APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง NightZ [II] DANGER ZENIOR

NightZ [II] DANGER ZENIOR

ความฝันในวันเกิดของฉันคือการได้รับจูบแสนหวานจากรุ่นพี่รันเวย์ หนุ่มฮอตที่ฉันเฝ้าแอบรักมาแสนนาน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกด้วยการมอบสิ่งที่ไม่คาดฝันให้มากกว่านั้น เมื่อเขาไม่เพียงแต่มอบสัมผัสตามที่ฉันปรารถนา แต่ยังก้าวเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด จนทำให้บทบาทของฉันเปลี่ยนไปกลายเป็นผู้หญิงของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว เรื่องราวความรักอันน่าตื่นเต้นระหว่างฉันและรุ่นพี่สุดเสน่ห์จึงได้เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปไกลเกินกว่าที่ฉันเคยคาดคิดในฝัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

Rrrrrrrrrrrr~

“อื้อออ ค่ะม้าา~”

ฉันงัวเงียตื่นมารับโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาปลุกกันตั้งแต่เช้ามืดด้วยสภาพที่ไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่ เอาจริงม้าน่าจะลืมไปอ่ะว่าฉันควรได้นอนก่อนเพราะมีเรียนตอนเช้า ฮ้าววว… =[]=

[น้องเจ ลืมนัดสำคัญของม้ารึเปล่าลูก?]

เสียงปลายสายพูดขึ้นอย่างเตือนสติ เหมือนแอบกลัวว่าฉันจะไม่ไป เอาจริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกด้วยนะที่ม้าโทรถามฉันเรื่องนี้อ่ะ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่านัดครั้งนี้มันสำคัญอะไรนักหนา

“ลืมได้ด้วยหรอคะ ก็ม้าจองตั๋วเครื่องบินไว้ให้แล้วนี่นา”

ฉันตอบออกไปด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ต้องเก็บกระเป๋าไปสิงคโปร์วีคหนึ่งทั้งที่เป็นเวลาที่ควรเข้าเรียน แถมยังไม่รู้ว่าไปทำไมเนี่ยนะ แค่คิดก็เซ็งละ..

[เอาน่าลูก มาแค่แป๊บเดียวนะ]

ปลายสายยังคงส่งเสียงประนีประนอมมาให้ ก็นะ.. ม้าก็เป็นแบบนี้ทุกที แล้วฉันก็ยอมทำตามใจท่านทุกทีเหมือนกัน

“อื้อออ แต่จะดีกว่านี้นะคะถ้าม้าบอกเจว่าต้องไปทำไมอ่ะ” ฉันพยุงตัวเองขึ้นมานั่งเอียงไปเอียงมา ก่อนจะตอบม้าออกไปพร้อมกับบิดขี้เกียจไปด้วย

[ความลับจ้ะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้น๊า ม้ารักลูกนะ จุ๊บๆ]

“ค่าาา”

ตริ๊ด!

แล้วสายก็ตัดไป ก่อนที่ฉันจะหอบร่างตัวเองลุกขึ้นจากเตียงอย่างง่วงๆ ไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมไปเรียนเพราะตาเริ่มสว่างขึ้นมาแล้วน่ะสิ จะข่มตาหลับก็คงหลับไม่ลงแล้วล่ะ นี่ถ้าม้าไม่โทรมาชวนคุย ฉันก็ยังนอนต่อได้อีกตั้งครึ่งชั่วโมงเลยนะเนี่ย เสียดายเวลานอนจริงๆ เลยแฮะ U_UzZ

ในคลาสเรียน…

“มึง คืนนี้ว่างป้ะ?” นิลมันหันมาถามฉันที่กำลังนอนฟุบอยู่ที่โต๊ะเลคเชอร์แบบโคตรง่วง ฉันเลยเงยหน้าไปตอบ

“หึ บอกแล้วไม่ใช่ไงว่าจะบินไปสิงคโปร์วีคหนึ่ง”

พูดจบฉันก็มุดหน้าหนีนอน แต่พอเห็นไอ้นิลมันเงียบๆ ไป ฉันเลยเงยหน้าไปถามซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“อยู่ได้แน่นะ”

