APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน

หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน

9.8 / 10.0
เรื่องราวของสโรชา... เจ้าของชื่อความหมายดอกไม้บริสุทธิ์ ทว่ามีอาชีพคาวโลกีย์ คืนฝนตก เพ้นท์เฮ้าส์หรู และแขกหล่อ ลีลาร้อน อันตราย ... ความรัก ... ความใคร่ มาดูกันว่าเส้นทางของเบอร์หนึ่งค็อกเทลเล้าจ์กฤตจะเป็นเช่นไร +++++++++++ “ถ้าคุณอยากเอาลูกไปก็เชิญ แต่ฉันกับแม่ไม่ไป” สโรชาโกหกเพื่อประวิงเวลา ... เธอไม่มีทางให้ลูกกับเขาหรอก “ไม่ห่วงลูกเลยหรือยังไง” เซอร์เกขมวดคิ้ว มองเธอพินิจ “คุณคงบอกว่าตัวเองดูแลแกได้ดีกว่าฉันใช่ไหมล่ะ งั้นก็เอาไปเลย ฉันจะได้กลับมาใช้ชีวิตเดิมๆ ได้สักที” ความไม่พอใจแล่นริ้วขึ้น ใบหน้าคมสันเปลี่ยนเป็นทะมึงถึง เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเคาน์เตอร์ ยื่นหน้าเข้าใกล้ “คุณเป็นแม่ประเภทไหนกันนี่ ไม่ห่วงลูกเลย” “ฉันแค่ต้องการอิสระ เอาชีวิตเดิมๆ ก่อนเจอคุณกลับคืนมา” เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เพราะคำพูดจากปากตรงข้ามกับใจ “แล้วคุณจะทำอะไรต่อ จะทำงานเป็นโสเภณีเหมือนเดิมหรือยังไง” ตาเขาวาวโรจน์ ราวเพลิงสีน้ำเงินพร้อมเผาเธอให้มอดไหม้ “มันเรื่องของฉัน!” ดวงหน้างามเชิดขึ้นสู้ “ถ้าอย่างนั้นก็เป็นโสเภณีของผมคนเดียวเถอะ!” ริมฝีปากร้อนฉกวูบมาปิดกลีบกุหลาบงาม สโรชาดิ้นรนปิดเรียวปากป้องกัน แต่เขาไวกว่ายกมือใหญ่บีบแก้มบังคับให้เผยอ ลิ้นอุ่นแทรกเข้าลิ้มชิมความหวานของเจ้าของร้าน ... ที่ดูท่าว่าจะหวานกว่าขนม ลิ้นสากลงลึกไซ้ควานเข้าภายใน ไล้ไปตามไรฟันสะอาด หยอกเอินก่อนถอดถอนออกมา สโรชาที่ร้างพิศวาสมานาน ระทวยด้วยรสจุมพิต ร่างโอนอ่อนคล้ายขี้ผึ้งราวละลายลงกับพื้น มือที่ควรปัดป้องคนจาบจ้วง กลับบีบแน่นที่ต้นแขนแกร่ง เพื่อเป็นหลักพยุงกายไม่ให้ล้ม “เราเข้ากันได้ดีขนาดนี้ แล้วคุณยังจะกลับไปขายร่างกายให้คนอื่นนอกจากผมอีกเหรอ” เขาถอนหน้าห่างเธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ รอยยิ้มพึงใจระบายชัด สโรชาได้สติตื่นจากฝัน “ออกไปเลยนะ คุณออกไปจากที่นี่” ให้ตายสิ! เขายังเชี่ยวชาญเหมือนเดิม แค่จูบเดียวทำเธอเตลิดไปไกล “ไม่! คุณอยู่ที่ไหน ผมจะอยู่ด้วย ยังไงก็ตามลูกผมต้องมีพ่อแม่ครบ” ++++++++++++++++++++++++

หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน ตอนที่ 1

ท้องฟ้าคืนนี้เต็มไปด้วยเมฆอุ้มน้ำเทาเข้มเกือบดำ ฝนยังไม่หยุดตั้งแต่เย็น ... ตกยาวนานราววันสุดท้ายก่อนจะสิ้นโลก สายละอองสีเงินโปรยเกาะหน้าต่างรถ อากาศภายในเย็นเฉียบ

