APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่ผูกรัก

โซ่ผูกรัก

ความสัมพันธ์สี่ปีสิ้นสุดลงอย่างไร้เยื่อใย เมื่อธีร์เอ่ยปากไล่คนรักให้ไปทำลายสายเลือดในครรภ์อย่างเลือดเย็น เพราะเขาไม่ต้องการเด็กคนนี้และหมดรักในตัวเธอแล้ว แม้หญิงสาวจะพยายามก้มกราบแทบเท้า อ้อนวอนขอความเมตตาให้ลูกในท้อง และยื่นคำขาดว่าจะยอมสละชีวิตไปพร้อมกับลูกหากถูกบังคับให้ทำแท้ง แต่เขากลับสะบัดรักทิ้งอย่างไร้ความปรานี โยนเงินชดเชยใส่หน้าเพื่อตัดสัมพันธ์อย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งเอ่ยคำพูดสุดแสนเย็นชาว่า ชีวิตหรือความตายของเธอและลูกไม่ได้มีความหมายหรือเกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไป
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เอิงเอย...

"เอยขอโทษด้วยนะคะแม่ที่เอยไม่สามารถทำตามความฝันของแม่ได้ เอยคงไม่ได้เรียนต่อแล้ว แม่อย่าโกรธเอยเลยนะคะ" ฉันนั่งร้องไห้อยู่ในห้องนอนมองรูปแม่ที่เหลือเพียงใบเดียวอย่างรู้สึกผิด แต่ในขณะที่ฉันกำลังท้อแท้สิ้นหวังที่จะได้เรียนต่อก็เหมือนกับมีพระมาโปรดเหมือนสวรรค์เห็นใจฉัน ในวันต่อมาขณะที่ฉันกำลังกวาดใบไม้รดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านคุณครูที่ปรึกษาของฉันได้มาแจ้งข่าวดีกับฉันถึงที่บ้านว่าทางโรงเรียนได้ส่งเอกสารการเรียนของฉันตั้งแต่มอหนึ่งจนถึงมอหกไปให้กับทางมหาลัยในกรุงเทพหลายแห่งเผื่อว่าจะมีสักแห่งที่รับฉันเป็นนักเรียนทุนจนกระทั่งทางโรงเรียนได้รับหนังสือตอบรับจากมหาลัยซึ่งเป็นมหาลัยอันดับหนึ่งของประเทศว่าฉันเป็นผู้โชคดีเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับทุนเรียนฟรีจนกว่าจะจบหลักสูตร ตอนนั้นฉันทั้งดีใจทั้งสับสนเพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ไปเรียนไหมเนื่องจากว่าน้าพรพรรณได้พาฉันไปหาผู้จัดการโรงงานและเขาก็รับฉันเข้าทำงานเรียบร้อยแล้วด้วย ฉันจะทำยังไงดีจะเลือกอนาคตของตัวเองหรือของน้องสาว

"แกไปบอกกับนังครูจอมจุ้นของแกเลยนะนังเอยว่าแกขอสละสิทธิ์ที่จะไปเรียนต่อที่กรุงเทพ ไม่ว่ายังไงฉันก็จะไม่ยอมให้แกไปเรียนต่อเด็ดขาดแกต้องอยู่ที่นี่ทำงานที่โรงงานเข้าใจมั้ย!!!" น้าพรพรรณพอรู้ว่าฉันได้ทุนเรียนต่อที่กรุงเทพก็เกิดความโมโหไม่พอใจบอกให้ฉันไปสละสิทธิ์

"ไม่ต้องสละสิทธิ์เอยไปเรียนต่อเถอะลูก"

"พ่อ" ฉันไม่ได้หูฝาดใช่ไหมที่ได้ยินพ่อพูดแบบนี้ พ่ออนุญาติให้ฉันไปเรียนต่อจริงๆใช่ไหมฉันไม่ได้หูฝาดไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

"พี่องอาจ!!" น้าพรพรรณเหมือนจะโกรธพ่อมากที่พ่อพูดแบบนั้น

"พ่อเป็นพ่อแกพ่ออนุญาตให้แกไปเรียนต่อได้ แกเตรียมตัวเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเข้ากรุงเทพได้เลย"

"ขอบคุณนะคะพ่อ" ฉันก้มกราบพ่อด้วยความรู้สึกขอบคุณ ฉันไม่รู้ว่าทำไมพ่อถึงกล้าขัดใจน้าพรพรรณแต่ฉันดีใจที่พ่อยอมให้ฉันไปเรียนต่อ

สองอาทิตย์ต่อมา...

