APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง พี่หมอเจ้าขาอย่าทำข้าหวั่นไหว

พี่หมอเจ้าขาอย่าทำข้าหวั่นไหว

โชคชะตาเล่นตลกพัดพา ‘แม่หญิงช่อฟ้า’ สาวงามจากยุคอโยธยาข้ามมิติเวลามาโผล่กลางกรุงเทพฯ ยุคปัจจุบัน ท่ามกลางความสับสนและโลกใบใหม่ที่ไม่คุ้นเคย เธอได้รับความช่วยเหลือจากหมอหนุ่มแสนอบอุ่นที่คอยดูแลและเป็นผู้นำทางชีวิต ความใกล้ชิดท่ามกลางความแตกต่างค่อยๆ แปรเปลี่ยนความกลัวในใจให้กลายเป็นความรักอันลึกซึ้ง ทว่าเส้นทางรักกลับไม่ง่ายเมื่อต้องเผชิญอุปสรรคเรื่องช่องว่างของกาลเวลา ขณะเดียวกันเธอกลับพบความจริงว่าตนเองคือ ‘ฟ้ารดา มหานคร’ ทายาทผู้สืบทอดร้านทองมหาเศรษฐี บทพิสูจน์ครั้งใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นว่าเธอจะสามารถเลือกเดินตามเส้นทางที่สวรรค์ลิขิตเพื่อเคียงคู่กับเขาตลอดไปตลอดกาลได้หรือไม่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“น้องฟ้าครับ น้องฟ้า น้องฟ้าครับ”

เสียงร่ำเรียกแววดังกังวานเข้ามาในโสตประสาท มือนุ่มนิ่มที่กำลังกรองมาลัยให้ชะงัก แม่หญิงนิ่งฟังให้แน่ใจอีกสักครา ด้วยเธอนั้นหนามิใคร่จักแน่ใจ ยิ่งฟังก็ให้ยิ่งนึกสงสัยว่าเสียงคนผู้นั้นกำลังเรียกหาตนฤๅไม่

“น้องฟ้าครับ น้องฟ้า”

ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งมั่นใจ ‘มิผิดเป็นแน่’ ใครกันมาเรียกหาเธอในยามวิกาลเยี่ยงนี้ แถมในน้ำเสียงนั้นราวกับเป็นเสียงที่แม่หญิงคนงามเคยได้ยินได้ฟังมาหลายครั้งหลายครา ยิ่งได้ยิน ยิ่งรู้สึกคุ้นหูนัก แต่ให้ใคร่ครวญเท่าไรก็นึกไม่ออก ใจดวงน้อยรู้สึกหวิวไหวอย่างประหลาด เพราะแค่ได้ยินเสียงนั้น แม่หญิงก็มิอาจจักนั่งกรองมาลัยอยู่บนเรือนได้อีกต่อไป

นิ้วยาวเรียวดั่งลำเทียนค่อย ๆ ผละจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้า ร่างสะโอดสะองขยับลงจากแคร่ไม้อย่างมิรอช้า พร้อมสอดส่ายสายตาชะเง้อแลหาไปยังลานกว้างด้านหน้าเรือน มองแล้วมองเล่า แต่ก็หาได้มีผู้มาเยือนไม่

นางผู้มีเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้น ก้าวเดินไปยังกระไดเรือนอีกครา เพื่อแลหาให้แน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินนั้นหนาเป็นเสียงของผู้ใด

“น้องฟ้าครับ น้องฟ้า”

ณ ตรงบันไดนั้นเสียงแว่วดังชัดเจนขึ้นอีกครา ยิ่งนำพาให้ใจแม่หญิงกระตุกไหว เพลานั้นเท้าน้อย ๆ ค่อย ๆ เยื้องย่างลงกระได เธอก้าวไปราวโดนสะกดด้วยมนตรา หากมิได้ไปตามเสียงเพรียกหา แม่หญิงคงให้ร้อนในอกร้อนในใจ