คนขับแท็กซี่กดเปลี่ยนคลื่นวิทยุแก้เบื่อ ... ฝนตก รถติด เป็นธรรมดาของกรุงเทพฯ โชคดีที่ได้ค่าจ้างเหมาแบบไม่ต้องกดมิเตอร์ มิเช่นนั้นเขาไม่ยอมเสียเวลาติดแหง็กอยู่ในเมืองเช่นนี้หรอก

สโรชาดูเวลาในโทรศัพท์มือถือ... เกือบสองทุ่มแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลานัด การจราจรแบบนี้เธอไปสายไปแน่

“จอดตรงเซเว่นข้างหน้าก็ได้ นี่ค่ะ ไม่ต้องทอนนะคะ”

คนขับรับเงินหน้าบาน ใจคิดว่าดีเหมือนกันที่ได้เงินเร็ว จะได้ออกจากถนนเส้นรถติดมหาโหดนี้เสียที สโรชาใช้กระเป๋าคลัชบังหน้าป้องกันเครื่องสำอางโดนน้ำเลือน

เมื่อก้าวผ่านเข้าประตูเลื่อนอัตโนมัติ คนยืนหลบฝนบริเวณใต้กันสาดร้านสะดวกซื้อเหลียวมองเธอเป็นตาเดียว ของที่สโรชาต้องการหาไม่ยากเลย อยู่ในช่องเหล็กโปร่งสีขาวข้างประตู

“ไม่ต้องใส่ถุง เดี๋ยวพี่ใช้เลย”

สาวเซเว่นรุ่นน้องหลุดจากอาการมองหน้าลูกค้าอย่างตะลึง รีบยิงบาร์โค้ดร่มพับให้ในทันใด

“ใครวะ สวยชะมัด ดาราหรือเปล่า”

เสียงในร้านดังไล่หลังคนเปิดประตูออกไป สโรชากางร่มเดินฝ่าสายฝนไปช้าๆ รองเท้าส้นสูงหนังสานเป็นเส้นอวดเท้าเปลือยขาวผ่อง แม้อาจเป็นอุปสรรคในการเดินไปบ้าง แต่ก็ไม่ยากสำหรับคนใส่ทุกวัน

ที่ต้องระวังคือไม่ให้ปลีน่องกลมกลึง ขาเรียว ซึ่งโผล่พ้นปลายเสื้อโค้ทเสมอเข่า โดนน้ำกระเซ็นจากล้อรถวิ่งบนถนน

เสื้อตัวนี้มิดชิด ใส่สบาย ดูราคาแพงเพราะมัณฑลีเพื่อนเธอซื้อมาฝากไกลจากอังกฤษตอนไปฮันนีมูน ... ไม่เหมาะกับสโรชาและไม่เหมาะกับสภาพร้อนชื้นของเมืองไทยเลย

... ที่ต้องใส่คืนนี้เพราะเธอมีงานและคนมาพบไม่ใช่คนไทย กฤตโทร.ให้ไปพบแขกที่โรงแรมห้าดาว จึงต้องแต่งตัวดีหน่อย

“ฉันมาพบมิสเตอร์อิคนาเซวิชห้อง... ค่ะ”

พนักงานต้อนรับสาวหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มให้ ตาเก็บภาพรายระเอียดผู้มาพบแขกห้องเพ้นท์เฮ้าส์อย่างรวดเร็ว

“แจ้งเขานะคะว่าฉันเป็นคนของคุณกฤต เอ่อ... มิสเตอร์อิคนาเซวิชรู้จักในนามคริสค่ะ ฉันชื่อสโรชา”

“สักครู่นะคะ เดี๋ยวเรียนท่านให้”

เธอกดโทรศัพท์ยกหูโทร.ไปยังห้องที่ว่าทันที แขกนามสกุลรัสเซียแต่สำเนียงอังกฤษแบบอเมริกัน รวยมากเพราะเล่นเหมาห้องโรงแรมทั้งชั้น