ที่ต้องถามแบบนี้เพราะนี่เพิ่งเปิดเทอมได้สองวันเองไง แต่เมื่อวานที่เปิดเทอมวันแรกไอ้นิลมันก็ไปนอนเดี้ยงอยู่โรงบาลจนฉันตกใจทำไรไม่ถูกมาทีหนึ่งละ

แถมตอนนี้มันยังวุ่นวายอยู่กับการตามล่าหาสร้อยคอ ทวงคืนของสำคัญจาก ‘รุ่นพี่พายุ’ อะไรของมันอีก เหอะๆ ไม่รู้ไปเจอกันยังไงแต่หนึ่งในตัวอันตรายของ Nightshade เชียวนะนั่น! แต่จะให้อยู่เป็นเพื่อนมัน ไม่ไปตามนัดม้าก็ไม่ได้อีก ก็ม้าเล่นโทรตามฉันยิกๆ กลัวไม่ไป ไม่รู้มีเรื่องอะไรสำคัญกว่าการที่ลูกต้องเรียนหนังสืออีก -_-?

“ได้ดิ เดินทางปลอดภัย ของฝากด้วย” นิลมันตอบกลับมา ทั้งที่ดูจากท่าทางแล้วมีเปอร์เซ็นต์ที่มันจะอยู่แบบง้องแง้งสูงมากอ่ะ

“อืม (- -) (_ _)”

ได้ฟังแบบนั้นฉันพยักหน้าตอบไป ก็นะ.. เดี๋ยวมาคอยดูละกันว่ายัยเพื่อนตัวแสบของฉันจะอยู่รอดปลอดภัยมั้ย ดูมีเป้าหมายแน่วแน่ว่าจะไปตามหารุ่นพี่พายุที่ ZTUDIO ซะด้วย แต่มันคงไม่ซวยขนาดนั้นหรอกมั้ง

@ SINGAPORE

“อื้มมม คิดถึงจังเลยลูกแม่”

ใช้เวลาไม่นานฉันก็พาตัวเองมาถึงปลายทางตามที่นัดกับม้าเอาไว้ และพอฉันเหยียบแผ่นดินสิงคโปร์ปุ๊บ ม้าที่รออยู่ก็รีบพุ่งเข้ามากอดฉันแน่นจนหายใจแทบไม่ออก

“คิดถึงแต่ไม่ยอมกลับไทยเลยเนี่ยนะคะ” ฉันแซวออกไปจนเฮียลุคกับคุณป้าลีน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับขำออกมา

“สวัสดีค่ะคุณป้า”

“จ้ะ”

พอม้าผละออกจากฉัน ฉันก็หันไปสวัสดีคุณป้าลีน่าเพื่อนของม้าทันที แล้วคุณป้าก็ส่งยิ้มหวานมาให้และพยักหน้ารับไหว้

 “ไงคะ คิดถึงจัง ^_^”

พรึ่บ!

ทักทายคุณป้าลีน่าเสร็จ ฉันก็กระโดดเข้าไปกอดเฮียลุคทันที เขาเองที่ตั้งรับไว้อยู่แล้วก็จุ๊บหน้าผากฉันเบาๆ ไปที

จุ๊บ!

“โตไวจังเลยนะยัยจอมห้าว หึหึ”

ถึงอายุจะห่างกันตั้งสามปี แต่เฮียลุคก็มักจะเล่นเป็นเด็กๆ แบบนี้กับฉันอยู่เรื่อย ขอออกตัวก่อนเลยนะคะ ‘เฮียลุค’ หรือ ‘ลูคัส’ น่ะ ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของฉันหรอก ที่จริงเขาเป็นลูกชายของคุณป้าลีน่าเพื่อนสนิทม้าที่เล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ น่ะ เพราะงั้นเราเลยค่อนข้างสนิทกัน เมื่อก่อนเฮียก็อยู่ไทยนะ เพิ่งย้ายมาเรียนสิงคโปร์ได้ไม่กี่ปีเพราะที่บ้านทำธุรกิจอยู่ที่นี่น่ะ ส่วนม้าฉันล่าสุดก็แวะมาเยี่ยมคุณป้าลีน่าแม่ของเฮียแล้วอยู่เม้าท์ต่อยาวๆ ไม่ยอมกลับไทยสักทีเหมือนกัน