แสงจันทร์นวลเฉิดฉายส่องหล้า กระทบดวงหน้างามผุดผาดดั่งจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ดวงตากลมโตดำขลับนั้นเล่ามีแววตาสุกใสดังดวงตากวาง สองตาเฝ้าสอดส่ายแลหาที่มาของเสียง เท้าก็ทำหน้าที่เพียงก้าวย่างไปเบื้องหน้าโดยหาได้เกรงกลัวสิ่งใดในยามราตรีไม่ ยิ่งย่างก้าวก็ยิ่งได้ยินเสียงที่ว่านั้น แลมันค่อย ๆ จักแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งมารู้ตัวอีกคราก็เมื่ออยู่ในป่าที่มิเคยคุ้น ป่าไม้ที่สวยราวสรวงสวรรค์แห่งนี้คือที่ใด ไยดูแปลกตานัก

‘นี่มันที่ใดกัน ไยข้าจึงมิคุ้นตาเลย’

ที่แห่งนี้หาได้เหมือนบริเวณรอบเรือนของตนไม่ ในใจแม่หญิงก่อเกิดคำถาม ด้วยไม่เคยรู้มาก่อนว่าแถวนี้จักมีป่าที่งดงามเยี่ยงนี้ ป่าไม้งามยามต้องกับแสงจันทรา ยิ่งงามเกินพรรณนาได้เมื่อแหงนหน้ามองท้องฟ้าไซร้ พระจันทร์เต็มดวงแลดวงดาวพราวระยับจับใจ สองเท้ายังก้าวเดินไปในป่าพงไพร แลเพียงก้าวถัดมาพาดวงใจไหว เพราะเหล่าผีเสื้อที่เกาะอยู่ตามดอกไม้ใบหญ้าต่างพากันค่อย ๆ ถลากระพือปีกออกโบยบิน

แสงระยิบระยับจากปีกน้อย ๆ ของเหล่าผีเสื้อนั้นเล่า สร้างความอัศจรรย์ใจให้แม่หญิงคนงามเหลือเกิน มิเคยเลย เกิดมามิเคยเห็นผีเสื้อตัวใดมีปีกที่เรืองแสงได้เช่นนี้มาก่อน

“น้องฟ้าครับ น้องฟ้า”

เสียงนั่น...

เสียงคนผู้นั้นยังพร่ำเรียก แลยิ่งดังแว่วมาใกล้หูเต็มที แม่หญิงช่อฟ้าเหลียวซ้ายแลขวา แต่ก็หาได้เจอสิ่งใดไม่ กระทั่งมีลำแสงเจิดจ้าเปล่งประกาย ก่อนจะเลือนหายแล้วปรากฎร่างของชายแปลกหน้าแต่เหมือนว่าจักคุ้นตา เขามายืนยิ้มรอท่า ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นมือมาตรงหน้าพาใจดวงน้อยเต้นระส่ำ

“น้องฟ้าครับ พี่อยู่นี่”

แม่หญิงช่อฟ้าให้อึ้งงัน มองใบหน้าชายผู้นั้นราวกับต้องมนต์เสน่หา เพียงพิศมองให้รู้สึกคุ้นเคยแต่นานมา ราวกับเคยเห็นเขาที่ไหนสักครามาก่อนหน้านี้เนิ่นนาน

ใบหน้าเรียวยาวรับกับขนคิ้วเข้มแลดกหนา แต่ดวงตาเขานั้นเล่ากลับเป็นสีสนิม จมูกรึก็โด่งเป็นสันรับกับปากกระจับได้รูปสวยน่าเชยชิม การแต่งกายของเขาก็ช่างดูแปลกตา มิได้เหมือนชายใดในอโยธยาแต่คลับคล้ายคลับคราอย่างกับพวกฟะรังคี

เพลานั้นภายในใจแม่หญิงรู้สึกราวกับว่า การรอคอยอันนานแสนนานนั้นหนาได้สิ้นสุดลง มือน้อยยื่นไปเบื้องหน้าอย่างเผลอไผล ก่อนจักวางลงไปบนมือหนาอย่างไม่รีรอ