สถานีขนส่งจังหวัดน่าน

"นี่เงิน พ่อมีให้เอยได้เท่านี้เก็บเอาไว้ใช้นะลูก" พ่อยื่นเงินจำนวนนึงมาให้ฉันฉันเงยหน้ามองพ่อก่อนจะยื่นมือออกไปรับแล้วยกมือไหว้พ่ออย่างขอบคุณ ถ้าฉันมีเงินฉันคงไม่รบกวนพ่อแต่นี่ฉันไม่มีถ้าพ่อไม่ให้ฉันก็คงจะมีเงินติดตัวไปกรุงเทพแค่ไม่กี่ร้อย ฉันยังคิดอยู่ว่าถ้าฉันไปถึงที่โน่นแล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหนหอพักมหาลัยก็คงจะแพงฉันคงไม่มีปัญญาจ่ายฉันคิดว่าไปหาดาบหน้าละกันอย่างมากก็นอนแถวสถานีขนส่งไปก่อนจนกว่าจะหางานทำหาห้องเช่าได้

"เงินพ่อมีไม่มากนี่พ่อก็ไปขอเบิกล่วงหน้ามาจากเถ้าแก่โรงงาน ยังไงเอยก็ใช้อย่างประหยัดนะลูก"

"เอยขอบคุณพ่อมากๆเลยนะคะที่ยอมให้เอยได้เรียนต่อ"

"พ่อรู้ตัวว่าพ่อเป็นพ่อที่แย่เป็นพ่อที่ไม่ดีไม่เคยปกป้องเอยเลย พ่อรู้ว่าเอยลำบากมาตลอดตั้งแต่แม่เสียไป พ่อผิดต่อแม่ของเอยมามากแล้ว พ่อไม่อยากผิดต่อเอยไปมากกว่านี้ พ่อขอโทษนะลูก" ฉันร้องไห้ก่อนจะเข้าไปกอดพ่อ นานแค่ไหนกันนะที่ฉันไม่ได้กอดพ่อแบบนี้ น่าจะตั้งแต่แม่เสียไปพ่อไม่เคยกอดฉันเลย ก่อนที่ฉันจะขึ้นรถฉันถามพ่อถึงสิ่งที่ยังค้างคาใจ

"ทำไมพ่อถึงยอมให้เอยเรียนต่อคะ"

"ครูของเอยไปหาพ่อที่โรงงานไปขอร้องพ่อบอกว่าให้เห็นแก่อนาคตของเอย ครูบอกกับพ่อว่าแม่ของเอยเคยไปหาคุณครูที่โรงเรียนไปขอร้องครูว่าถ้าหากว่าแม่ของเอยไม่อยู่แล้วขอให้ครูช่วยดูแลเอยเรื่องการเรียนแม่ของเอยอยากให้เอยได้เรียนสูงๆได้รับปริญญาแม้ว่าแม่จะไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จของเอยก็ตาม" ฉันถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวมันอัดอั้นตันใจมันบีบหัวใจของฉัน แม่ห่วงฉันมากจริงๆท่านรู้ว่าท่านจะไม่ได้อยู่จนถึงวันนั้นท่านก็เลยไปขอร้องคุณครู

"เอยจะไม่ทำให้แม่ผิดหวังค่ะเอยสัญญา" ฉันพูดพร้อมกับมองไปบนท้องฟ้าขณะนั่งอยู่บนรถทัวร์เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ

ตอนนี้ฉันอยู่ที่มหาลัยK ซึ่งเป็นมหาลัยชื่อดังและมีคุณภาพมากที่สุดและมีค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศ เท่าที่ฉันเคยถามคุณครูท่านบอกว่าค่าเทอมแต่ละเทอมของที่นี่ก็หลายแสนบาทอยู่แต่เจ้าของท่านก็ใจดีให้ทุนฉันเรียนฟรีจนกว่าจะจบหลักสูตร และวันนี้คือวันที่ฉันต้องมารายงานตัวแต่ฉันไม่รู้ว่าฉันต้องไปรายงานตัวที่ไหนตรงไหนตึกไหนเพราะฉันเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก ฉันเดินเข้ามาเรื่อยๆพร้อมกระเป๋าเดินทางสีซีดใบไม่เล็กไม่ใหญ่แต่ก็หนักเอาเรื่องเพราะทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ข้างในนั้นไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ฉันเดินจนเมื่อยขาปวดแขนปวดไหล่ก็เหมือนจะยังไม่ถึงไหนเพราะมหาลัยแห่งนี้มันกว้างมาก มองไปทางไหนก็เห็นแต่ตึกมากมายหลายสิบตึกซึ่งแต่ละตึกก็จะมีชื่อคณะติดอยู่ส่วนฉันเลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจ ขณะที่ฉันกำลังมองหาคนที่พอจะบอกทางฉันได้พี่รปภของมหาลัยก็ปั่นจักรยานผ่านมาพอดีฉันก็เลยรีบวิ่งเข้าไปถามว่านักศึกษาใหม่รายงานตัวที่ไหน พี่รปภบอกให้ฉันไปติดต่อที่ตึกอำนวยการซึ่งพี่เขาก็บอกทางฉันเรียบร้อยว่าต้องเลี้ยวไปทางไหนตึกสีอะไรฉันขอบคุณพี่รปภจากนั้นฉันก็รีบเดินหาตึกอำนวยการต่อจนกระทั่งเจอ ฉันยืนพักหายใจอยู่หน้าตึกด้วยอาการเหนื่อยหอบเพราะเดินมาไกลพอสมควร ซึ่งพอมองเข้าไปในตึกก็เห็นนักศึกษาเดินไปเดินมาหลายสิบคนฉันเดาเอาว่าคงจะมารายงานตัวเหมือนกับฉันแต่คงจะมีแค่ฉันคนเดียวที่เป็นนักเรียนทุน

"ขอโทษนะคือเรามารายงานตัวนักศึกษาใหม่น่ะไม่รู้ว่าต้องไปตรงไหนเหรอ" ฉันเดินเข้าไปถามนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินออกมา แต่ทำไมทุกคนถึงมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ พร้อมกับก้าวถอยหลังไปเหมือนฉันเป็นตัวน่ารังเกียจล่ะ คือทุกคนมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าบางคนก็มองด้วยสายตาเหยียดๆฉันก้มมองตัวเองที่อยู่ในชุดที่ใส่มาจากบ้านเป็นเสื้อเชิ๊ตสีขาวที่ตอนนี้ไม่ขาวแล้วเพราะผ่านการใช้งานมานานหลายปีส่วนกางเกงที่ฉันใส่ก็เป็นกางเกงผ้าขายาวสีดำส่วนรองเท้าที่ใส่เป็นรองเท้าผ้าใบสีขาวซีดไม่ต่างจากเสื้อที่ใส่ซึ่งก็ใช้มาหลายปีแล้วเหมือนกัน คือชุดนี้เป็นชุดที่สุภาพที่สุดเท่าที่ฉันมีตอนนี้ เพราะก่อนที่ฉันจะมารายงานตัวฉันอ่านกฎระเบียบของทางมหาลัยที่ส่งไปพร้อมจดหมายตอบรับ บอกว่าถ้ายังไม่มีชุดนักศึกษาก็ให้สวมชุดที่สุภาพมารายงานตัวได้ซึ่งฉันก็คิดว่าชุดที่ฉันใส่อยู่ตอนนี้ก็สุภาพที่สุดแล้วในสายตาของฉันแต่ทำไมทุกคนถึงมองฉันด้วยสายตาแบบนี้ แต่พอฉันมองไปที่เสื้อผ้าของแต่ละคนฉันก็ไม่แปลกใจแล้วเพราะเสื้อผ้าที่แต่ละคนสวมใส่มันทั้งสวยและดูดีและมันคงจะมีราคาแพงมากๆ

"นี่เธอมารายงานตัวนักศึกษาหรือมาสมัครเป็นแม่บ้านกันแน่ยะ" หนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