“ง่วงจัง เจขอกินกาแฟสักแก้วก่อนนะคะ”

พูดจบฉันก็จูงมือเฮียลุคเดินหนีม้าทันที ส่วนม้ากับคุณป้าลีน่าก็ไม่พ้นเดินจับมือกันไปช้อปปิ้งอย่างที่ชอบทำกันเสมอ

“นี่ถ้าเฮียไม่มาเจต้องเหงาแน่ๆ ”

ฉันพูดออกไปจนเฮียลุคหลุดขำ ก็ดูสิ..คิดถึงลูกแต่กอดกันแป๊บเดียวก็หนีไปช้อปปิ้งซะละ เอ้อ.. ปกติฉันมักจะแทนตัวเองว่า ‘เจ’ ยกเว้นแค่ไอ้นิลที่มันอินดี้เรียกฉันว่า ‘ไอ้ด้า’ อยู่คนเดียว

“หึ งั้นเราต้องเหงาจริงๆ แล้วล่ะเพราะเฮียจะไปห้องน้ำ”

พอเราเดินมาถึงหน้าร้านกาแฟ เฮียลุคก็พูดออกมา แล้วเอามือมายีหัวฉันก่อนจะเดินแยกออกไปทิ้งให้ฉันยืนหน้าบูดอยู่คนเดียว และเดินเข้าร้านกาแฟมาอย่างง่วงๆ

“Good Morning, what can I get you?” (สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ?)

พนักงานร้านกาแฟคนหนึ่งถามฉันจากหน้าเคาน์เตอร์ ฉันเลยยืนมองเมนูสักพักแล้วตอบกลับไป

“Can I have iced caramel macchiato, please?” (ขอคาราเมลมัคคิอาโตเย็นแก้วหนึ่งค่ะ)

แล้วพนักงานคนนั้นก็พยักหน้ารับและจัดการคิดเงินให้เสร็จสรรพ ฉันเองหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาแล้วยื่นเงินให้เธอคนนั้นไป

“Your change. This is your queue card. Please wait 5 minutes at the table. Thank you very much.” (เงินทอนของคุณค่ะ ส่วนนี่บัตรคิวนะคะ กรุณานั่งรอที่โต๊ะ 5 นาทีนะคะ ขอบคุณมากค่ะ)

“Thank you.” (ขอบคุณค่ะ)

ฉันรับเงินทอนกับบัตรคิวแล้วเดินมานั่งรออยู่ที่โต๊ะๆ หนึ่งซึ่งห่างจากเคาน์เตอร์ออกมานิดหน่อย

พอนั่งได้สักพักก็ถึงคิวฉันแล้วล่ะ ฉันเลยลุกขึ้นเดินไปรับกาแฟของตัวเอง แต่ระหว่างที่กำลังเดินถือแก้วกาแฟกลับไปที่โต๊ะก็ดันมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาชนฉันเข้าอย่างจังจนแก้วกาแฟหลุดมือไปคว่ำใส่โน๊ตบุ๊คเครื่องหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ

ซ่าาาาา

O_O!

พอเห็นแบบนั้นฉันก็ยืนอึ้งอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะหันขวับไปหาเด็กคนนั้นทันทีแต่เด็กนั่นก็หายไปแล้ว ฉันเลยหันกลับมาที่โต๊ะเจ้าปัญหาแต่ก็ไม่พบเจ้าของโน๊ตบุ๊คนั่งอยู่เลย เอาไงดีเนี่ย -_-?

“What happened?” (เกิดอะไรขึ้น?)

พรึ่บ! ซ่าาา!

แล้วระหว่างที่ฉันกำลังยืนเลิ่กลั่กอยู่ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาก้มหน้าจับโน๊ตบุ๊คบนโต๊ะอย่างรีบร้อน และหยิบแก้วกาแฟที่คว่ำอยู่บนนั้นออก นี่เขาคงเป็นเจ้าของโน๊ตบุ๊คนี่สินะ ซวยแล้วฉัน =_=!

“I’m so sorry. I spilt coffee on your laptop” (ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ ฉันทำกาแฟหกใส่โน๊ตบุ๊คของคุณ)

หมับ!

