APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก

หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก

8.7 / 10.0
ความรักครั้งเก่าเคยสร้างความเจ็บปวดให้หมิงหลิ่งฟางจนทำให้ครอบครัวต้องพังพินาศ แต่เมื่อได้รับโอกาสจากสวรรค์ให้วิญญาณจากยุคปัจจุบันย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต นางจึงตั้งใจที่จะเปลี่ยนชะตากรรมอันโหดร้ายนี้ด้วยตัวเอง หมิงหลิ่งฟางคนใหม่จะไม่ยอมอ่อนแอและไม่ยอมให้ความรักบังตาอีกต่อไป แม้ไม่ได้รักหยางจวินเฟย แต่นางก็เลือกที่จะอยู่เคียงข้างผู้ชนะอย่างเขาเพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันไม่ให้ตระกูลหมิงต้องพบกับภัยพิบัติ นับจากนี้จะไม่มีน้ำตาอีกต่อไป มีเพียงการใช้ไหวพริบเพื่อปกป้องคนที่รัก

หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก ตอนที่ 1

ในยามพลบค่ำดวงตะวันค่อยๆ ลาลับท้องฟ้ามืดครึ้ม ผู้คนสัญจรไปมาเริ่มน้อยลงก่อนจะจางหายไป มีเพียงแสงไฟสลัวตามสองฝั่งข้างทาง ริมฟุตบาทของถนนสายหนึ่งที่ติดอยู่กับแม่น้ำห่างเพียงระเบียงกั้น สะท้อนให้เห็นเงาของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย

หญิงสาวร่างผอมบางในชุดเดรสชีฟองสีขาวสวมหมวกไหมพรมสีขาว เดินไปตามฟุตบาตก่อนจะมาหยุดอยู่บนสะพานข้ามฝั่งแม่น้ำ ดวงตาเศร้าหมองเหม่อลอยทอดมองไปด้านหน้าอย่างไร้ทิศทาง

หากมองดูใกล้ๆ คงเห็นว่าดวงตาของเธอบวมแดงหลังจากผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ใบหน้าที่เคยงดงามผุดผ่องนั้นซีดเซียวซูบตอบไร้สีเลือดฝาดอย่างเห็นได้ชัดริมฝีปากที่เคยแดงระเรื่อซีดขาวราวกับกระดาษ

ที่ผ่านมาราวกับว่าโชคชะตาเล่นตลกกับชีวิตของเธอ เมื่อปีก่อนเธอป่วยอาการเริ่มทรุดหนักเมื่อไปตรวจที่โรงพยาบาล กลับพบว่าเธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอาจอยู่ได้ไม่เกินสองปี

นั่นเสมือนกับฝันร้ายชีวิตที่กำลังราบรื่นวาดฝันไว้อย่างดีกับคนรักที่คบกันมาถึงห้าปี เธอตั้งใจไว้ว่าจะแต่งงานและมีลูกกับเขาชีวิตครอบครัวของเธอก็จะสมบูรณ์ เติมเต็มชีวิตในอดีตที่ขาดหาย

“ไม่เป็นไรผมจะคอยอยู่ข้างๆ ดูแลคุณเอง”

คำพูดนั้นของเขาทำให้เธอยังคงมีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข เธอเริ่มเข้ารับการรักษาแม้ว่าจะไม่เห็นความหวังที่ปลายทาง แต่เธอก็ยังคงมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไปกับเขาแม้ว่าสิ่งที่วาดฝันไว้จะไม่เป็นอย่างที่คิด หากแต่เขาเป็นคนเดียวที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายและเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตของเธอ

เธอชื่อหลินฟาง เป็นเด็กกำพร้าไร้ญาติขาดมิตร ตั้งแต่จำความได้เธอก็ใช้ชีวิตอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอต้องใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าคนอื่นกว่าจะก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้

หลังจากที่เธอเรียนจบเธอก็ได้ทำงานในบริษัทใหญ่โตมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความที่เธอเป็นคนขยันและทำงานดีละเอียดรอบคอบ อายุเพียงยี่สิบห้าปีเธอก็ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเป็นที่น่าอิจฉาของคนอื่น ๆ พวกเขาทำงานมาทั้งชีวิตยังไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเลย

แต่กว่าเธอจะมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะว่าเธอมีกำลังใจที่ดี จงเหวินคนรักที่คอยอยู่เคียงข้างเธอมาตลอดห้าปี เธอกับเขาคบกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทางบ้านของเขามีฐานะปานกลาง แต่เขาก็พยายามช่วยเหลือให้กำลังใจเธอมาตลอด ทั้งสองฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกันมากมาย

หลินฟางรู้สึกว่าเขาเป็นคนดีมากเป็นที่พึ่งเดียวในชีวิตเธอ เธอจึงตั้งใจว่าหลังจากที่การงานมั่นคงเธอจะแต่งงานและมีลูกกับเขามีครอบครัวที่มีความสุข

แต่แล้วชีวิตในวัยยี่สิบหกปีของเธอกลับพังทลายลงเมื่อเธอตรวจพบว่าเธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอยู่ได้ไม่เกินสองปี จึงทำให้เธอต้องออกจากงานมารักษาตัว เธอคิดว่าชีวิตของเธอนั้นยังโชคดีที่มีจงเหวินคนรักที่คอยดูแลอยู่ข้างๆ แต่โชคชะตากลับเล่นตลกกับเธออีกครั้ง

‘ที่รักทำอะไรอยู่คะ ที่เรานัดกันว่าจะไปดินเนอร์เย็นนี้ฉันจองโต๊ะที่ดาดฟ้าของโรงแรมไว้เรียบร้อยแล้วนะคะ’

‘ได้ครับผมจะรีบไป ผมเองก็คิดถึงคุณจะแย่แล้ว’

ข้อความพวกนั้นแจ้งเตือนขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของคนที่เธอรัก หลินฟางทรุดตัวลงกับพื้นขบเม้มริมฝีปากแน่นน้ำตาไหลอาบสองพวงแก้มอย่างห้ามไม่ได้ เธอไม่คิดว่าคนรักที่คบกันถึงห้าปีจะนอกใจเธอ

เธอยังคงคิดเข้าข้างตัวเองว่าข้อความนั้นอาจจะมีใครบางคนส่งผิดมาก็ได้

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้หลินฟางได้สติขึ้นมาอีกครั้ง เธอวางโทรศัพท์ของเขาไว้บนโต๊ะที่เดิม มือเรียวเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตาบนใบหน้าก่อนจะเดินไปเปิดประตู

“จงเหวินคุณกลับมาแล้วเหรอคะ” หลินฟางปั้นหน้ายิ้มให้กับเขา

“ครับวันนี้ผมซื้อวัตถุดิบมาทำกับข้าวให้คุณโดยเฉพาะ มีประโยชน์สำหรับคนป่วยทั้งนั้นเลย คุณจะได้แข็งแรงและหายไวๆ จะได้อยู่กับผมไปนาน ๆ” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งพูดพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับหลินฟาง

“จริงสิเย็นนี้ผมต้องไปงานด่วนคงอยู่กับคุณไม่ได้คุณอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม พรุ่งนี้ผมจะรีบกลับมานะ”

จงเหวินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หากแต่ทำให้คนฟังรู้สึกสะอึกขึ้นมา

หลินฟางกลืนน้ำลายลงคอพยายามกดกั้นน้ำตาที่พร้อมจะไหลพรากออกมาได้ทุกเมื่อ

“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับเพียงสั้น ๆ ก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อยให้กับเขา

โรงแรมแห่งหนึ่งติดริมแม่น้ำบรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียว มองโดยรอบเห็นวิวทิวทัศน์แม่น้ำที่กว้างใหญ่ตึกน้อยใหญ่เรียงรายเป็นแถว ในยามเย็นแสงไฟหลากหลายสีสันสะท้อนบนแม่น้ำยิ่งมองดูสวยงามจนไม่อาจละสายตา