“คุณรออยู่ล็อบบี้นะคะ สักครู่คนของท่านจะลงมารับ”

พนักงานผายมือไปทางโซฟาหนานุ่มน่าสบาย สโรชาเดินไปนั่ง โดยมีสายตาหลังเคาน์เตอร์จับจ้องตลอด นึกชมในใจ ... ผู้หญิงคนนี้สวย ผมย้อมสีน้ำตาลอ่อนหยักศกยาวถึงกลางหลัง ตาคมกริบ จมูกโด่ง ริมฝีปากหนาอิ่มเคลือบลิปสติกสีชมพู ผิวขาว รูปร่างดีหุ่นระหง

เธอเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเล็กเพียงใบเดียว แม้ไม่ได้แต่งตัวยั่วยวน แต่คนทำงานโรงแรมมากประสบการณ์ก็พอเดาจุดประสงค์การมาถูก ... ราคาเธอคงแพงตามกำลังเงินแขกเพ้นท์เฮ้าท์

ผู้ลงมารับสโรชาเป็นหนุ่มต่างชาติตาสีเทาผมเกรียน สวมสูทแต่ไม่ผูกไทด์ สำเนียงอังกฤษแปร่งหูบ่งบอกว่าไม่ใช่เจ้าของภาษา

เขาพาเธอขึ้นลิฟท์ ไปหยุดลง ณ ชั้นๆ หนึ่ง ประตูไม้หนาหนักเปิดออก เผยให้เห็นเพ้นท์เฮ้าหรูหรา มีทั้งห้องทำงาน ห้องรับแขก เธอเดินตามหลังเขาผ่านบรรดาหนุ่มต่างชาติคนอื่นที่ยืนเฝ้าเป็นจุดๆ ในบริเวณห้อง

นับดูจำนวนคนน่าจะประมาณห้า ... บอดี้การ์ดเยอะจริง แขกคราวนี้เป็นมหาเศรษฐี ทำมาค้าขายอะไรนะ แล้วเธออยากรู้ไปทำไมหนอ หมดธุระคืนนี้ เธอกับเขาก็จะกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกัน ... เหมือนอย่างแขกคนที่แล้วๆ มา

หนุ่มสำเนียงแปร่งบอกให้เธอนั่งรอเจ้านายบนเก้าอี้ข้างโคมไฟใหญ่ในห้องนอน แล้วก็ลับหายไปข้างนอก ปล่อยเธออยู่ลำพัง

สโรชานึกขำๆ ว่าคงไม่ล็อคประตูขังหรอกนะ เธอถอดเสื้อคลุมออกกางไว้บนพนักพิงโซฟา จากนั้นเดินไปสำรวจตัวเองในห้องน้ำ

ทรงผมดีอยู่ เครื่องสำอางก็ยังโอเค ชุดที่ใส่มาเป็นแซกสั้นคล้องคอเข้ารูปสีเขียวมะนาว ขับสีผิวและรูปร่างให้กลมกลึง สโรชาสวยทั้งจากตัวเองคิดและจากคำชมของคนอื่น แม้ชะตาชีวิตจะผกผันให้หัวหกก้นขวิดอย่างไร ก็ได้ความสวยนี่แหละช่วยชีวิต ... แต่มันมีราคามากเหลือเกินที่เธอต้องจ่าย

สโรชาส่ายศีรษะสลัดความคิดเศร้าหมองออกไปเสีย โทษว่าเป็นด้วยอากาศชวนหดหู่ ... ทำจิตตก เธอมาให้ความบันเทิง ขืนเศร้างานก็กร่อย เสียชื่อเบอร์หนึ่งค็อกเทลเลาจน์กฤตหมด เขาอุตส่าห์ไว้ใจให้รับงานนี้ เพราะสโรชาพูดภาษาอังกฤษได้ในระดับดี สมกับเคยเรียนโรงเรียนคอนแวนต์ แต่ไม่จบมอหกด้วยปัญหาครอบครัว

