APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หนี้ร้อนซ่อนปรารถนา

หนี้ร้อนซ่อนปรารถนา

ดุจดาวหญิงสาวที่ตกเป็นลูกหนี้ของคุณพลประภัทรเจ้าหนี้ผู้เผด็จการ ต้องพบกับความวุ่นวายเมื่อถูกสั่งให้ถ่ายโฆษณากับนายอลัน ชายหนุ่มปริศนาที่เธอไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเป็นคนเดียวกันกับเจ้าหนี้ของเธอ เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ไฟปรารถนาในตัวเขาก็พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่ง เขาเริ่มคิดดอกเบี้ยจากเธอด้วยการเรียกร้องสิทธิ์ในฐานะลูกหนี้ที่ผิดสัญญา ดุจดาวทั้งหวาดกลัวและสับสน แต่ร่างกายของเธอกลับตอบสนองต่อสัมผัสอันร้อนแรงนั้นอย่างไม่อาจปฏิเสธ ความสัมพันธ์อันมืดหม่นและเร่าร้อนระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

เมื่อรถประจำทางแล่นเข้าสู่อำเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่ผ่านเทือกเขาที่สลับซับซ้อนมากมาย เบื้องหน้าที่อยู่สองข้างทางในตอนเช้าตรู่ของวันใหม่ มีสายหมอกสีขาวจางๆ พาดผ่านบนยอดไม้สีเขียวขจีเป็นแนวยาวดูแล้วช่างคล้ายกับมังกรสีขาวกำลังลงมาหยอกเย้ากับสายธารเบื้องล่าง

พอรถแล่นมาถึงอำเภอแม่อายและหมู่บ้านเล็กๆ ที่เรียงรายกันอยู่ สายตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขสดใสตลอดเวลาเมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางไปหมู่บ้านของตนเอง

ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป ดุจดาวก็มีความสุขทุกครั้งเมื่อได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดของตนเอง ทุกอย่างที่นี่ยังคงดูสวยงามและอบอุ่นใจเสมอเมื่อได้เหยียบเท้าลงสูงผืนดินแห่งนี้ และการกลับมาบ้านปีนี้สาวน้อยได้หอบเอาข่าวดีมาบอกพ่อแม่พี่น้องทุกคนที่เธอรักอีกด้วย

สองเท้าเล็กพอลงจากรถประจำทางได้เท่านั้น ก็รีบซอยเท้าแล้ววิ่งเข้าไปในบ้านของตนเอง ด้วยหัวใจที่ตื่นเต้นจนแทบจะทะลุออกมาจากอกด้วยความดีใจ

“พ่อจ๋า! แม่จ๋า! น้ำกลับมาแล้วจ้า!” สาวน้อยร้องเรียกพ่อแม่ของเธอด้วยภาษาพื้นบ้าน ส่งผลให้หญิงชายชราทั้งคู่ที่กำลังง่วนอยู่กับการเอาอาหารให้เป็ดไก่ที่เลี้ยงเอาไว้ในบ้านหันมามองตามเสียงใสๆ ที่เจื้อยแจ้วมาแต่ไกล

“น้ำ!” ผู้สูงวัยทั้งสองเรียกชื่อลูกสาวออกมาพร้อมกันด้วยความดีใจท่วมท้นจนยากที่จะเอ่ย ดวงตาที่คลอหน่วยต่างจับจ้องซึ่งกันและกันด้วยความรักความคิดถึง

ร่างบางโผเข้าหาอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของผู้ให้กำเนิดทั้งสองทันทีด้วยความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลที่ถวิลหามาตลอดระยะเวลาที่ห่างกัน นางรำภากับนายบุญส่งต่างปีติยินดีที่เห็นบุตรสาวคนโตกลับมาบ้าน หลังจากที่ดุจดาวต้องไปเรียนหนังสือที่บ้านญาติที่อยู่ห่างจากเมืองกรุงออกมาเล็กน้อยเป็นปีสุดท้าย

“พ่อจ๋าแม่จ๋า น้ำเรียนจบแล้วจ้ะ” ร่างบางยิ้มแป้นเมื่อบอกกล่าวถึงความสำเร็จขั้นหนึ่งของชีวิตด้วยความภาคภูมิใจ

“จริงเหรอน้ำ แม่ดีใจกับน้ำด้วยนะลูก”

