APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง พี่ชายขาอย่าหื่นกับหนูนักเลย

พี่ชายขาอย่าหื่นกับหนูนักเลย

8.2 / 10.0
ยิ้มใสตัดสินใจเผยความในใจต่อธีรวัชร ชายหนุ่มผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเธอในอดีต แต่คำตอบที่ได้รับกลับสร้างบาดแผลลึกในใจจนเธอแทบสิ้นหวัง ก่อนที่เส้นทางชีวิตจะต้องแยกจากกัน เธอจึงตัดสินใจมอบพรหมจรรย์ซึ่งเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตให้แก่เขาเพื่อเป็นความทรงจำครั้งสุดท้าย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อทั้งสองต้องโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งในสถานะใหม่อย่างพี่ชายและน้องสาวร่วมสายเลือดที่ไม่อาจหลีกหนีความจริงอันแสนเจ็บปวดนี้พ้น

พี่ชายขาอย่าหื่นกับหนูนักเลย ตอนที่ 1

“พ่อมีคนที่อยากจะแนะนำให้ลูกได้รู้จักอย่างเป็นทางการด้วยนะ” ประโยคของธีรกรผู้เป็นบิดา ทำให้ธีรวัชรต้องเงยหน้าจากจอโทรศัพท์ขึ้นมองบิดาด้วยความสงสัย

"ใครกันเหรอครับ” ธีรวัชรเอ่ยถาม ชะเง้อคอมองคนที่บิดาบอกว่าจะแนะนำให้เขาได้รู้จัก แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

“นั่นไงมาแล้ว” ประโยคนั้นของบิดาทำให้ธีรวัชรหันไปมองตาม เขาเห็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาในบ้าน ตามด้วยสาวน้อยนางหนึ่งที่ทำให้เขาถึงกับอึ้ง

“พี่ธีร์/หนูยิ้ม” ทั้งสองอุทานออกมาพร้อมกันเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง

“เราสองคนรู้จักกันด้วยเหรอ” ธีรกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“เอ่อ... คือว่าหนู” ยิ้มใสมีท่าทีอึกอัก แต่ธีรวัชรตอบออกมาเสียงดังฟังชัดว่าเขารู้จักเธอเป็นอย่างดี

“รู้จักกันครับคุณพ่อ รู้จักกันดีเสียด้วย” ประโยคนั้นของธีรวัชรทำให้ยิ้มใสหน้าแดงซ่าน

เธอไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่ ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะเจอเขาในสถานการณ์เช่นนี้

“รู้จักกันก็ดีแล้ว น้ายุกับหนูยิ้มจะมาอยู่กับเราที่นี่นะธี” คุณธีร์รกรเอ่ยขึ้น ซึ่งท่านเองก็ได้พูดกับลูกชายคนเดียวไปบ้างแล้ว เพราะมีกันอยู่แค่สองคนพ่อลูก เขาจะทำอะไรต้องบอกลูกชายก่อนเสมอ ลูกชายเองก็เหมือนกัน จะทำอะไรก็จะปรึกษาหารือเขาก่อนเสมอ

“อยู่ในฐานะอะไรเหรอครับ” ธีรวัชรเอ่ยถาม

“น้ายุเขาจะมาช่วยดูแลบ้านดูแลเรา พ่อเคยบอกธีไปแล้ว ส่วนยิ้มใสจะมาเรียนต่อที่นี่” ประโยคของบิดาทำให้ธีรวัชรเข้าใจดี

บิดานั้นเป็นหม้ายมานานเพราะมารดาของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเล็กๆ ท่านไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน

บิดาเลี้ยงเขามาด้วยตนเอง โดยไม่เคยพาเขาไปทิ้งหรือไปฝากให้ใครเลี้ยง ซึ่งพ่อแม่หลายคนมักพาลูกของตัวเองไปฝากญาติพี่น้องให้เลี้ยง ไม่ก็ฝากปู่ย่าตายายเลี้ยง ท่านให้เหตุผลว่าไม่อยากเป็นภาระให้ใคร และไม่อยากให้เขาขาดความอบอุ่น ไปฝากคนอื่นเลี้ยงไม่รู้ว่าจะเลี้ยงดีเหมือนตัวเองเลี้ยงหรือเปล่า ดังนั้นไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ท่านก็เลี้ยงเขาด้วยมือของท่านเอง

เขากับบิดานั้นสนิทกันค่อนข้างมาก ท่านเคยให้เหตุผลว่า ที่ไม่หามารดาใหม่ให้เขาเพราะกลัวว่าผู้หญิงคนใหม่ที่เข้ามาในครอบครัว จะเข้ากับเขาไม่ได้ จะไม่รักเขาจริง หรือทำไม่ดีกับเขาลับหลัง เหมือนหลายครอบครัวที่มักมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

แต่เมื่อหลายเดือนก่อน จู่ ๆ ท่านก็พูดกับเขาตรงๆ ว่าเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นคนดีมากๆ นิสัยเหมือนกับมารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว ท่านจึงอยากมีใครสักคนเคียงข้างอีกครั้ง ในวัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานหลายปีแล้ว เขาเองก็ไม่ได้รังเกียจเดียดฉันอันใด คิดว่าบิดาเองก็ควรมีคนดูแลตั้งนานแล้ว

ธีรวัชรจำได้ว่าตอนเด็กๆ เขายังเคยเป็นพ่อสื่อจีบคุณครูอนุบาลให้บิดาเสียด้วยซ้ำ แต่ท่านเองต่างหากที่ไม่เอา แถมยังไม่สนใจอีกด้วย

ในครั้งนี้ท่านพูดกับเขาแบบตรงไปตรงมาว่า ผู้หญิงที่จะรับมาอยู่ด้วยเป็นคนดีและดีมากๆ ท่านยืนยันขนาดนั้นเขาหรือจะกล้าขัดความสุขบั้นปลายชีวิตของท่าน เขาเองก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เรียนจบแล้ว พร้อมที่จะทำงานทำการ เลี้ยงดูตัวเองอย่างเต็มกำลังความสามารถ เขาก็อยากให้บิดาของตัวเองได้รับการดูแลที่ดีด้วยไม่ต่างกัน หากเขาไม่ว่างหรือติดงานต้องเดินทางไปไหนมาไหน

บิดานั้นชอบผู้หญิงพูดเพราะ กิริยามารยาทเรียบร้อยอ่อนหวาน เอาอกเอาใจเก่งและเป็นแม่บ้านแม่เรือน ต้องสะอาดสะอ้านพูดคุยกันแล้วรู้สึกสบายใจไม่ใช่ผู้หญิงเก่งกล้าสามารถทำงานเก่งอะไรหรอก ท่านเป็นคนทำงานเก่งอยู่แล้ว จึงไม่ได้ต้องการผู้หญิงทำงานเก่งมาเคียงข้างมากไปกว่าผู้หญิงที่คุยกับท่านได้ทุกเรื่อง เข้าอกเข้าใจกัน ยินดีรับฟังทุกเรื่องไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ท่านชอบผู้หญิงใจเย็น คอยดูแลท่านในยามเหนื่อยล้าจากงาน

เหตุผลอีกข้อของท่านก็ทำให้เขาเข้าใจมากขึ้นไปอีก เขาเรียนจบแล้ว โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนมารดาเลี้ยงรังแกเหมือนครอบครัวอื่น เหตุผลอะไรก็ช่าง แต่ความรักที่ท่านมีให้เขา ทำให้ธีรวัชรไม่ขัดที่ท่านจะสมรสใหม่ มีผู้หญิงที่ดีมาอยู่เคียงข้างในบั้นปลายชีวิตที่เขาเองก็ต้องทำงาน ต้องมีครอบครัว หรือแยกบ้านออกไปอยู่ด้วยตัวเอง สร้างเนื้อสร้างตัว สร้างทรัพย์สินของตัวเองบ้าง