"เรามารายงานตัวจริงๆนี่ไงใบนัดรายงานตัวของเรา" ฉันยื่นใบรายงานตัวให้กับทุกคนดูแต่ไม่มีใครรับไปดูทุกคนมองกระดาษในมือฉันเหมือนมันคือเชื้อโรคแต่ก็ยังมีเหล่มองดูตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่บนจดหมาย

"แกๆยัยนี่มารายงานตัวนักศึกษาใหม่จริงๆเป็นนักเรียนทุนด้วยอ่ะ"

"นักเรียนทุน?? พวกไม่มีเงินพวกจนๆแต่สะเออะอยากมาเรียนมหาลัยดีๆแพงๆ"

"ว๊ายอยู่คณะบริหารด้วยแก"

"ห๊ะ งั้นพวกเราก็ต้องเรียนคณะเดียวกับยัยนี่อ่ะดิ อี๋รับไม่ได้"

"พวกจนแต่ไม่เจียมไม่มีปัญญาหาเงินจ่ายค่าเทอมแต่ก็ยังอยากที่จะมาเรียนที่นี่คงอยากยกระดับตัวเองขึ้นมาให้อยู่ระดับเดียวกับพวกเราสินะ"

ในขณะที่ฉันยืนฟังคำดูถูกจากกลุ่มคนที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกจู่ๆพวกเธอเหล่านั้นก็เลิกสนใจหาเรื่องดูถูกฉันแล้วหันไปสนใจใครอีกคนที่กำลังเดินตรงเข้ามามันทำให้ฉันต้องหันไปมองตามอย่างช่วยไม่ได้แม้จะไม่ได้ตั้งใจหันไปมองเลยก็ตาม

"อ๊ายยย นั่นธีร์ใช่มั้ยอ่ะพวกแกดูซิ"

"ใช่ ใช่ธีร์จริงๆด้วย กรี๊ดดดด"

"โอ๊ยดีใจจังที่ได้เจอ ไม่คิดว่าจะได้เจอวันนี้ สงสัยมารายงานตัวนักศึกษาใหม่เหมือนกัน"

"อย่างธีร์เค้าไม่ต้องมารายงานตัวก็ได้มั้งพวกแกอย่าลืมสิว่ามหาลัยนี้เป็นของครอบครัวธีร์เค้านะ"

"เออ นั่นสิลืมไปเลย ว่าแต่เค้ามาทำไมก็ไม่รู้นะ"

ส่วนชายหนุ่มที่กำลังถูกพูดถึงกำลังเดินหน้าตึงบอกบุญไม่รับเข้ามายังตึกอำนวยการโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเขาเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาสาวที่พากันจ้องมองเขาราวกับว่าเขาคือดารานักร้องไอดอลเกาหลี ตอนนี้อารมณ์ของเขาไม่ค่อยดีเพราะถูกบังคับให้มารายงานตัวนักศึกษาใหม่เหมือนนักศึกษาคนอื่นๆทั้งที่จริงๆแล้วเขาไม่จำเป็นต้องมาก็ได้เพราะถึงยังไงมหาลัยแห่งนี้ก็เป็นของครอบครัวเขาแต่เพราะคำสั่งของคุณย่าเจ้าของตัวจริงบังคับให้เขามาเขาก็เลยต้องมาเพราะไม่งั้นเขาจะถูกยึดรถคันโปรดที่เพิ่งได้มาไม่กี่วัน

"แม่งเอ้ยมองเหี้ยอะไรกูนักหนาวะรำคาญชิบหาย" เขาสถบในใจเพราะตั้งแต่ลงจากรถมาจนเดินขึ้นตึกมีแต่คนจ้องมองเขาตลอดเวลาบางคนมีเดินตามบางคนส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดตามหลังจนน่ารำคาญเขาถึงกับต้องหันไปมองด้วยสายตาเอาเรื่องจนนักศึกษาผู้หญิงเหล่านั้นถอยห่างออกไปเมื่อเจอสายตาดุดัน