บนดาดฟ้าของโรงแรมแห่งนี้ได้จัดโต๊ะสำหรับทานดินเนอร์ไว้สำหรับลูกค้าวีไอพี ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ดูคุ้นตาสวมสูทสีดำดูภูมิฐาน ฝั่งตรงข้ามเขาเป็นหญิงสาวสวยในชุดเดรสเกาะอกสีแดงคลุมทับด้วยเสื้อสูทสีขาวดูมีระดับ หากมองดูดี ๆ แล้วผู้หญิงคนนี้คงมีฐานะอยู่ไม่น้อย ใบหน้าของเธอถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง ริมฝีปากสีแดงสดยกยิ้มกว้างให้กับชายหนุ่มตรงหน้าตลอดเวลา

“อร่อยไหมคะ มื้อนี้ฉันสั่งแต่ของโปรดของคุณทั้งนั้นเลยนะ”

“ขอบคุณนะครับ” เขาเองก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเธอเช่นกัน

ทั้งสองนั่งทานอาหารด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข โดยไม่เห็นว่ามุมหนึ่งมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนกำมือแน่น ใบหน้าซีดเซียวเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาริมฝีปากขบเม้มจนห้อเลือด ก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังโต๊ะที่คนรักของเธอนั่งอยู่กับหญิงสาวที่เธอไม่คุ้นตา

“นี่มันอะไรกันคะจงเหวิน แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร” หลินฟางเอ่ยถามเสียงสั่น เธอไม่คิดว่าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้จะเป็นเขา

จงเหวินเบิกตากว้างอย่างตกใจ เช่นเดียวกับหญิงสาวชุดแดงตรงหน้าที่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย

“เขาเป็นแฟนของฉัน แล้วเธอเป็นใคร?”

ชายหนุ่มคนเดียวในนั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นจับแขนเล็กของหลินฟางไว้

“ผมขอโทษนะ แต่ผมหมดรักคุณแล้วเราเลิกกันเถอะ”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างไร้เยื่อใย ยิ่งทำให้หลินฟางรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เธอกลืนน้ำลายเหนียวข้นลงคอสะบัดแขนเล็กของตัวเองออกจากมือใหญ่ก่อนจะค่อย ๆ ถอยหลังแล้วเดินออกมา

โลกทั้งใบของเธอพังทลายลงต่อหน้าต่อตาเหลือเพียงความสิ้นหวังและโดดเดี่ยว ในหัวอื้ออึงไปหมดมีเพียงความคิดที่วนเวียนไปมาอยู่อย่างนั้น

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เธอเดินออกมาจากตรงนั้นพอรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่บนสะพานแห่งหนึ่งเสียแล้ว ดวงตาของเธอวางเปล่าทอดมองไปด้านหน้าอย่างไร้จุดหมาย ที่พึ่งสุดท้ายก็ไม่เหลือแล้วต่อไปเธอจะใช้ชีวิตอย่างไร เธอสูญสิ้นทุกสิ่งอย่างไม่เหลือแล้วไม่เหลืออะไรเลย

น้ำในแม่น้ำแห่งนี้คงเย็นพอที่จะทำให้ร่างกายของเธอผ่อนคลายกับสิ่งเลวร้ายที่พบเจอมาได้ ต่อไปเธอจะได้ไม่ต้องมาเจอเรื่องพวกนี้อีก ทุกสิ่งอย่างในชาตินี้ก็ให้จบลงเพียงเท่านี้เธอแบกรับมันไม่ไหวอีกแล้ว

หญิงสาวค่อย ๆ หลับตาลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะปลดปล่อยตัวเองดิ่งลงสู่ห้วงน้ำอันมืดมิดเวิ้งว้าง ร่างผอมบางค่อยๆ จมลงสู่ก้นบึ้งความเย็นยะเยือกของน้ำในยามค่ำคืนโอบล้อมร่างของเธอไว้ ภาพความทรงจำอันแสนหวานรอยยิ้มและเสียงหัวเราะภาพเหล่านั้นย้อนกลับคืนมาในหัวก่อนจะเลือนหายไป