เธอกลับมานั่งรอแขก พลางพิจารณารอบห้อง ไล่มาตั้งแต่แชนเดอร์เลียร์คริสตัลระยิบระยับบนเพดาน รูปภาพวาดดอกไม้ไทยใส่กรอบติดผนัง ม่านหน้าต่างหนาสีเทาเข้มซึ่งแหวกออก

แต่ละด้านผูกด้วยเชือกดิ้นทองอันใหญ่ละอองฝนจับพราวบนกระจกด้านนอก เตียงหนาปูผ้าขาวสะอาดไว้ตึง ปลายเตียงมีม้านั่งยาวสีเทาควันบุหรี่

ประตูกั้นระหว่างห้องนอนกับภายนอกที่เต็มไปด้วยบอดี้การ์ดทำหน้าได้ดีเกินคาด ... สโรชาไม่ได้ยินเสียงใดเล็ดลอดเข้ามาเลย ทุกสิ่งเงียบสงบ ผ่อนคลาย เธอเอนหลัง คิดเรื่อยเปื่อย หลังจากรับแขกคนนี้กฤตให้พักสามวัน เธอจะไปเยี่ยมแม่

สโรชาคิดอีกหลายเรื่อง เห็นว่าชักรอนาน หยิบมือถือขึ้นดู ชั่วโมงหนึ่งแล้ว แขกยังไม่มา เธอไม่เร่งร้อนไปทวงถาม คิดว่าอย่างไรเสียคืนนี้ไม่ได้ไปต่อที่ไหน จึงเล่นมือถือรอ สักพักก็เบื่อเก็บกลับใส่กระเป๋า

เอนหลังพิง วางแขนบนเก้าอี้นุ่ม หน้าแหงนมองแชนเดอร์เลียร์หรูหรา จ้องความพราวพร่างระคนเสียงขับกลอมเบาๆ จากสายฝน

กลิ่นสะอาดของแพรพรรณซักใหม่ ดอกไม้สดในแจกันหอมบางเบา ราวใครมาแอบแต้มน้ำหอมไว้ อากาศในห้องเย็น ... การได้อยู่ตามลำพัง ในสถานที่ปลอดภัย ปล่อยใจไปเรื่อย ทุกอย่างชวนสบายจนสโรชาหลับตาผ่อนคลาย

... เนิ่นนานเกินไปหน่อยกระทั่งเผลอผล็อยหลับไป

อลัน ซาโกเยฟ ยังไม่ทันได้ปิดประตูเพนท์เฮ้าส์สนิท เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ตาเหลือบดูเจ้านายร่างสูงซึ่งยืนห่างออกไปนิด อย่างเกรงใจ พอล้วงออกมาดูชื่อปรากฏบนหน้าจอทำเอาลำบากใจยิ่งกว่า

“พี่เซอร์เกล่ะ” ปลายสายไม่ทักอะไรทั้งนั้น ยิงคำถามเข้าตรงประเด็น

“เพิ่งกลับมาครับ ท่านกำลังพักผ่อนอยู่” คนเขาพาดพิง กำลังยื่นโค้ทกันฝนให้ลูกน้องไปแขวนที่เสากลมข้างผนัง

“เจรจาธุรกิจเสร็จแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง” ความกระตือรือร้นชัดเจนในน้ำเสียง

“เอ่อ...” อลันลังเลตอบคำถาม

“ใครโทร.มา ญามิลลาเหรอ” เจ้านายมุ่งสายตามายังเขา อลันพยักหน้า แล้วโทรศัพท์ก็โดนแย่งไปจากมือ

“มิลลา นี่เธอมีเบอร์โทรศัพท์ลูกน้องพี่ทุกคนหรือยังไงนะฮึ! ถึงโทร.ตามอยู่ได้” เซอร์เกกลั้วหัวเราะขณะคุย

“อลันดีกว่าพี่ตั้งเยอะที่ยอมรับสาย ว่าแต่การเจรจาธุรกิจเป็นยังไงบ้างคะ เราได้สัมปทานคาสิโนที่พม่าไหม”