พี่ธีร์คนดีมาแล้วค่าาาทู๊กกกโคนนนนนน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง คำมั่นเขา  หายนะเธอ
8.5
อาชีพสถาปนิกของฉันต้องจบสิ้นลงด้วยน้ำมือของคเชนทร์ คู่หมั้นที่ทรยศโดยการขโมยผลงานของฉันไปมอบให้รักแรกของเขา ไม่เพียงปล่อยให้เธอทำร้ายฉัน แต่เขายังขึ้นบัญชีดำฉันจากวงการ และในขณะที่ฉันกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา เขากลับผลักฉันล้มลงอย่างไร้ความปรานีที่โรงพยาบาลก่อนจะเดินจากไป ความช้ำใจครั้งนี้ทำให้ฉันตัดสินใจหอบลูกในท้องหนีไปต่างประเทศ เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวตนและตัดขาดจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ห้าปีผ่านไป ฉันกลับมาในฐานะคนแปลกหน้าที่แข็งแกร่ง และจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อคำสัญญาหลอกลวงของเขาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์สายฟ้าแลบ
9.3
ชีวิตคู่ของเสิ่นหยวูกับเหอซวี่ สูติแพทย์หนุ่ม พังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดีเมื่อเขาตัดสินใจทิ้งเธอไปอย่างไร้เยื่อใยในขณะที่เธอกำลังตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน ท่ามกลางความบอบช้ำและสิ้นหวัง ตู้หยวุน ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความอบอุ่นได้เข้ามาเยียวยาจิตใจและมอบความหวังครั้งใหม่ให้แก่เธอ แต่แล้วความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเบื้องหลังตัวตนที่แสนดีของเขาก็ค่อยๆ เผยออกมา พร้อมกับความลับสุดอันตรายที่ยากจะคาดเดา เสิ่นหยวูที่เคยอ่อนแอจึงต้องลุกขึ้นมาเข้มแข็งอีกครั้งเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงนี้ เธอจะตัดสินใจอย่างไรกับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความลับสุดอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง ลุ้นรักน้องรหัส
7.8
จุดเริ่มต้นความรักในรั้วมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยอุปสรรค เมื่อรุ่นพี่หนุ่มสุดฮอตเกิดตกหลุมรักน้องรหัสสาวตั้งแต่แรกพบ ทว่าเรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อฝ่ายหญิงสาวมีท่าทีหวาดกลัวและคอยหลบหน้าเขาอยู่ตลอดเวลา จนสร้างกำแพงระยะห่างขึ้นมาปิดกั้น เขาจึงต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อคิดค้นกลยุทธ์มาทลายความกลัวในใจเธอ และเปลี่ยนสถานะจากพี่รหัสให้กลายเป็นคนรู้ใจให้สำเร็จ มาร่วมลุ้นไปกับภารกิจตื๊อรักสุดกำลังของรุ่นพี่ ท่ามกลางการวิ่งหนีสุดชีวิตของน้องรหัสสาวตัวน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง พี่ชายขาอย่าหื่นกับหนูนักเลย
8.2
ยิ้มใสตัดสินใจเผยความในใจต่อธีรวัชร ชายหนุ่มผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเธอในอดีต แต่คำตอบที่ได้รับกลับสร้างบาดแผลลึกในใจจนเธอแทบสิ้นหวัง ก่อนที่เส้นทางชีวิตจะต้องแยกจากกัน เธอจึงตัดสินใจมอบพรหมจรรย์ซึ่งเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตให้แก่เขาเพื่อเป็นความทรงจำครั้งสุดท้าย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อทั้งสองต้องโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งในสถานะใหม่อย่างพี่ชายและน้องสาวร่วมสายเลือดที่ไม่อาจหลีกหนีความจริงอันแสนเจ็บปวดนี้พ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง รอยบาปหนามหัวใจ