‘ลาก่อนโลกที่แสนจะโหดร้ายใบนี้’

ความเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้าสู่ประสาทสัมผัส หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าบรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดทั้งยังมืดมิดไร้ซึ่งแสงสว่าง

หลินฟางย่นคิ้วอย่างฉงนพลางย้อนคิดถึงเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น

“ที่นี่คงเป็นยมโลกสินะ!” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนหน้านี้เธอฆ่าตัวตายโดยการกระโดดลงแม่น้ำแต่ไฉนจึงมาอยู่ที่นี่ได้ หากที่นี่ไม่ใช่ยมโลกแล้วจะเป็นที่ใดได้อีก วิญญาณของหลินฟางล่องลอยไปเรื่อย ๆ สู่เส้นทางที่มืดมิดอันยาวไกลอย่างไร้จุดหมาย

“เจ้าหมดอายุขัยจากโลกนั้นแล้ว ตอนนี้ก็คงถึงเวลาที่เจ้าจะต้องหวนคืนกลับสู่ที่เดิมที่เจ้าจากมา ดังคำอธิษฐานที่เจ้าเคยร้องขอ” เสียงทุ้มแหบที่คาดว่าน่าจะเป็นเสียงของชายสูงวัยดังขึ้นอย่างปริศนาก้องไปทั่วบริเวณนั้น จนทำให้หลินฟางต้องหยุดชะงักหันไปมองตามเสียงนั้นแต่ก็เห็นเพียงความมืดมิด

“นั่นใคร” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัยเธอเคยอ้อนวอนขอให้มีชีวิตด้วยเหรอ แต่ทว่าเสียงนั้นยังคงพูดต่อ

“เจ้ารู้แต่เพียงว่ายังคงมีใครบางคนเฝ้าอ้อนวอนขอให้เจ้าตื่นขึ้นมาในทุกคืนวัน ตัวข้าแม้นจะเป็นเทพผู้ชี้ชะตาแต่ก็ทนถูกคนผู้นั้นเฝ้าอธิษฐานจิตอยู่ทุกวี่วันจนข้ามิอาจปล่อยไปได้ จึงต้องมาเร่งรับตัวเจ้ากลับไป”

ตาแก่นี่พูดอะไรเธอไม่เห็นจะเข้าใจเลย แล้วใครบางคนคือใครกัน? เธอก็เพิ่งอกหักมาคนที่เธอรักนอกใจเธอถึงขนาดนี้จะมีใครมาเฝ้าอธิษฐานจิตรอเธออยู่อีก บ้าไปแล้วแน่ ๆ

ยังไม่ทันที่เธอจะได้ไถ่ถามอะไรให้มากความ แสงสว่างจ้าวูบหนึ่งก็พุ่งเข้ามายังใบหน้าของเธออย่างเต็มแรง ภาพความจำเมื่อครั้งอดีตไหลเวียนเข้ามาในหัว จวบจนวันที่ตัวเธอในอดีตกับครอบครัวถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฏและวางแผนฆ่าสตรีผู้หนึ่งซึ่งเป็นชายารองของสามี ทำให้เธอและครอบครัวต้องโทษประหารชีวิตทั้งตระกูล

เมื่อจำอดีตได้หลินฟางถึงกับนิ่งอึ้งทรุดตัวลงไปกับพื้น เรื่องราวหนักหนาถึงเพียงนี้จะให้เธอกลับไปทำไมอีก

“ท่านเทพผู้ชี้ชะตาโปรดเมตตา ฉันไม่อยากกลับไปอีกแล้ว ฉันไม่อยากเผชิญหน้ากับสิ่งที่เลวร้ายอีกแล้ว ขอร้องอย่าส่งฉันกลับไปเลย” หลินฟางร้องไห้อ้อนวอนแต่เสียงทุ้มแหบนั้นกลับพูดขึ้นมาอย่างอ่อนโยน

“อดีตสามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวของเจ้าเอง”

“แก้ไขเหรอ...แก้ไขอย่างไร?”

“ไปได้แล้ว!”