“พ่อก็ดีใจด้วยจ้ะน้ำ”

“ต่อไปน้ำจะได้ทำงานหาเงินมาเลี้ยงพ่อกับแม่ได้แล้วนะจ้ะ แล้วน้ำก็จะหาเงินช่วยพ่อกับแม่ส่งน้องเรียนด้วยจ้า”

“เออ ดีๆ แล้วล่ะลูก แต่ว่าน้ำมาเหนื่อยๆ เข้าไปพักผ่อนในบ้านก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะหาข้าวหาปลาให้กิน” นางรำภาบอกกับลูกสาวด้วยความเอื้ออาทร

“จ้ะแม่”

ทั้งสองคนที่ยืนนิ่งอยู่ มองตามหลังร่างเพรียวบางจนสาวน้อยเดินหายเข้าไปในบ้านด้วยความภาคภูมิใจในตัวบุตรสาวของพวกเขา พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเหมือนกับได้ยกภูเขาออกจากอกไปแล้วหนึ่งลูก

ที่นี้ก็เหลือแค่เพียงลูกสาวคนเล็กเท่านั้นที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก ซึ่งพวกเขาทั้งสองยังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะมีปัญญาส่งลูกสาวคนเล็กให้เรียนจนจบมหาวิทยาลัยได้หรือเปล่า

หลังทานอาหารเช้าด้วยกันเรียบร้อยแล้ว ดุจดาวก็มานั่งคุยกับแม่ของเธอที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน ส่วนพ่อของเธอล่วงหน้าไปสวนก่อนแล้ว

ที่จริงนางรำภาก็จะออกไปสวนส้มพร้อมกันกับสามี แต่เห็นว่าลูกสาวเพิ่งกลับมาก็เลยขอพักเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบให้หายคิดถึงกันสักหน่อยแล้วค่อยไปทำงานในสวนต่อ

“เรียนจบแล้ว น้ำคิดจะไปทำงานอะไรล่ะลูก” นางรำภาถามบุตรสาว ขณะที่เอามือสากๆ ที่ผ่านการทำงานหนักมาอย่างโชกโชนกุมมือเล็กบางเอาไว้

“น้ำก็จะหางานดีๆ ทำ ตามที่ได้เรียนจบมาจ้ะแม่ น้ำอยากเป็นนางฟ้าที่ทำงานอยู่บนเครื่องบิน เงินเดือนเยอะด้วยนะแม่ นี่ถ้าน้ำสมัครเป็นแอร์โฮสเตสได้นะ น้ำจะดีใจมากๆ เลยแหละ” ดวงตาของสาวน้อยเป็นประกายยามที่บอกเล่าถึงอาชีพในฝันของเธอให้กับมารดาฟัง ทำให้นางรำภาต้องมองใบหน้าสวยหวานนั้นด้วยความเอ็นดู

“แม่เชื่อว่าลูกสาวของแม่ต้องทำได้จ้ะ น้ำเป็นเด็กดีแล้วก็ขยันมีความตั้งใจ พยายามนะลูกแม่เอาใจช่วย”

“ขอบคุณค่ะแม่” ร่างบางกอดร่างอวบของมารดาเอาไว้แน่น คงถึงเวลาแล้วที่ลูกสาวอย่างเธอจะต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่ชุบเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เล็กจนโตเสียที และเธอก็อยากจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับพ่อแม่อยู่

เพราะบ้านหลังที่อาศัยอยู่นี้เก่าเต็มที สังกะสีก็เริ่มผุกร่อนบ้างแล้ว ฝนตกทีไรต้องเอาด้ามช้อนหรือไม่ก็ด้ามไม้ไผ่ไปสอดไว้ใต้แผ่นสังกะสีเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนหยดลงมาทุกที หรือไม่ก็ต้องเอาหมากฝรั่งที่เคี้ยวแล้วไปแปะที่รูโหว่ของสังกะสีเพื่อป้องกันน้ำรั่วลงสู่พื้นบ้าน

นางรำภากอดร่างเล็กโยกตัวไปมา ในใจของนางก็กำลังคิดถึงเรื่องทุกข์ใจมากมายที่ไม่กล้าบอกกล่าวแก่ลูกสาวในเวลานี้ ด้วยเห็นว่าดุจดาวเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ คงต้องรอให้บุตรสาวได้พักผ่อนสักสองสามวันก่อนแล้วค่อยบอกถึงปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่

