APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง NightZ [II] DANGER ZENIOR

NightZ [II] DANGER ZENIOR

ความฝันในวันเกิดของฉันคือการได้รับจูบแสนหวานจากรุ่นพี่รันเวย์ หนุ่มฮอตที่ฉันเฝ้าแอบรักมาแสนนาน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกด้วยการมอบสิ่งที่ไม่คาดฝันให้มากกว่านั้น เมื่อเขาไม่เพียงแต่มอบสัมผัสตามที่ฉันปรารถนา แต่ยังก้าวเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด จนทำให้บทบาทของฉันเปลี่ยนไปกลายเป็นผู้หญิงของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว เรื่องราวความรักอันน่าตื่นเต้นระหว่างฉันและรุ่นพี่สุดเสน่ห์จึงได้เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปไกลเกินกว่าที่ฉันเคยคาดคิดในฝัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“คู่หมั้น!!!”

ฉันตะโกนออกมาดังลั่นจนแขกโต๊ะข้างๆ หันมอง.. ย้อนกลับไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว หลังจากที่ฉันเก็บโน๊ตบุ๊คของรุ่นพี่รันเวย์กลับมาถึงที่พักด้วยความปลื้มปริ่ม ฉัน ม้า ป้าลีน่า และเฮียลุค ก็ชวนกันออกมาทานข้าวในร้านอาหารชื่อดังแถวย่านนี้ แต่พออาหารถูกยกมาเสิร์ฟได้ไม่เท่าไหร่ สิ่งที่ม้าพูดออกมาก็ทำเอาฉันช็อคไปทันที

‘ที่ม้าเรียกน้องเจมาวันนี้เพราะจะบอกว่า.. ม้ากับป้าลีน่าจะให้น้องเจกับลุคหมั้นกันนะลูกนะ’

ใช่ค่ะ.. ฟังไม่ผิดหรอก หมั้นกัน ม้าจะคลุมถุงชน จับคู่ให้ฉันกับเฮียลุคเหมือนละครไทยหลังข่าวซึ่งเป็นเรื่องที่ฉันยอมรับไม่ได้ และนี่แหละคือเหตุผลที่ฉันตะโกนออกไปเมื่่อกี๊น่ะ

“เฮียรู้เรื่องนี้มาก่อนรึเปล่า?”

พอตั้งสติได้ ฉันก็หันไปถามเฮียลุคที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างจับผิด ก่อนจะได้รับคำตอบเป็นการส่ายหัวเบาๆ ด้วยสีหน้านิ่งๆ ไปเหมือนกัน

“เจกับเฮียเราเป็นพี่น้องกันนะคะ ไม่ได้คิดอะไรเกินไปกว่านั้นเลย”

ดูจากสีหน้าที่ไม่รู้เรื่องอะไรของเฮียลุคแล้ว ฉันเลยอธิบายออกไปหวังให้ม้ากับป้าลีน่าเข้าใจ แต่...

“อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเองแหละจ้ะ นี่ถ้าป๊าน้องเจอยู่ด้วยเขาก็คง…”

“..ไม่บังคับเจแบบนี้หรอกค่ะ”

ฉันพูดขัดออกไปจนม้าชะงักไปในทันที แต่เพราะตอนนี้ป๊าไม่อยู่แล้วไงล่ะ คงได้แค่ออกเสียงคัดค้านอยู่บนฟ้าเท่านั้นนั่นแหละนะ

“ถ้าเป็นป๊า อะไรที่เป็นความสุขของเจ เขาอนุญาตให้เจทำได้ทั้งนั้น แต่ถ้าอะไรที่ไม่ใช่ เขาก็จะไม่มีวันยัดเยียดมันมาให้..แบบที่ม้ากำลังทำ”

ฉันพูดต่อไปด้วยท่าทางนิ่งๆ จนม้าเริ่มหน้าเสีย ป้าลีน่าจากที่ยิ้มๆ อยู่ก็ดูจะนิ่งไปเหมือนกัน ส่วนเฮียลุคเองที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ค่อยดีก็เลยพูดขึ้นมาหวังจะแก้สถานการณ์ให้

“ไปเดินเล่นกันหน่อยมั้ย”

ครืดดด!