ฉันพูดออกไปอย่างรีบร้อน แล้วรีบคว้าแก้วกาแฟในมือเขาออกอย่างต้องการจะช่วย ก่อนจะเงยหน้ามองผู้ชายร่างสูงตรงหน้าแล้วอึ้งไปจนเผลอปล่อยแก้วกาแฟในมือหล่นใส่โน๊ตบุ๊คนั่นอีกครั้ง นี่มัน......

พรึ่บ!

 “ระ..รุ่นพี่ รันเวย์ O[]O”

ใบหน้าคมคายที่คุ้นตาทำให้ฉันยืนอึ้งเหมือนกำลังต้องมนต์สะกดไปทันตา ปะ..เป็นเขา เป็นเขาจริงๆ นี่มันรุ่นพี่รันเวย์ตัวจริงเสียงจริง กรี๊ดดด! ฉันเจอเขาแล้ว! ใช่เขาแน่นอนอ่ะฉันจำได้ >////< แล้วพอได้ยินฉันเรียกออกไปแบบนั้น รุ่นพี่ก็เงยหน้าขึ้นและมองมานิดหน่อยก่อนจะส่งเสียงดุเป็นภาษาไทยออกมา

“ซุ่มซ่าม”

“มะ..มันเป็นอุบัติเหตุ พอดีมีเด็กวิ่งมาชนฉันน่ะค่ะ”

เสียงดุของรุ่นพี่ที่ตอบกลับมาทำให้ฉันหลุดจากภวังค์แล้วพยายามอธิบายออกไปในขณะที่เขาก็เอื้อมมือหยิบแก้วกาแฟนั้นขึ้นมาอีก ก่อนที่ฉันจะก้มหน้าลงนิดหน่อยอย่างรู้สึก... โอ๊ยยย >_< ตื่นเต้นที่ได้เจอตัวเป็นๆ ก็ตื่นเต้น แต่ให้มาเจอในสถานการณ์แบบนี้มันใช่ป้ะเนี่ย -.- ไม่ได้ดิต้องนิ่งไว้ ต้องนิ่งไว้...

“เดี๋ยวเจ เอ่อ.. เดี๋ยวฉันซื้อเครื่องใหม่คืนให้แล้วกันนะคะ”

แล้วฉันก็พยายามใจเย็น พูดออกไปทั้งที่ในใจมันกล้าๆ กลัวๆ พร้อมกับค่อยๆ เงยหน้ามองเขาที่อยู่ในชุดสูทสีดำช้าๆ

“.....”

พรึ่บ!

แต่รุ่นพี่รันเวย์ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เขาปล่อยมือจากแก้วกาแฟนั่น ทิ้งมันให้คว่ำอยู่บนโน๊ตบุ๊คอย่างนั้น ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งด้วยท่าทางเฉยๆ และหยิบกระดาษทิชชู่ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเช็ดมืออย่างลวกๆ ด้วยท่าทางแอบฉุนเฉียว

“ระ..รุ่นพี่คะ”

พอเห็นเขาเงียบไป ฉันเลยเอ่ยปากเรียกเขาออกไปอีกครั้ง แต่..

“จะยืนค้ำหัวอีกนานมั้ย?”

คราวนี้รุ่นพี่รันเวย์ตอบกลับมาด้วยท่าทางดุๆ จนฉันทำตัวไม่ถูก

“คะ?”

“นั่งลงคนมอง”

พอรุ่นพี่พูดมาแบบนั้น ฉันเลยหันมองซ้ายมองขวา แล้วก็พบว่ามีคนกำลังจ้องมาที่เราอยู่จริงๆ ฉันเลยพยักหน้าช้าๆ แล้วนั่งลงตรงข้ามกับเขาที่กำลังทำหน้านิ่งแบบนิ่งมากกกกกอยู่ทันที โอ๊ย..นี่มันวันอะไรวะเนี่ยยยย?!

“กลับไทยค่อยซื้อมาคืนที่ ม.” “(- -) (_ _)”

รุ่นพี่รันเวย์พูดออกมาเสียงเรียบ ฉันเลยพยักหน้ารับรู้แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป ส่วนความรู้สึกตอนนี้ก็พูดไม่ออกไง มันช็อคอยู่เว้ยยย =[]= นี่รุ่นพี่รันเวย์!!! รุ่นพี่ตัวเป็นๆ เลยที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉันเนี่ย รุ่นพี่ที่ฉันมีรูปเขาอยู่เต็มมือถือ มีอัลบั้มรูปแบบ Exclusive วางอยู่เต็มหัวเตียง แล้วคือตอนนี้ต้องยังไง?! ฉันต้องทำยังไงต่อวะเนี่ยยยยย -.-?