คนมีโทรศัพท์แนบหูเดินไปที่ห้องทำงาน มือหนึ่งเขียนโน้ต แล้วฉีกยื่นให้ลูกน้องคนสนิท อลันรับไปทำตามอย่างว่องไว

“เธออยากรู้ไปทำไม”

“อะไรกัน การที่ฉันแต่งงานไปนี่ทำให้ต้องตัดขาดกับกิจการของครอบครัวเลยหรือไง” ญามิลลาเริ่มไม่พอใจ

“เปล่าหรอก พี่อยากรออะไรให้เป็นทางการมากกว่านี้”

“แสดงว่าเจรจาสำเร็จ”

น้องสาวรื่นเริง เซอร์เกไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ... แต่กำลังรอว่าปลายสายจะพูดอะไรต่อ

“งั้นพี่อย่าลืมใช้บริษัทบอริสมาก่อสร้างคาสิโนนะ” ... เขาเดาถูกจริงๆ

“เราจะคุยเรื่องนี้กันทีหลังนะ อย่างเป็นทางการ”

เพราะอย่างนี้แหละเซอร์เกจึงไม่อยากรับสาย น้องสาวผู้รักสามีมากเกินควร ช่วยเหลือกิจการทุกอย่าง จนกลายเป็นแทรกแซงงานของเขา

“ค่ะ แล้วฉันจะรอ” ญามิลลาฉลาดพอไม่รุกต่อ แม้ใจเต้นร่าอยากคาดคั้นเอาคำตอบกับพี่ชาย

“พี่เซอร์เกอย่าลืมนะ ยังไงเราก็เป็นพี่น้องกัน” คนโทร.มาไกลทิ้งท้าย เขายื่นโทรศัพท์คืนเจ้าของ เหยียดยิ้มให้

“ผมขอโทษ...” เจ้านายโบกมือเป็นเชิงห้ามลูกน้อง

“อย่าคิดมาก ญามิลลาเชื่อฟังฉัน แต่เอาแต่ใจมากกับคนอื่น ถ้านายไม่รับสาย เขาก็ต้องหาทางอื่นติดต่อฉันให้ได้ในคืนนี้”

เซอร์เกรู้ข้อเสียน้องสาวดี เธอชอบเอาชนะ ... ซึ่งก็เป็นนิสัยเขาเองเหมือนกัน

“เธอแค่อยากช่วยคุณบอริส”

เอ่ยชื่อนั้นแล้วอลันก็ก้มหน้า ... เมื่อดวงสีน้ำเงินคมกริบหรี่มองอย่างไม่พอใจ

“บางทีก็สงสัยนะอลัน ว่าญามิลลามีสายเลือดเดียวกับฉันจริงๆ หรือเปล่า ทำไมถึงไปรักคนอย่างบอริสได้”

น้องเขยผู้อ่อนแอและไม่ได้เรื่อง บริหารบริษัทก่อสร้างของครอบครัวได้แบบทรงๆ ทรุดๆ แต่กระนั้นน้องสาวเขาก็รักเหลือเกิน

อลันไม่ตอบ เขาพอเข้าใจ ญามิลลาเติบโตมาในครอบครัวผู้ชายเป็นใหญ่ เซอร์เก อิคนาเซวิช ก็เก่งกาจ กุมอำนาจบริหารบริษัทครอบครัวทั้งหมด ทุกคนต้องทำตามคำสั่งเขา เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ฉันใด คนนิสัยแบบเดียวกันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ฉันนั้น

ญามิลลาจึงรู้สึกอึดอัด กระทั่งมาเจอกับบอริส คนอ่อนแอที่เป็นลูกไล่ให้หล่อนควบคุม ญามิลลาจึงไม่ลังเลใจเลยที่จะแต่งงานกับเขา

“รักคนพาชีวิตเราพังนี่มันดีตรงไหน มีความสุขกันยังไง”

เซอร์เกพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะหาคำตอบจริงจัง

“ไม่ต้องรักก็มีความสุขได้ครับ” อลันพยักหน้าไปทางห้องนอน อย่างมีความหมาย

“รูมเซอร์วิสพร้อม คนในห้องก็คงพร้อมแล้วเหมือนกัน”