ได้ยินแบบนั้นฉันก็ลุกขึ้นทันที จะว่าไม่มีมารยาทก็ได้นะ แต่ถ้าเป็นใครมาอยู่ในจุดนี้ก็คงทำแบบเดียวกันกับฉันนั่นแหละ แล้วเฮียลุคก็ลุกขึ้นเดินตามมา

ตั้งแต่ป๊าเสีย ม้าฉันที่เป็นสาวสังคมก็ไม่ค่อยจะอยู่ติดบ้านเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะบินไปเที่ยวประเทศนู้น ประเทศนี้อยู่เรื่อยๆ เพราะเป็นแบบนี้..ตั้งแต่ ม.ปลาย ฉันเลยขอแยกออกมาอยู่คอนโดเองคนเดียว ซึ่งมันสบายใจกว่าการอยู่บ้านกับแม่บ้านและคนสวน แต่เรื่องนั้นฉันก็ไม่ได้โกรธอะไรม้าหรอกนะ ก็เข้าใจว่าคงเหงานั่นแหละ แต่กับเรื่องคลุมถุงชนอะไรนี่ที่มันมาล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวกันขนาดนี้ บอกตรงๆ ว่าฉันโคตรจะไม่โอเค

“นี่มันเรื่องไรอ่ะเฮีย วันนี้เจควรอยู่ ม. ไปเรียนหนังสือ ไม่ใช่บินมาให้ตัวเองโดนจับคู่แบบนี้ ถามจริงเฮียไม่รู้สึกไรสักนิดเลยหรอ?!”

แค่เดินพ้นจากร้านนั้นมาฉันก็โวยวายออกไปอย่างหัวเสีย แต่เฮียลุคก็ยังไม่พูดอะไร เขาดูนิ่งไปจนฉันที่ไม่เข้าใจในท่าทางนั้นก็จ้องไปอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ แล้วเฮียก็พูดมาสั้นๆ ด้วยท่าทางปกติ

“ก็งง แต่ถ้าเป็นเราก็เฉยๆ”

“หมายความว่าไงเฉยๆ?”

ฉันถามออกไปอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจในคำตอบนั้น..

“ก็ถ้าเป็นเรา มันก็ยังดีกว่าเป็นคนอื่น”

เฮียลุคพูดออกมาด้วยท่าทางธรรมดาเหมือนเดิม แต่ก็ดูมีความคาดหวังว่าถ้าเป็นฉันคงไม่ซวยมาก แปลว่าลึกๆ เฮียก็แอบเซ็งเหมือนกันงั้นสินะ

“เฮีย คือเจ...”

“เข้าใจ แต่ใจเย็นดิ เฮียว่าค่อยพูดค่อยจากันก็ได้ ที่เราพูดเมื่อกี๊ก็แรงไป”

ฉันกำลังจะพูดออกไปแต่เฮียลุคก็พูดขัดขึ้นมาซะก่อน แรงไปหรอ? ก็ไม่เห็นว่าจะแรงไปตรงไหนเลยนี่นา

“ตรงๆ เลยนะเฮีย ต่อให้เป็นเฮียเจก็ทำไม่ได้หรอก เจเคารพเฮียเหมือนพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้นอ่ะ”

ฉันพูดออกไปตามที่คิด คนเราควรซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง ฉันคิดกับเฮียแค่นั้นจริงๆ เพราะอย่างที่รู้ๆ ฉันมีคนที่ฉันชอบอยู่ แม้เขาจะอยู่สูงกว่าฉันไปเยอะมากก็เถอะนะ -_-

“อืม” เฮียลุคพยักหน้ารับรู้แล้วไม่พูดอะไรต่อ ฉันเองพอรู้สึกว่าที่นี่ไม่มีอะไรน่าสนใจก็เลยคิดว่าไม่ควรอยู่ต่อ

“เจว่าเจกลับไปเรียนดีกว่า ธุระที่นี่คงไม่มีอะไรสำคัญแล้วแหละ”

หมับ!