“พี่มารับน้องฟ้าแล้วค่ะ”

สิ้นคำนั้นชายรูปร่างสูงโปร่งก็กุมมือน้อยจนแน่นกระชับ ก่อนจะจับจูงเธอก้าวเดินไปเบื้องหน้า แม่หญิงช่อฟ้าได้แต่ทอดสายตาแลเสี้ยวใบหน้า ความคมเข้มบาดตาช่างพาใจสั่นระรัว

‘รูปงามนักพ่อคุณเอ๋ย งามเหลือเกิน งามกว่าชายใดใน

อโยธยา’

หลังจากเดินก้าวตามเขาไปก็ให้นึกใจหาย เพราะเมื่อเหลียวไปเบื้องหลังกลับกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า เงาในดวงตากลมโตกลับรางเลือน มิอาจสะท้อนเงาของเรือนที่จากมาได้อีกแล้ว

ภายในใจแม่หญิงกระตุกวูบ ก่อนจะค่อย ๆ สะบัดมือออกจากมือหนานั้นอย่างแรง เธอหันกลับไปหวังจักวิ่งกลับเรือน แต่เมื่อก้าววิ่งไปข้างหน้ากลับพบเพียงทางเดินสีขาวแปลกตา หาใช่ป่าดงพงไพรไม่

‘นี่มันกระไรกัน’

เพลานี้แม่หญิงรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังอยู่ในอุโมงค์สีขาว แลมีประตูห้องหับตามทางเดินหลายบาน แถมที่นี่ยังมีแสงสว่างจ้าจนแสบตาไปหมด ความรู้สึกหนาวเหน็บเข้ามาเกาะกุมหัวใจมือบางพาลสั่นไหวแลเย็นเฉียบ แม่หญิงพยายามแลไปโดยรอบ ก็เห็นว่าเธออยู่เพียงลำพัง มิเห็นหน้าเขาผู้นั้นเสียแล้ว...

กระทั่งผ่านไปไม่นาน เธอกลับได้ยินเสียงคนพูดคุยกันดังใกล้เข้ามา คาดว่าพวกเขากำลังจักเดินผ่านมาทางนี้ แม่หญิงหันไปมองตามทางเดินยาวนั้นอีกที คล้ายรอให้มีใครสักคนมาช่วยเหลือให้คลายทุกข์ภัย แต่สิ่งที่เห็นนั้นยิ่งทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้าง กลุ่มคนใส่ชุดสีเขียวแปลกตาสามสี่คน พวกเขาสวมทั้งหมวกคลุมผม อีกทั้งยังมีผ้าคลุมปิดจมูกแลปาก

‘ช่างดูประหลาดนัก’

เสื้อตัวหลวมโคร่ง กับกางเกงสีเดียวกันนั่นหนา ยิ่งพิศมองยิ่งแปลกตาหาได้เคยเห็นมาก่อนไม่

‘แม้แต่แม่หญิงก็นุ่งกางเกงรึ คนพวกนี้เป็นใครกันเล่า’

แม่หญิงจับตามองพวกเขาเหล่านั้นสนทนาพาที กระทั่งมีบุรุษรูปร่างสูงโปร่งในชุดแบบเดียวกันเดินมาสมทบ

“คุณหมอคะ คนไข้พร้อมแล้วค่ะ”

“ครับ”

เพราะเขาไม่ได้ใส่หน้ากากดังเช่นคนอื่น ๆ ดังนั้นแม่หญิงช่อฟ้าจึงเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเขาเด่นหราชัดกว่าผู้ใด เธอได้แต่อ้าปากค้าง เมื่อเห็นว่าเขาคือ ‘ชายผู้นั้น’

ชายผู้ที่หลอกล่อเธอมาถึงที่นี่ เขาและกลุ่มคนเหล่านั้น เดินผ่านหน้าเธอไปไม่แม้แต่จะชายตามอง ทำราวกับว่าไม่เห็นเธอยืนอยู่ตรงนี้ แม้เธอพยายามจะเรียกขาน แต่เขากลับเดินผ่านโดนมิไยดี