นั่นละเซอร์เกจึงคิดขึ้นได้ว่า คืนนี้มีของขวัญฉลองความสำเร็จรออยู่ ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียริมฝีปากดังเสือร้ายกำลังหมายขย้ำเหยื่อ ประตูห้องเปิดออกพร้อมไอเย็นลอยระเรื่อยกระทบกาย ดวงตาคมกวาดไปสะดุดชุดสีเขียวมะนาวบนเก้าอี้

ร่างขาวสล้างดังกระเบื้องเคลือบเนื้อดีอิงคอกับพนักพิงหลับตานิ่ง เจ้าของเพ้นท์เฮ้าท์แทบลืมหายใจ ก้าวไปพินิจภาพปรากฏตรงหน้าใกล้ๆ ผมสลวยสีน้ำตาลอ่อนเคลียหน้านวล แพขนตายาวทาบผิวเนียนดังผีเสื้อหลุบปีก ริมฝีปากชมพูบางราวกลีบกุหลาบ

หนุ่มรัสเซียภาวนา ... เปิดตาหน่อยเถิด เขาจะได้รู้ว่าเธอเป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อจริงหรือรูปสลักนางฟ้าจำแลงมา พลันสิ่งวาดไว้ก็เป็นดังหวัง ... คนบนเก้าอี้ขยับตัว

สโรชารู้สึกถึงสัมผัสลมหายใจอุ่นร้อนรินรดระข้างแก้ม ตากระพริบถี่ๆ ไล่ความง่วงงุน

“ขอโทษที่ผมปลุกเจ้าหญิงนิทราให้ตื่น”

ดวงตาสีน้ำเงินทอประกายยั่วล้อ รอยยิ้มสว่างสดใส มือใหญ่ขาวสะอาดจับปอยผมเธอลูบเล่น

“ทำไมผู้หญิงชอบทำสีผมกันนักนะ อยากเห็นสีผมจริงๆ ของคุณจัง”

สำเนียงอังกฤษแบบอเมริกันเอ่ยชัด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจอกลิ่นไอฝนลอยมาจางๆ

“ผมฉันสีดำค่ะ ธรรมดาเหมือนคนทั่วไปในประเทศนี้ คุณต่างหากที่มีผมสีทองสวย”

สโรชาคลี่ยิ้มตอบ นัยน์ตาดำสุกใส มีประกายแสงดาว เขาคงเป็นมิสเตอร์อิคนาเซวิช หนุ่มหล่อ ผมทอง ผู้นั่งวางก้นหมิ่นเหม่กับพนักพิง ค้อมตัวลงมาเพื่อพินิจเธอ

“นั่นสินะ คนเรามักไม่พอใจในสิ่งที่เรามี หญ้าบ้านคนอื่นเขียวกว่าบ้านตัวเองเสมอ”

เขาคารมดีไม่เบา ยกสุภาษิตมาอ้าง ตายังมอง ซึ่งสโรชานิ่งให้เขามองอย่างเต็มที่ เพราะเธอมั่นในใจทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวมี และภูมิใจกับมัน

“ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องรอ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ยินดีเสมอ”

เธอชอบแขกต่างชาติ โดยเฉพาะหนุ่มตะวันตกเพราะอย่างนี้แหละ ใส่ใจและให้เกียรติ ไม่มองว่าอาชีพอย่างเธอต่ำชั้นกว่าตน ... คำขอโทษ ... ขอบคุณ มีครบหมด

“มาดื่มแชมเปญกัน คืนนี้ผมรู้สึกโชคดีจัง ได้ดื่มเหล้าอร่อยกับคนสวย”

เขาเดินไปเปิดประตูห้องนอน อลันเข็นรถรูมเซอร์วิสเข้ามาแล้วหันหลังกลับปิดประตูอย่างรู้งาน มีขวดแชมเปญแช่เย็นอยู่ในถัง

“ฉลองความสำเร็จกันหน่อย”