8.6
แม่ผัวกับลูกสะใภ้ ที่หมายเอากันถึงตาย สถานการณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อพรากคนที่รักกันให้ตายจาก อุบัติเหตุเรือแตกแต่คนยังไม่ถึงคราวไม่ถึงเวลาไป พันสิตาจึงรอดโดยการได้รับความช่วยเหลือจากเขม ครองอำมาตย์ หนุ่มชาวเลที่ออกเรือไปหาปลา แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด คือ ความทรงจำของเธอหายไป ชีวิตที่ไม่มีใครเหลืออยู่อีกแล้ว เธอจึงตัดสินใจมอบชีวิตให้ชายแปลกหน้าผู้นั้นดูแล คีรีต้องอยู่กับคืนวันที่สูญเสียเมียรัก ทิ้งลูกน้อย เด็กชายขุนเขาวัยสามขวบไว้ให้ดูต่างหน้า สาวน้อยญาดาอาสาดามหัวใจด้วยการหนุนนำ และวางแผนของมารดาของเขา สุดท้ายชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป วันเวลาผ่านไปยี่สิบกว่าปี สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดก็เกิดขึ้น เมื่อลูกของสองครอบครัวมารักกัน เรื่องราวจะจบลงเช่นไร ความสุขจะบังเกิดหรือไม่ แล้วคุณหญิงแก้วกัลยาจะได้รบผลกรรมที่นางได้ก่อเอาไว้หรือไม่ มาเอาใจช่วย และลุ้นไปด้วยกันค่ะ +++++ ท้องทะเลสีเขียวมรกตรับกับแสงส่องจากดวงอาทิตย์ สะท้อนเป็นเงาสวยงามยามพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า สองสามีภรรยานั่งกอดกันอยู่ในเรือหางยาวลำใหญ่ที่ดีที่สุดในกระบี่ ณ ขณะนี้ “สวยมากๆ นะคะ” เธอเอนหลัง เงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของสามี และหันกลับไปมองดวงอาทิตย์ดวงกลมโตเหมือนไข่แดง ที่กำลังเคลื่อนตัวลงต่ำจะตกลงไปบนพื้นน้ำ “สวย... ตาลจ๋า... พี่มีความสุขมากๆ เลยจ้ะ” “ตาลก็เหมือนกันค่ะ” เขากระชับอ้อมกอดรอบตัวเมียรักไว้แน่นความสุขที่จะต้องจดจำไปตลอดชีวิตนับตั้งแต่วันนี้ “เฮ้ย... ระวัง...!!!” เปรี๊ยะ... โครม... ตูม... เสียงสิ่งของที่วิ่งมาอย่างเร็ว ชนเข้ากับเรือหางยาวของคีรีและพันสิตา ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่มากระทบมันใหญ่กว่าเรือลำ ที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้น เรือสปีดโบตลำใหญ่ชนเข้ากับท้ายเรือเหมือนจงใจ ร่างของนายท้ายคนขับเรือกระเด็นตกไปไกล เรือหางยาวนั้นแตกหักขาดครึ่งลงไปในทันที สองร่างที่กำลังก่ายกอดชมความงามของบรรยากาศยามเย็นนั้น แยกหลุดออกจากกันทันที “ตาล...” คีรีเรียกชื่อของภรรยาดังลั่น ปัง!!! และเสียงปืนก็ดังสนั่นลั่นไปทั้งทะเล
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากออกจากงานก็โดนเจ้านายเก่ารังควาน
9.4
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ซ่งเซียงอุทิศตนทำงานเป็นเลขาฯ ส่วนตัวให้เหยียนลี่หาน ทว่าเขากลับทอดทิ้งเธออย่างไร้เยื่อใยในยามที่ชีวิตเธอตกต่ำที่สุด แต่แล้วโชคชะตาก็เปลี่ยนผันเมื่อเธอได้รับมรดกมหาศาลจนกลายเป็นเศรษฐีนี มีชีวิตใหม่ที่หรูหราและรายล้อมไปด้วยหนุ่มๆ มากมาย จนกระทั่งอดีตเจ้านายผู้หยิ่งยโสได้กลับมาพบเธออีกครั้งในงานเลี้ยงและทึกทักไปเองว่าเธอยังคงอาลัยอาวรณ์ในตัวเขาอยู่ ซ่งเซียงจึงตอกกลับอย่างมั่นใจให้เขารู้ซึ้งว่าเขาไม่มีค่าสำหรับเธออีกต่อไป จากคนที่เคยถูกเหยียดหยามในวันนั้น บัดนี้เธอได้ก้าวขึ้นสู่จุดที่อยู่เหนือกว่าจนเขาไม่มีวันเอื้อมถึงอีกแล้ว