เขาเองไม่ได้เห็นแก่ตัว ไม่อยากให้บิดาต้องเหงาอยู่เพียงลำพังเมื่อตอนอายุมากแล้ว

บิดาพูดกับเขาเรื่องยุวดีนานแล้ว จนเขาลืมไปเพราะมีเรื่องอะไรให้ต้องทำมากมาย พอย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกัน ท่านก็เอ่ยเรื่องนี้กับเขาใหม่

ธีรวัชรเองก็ยอมรับว่าเขาตื่นเต้นพอสมควรที่จะได้พบเจอกับแม่ใหม่ ที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ได้ยินแต่บิดาเล่าให้ฟังเท่านั้นว่าเป็นคนดีอย่างโน้น เป็นคนดีอย่างนี้

“ก็ดีสิครับ คุณพ่อจะได้มีคนดูแล” ธีรวัชรมองเด็กสาวปากแดงแก้มใสที่เข้ามาสารภาพรักกับเขา พร้อมทั้งยอมมอบกายมอบใจให้เขา ก่อนจากลาเธอยังทิ้งจดหมายเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

ข้อความในจดหมายบอกว่าเธอจะย้ายไปเรียนต่อที่อื่น คงไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว จึงอยากมอบพรหมจรรย์ให้เขาก่อนจากไป

ธีรวัชรตื่นขึ้นมาหลังจากที่หมดเรี่ยวแรงเพราะร่วมรักกับเด็กสาวไม่ประสาจนเกือบรุ่งสาง ด้วยฤทธิ์ของยาปลุกเซ็กซ์ที่เธอใจกล้าใส่ให้เขาดื่ม ตอนมาหาเขาที่ห้อง

ในตอนนั้นเขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนโดนฟันแล้วทิ้ง!!!

เขากับเธอรู้จักกันเพียงไม่นาน เขาได้เคยช่วยเหลือเธอเอาไว้ในวันหนึ่งตอนที่เธอถูกวิ่งราวกระเป๋า เธอทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนที่ร้านกาแฟของเพื่อนสนิทของเขา

หลังจากที่เขาได้เสียกับเธอในค่ำคืนนั้น รุ่งเช้าของอีกวันเขาก็ออกไปตามหาเธอที่ทำงานของเธอ แต่เธอกลับลาออกไปแล้ว โดยทศพลเจ้าของร้านกาแฟซึ่งเป็นเพื่อนสนิทได้บอกเขาว่า…

“หนูยิ้มลาออกไปแล้ว จะย้ายตามแม่ไปอยู่กับพ่อเลี้ยง เห็นว่าจะไปเรียนต่อด้วย”

“เหรอวะ”

“อืม... นายมีอะไรกับหนูยิ้มหรือเปล่า” ทศพลเอ่ยถามเพื่อน

“นายพอจะรู้ไหมว่าหนูยิ้มย้ายไปอยู่ที่ไหน”

“อันนี้ฉันไม่ได้ถามเลยว่ะเพื่อน เพราะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว หนูยิ้มไม่ได้บอกฉันก็เลยไม่อยากถามเซ้าซี้ คิดว่าถ้าหนูยิ้มอยากจะบอกก็คงบอกออกมาแล้ว”

“ไม่เป็นไร ขอบใจมากนะ”

“นายก็โทร. หาเขาสิ”

“โทร. ไม่ติดเลย”

ก่อนมาเขาก็ได้โทรศัพท์ไปหายิ้มใสแล้ว แต่มีแค่เสียงตอบกลับอัตโนมัติว่าบริการฝากหมายเลขโทร. กลับ

ในตอนนั้นธีรวัชรเดินคอตกออกมาจากร้านกาแฟของเพื่อน เขารู้สึกสิ้นหวังเป็นอันมากที่เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่คิดว่าหากมีวาสนาต่อกัน คงได้เจอกันอีกครั้ง

ก่อนที่ธีรวัชรจะคิดถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับยิ้มใส

ย้อนไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน...