เซอร์เกเขย่า ใช้นิ้วโป้งดันจุกก๊อก ฟองน้ำขาวพร่างพรายออกจากขวดเหมือนในภาพยนตร์ เขาหยิบแก้วมารินให้เธอ ชนดังกริ๊ง แล้วจิบแชมเปญรสนุ่มเบาที่ระยิบยับบนริมฝีปาก ราวมีหมู่ดาวมาสัมผัส เขาเป็นลูกค้าอารมณ์ดีที่สุดคนหนึ่งตั้งแต่สโรชาเจอมา

“โอ ... แย่จัง ลืมแนะนำตัว ผมเซอร์เก อิคนาเซวิช” เจ้าของชื่อยื่นมือให้

“สโรชาค่ะ เรียกฉันว่าโลตัสก็ได้” เธอยื่นมือสัมผัสตอบ เขากระชับไว้นานกว่าจะยอมปล่อย

“ชื่อเล่นจริงๆ ของคุณล่ะ คนไทยมีชื่อเล่นนี่ คริสเคยเล่าให้ฟัง”

เซอร์เกพาดพิงถึงเจ้านาย ... แสดงว่ารู้จักกันมานาน อย่างน้อยก็นานกว่าสโรชาจะมาเป็นสาวในค็อกเทลเลาจน์กฤต

“บัวค่ะ โลตัสคือความหมายชื่อฉันในภาษาอังกฤษ”

“บัว...”

เซอร์เกพึมพำเรียกชื่อเล่นภาษาไทยเธอด้วยสำเนียงฝรั่งเศส แล้วมองดวงหน้า ตาคม จมูกโด่ง ผิวแก้มเนียน ริมฝีปากอิ่ม เรื่อยมาถึงลำคอระหง ไหล่ผายกลมกลึง หน้าอกตึง เอวคอด มือเธอที่เพิ่งละสัมผัสไปก็นุ่มนิ่ม

“คุณสวยสมชื่อดอกไม้นะ”

เขาคิดว่าเป็นคำชม แต่คนฟังจุกในอก ชื่อเธอคือดอกไม้บริสุทธิ์ เติบโตจากโคลนตม ชาติกำเนิดแม้ต่ำต้อย ทว่าแข็งแกร่ง ทนทาน ไม่ตกเป็นอาหารปูปลาใต้บาดาล เติบใหญ่ชูช่องามสล้าง เลอค่าจนคนนำบูชาศาสนา ทว่าสโรชาคนนี้กลับมาทำอาชีพคาวโลกีย์

“คุณอารมณ์ดีจริง ฉลองความสำเร็จเรื่องงานเหรอคะ”

เธอเปลี่ยนเรื่อง ก่อนความเศร้าเข้าครอบคลุมมากกว่านี้

“ใช่ งานที่ผมหวัง”

เซอร์เกกระดกแชมเปญที่เหลือในแก้ว ... สุขใจในความสำเร็จแม้ต้องเสียเงินให้นายพลไทยตัวกลางเจรจามากโขก็ตาม

“คืนนี้เป็นคืนที่ดี”

เซอร์เกมาทีหลังคู่แข่ง แต่ด้วยเงินหนาและเส้นสายแข็งแกร่ง จึงชิงตัดหน้าเจรจาผลประโยชน์จนได้สัมปทานคาสิโนพม่าไว้ในมือ ... เสียเวลาดินเนอร์ กำหนดการรวนไปหลายชั่วโมงแต่ก็คุ้ม