“เอ่อ..แล้วรุ่นของโน๊ตบุ๊ค?”

ฉันพยายามข่มใจแล้วค่อยๆ เอ่ยปากถามออกไป แต่เขาก็ตัดบทตอบกลับมาอย่างไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่

“รุ่นไรก็ซื้อมา”

“(- -) (_ _)” พอได้ยินแบบนั้นฉันเลยพยักหน้าออกไปอีกครั้ง

พรึ่บบบ!

“ไงเรา ได้กาแฟยัง?”

แล้วระหว่างที่ฉันกำลังนั่งหน้าซีดทำตัวไม่ถูก อยู่ๆ เฮียลุคที่เพิ่งกลับจากห้องน้ำก็เดินเข้ามากอดคอฉันถามหากาแฟซะงั้น นี่เขาไม่ได้สนใจความเลอะเทอะบนโต๊ะเลยรึไงฮะ -.-

ครืดดด!

พอเฮียลุคมาปุ๊บ รุ่นพี่รันเวย์ก็ดันตัวขึ้นจากเก้าอี้ ลุกขึ้นเดินหนีออกไปทันทีแบบไม่พูดไม่จาทันทีเลยเหมือนกัน แล้วเขาก็ไม่ได้สนใจจะหันกลับมามองทั้งฉันและซากโน๊ตบุ๊คที่วางอยู่บนโต๊ะเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายก็กลายเป็นฉันที่ลุกขึ้นเก็บโน๊ตบุ๊คนั่นซะเองท่ามกลางความงุนงงของเฮียลุคที่มองมา

“-_-?”

“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะค่ะ แต่เคลียร์แล้ว”

ฉันบอกเฮียลุคไปและมองตามหลังร่างสูงในชุดสีดำสนิทที่ค่อยๆ เดินออกไปแล้วเผลอยิ้มบางๆ ออกมา หึ…ได้เจอกันสักทีนะคะ รุ่นพี่รันเวย์ :)