“อยู่ก่อนเหอะ ถือว่าเฮียขอ” พอฉันพูดไปแบบนั้นเฮียลุคก็คว้าแขนฉันเอาไว้แล้วพูดออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่

“ถ้าอยู่เพื่อคุยเรื่องนั้น...”

“เราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้นกันอีก เดี๋ยวเฮียไปคุยให้”

เฮียลุคพูดออกมาอย่างรู้ทันว่าฉันจะพูดอะไร พอเห็นท่าทางของเขาที่อยากให้ฉันอยู่ต่อมากขนาดนั้น ฉันเลยตกปากรับคำออกไป

“อืม เอางั้นก็ได้ แต่เฮียต้องพาเจเที่ยวด้วยนะ อยู่คนเดียวเหงาแย่”

“ได้ดิ ก็เป็นงั้นทุกทีอยู่แล้วนี่” แล้วเฮียก็ยื่นมือหนามายีผมฉันเบาๆ ก่อนจะพาฉันเดินกลับเข้าไปในร้านนั้นอีกครั้งอย่างไม่มีใครพูดอะไรอีก

หลังจากนั้นฉันก็ตัวติดกับเฮียลุคตลอดเพราะเข้าหน้าม้ากับป้าลีน่าไม่ติด ส่วนทั้งสองท่านก็ไม่ได้มาจุกจิกอะไรกับฉันคงเพราะเฮียลุคไปคุยให้ล่ะมั้ง ช่วงวีคฟหนึ่งที่ฉันอยู่ที่นี่ เฮียลุคก็พาฉันไปนั่นไปนี่เหมือนทุกที เรียกว่าเที่ยวกันทุกวันตั้งแต่เช้ายันเย็น จนถึงวันสุดท้ายเฮียก็มาส่งฉันที่สนามบินเพราะได้เวลาต้องกลับไทยไปเรียนต่อสักที

“เดินทางปลอดภัย คิดถึงเฮียบ้างไม่ใช่ลืมกันซะล่ะ”

พรึ่บบบ!

เฮียลุคพูดกับฉันแล้วเอามือมาลูบหัวก่อนจะดึงฉันเข้าไปกอดแน่น

“อ้อนหนักขนาดนี้ไม่คิดถึงก็บ้าแล้ว”

จุ๊บ!

ฉันตอบออกไปแล้วเขย่งไปจุ๊บแก้มเขาเบาๆ ทีหนึ่ง

“เฮียไม่โกรธเจใช่มั้ย เรื่องนั้น…” ฉันรวบรวมความกล้าถามออกไป เพราะกลัวว่าเขาจะรู้สึกเสียหน้าที่ฉันออกตัวปฏิเสธแรงมากจนล้อฟรี

“ไม่หรอก เฮียเข้าใจ” แล้วเฮียลุคก็พยักหน้าออกมาเบาๆ ทำเอาฉันโล่งใจไปนิดหนึ่ง เห้อออ…

“ถึงแล้วไลน์บอกด้วยนะ” เฮียกำชับมาอีกครั้งหลังจากที่พูดประโยคนี้มาตลอดทาง ก่อนจะกระชับอ้อมกอดเบาๆ

“อื้ม รู้แล้วน่า”

แล้วฉันก็ผละออกก่อนจะโบกมือให้เฮีย แล้วเราก็เดินแยกกันไปจนลับตา เหอะๆ ถึงเรื่องราวจะไม่ได้ดราม่าอะไรมาก แต่ก็อดคิดไม่ได้จริงๆ ว่า.. นี่มันทริปสิงคโปร์นรกแตกชัดๆ เลยยยย -_-!

สองสามวันต่อมา..

“เดี๋ยววว! มึงกับรุ่นพี่วาโย Nightshade เนี่ยนะเป็นเพื่อนกันตอน ม.ต้น เอาจริงจังงงง O_O?”

ฉันถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ พอไอ้นิลมันเล่าเหตุการณ์วุ่นวายที่เจอมาในช่วงที่ฉันไม่อยู่ให้ฟัง

“อืม เห็นบอกสนิทกัน...หมอนั่นก็ด้วย”

แล้วมันก็ระบายความในใจทุกสิ่งอย่างออกมาจนหมด ว่ามันไปรู้มาว่าทั้งมัน รุ่นพี่วาโย และรุ่นพี่พายุ 2 จาก 5 สมาชิก Nightshade เคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน แต่มันดันจำพวกเขาไม่ได้ซะอย่างงั้น แถมตอนนี้มันควรอยู่ปี 2 เพราะเรียนช้าไปปีหนึ่ง บลาๆๆ

เหอะๆ พอได้ฟังเรื่องทั้งหมดฉันก็รู้สึกมีเพื่อนขึ้นมาทันที ท่าทางจะไม่ใช่แค่ฉันแล้วล่ะที่ไปสิงคโปร์แล้วเจอเหตุการณ์นรกแตกอ่ะ เพราะยัยเพื่อนซี้ที่อยู่ทางนี้ก็ดูจะไม่ต่างกันเลย แต่ฉันก็ยังไม่ได้เล่าทั้งเรื่องที่เจอรุ่นพี่รันเวย์ตัวเป็นๆ กับโดนวางตัวเป็นคู่หมั้นกับเฮียลุคให้มันฟังหรอกนะ แล้วก็ให้คำปรึกษากับมันแบบง่ายๆ ไปว่าให้มันไปหาความจริงมาให้ได้ ซึ่งก็เป็นทางเลือกที่ดีกับตัวมันเองอยู่แล้วนี่

เลิกเรียน..

“สรุปวันนี้มึงมีนัดกับรุ่นพี่วาโยใช่ป้ะ?”

ฉันถามออกไปตอนเดินลงจากตึก พอฟังไอ้นิลพูดถึงเขามาทั้งวี่ทั้งวัน ฉันก็เกือบหลุดปากเรียกชื่อวาโยเฉยๆ ตามมันละ ไม่ได้สิ นั่นรุ่นพี่นะ นึกแล้วก็ตบปากตัวเองไปเบาๆ นั่นสมาชิก Nightshade เพื่อนรุ่นพี่รันเวย์ ฉันต้องเคารพพวกเขา

“อืม ก็ทำตามที่มึงบอกไง”

ระหว่างที่ฉันกำลังเถียงกับตัวเอง นิลมันก็ตอบกลับมาด้วยท่าทางเนิบๆ เนือยๆ ดูเชื่องช้ายังไงบอกไม่ถูก สภาพมันตอนนี้เหมือนไม่ไหวเลยอ่ะ ฮ่ะๆ

“ทำดีแล้วมึง งั้นกูกลับละมีไรโทรมานะ ต้องรู้ความจริงให้ได้ท่องไว้ๆ”

ฉันพูดแล้วหันไปทำท่าสู้ๆ ส่งให้มัน ก่อนจะเดินแยกออกมาที่รถตัวเองทันที สังเกตสีของท้องฟ้าตอนนี้..ฟ้าเริ่มมืดเหมือนฝนจะตก แต่ฉันดันมีภารกิจสำคัญที่ต้องไปทำก่อนน่ะสิ ฉันเลยรีบโดดขึ้นรถขับตรงไปห้างที่ใกล้ที่สุดทันที

@ Shopping Mall

“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า สนใจโน๊ตบุ๊ครุ่นไหนสอบถามได้นะคะ”

เสียงพนักงานดังขึ้นทันที พอฉันเดินเข้าไปในร้านจำหน่ายอุปกรณ์ IT ชื่อดังเพื่อตามหาบางอย่างหลังจากที่ไปสร้างเรื่องเอาไว้

“คือฉันอยากได้โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้น่ะค่ะ”

ฉันพูดพร้อมกับส่งรูปโน๊ตบุ๊คของรุ่นพี่รันเวย์ที่ถ่ายไว้ในมือถือไปให้พนักงานดู ก่อนจะได้คำตอบที่น่าปวดใจว่า..

“โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ต้องสั่งผลิตใหม่จากต่างประเทศ อาจต้องรอประมาณ 1-2 เดือนนะคะ” …โห ใครจะไปรอไหวกัน นานขนาดนั้น -_-

“แล้วมีรุ่นที่สเปคใกล้เคียงหรือว่า..”

“โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้เป็นรุ่นที่ประกอบด้วยวัสดุคุณภาพสูงทุกส่วนของเครื่องค่ะ และมีสเปคเครื่องที่หาตัวเทียบยาก ต่อให้เป็นรุ่นที่ออกมาไล่ๆ กันคุณภาพก็ยังต่างกันเยอะค่ะ”

“เอิ่ม ถ้างั้น..เอารุ่นนี่แหละค่ะ ขอแบบด่วนที่สุดเลยนะคะ”

พอได้ฟังพนักงานบรรยายความเลอค่าของมันเสร็จสรรพฉันก็ไม่ลังเลที่จะเลือกซื้อรุ่นเดิมไปคืนให้เขา เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยหาทางไปบอกเขาแล้วกันว่าคงต้องรอประกอบเครื่องอีกสักพักหนึ่ง หวังว่าเขาคงไม่โกรธหรอกนะ ก็รุ่นพี่ดันเลือกใช้รุ่นที่แพงมากและหายากมากเองนี่นา -.-