อ่านต่อ

สารบัญ หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ซ่งชิงอวี่ทุ่มเทความรักทั้งหมดให้ลู่เหยี่ยนจืออย่างไร้ค่า แม้เขาจะนอกใจไปมีลูกกับคนรักเก่าเธอก็ยังทน แต่ในวันจดทะเบียนสมรส เขากลับทิ้งเธอไว้เพียงลำพังเพื่อไปหาผู้หญิงคนนั้น ความเจ็บปวดสะสมทำให้เธอตัดสินใจหันหลังให้ความสัมพันธ์นี้อย่างเด็ดขาด และเลือกเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการแต่งงานกับชายคนอื่น ทว่าเมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอเป็นของคนอื่น เขากลับยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อตามตื้อขอโอกาสอย่างบ้าคลั่ง แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจหมดรักไปแล้วทำเพียงตอบกลับด้วยความรำคาญใจ และเตือนไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคนที่มีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
ตลอดสิบสี่วันบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร ปวีนุชต้องใช้ชีวิตร่วมกับลายไม้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศสุดโรแมนติกนำพาให้ทั้งสองได้ชิดใกล้และเปิดใจเรียนรู้กัน แต่ตัวตนของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลและเสน่ห์อันเย้ายวนใจ จนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งปิศาจร้ายที่พรากหัวใจเธอไป แม้ความรักจะก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้ง ทว่าความหวาดกลัวในความแตกต่างและบาดแผลจากอดีตทำให้หญิงสาวตัดสินใจหอบความทรงจำหนีไปจากเขา โดยในใจลึกๆ ของเธอยังคงปรารถนาและเฝ้ารอให้เขาออกเดินทางตามหาเธอ เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้ครั้งนี้แข็งแกร่งพอที่จะทลายทุกอุปสรรคลงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
เมื่อพลาธิปถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทอย่างไร้เยื่อใยด้วยความอคติในตระกูลของเขา ชายหนุ่มจึงเลือกใช้ปราณปริยาวดี น้องสาวต่างมารดาที่อดีตคนรักเกลียดชังมากที่สุดมาเป็นเจ้าสาว เพื่อหวังแก้แค้นและเย้ยหยันความเจ็บปวดคืนกลับไป ทว่าจากที่เคยตั้งแง่รังเกียจลูกเมียน้อยและมองเธอเป็นเพียงหมากในเกมทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า ความใกล้ชิดในชีวิตแต่งงานกลับสั่นคลอนหัวใจของเขาให้เริ่มหวั่นไหว ท่ามกลางกำแพงทิฐิที่พยายามปิดกั้นความรู้สึกที่แท้จริง พลาธิปต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญว่าจะเดินหน้าสะสางบัญชีแค้นต่อไป หรือจะยอมเปิดใจยอมรับความรักครั้งใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นจริง
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ เด็กสาววัยยี่สิบปีที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นทายาทตระกูลมหาเศรษฐีที่แท้จริง แต่เธอกลับถูกครอบครัวบังคับให้เข้าพิธีวิวาห์แทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อแลกกับการรักษาคุณยายที่ล้มป่วย โดยเจ้าบ่าวของเธอคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ฉุนเฉียวที่ครอบครัวกำลังเผชิญวิกฤตล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับค้นพบความจริงว่าสามีคนนี้คือผู้ทรงอิทธิพลระดับเจ้าพ่อที่คลั่งรักเธออย่างหมดหัวใจ เมื่อครบกำหนดเวลาหย่าร้างสองปีตามสัญญาที่เคยตกลงกันไว้ เขากลับยืนกรานไม่ยอมปล่อยเธอไป จนในที่สุดเธอก็ต้องยอมพ่ายแพ้ให้แก่ความรักอันแสนอ่อนโยนและอบอุ่นของสามีผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้ พร้อมเลือกที่จะใช้ชีวิตเคียงข้างเขาตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน นักศึกษาแพทย์หนุ่มผู้เพียบพร้อมและเป็นทายาทมหาเศรษฐี เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งอันแสนเย็นชา ได้โคจรมาพบกับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายผู้เจนจัดในเรื่องความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน แม้ทั้งคู่จะเรียนอยู่ในสถาบันเดียวกันแต่กลับไม่เคยได้ทำความรู้จักกันมาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งที่เบลซตัดสินใจลองดีกับอำนาจมืด เขาใช้สายตาและคำพูดท้าทายพร้อมยื่นข้อเสนอสุดตื่นตะลึงให้เอซเพื่อแลกกับการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเพียงแค่คืนเดียว ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดและแรงดึงดูดทางเพศที่ยากจะต้านทาน ค่ำคืนนี้จะเปลี่ยนความเคลือบแคลงสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาฝังลึกที่ไม่มีวันลบเลือน
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์