เพราะถึงยังไงเรื่องพวกนี้มันปิดกันไม่ได้อยู่แล้ว อีกอย่างดุจดาวก็เรียนจบแล้ว นางเชื่อว่าลูกสาวคนโตของนางคนนี้คงจะพอรับฟังปัญหาต่างๆ ของครอบครัวได้

“น้ำ”

“จ๋าแม่”

“อยากออกไปดูสวนส้มของเรามั้ยลูก ตอนนี้มันยังมีดอกมีผลอยู่เลยนะ”

“ไปค่ะแม่ ถ้างั้นน้ำขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บหนึ่งนะแม่ เดี๋ยวมา” สาวน้อยบอกด้วยความตื่นเต้น เพราะอยากไปดูสวนส้มของพ่อกับแม่เต็มที นางรำภาเพียงพยักหน้ารับพร้อมยิ้มตามร่างเล็กไป

ไม่กี่นาทีต่อมาสาวน้อยบ้านนาก็มาอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อเชิ้ตตาหมากรุกแขนยาว พร้อมผ้าขาวม้าลายเดียวกันกับเสื้อเดินยิ้มแป้นออกมาจากห้อง นางรำภาเดินไปหยิบหมวกปีกกว้างใบใหญ่พร้อมรองเท้าบูทสำหรับใส่เดินลุยสวนมาให้ลูกสาว

“นี่จ้ะลูก สวมหมวกแล้วก็ใส่รองเท้านี่ก่อน”

“ขอบคุณค่ะแม่” ร่างบางหยิบหมวกจากมือเหี่ยวๆ ไปสวม และก้มลงสวมรองเท้าบูทสีดำที่ขอบรองเท้าสูงมาถึงหัวเข่าทั้งสองข้างเสร็จแล้วก็เงยหน้าขึ้น

“พร้อมแล้วค่ะแม่ ไปเลย!”

แล้วร่างเล็กในชุดทะมัดมะแมงก็กอดเอวหนาของมารดาเดินไปสวนส้มด้วยกัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพวกเธอนัก ระหว่างทางก็ยังมีวัวควายที่ชาวบ้านเดินจูงเอาไปเลี้ยงที่นาที่ไร่กันหลายตัวเดินตามๆ กันไป

ดุจดาวมองอย่างเพลิดเพลิน เมื่อก่อนครอบครัวของเธอก็เคยเลี้ยงสัตว์พวกนี้ แต่พ่อกับแม่ของเธอก็ขายไปหมดแล้ว เพราะต้องนำเงินไปส่งลูกสาวทั้งสองคนเรียนหนังสือ

เมื่อเดินใกล้ไปถึงสวนส้มของตนเอง ดุจดาวก็มองเห็นสวนส้มของเพื่อนบ้านคนอื่นๆ เต็มไปหมด ไล่ตั้งแต่เชิงเขายันเนินเขาสูงแต่ก็ไม่ถึงกับสูงชันมากสามารถเดินเท้าขึ้นไปได้ แต่ส่วนใหญ่ชาวสวนก็จะขับรถสิบล้อ หรือไม่ก็รถกระบะหรือรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นไปสำหรับสวนส้มที่อยู่ลึกเข้าไปอีก

ส่วนใหญ่พื้นที่ปลูกสวนส้มแถวนี้ถูกนายทุนกว้านซื้อไปจนเกือบหมดแล้ว ก็เหลือเพียงชาวบ้านไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังพอมีสวนส้มเป็นของตนเอง แต่ก็เป็นเพียงพื้นที่เล็กน้อยพอที่จะเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนในครอบครัวได้เท่านั้น

สวนส้มที่นี่ส่วนใหญ่ชาวสวนนิยมปลูกส้มพันธุ์สายน้ำผึ้งกัน เพราะให้รสชาติที่หวานและผลก็สวยด้วย ได้ราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาด แต่บางครั้งในบางฤดูกาล ส้มสายน้ำผึ้งก็กลายมาเป็นส้มสายน้ำตาสำหรับชาวบ้านที่ขาดทุนเนื่องจากฟ้าฝนไม่เป็นใจ ทำให้ดอกร่วงไม่ติดผลและแมลงศัตรูพืชเยอะ หรือส้มที่ได้มีรสชาติและขนาดของผลไม่ได้ตรงตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ

“ว้าว! ถึงสวนส้มของเราแล้ว” ร่างบอบบางกระโดดโลดเต้นเข้าไปในสวนส้มเหมือนเด็กๆ ได้ของเล่นถูกใจ แต่แล้วก็ต้องสะดุดกับขนาดของผลส้มที่ได้เห็น

“แม่ๆ!” เสียงใสๆ ร้องตะโกนขึ้น

“มีอะไรน้ำ เสียงดังเชียว” นางรำภารีบเดินเข้ามาหาบุตรสาว

“แม่ดูนี่สิ ทำไมส้มมันลูกเล็กจัง ไหนลองแกะกินดูซิ” แล้วมือเล็กก็รีบปลอกเปลือกและแกะกินเนื้อในทันที

“อื้อหือ ทำไมมันเปรี้ยวแบบนี้ล่ะแม่” ดวงตาคู่สวยหลิ่วตาเพราะความเปรี้ยวจี๊ดของผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าหวานที่สุด

นางรำภาต้องถอนหายใจยาวก่อนที่จะเล่าเกี่ยวกับผลผลิตของส้มสายน้ำผึ้งปีนี้ให้ลูกสาวฟังด้วยใบหน้าที่หม่นลงเล็กน้อย

“ปีนี้ฝนตกชุก ทำให้น้ำท่วมขังหลายวัน ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย พอปุ๋ยที่เราให้ถูกชะล้างออกไปก็ทำให้ส้มไม่ค่อยมีคุณภาพ ราคาก็ต่ำลงจนไม่ได้ทุนคืน ส้มที่เหลือก็ขายออกแทบไม่ได้ ที่พอขายได้บ้างก็ต้องคัดแล้วคัดอีก แล้วที่เห็นนี่ก็คงขายไม่ค่อยได้ราคาเท่าไหร่”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รอยบาปสวาท
8.9
รอยแผลในวัยเด็กทำให้ ธรรวา ฝังใจเกลียดชังผู้หญิงคนหนึ่ง และความแค้นนั้นลุกลามไปทั่วจน ดลยา ผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยต้องพลอยตกเป็นเหยื่อ เธอถูกบังคับให้เป็น 'เบี้ยล่าง' ถูกบุตรชายเจ้าของบ้านข่มเหงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เคราะห์กรรมยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะผลพวงจากความสัมพันธ์บนข้อตกลง กลับก่อให้เกิดสายใยบางอย่างผูกมัด... เมื่อผู้ชายที่เคยขีดค่าหล่อนไว้เพียงคำว่า 'เกลียด' ต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกสองทาง ระหว่างเขี่ยเธอทิ้งไปด้วยความสะใจ หรือเก็บเธอไว้ข้างกายเพื่อรสเสน่หาระเรื่อ
ภาพปกนิยายเรื่อง เพรงมายา
8.3
เมื่อมะปราง เด็กกำพร้าผู้มีท่าทางแปลกประหลาด ถูกญาติของชวินรับเป็นลูกบุญธรรม ชีวิตที่เคยสงบสุขของสิตางศุ์ก็เริ่มสั่นคลอน เธอเริ่มเห็นภาพหลอนน่าสยองขวัญและฝันถึงหญิงสาวปริศนาที่ถูกฆาตกรรมโดยเธอและชายที่หน้าตาเหมือนสามี ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องราวกับจะบอกเล่าเรื่องราวบางอย่าง จนกระทั่งทั้งคู่ตัดสินใจซื้อบ้านและที่ดินแปลกตาหลังหนึ่งเพื่อสร้างเรือนหอ แต่บ้านหลังนั้นกลับดึงดูดให้พวกเขาวนเวียนกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร และความแค้นนั้นเริ่มต้นจากจุดใด สิตางศุ์ต้องค้นหาคำตอบก่อนที่วิญญาณร้ายจะพรากทุกสิ่งไป
ภาพปกนิยายเรื่อง รวิกาญจน์เภตรา
9.4