“เดี๋ยวสิ! บอกฉันมาก่อน…”

วูบ

สิ้นเสียงของชายชราผู้นั้นก็เกิดลมแรงวูบหนึ่งราวกับคนผู้นั้นเพียงใช้มือโบกเบา ๆ สติของหลินฟางก็ดับวูบไป

อ่านต่อ

สารบัญ หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยอมรับหน้าที่อุ้มบุญให้แก่ชายปริศนาตามข้อตกลง แต่แล้วเธอกลับต้องเข้าพิธีแต่งงานกับคู่หมั้นในวัยเด็กเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของครอบครัว แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นด้วยความห่างเหินและเย็นชา ทว่าวันเวลาที่ได้ใกล้ชิดกันกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความรู้สึกจนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วก่อนถึงกำหนดคลอดเพียงไม่นาน สามีกลับยื่นใบหย่าให้จนเธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าในท้ายที่สุด เขากลับเผยความจริงที่เก็บงำไว้ว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
เมื่อสามพี่น้องแห่งตระกูลชอว์น ซาตานผู้ทรงอิทธิพล ได้ก้าวเข้ามาในชีวิตของสามสาวจนเกิดเป็นบ่วงรักที่ยากจะถอนตัว เคน พี่ใหญ่ผู้เย็นชาตราหน้า หลิวหลิว หัวขโมยสาวที่แอบรักเขาตั้งแต่แรกพบว่าเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่า ด้าน คิ้วท์ พี่รองจอมเจ้าแผนการก็มุ่งมั่นที่จะปราบพยศ เมษา สาวสวยสุดหยิ่งผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ขณะที่ เค น้องเล็กสุดร้ายกาจใช้ความรักสร้างกรงขังเพื่อกักขัง มดแดง ไว้กับตนเองเพียงผู้เดียว ท่ามกลางอันตราย ความรุนแรง และไฟปรารถนา พวกเธอจำต้องยอมจำนนในชะตากรรม ก่อนที่ความใกล้ชิดจะแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันลึกซึ้งโดยไม่ทันทีละมืดมน
ภาพปกนิยายเรื่อง หยั่งรากฝากรัก
8.3
ในอดีต จิรายุเคยผลักไสไล่ส่งดรีมอย่างไม่ใยดีจนเธอต้องจากไป ทว่าเมื่อเธอกลับมาอีกครั้งในฐานะคนใหม่ที่ไร้ความรู้สึกรักให้เขา เขากลับเป็นฝ่ายร้อนรนและต้องการทวงคืนหัวใจของเธอ แต่หนทางกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม เพราะรอบตัวเธอรายล้อมไปด้วยหนุ่มๆ ที่เข้ามาขายขนมจีบ แถมเธอยังคอยหลบหน้าเขาตลอดเวลา ที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือพ่อแม่ของเขาที่เคยสนับสนุน กลับเปลี่ยนท่าทีมาขัดขวางเต็มประตู พร้อมประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ที่จะคู่กับดรีมยกเว้นลูกชายตัวเอง จิรายุจะสามารถฟื้นฟูความรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้อีกครั้งหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์บรรณาการ
7.8
ชีวิตของใบบัวต้องพลิกผันสู่ความยากลำบาก เมื่อเธอถูกส่งตัวไปเป็นของบรรณาการเพื่อล้างหนี้สินที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนสร้างขึ้น เอเดน ดีคอร์เนอร์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเจ้าของคาสิโน จึงตักตวงและใช้ประโยชน์จากเธออย่างเต็มที่ ทว่าท่ามกลางเปลวไฟแห่งความปรารถนาอันเร่าร้อน เสน่ห์อันอ่อนหวานของเธอกลับค่อยๆ ละลายหัวใจที่เคยเย็นชาและแข็งกร้าวของเขาให้ยอมสยบ จากบทลงโทษอันแสนร้ายกาจแปรเปลี่ยนเป็นห้วงรักลึกซึ้งที่ทำให้เอเดนปรารถนาจะกักขังและครอบครองเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาเพียงผู้เดียวดียวตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์