“ว้าย! ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ” ยิ้มใสร้องอย่างตกใจเมื่อมีวัยรุ่นติดยาท่าทางน่ากลัวตรงเข้ามาหาเธอ มันพยายามกระชากกระเป๋าถือของเธอ แต่เธอไม่ยอม มันเลยยกมีดขึ้นมาทำท่าจะจ้วงแทง ทำให้เธอรีบปล่อยกระเป๋ายอมให้มันเอาไปโดยง่าย เพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ แม้จะเสียดายเงินจำนวนนั้นจับใจ

“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย” ยิ้มใสร้องเรียกให้คนช่วยเมื่อเห็นว่ามันไม่ได้ต้องการแค่กระเป๋า แต่ยังจ้องเธอตาเป็นมันอีก

เงินในกระเป๋าจำนวนนั้นเป็นเงินที่มารดาขายของได้แล้วให้เธอนำไปฝากธนาคารเอาไว้ เพื่อเป็นทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายในบ้าน

มันทำท่าจะเข้ามาทำร้ายเธอ แต่กลับโดนใครคนหนึ่งดึงคอเสื้อเอาไว้ ร่างแข็งแรงของผู้หวังดีจัดการมันจนกระเด็น ก่อนจะปลดกระเป๋าของเธอออกมาจากมือของมัน

