าเคยสร้างความเจ็บปวดให้หมิงหลิ่งฟางจนทำให้ครอบครัวต้องพังพินาศ แต่เมื่อได้รับโอกาสจากสวรรค์ให้วิญญาณจากยุคปัจจุบันย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต นางจึงตั้งใจที่จะเปลี่ยนชะตากรรมอันโหดร้ายนี้ด้วยตัวเอง หมิงหลิ่งฟางคนใหม่จะไม่ยอมอ่อนแอและไม่ยอมให้ความรักบังตาอีกต่อไป แม้ไม่ได้รักหยางจวินเฟย แต่นางก็เลือกที่จะอยู่เคียงข้างผู้ชนะอย่างเขาเพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันไม่ให้ตระกูลหมิงต้องพบกับภัยพิบัติ นับจากนี้จะไม่มีน้ำตาอีกต่อไป มีเพียงการใช้ไหวพริบเพื่อปกป้องคนที่รัก
ภาพปกนิยายเรื่อง การเกิดใหม่ของนางร้ายหลงยุค (ยุค80)
8.0
เมื่อวิญญาณนางร้ายตัวแม่ถูกยมบาลส่งมาเกิดใหม่ผิดร่างในยุค 80 กลายเป็น หลิงชิงเย่ว หญิงสาวผู้น่าสงสารที่ต้องเผชิญหน้ากับสามีเย็นชาและแม่สามีที่บังคับให้ยอมรับคนรักเก่าของเขาเข้ามาเป็นเมียน้อย ทว่าเธอไม่มีวันยอมจำนนต่อโชคชะตาอันแสนรันทดนี้ แทนที่จะทนอยู่กับสามีงี่เง่า เธอเลือกที่จะสะบัดบ๊อบใส่อย่างไม่ไยดี แล้วหันมาใช้พรวิเศษ 3 ข้อที่ได้รับมาเพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่ทั้งรวย ทั้งเก่ง และเพียบพร้อมด้วยความสุข เตรียมพบกับเส้นทางการแก้แค้นสุดสตรองของตัวมารดา ที่จะหย่าขาดจากความทุกข์เพื่อก้าวสู่ความมั่งคั่งและเฉิดฉายยิ่งกว่าใครๆ
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายาแพทย์แห่งยุครุ่งโรจน์
7.2
วิญญาณนักลอบสังหารสาวข้ามภพมาสถิตในร่างคุณหนูใหญ่ที่สิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว นางตัดสินใจผันตัวเป็นแพทย์ผู้เก่งกาจและรับงานมืดบางคราวเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทว่าชีวิตเรียบง่ายกลับถูกทำลาย เมื่อราชสำนักมีบัญชาให้นางวิวาห์กับจวิ้นอ๋องผู้มีดวงตาสีม่วงประหลาด บุรุษผู้นี้มักถูกเหยียดหยามและตั้งข้อสงสัยเรื่องชาติกำเนิด ในสายตาคนทั่วไป การแต่งงานนี้คือการลงทัณฑ์ แต่สำหรับอดีตนักฆ่า นางกลับมองเห็นเสน่ห์เร้นลับในตัวว่าที่สวามี การจับคู่ที่ดูเลวร้ายจึงเป็นจุดเริ่มต้นสู่สมรภูมิอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง กากีสีดอกรัก
8.6
เมื่อพญาครุฑหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยความร้อนแรงอย่างอินทรี ปักใจเชื่อว่าธนิษฐาคือหญิงแพศยาผู้มากรัก เขาจึงลักพาตัวเธอสู่วิมานฉิมพลีเพื่อเค้นความจริง ท่ามกลางบรรยากาศเป็นใจที่ทำให้หญิงสาวหวั่นไหว เขากลับตอกย้ำเธอด้วยบทเรียนเสน่หาอันดุดันป่าเถื่อนเพราะความเข้าใจผิด คิดว่าเธอเจนจัดในโลกีย์ ทั้งยังตราหน้าว่าชื่อของเธอที่สื่อถึงอีกานั้นช่างไร้ค่าและเหมาะสมกับความคาวโลกีย์อย่างที่สุด ทว่ายิ่งพยายามทรมานเธอมากเท่าไร เขากลับยิ่งดิ่งลึกในไฟปรารถนา โดยไม่รู้เลยว่าบทลงทัณฑ์ครั้งนี้อาจต้องแลกมาด้วยหัวใจของตัวเอง