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์ร้าวรัก
9.7
คำสัญญาแต่งงานที่ลอนดอนอายระหว่างอธิปกและสิมิลันต้องพังทลายลงเมื่อมีเหตุให้ต้องแยกจากกันนานหลายปี ทว่าเมื่อเขากลับมาทวงสัญญาใจอีกครั้งกลับต้องเผชิญหน้ากับพฤกษ์ รุ่นพี่คนสนิทที่ก้าวเข้ามาดูแลเธอ ยิ่งไปกว่านั้นความเข้าใจผิดและอุบัติเหตุร้ายแรงยังทำให้อธิปกกลายเป็นเจ้าชายนิทรา สิมิลันที่กำลังตั้งครรภ์โดยที่เขาไม่รับรู้จึงตัดสินใจหนีไปลอนดอน เวลาผ่านไปสองปีโชคชะตาได้นำพาพวกเขากลับมาพบกันอีกครั้งเพื่อแก้ไขรอยร้าวในอดีตและพิสูจน์ว่าความรักครั้งเก่าจะยังคงอยู่ท่ามกลางหยาดฝนและรอยน้ำตาได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก
9.4
เพราะอาการป่วยส่วนตัว ลี่สิงหยวนจึงก้าวข้ามเส้นความสัมพันธ์ทางกายกับเจียงหว่านหนิง ตลอดระยะเวลาสามปีเขาหลงใหลในตัวเธออย่างลึกซึ้งทว่าไม่เคยเอ่ยปากบอกรัก จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาเปิดตัวคนรักใหม่ที่เป็นรุ่นน้องอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งบอกเลิกรากับเธออย่างไม่มีเยื่อใย แต่เมื่อหว่านหนิงยอมเดินจากไปจากชีวิตของเขาตามความต้องการนั้นจริงๆ เขากลับทนไม่ได้และเริ่มออกตามหาเธออย่างบ้าคลั่ง สุดท้ายแล้วชายผู้เคยเย่อหยิ่งคนนี้กลับต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช เพื่อขอร้องให้เธอยอมกลับมาอยู่เคียงข้างเขาอีกครั้งในวันที่ทุกอย่างอาจสายเกินไป
ภาพปกนิยายเรื่อง แพ้รักนางบำเรอชั่วคราว
8.8
เมื่อภาระหนี้สินของผู้เป็นบิดากลายเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ในชีวิต วีรยาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมเสียสละตัวเองเข้ารับกรรมแทนผู้เป็นน้องสาว เธอจำใจก้าวเข้าสู่สถานะนางบำเรอชั่วคราวเพื่อชดใช้หนี้ตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความเจ็บปวดและพันธนาการอันไร้ทางออกในกรงขังแห่งโชคชะตาที่แสนโหดร้ายนี้ ความผูกพันและความรู้สึกบางอย่างกลับค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างผิดเวลา ซึ่งมันอาจกลายเป็นยาพิษร้ายที่ทำลายชีวิตเธอให้พังทลายลงยิ่งกว่าเดิม หรืออาจเป็นสายฝนชโลมใจที่ช่วยชุบชีวิตให้เธอมีแรงก้าวผ่านพ้นช่วงเวลาอันมืดมนนี้ไปได้ในบั้นปลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง จำเลยรักบ่วงดวงใจ
9.1
ท่ามกลางลมหนาวในปารีส ลอออรเริ่มต้นเส้นทางสายแฟชั่นด้วยความตั้งใจจริง เธอไม่ได้ใช้เพียงรูปลักษณ์ภายนอกนำทาง แต่พกพาความฝันอันยิ่งใหญ่ที่อยากเติบโตเป็นดีไซเนอร์มืออาชีพมาด้วย แม้จะต้องเผชิญหน้ากับเสียงหัวเราะเยาะและคำสบประมาทจากผู้คนรอบข้างที่มองว่าความตั้งใจของเธอเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน ทว่าหญิงสาวกลับเปลี่ยนพลังลบเหล่านั้นให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนในการสู้ชีวิต การได้ก้าวเข้าสู่เมืองหลวงแห่งแฟชั่นโลกจึงเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญที่ทำให้เธอเข้าใกล้ความฝันไปอีกขั้น แม้หนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่เธอก็ภูมิใจที่พาตัวเองมาได้ไกลถึงเพียงนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง หมูตุ๋นอุ่นรัก
9.3
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นระหว่างจ้าวจันทร์และเพื่อนชายคนสนิทเริ่มชัดเจนกว่าที่เคย เมื่อการหยอกล้อเรื่องจูบนำไปสู่บรรยากาศชวนหวั่นไหว แม้เขาจะเสนอโบนัสเป็นเงินแสนเพื่อตอบแทนที่เธอช่วยดูแลห้องให้ตลอดเวลาที่เรียนด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจฟูที่สุดกลับไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นความใส่ใจเล็กๆ อย่างการเตรียมแปรงสีฟันและของใช้ส่วนตัวไว้ให้พร้อมสรรพ การกระทำที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนนี้ทำให้จ้าวจันทร์มั่นใจว่าเขาก็มีใจให้เธอไม่ต่างกันแน่นอน
ภาพปกนิยายเรื่อง สลับรัก dr.mafia
9.4
เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งต้องตกกระไดพลอยโจนกลายเป็นภรรยาของมาเฟียหนุ่มดีกรีด็อกเตอร์อย่างไม่มีทางเลือก แม้เธอจะพยายามยืนยันอย่างหนักแน่นว่าตนเองไม่ใช่ 'คนิ้ง' ผู้หญิงที่เขาเฝ้าตามหา แต่ชายหนุ่มกลับเพิกเฉยต่อคำปฏิเสธนั้น เพราะเขามั่นใจในสัญชาตญาณของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยมว่าไม่มีวันจำคนรักสลับคนอย่างแน่นอน ท่ามกลางความวุ่นวายและการปะทะคารมอันดุเดือดในโลกสีเทาอันตราย เธอต้องเผชิญหน้ากับความสับสนและหาทางพิสูจน์ความจริงให้ได้ ในขณะที่เขาคอยแต่จะยัดเยียดฐานะภรรยาให้เธอในทุกวินาที