ใต้ผืนน้ำอ่าวไทยมีซากเรือสำเภาทองโบราณจากยุคสุโขทัยจมดิ่งอยู่ สมบัติล้ำค่าดึงดูดเหล่านักล่าผู้โมหะบังตาให้ยอมเสี่ยงชีวิต ทว่าลึกลงไปใต้สมุทรกลับมีแรงพยาบาทของวิญญาณแค้นที่ถูกทรยศเข่นฆ่าอย่างทารุณกำลังรอคอยวันชำระสะสาง ท่ามกลางแรงอาฆาตนี้ยังมีชายผู้หนึ่งที่ยึดมั่นในคำสัญญาความรักที่มีต่อหญิงสาวเพียงคนเดียวอย่างไม่เสื่อมคลายทุกชาติภพ เมื่อวงล้อแห่งกรรมเวรหมุนกลับมาบรรจบอีกครั้ง เรื่องราวลี้ลับและอาถรรพ์แห่งท้องทะเลจึงปะทุขึ้นเพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์ของการกระทำและการเฝ้ารออันเป็นเวลาแสนนาน
ภาพปกนิยายเรื่อง เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
8.9
จากสุดยอดทหารรับจ้างแห่งศตวรรษที่ 26 สู่ร่างของลูกเลี้ยงผู้ถูกตราหน้าว่าไร้ค่าในตระกูลใหญ่ ทว่านางไม่ได้ยอมจำนน เย่วเฉิงเฟิงตัดสินใจทวงคืนความยุติธรรมด้วยพลังควบคุมทุกธาตุและวิชาลัทธิภูตผีที่คิดค้นขึ้นเอง จนกลายเป็นราชาผีผู้บัญชาการวิญญาณนับหมื่นที่เหนือกว่าอัจฉริยะทั้งห้าภพ ในเส้นทางแห่งการล้างแค้นและสยบศัตรูเพื่อก้าวสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร นางกลับต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิหนุ่มปริศนาที่คอยตามตื้ออย่างไม่ลดละ แม้จะมองว่าความรักคืออุปสรรคเกะกะ แต่ความสัมพันธ์อันแสนวุ่นวายนี้กลับเริ่มสั่นคลอนหัวใจของนางทีละน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง เหยื่อในกับดักบงการใจ
9.7
เพื่อทลายแก๊งนรกนอกกฎหมาย ตำรวจสาวอย่างฉันยอมเอาตัวเข้าแลกเป็นเหยื่อลวนลามบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐาน แต่ทว่าแผนการกลับพังทลายเมื่อฉันถูกลักพาตัวด้วยการสวมถุงดำคลุมหัว และตื่นขึ้นมากลางโกดังค้ามนุษย์อันน่าสะพรึงกลัว ความจริงอันโหดร้ายเปิดเผยว่าคนร้ายที่ฉันตามจับเป็นแค่ตัวล่อ โดยมี ‘พชร’ บอสใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังคอยเฝ้ามองความทรมานของฉันอย่างสนุกสนาน เขาจงใจปั่นหัวฉันทั้งที่รู้สถานะตำรวจอย่างทะลุปรุโปร่ง แม้ในยามที่มีดจ่อคอหอย เขากลับกระซิบด้วยความบ้าคลั่งว่า การได้เห็นตำรวจหญิงก้าวลงสู่นรกที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ มันเป็นเรื่องที่เร้าใจและน่าตื่นเต้นที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงสุมใจไฟสุมรัก
7.9
นราวดีพยายามต่อสู้สุดกำลังเพื่อพาตัวเองออกจากพันธนาการบนเตียงในสภาพเกือบไร้อาภรณ์ ทว่าความตระหนกตกใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันแรงกล้าอย่างที่ไม่เคยพบเจอ เมื่อฝ่ามือแกร่งและเรียวปากอันร้อนแรงเริ่มล่วงล้ำสัมผัสไปทั่วเรือนร่าง ความทรมานจากความต้องการที่ปะทุขึ้นทำเอาเธอต้องสั่นสะท้านไปทั้งทรวง ยามที่ยอดอกถูกบดขยี้จนรู้สึกเจ็บแปลบสลับกับความเสียวซ่านที่โถมกระหน่ำ ร่างบางบิดเกร็งไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นเร้า จนในที่สุดมือที่เคยถูกพันธนาการไว้ก็ได้รับอิสระท่ามกลางเสียงสูดลมหายใจอันร้อนผ่าว