อ่านต่อ

สารบัญ พี่ชายขาอย่าหื่นกับหนูนักเลย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง กาศเวลาที่สวยงาม
7.3
ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความสับสน ภรรยาของซิงต้องเผชิญวิกฤตเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนเธอกำลังให้ท่าจือ ผู้มีศักดิ์เป็นอาของสามี แม้เธอจะพยายามอธิบายว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความตั้งใจและไม่มีเจตนายั่วยวนเขาเลยแม้แต่น้อย ทว่าคำแก้ตัวกลับไร้ผล จือมองเธอด้วยแววตาเกลียดชังและตัดสินทันทีว่าเธอเป็นสตรีไร้ยางอายที่กล้าสวมเขาให้หลานชายของตน ด้วยความโกรธจัด จือข่มขู่ว่าจะเรียกซิงมาเป็นพยานเห็นความอัปยศนี้ เพื่อเปิดโปงสะใภ้จอมปลอมให้ทุกคนได้รับรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง ทางรักแบบภัยพิบัติ
9.6
ตลอดระยะเวลาสามปีของการใช้ชีวิตคู่ในฐานะสามีภรรยา ภาพลวงตาแห่งความสุขและความรักอันบริสุทธิ์ได้ปกปิดความจริงอันมืดมิดเอาไว้อย่างแนบเนียน การแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่โชคชะตาหรือความรักที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ทว่ามันคือหมากตัวสำคัญในกระดานที่ถูกเขาวางแผนและจัดฉากเอาไว้อย่างรัดกุม ทุกอากัปกิริยาและทุกเหตุการณ์นับตั้งแต่วันที่ทั้งสองก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์ล้วนตกอยู่ภายใต้การควบคุมบงการของเขาทั้งสิ้น เบื้องหลังความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะสวยงามและไร้ที่ติกลับซุกซ่อนเจตนาบางอย่างที่รอคอยเวลาปะทุ เมื่อถึงเวลาที่ความลับซึ่งถูกฝังลึกมาตลอดสามปีเต็มต้องถูกเปิดเผย เส้นทางความรักที่เคยเชื่อมั่นจะแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นพายุและภัยพิบัติครั้งใหญ่ซึ่งไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้เลยว่าจุดจบของเรื่องราวนี้จะลงเอยเช่นไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอให้คุณรักใคร่
7.1
เขาใช้ความเย็นชาและวาจาเชือดเฉือนเป็นเครื่องมือลงทัณฑ์ความผิดพลาดในอดีตของเธอ ไม่ว่าสถานการณ์จะวิกฤตถึงขั้นความเป็นความตาย เขาก็ยังคงเพิกเฉยอย่างเลือดเย็น พร้อมประกาศว่าความวุ่นวายทั้งหลายไม่ใช่ธุระที่ตนต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ความเกลียดชังฝังรากลึกเพราะเขามองเธอเป็นเพียงฆาตกรที่มีตราบาปติดตัวตลอดไป ความผิดที่ไม่อาจลบล้างทำให้ความสัมพันธ์จมดิ่งสู่ห้วงแห่งความแค้น เมื่อหัวใจของเขาปิดตายและไร้ซึ่งความเมตตา ความขัดแย้งอันแสนเจ็บปวดนี้จึงกลายเป็นบ่วงกรรมที่ยากจะหาทางออก
ภาพปกนิยายเรื่อง ปราบรักซาตาน
9.7
การใช้ชีวิตคู่ที่ปราศจากความรักช่างแสนทรมาน ตลอดห้าปีที่ชาคริยาทุ่มเททำหน้าที่ภรรยา ไม่เคยทำให้รวิชญ์รู้สึกใจอ่อนหรือหันมามองเธอด้วยความเสน่หา เขายังคงรักษาความหมางเมินราวกับคนแปลกหน้า ทว่าความเจ็บช้ำทางใจยังไม่ทันเลือนหาย โชคชะตากลับมอบบททดสอบที่โหดร้ายเมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ในเมื่อเวลาแห่งลมหายใจเหลือน้อยเต็มที ชาคริยาจึงทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนสามีผู้แสนเย็นชา เธอไม่ขอความรักอีกต่อไป แต่ขอเพียงแค่สิบเดือนสุดท้ายของชีวิตให้เขาอยู่เคียงข้าง สร้างความทรงจำร่วมกันก่อนที่เธอจะจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาของศัตรู
7.6
ซูเจี๋ยนวาดฝันถึงการก้าวเข้าสู่ดินแดนสุขาวดีอันแสนงดงามและสงบสุขหลังความตาย แต่เมื่อสติสัมปชัญญะฟื้นคืนมา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำลายความคาดหวังนั้นลงอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเป็นสรวงสวรรค์ตามอุดมคติ เขากลับพบว่าตนเองอยู่ท่ามกลางความขาวโพลนที่จืดชืดและว่างเปล่าจนน่าใจหาย ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำในใจ เพราะสภาพแวดล้อมที่อ้างว้างนี้ดูห่างไกลจากคำว่าสวรรค์ ทว่ากลับคล้ายคลึงกับสภาพของโรงพยาบาลอย่างน่าประหลาด ความเป็นจริงที่ผิดเพี้ยนไปจากจินตนาการทำให้เขาตกอยู่ในความสับสนอย่างหนัก
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันก็เคยเชื่อในความรัก
7.4
ความศรัทธาในรักของชะเอมต้องพังทลายลงอย่างย่อยยับ เมื่อธาวิน ชายที่เธอทุ่มเทมอบความปรารถนาดีให้ด้วยความจริงใจ กลับซุกซ่อนแผนร้ายที่เตรียมการมาอย่างแยบยลเอาไว้ แทนที่เขาจะตอบแทนหัวใจบริสุทธิ์ด้วยความซื่อสัตย์ เขากลับเลือกใช้กลลวงสารพัดรูปแบบเพื่อบ่อนทำลายชีวิตเธออย่างเลือดเย็น ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาจงใจสร้าง ชายที่เธอเคยไว้วางใจที่สุดคือผู้ที่ฉุดรั้งเธอให้ร่วงหล่นสู่ขุมนรกแห่งความทรมานอย่างไร้ความปรานี จนไม่เหลือเศษเสี้ยวของความเชื่อมั่นใดๆ
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์