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สาวเพอร์เฟ็กต์ของประธาน
8.3
เพราะทนรับแรงกดดันจากคำพูดร้ายกาจไม่ไหว หญิงสาวจึงเลือกที่จะปลีกตัวออกห่างจากวงสนทนาอันตึงเครียดนั้นด้วยความเร่งรีบ ทว่าความสับสนว้าวุ่นในจิตใจกลับส่งผลให้เธอขาดความระมัดระวัง จนเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันเมื่อร่างของเธอถลำไปชนเข้ากับประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อมทุกประการ การเผชิญหน้าโดยบังเอิญท่ามกลางความวุ่นวายนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ จากคนที่พยายามหลบซ่อน เธอต้องก้าวเข้าสู่วังวนความสัมพันธ์กับชายหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือ ซึ่งรายล้อมไปด้วยมาตรฐานอันสูงส่งและความกดดันของแวดวงธุรกิจระดับแนวหน้า สิ่งเหล่านี้จะพลิกผันโชคชะตาของเธอไปอย่างสิ้นเชิง
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้ำพริก
9.7
สภาพของอาเรียตอนนี้น่าเวทนายิ่งนัก ผมสีทองที่เคยงดงามกลับชุ่มโชกด้วยเลือดและหลุดลุ่ยจากเงื้อมมืออันรุนแรงของเคน เขาเค้นให้เธอสารภาพบาป แต่ร่างบอบช้ำไม่อาจเปล่งเสียงใดได้ เพราะลิ้นถูกตัดขาดแถมยังถูกทรมานซ้ำด้วยเกลือจนปวดร้าวแทบขาดใจ นัยน์ตาสีมรกตที่เคยสะกดทุกสายตาบัดนี้บวมช้ำและไร้ซึ่งประกายความหวัง อาเรียหมดโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำสำนึกผิด เธอทำได้เพียงหลับตายอมรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในวินาทีสุดท้ายบนลานประหาร หญิงสาวแสนดีที่เคยถูกเธอรังแกได้ก้าวออกมาเบื้องหน้า เพื่อเอ่ยคำอำลาครั้งสุดท้ายแก่นางมารร้ายที่กำลังจะสิ้นลมหายใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง คนที่โชคดี
8.3
ท่ามกลางวิกฤตสงคราม ทางเหยาเลือกฝากชีวิตไว้กับหยานเส้าคุน ชายผู้เคยมอบคำสาบานรักนิรันดร์ เธออุทิศตนเคียงข้างเขาด้วยความภักดี ทว่าความรักอันงดงามกลับต้องสะดุดลงเมื่อความหวาดระแวงเข้าครอบงำจิตใจของชายหนุ่ม เขาละทิ้งความเชื่อใจและหลงคิดว่าหญิงสาวที่ตนรักคือผู้ทรยศ วินาทีแห่งความร้าวฉานมาถึงเมื่อเขาตัดสินใจยกกระบอกปืนขึ้นจ่อหน้าผากเธออย่างไร้ความปรานี การกระทำนั้นได้บดขยี้ศรัทธาและความรักที่เธอมีต่อเขาจนแหลกสลาย สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงบาดแผลในหัวใจและความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ไม่อาจลบเลือน
ภาพปกนิยายเรื่อง สวัสดี ท่านประธาน(ภาคที่1)
8.4
ห้าปีแห่งความสงบสุขต้องสิ้นสุดลงเมื่อลูกน้อยถูกลักพาตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ท่ามกลางความหวาดผวา ชายหนุ่มบุคลิกแข็งกร้าวผู้เปี่ยมอำนาจได้ก้าวเข้ามาในโลกของเธอพร้อมความจริงที่น่าตกตะลึง เขาประกาศกร้าวว่าตนคือบิดาผู้ให้กำเนิดเด็กน้อย ชายผู้นี้ยังเป็นถึงประธานบริหารสูงสุดขององค์กรยักษ์ใหญ่ที่กุมชะตาพนักงานนับหมื่นคน การปรากฏตัวของเขาดึงเธอเข้าสู่วังวนแห่งความวุ่นวาย ชีวิตที่เคยธรรมดาถูกพลิกผัน เธอจำต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและสถานะใหม่ที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วจนยากจะตั้งรับได้ทัน
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเป็นเด็กถูกทิ้ง แม่บุญธรรมพาหนูรวยล้นแผ่นดิน
9.1
วิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่างทารกที่ถูกสลับตัวและทิ้งให้ตายกลางพายุหิมะ เธอรอดชีวิตเพราะหญิงใจบุญเก็บมาเลี้ยง แม้ครอบครัวใหม่จะยากจนข้นแค้นแต่เธอก็ได้รับความอบอุ่นจากพี่ชายทั้งสอง คนหนึ่งแสร้งโง่ซ่อนความฉลาด อีกคนหล่อเหลาเยือกเย็น เมื่อรู้ว่ามารดาบุญธรรมคือทายาทจวนแม่ทัพที่ถูกรังแก เธอจึงใช้พลังวิเศษสื่อสารกับสัตว์เพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิตของทุกคน ขณะเดียวกัน ศัตรูผู้มีความทรงจำจากอดีตชาติต้องตกตะลึง เมื่อครอบครัวนี้ที่ควรตายไปแล้วกลับผงาดขึ้นเป็นทั้งจอหงวนและแม่ทัพ พร้อมชิงเกียรติยศที่ตนหมายมั่นไปจนหมด
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามเวลามาเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายของลูกน้อยสามคน
9.4
ฮวาเฉี่ยนเหมียน ผู้มีพลังมิติจากอนาคตสวมร่างแม่เลี้ยงใจทรามในต่างภพ เธอทิ้งนิสัยเกียจคร้านหันมาดูแลแม่สามีและลูกเลี้ยงทั้งสาม หญิงสาวใช้พรสวรรค์สร้างฐานะจากงานเกษตร เปิดร้านอาหาร และหมักสุราสมุนไพร พร้อมผลักดันให้เด็กๆ เรียนหนังสือและฝึกวิชาต่อสู้ ทว่าชีวิตอันสงบสุขต้องพังทลาย เมื่อบิดาปริศนาโผล่มาทวงสิทธิ์ในตัวเด็ก ความขัดแย้งนี้ทำให้เธอโกรธจัดจนขอหย่าขาด แต่เขากลับประกาศกร้าวว่าชาตินี้ไม่มีการหย่าร้าง หากปรารถนาอิสระ หนทางเดียวที่มีคือการเป็นหญิงหม้าย