“เดี๋ยว รอสักประเดี๋ยวเจ้าค่ะ รอก่อน ท่านโปรดพาข้ากลับเรือนก่อน ไยพาข้ามาทิ้งขว้างไว้เยี่ยงนี้กันเล่า ได้ยินข้าฤๅไม่ รอข้าก่อน”

แม้พยายามตะโกนเรียกเขาสักเท่าใด แต่พวกเขาก็ไม่มีใครได้ยินเธอแม้สักคน ทำราวไม่เห็นเธอได้อย่างไรกันเล่า เธอไม่ย่อท้อยังก้าวเดินตามไป พร้อมเรียกเขาไม่ได้หยุด

“ไยมิพาข้ากลับเรือน ข้าอยากกลับเรือนแล้วเจ้าค่ะ ใจไม้ไส้ระกำนักมาทิ้งข้าไว้เยี่ยงนี้ได้อย่างไร?”

แม่หญิงรีบสาวเท้าวิ่งตามชายผู้นั้นไป แต่ยิ่งวิ่งเท่าใดเขาก็กลับยิ่งเดินห่างไปไกล ทุกที ทุกที

เวลานี้เธอรู้สึกอ้างวางเดียวดาย ภายในใจมาดหมายเพียงอยากจักกลับเรือน แต่มิรู้ว่าจักกลับไปได้เยี่ยงไร แลมิเข้าใจว่าไยเขาถึงพาเธอมาทิ้งขว้างไว้ในที่แห่งนี้ แม่หญิงช่อฟ้าน้ำตาเอ่อคลอ ก่อนจะทิ้งกายลงนั่งกอดเข่าด้วยความเดียวดาย ใจมิวายรู้สึกหวาดกลัวเหลือเกิน

เธอนั่งซุกหน้าลงกับเข่า กระทั่งรู้สึกถึงไออุ่นที่กำลังกระทบอยู่บนศีรษะ ใช่... มีใครบางคนกำลังลูบศีรษะของเธออยู่ เวลานี้เธอได้รับรู้ว่ามิได้อยู่เพียงลำพัง แม่หญิงจึงแหงนเงยหน้ามองเจ้าของมือที่แสนอบอุ่นนั้น ก่อนจะชะงักงันไปอีกครา...

“พี่อยู่นี่แล้วค่ะน้องฟ้า ไม่ต้องกลัวนะคะ”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มแลอบอุ่น บวกกับแววตาเอื้ออาทรนั้นทำให้แม่หญิงพลันอุ่นวาบไปทั้งใจ

“ท่าน”

“เรียกพี่ว่าพี่หมอก็ได้ค่ะ”

“พี่หมอ พี่หมอรึ”

“ครับ เรียกพี่ว่าพี่หมอ”

“พี่หมอเจ้าขา โปรดพาข้ากลับเรือนด้วยเถิด อยู่ที่นี่ข้ารู้สึกหวาดกลัวนัก”

แม้รู้สึกว่าชื่อเขาประหลาดนัก แต่ก็ยังเอ่ยเรียกอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ ด้วยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะช่วยพาเธอกลับเรือน

“อยู่กับพี่น้องฟ้าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น น้องฟ้าโปรดอยู่ที่นี่กับพี่เถอะนะครับ ได้โปรดมาเป็นขวัญ เป็นกำลังใจให้พี่ รู้ไหม เป็นหมอมันเหนื่อย บางครั้งพี่ก็เหงา ถ้าเรามาอยู่ด้วยกันพี่คงดีใจ คงไม่เหงาและคงหายเหนื่อยหากได้เห็นหน้าน้องฟ้าทุกวัน”

เขาเอ่ยบอกพร้อมยิ้มดวงตาเป็นประกาย ใบหน้านั้น รอยยิ้มนั้น ราวกับจักหลอกล่อให้แม่หญิงหลงใหล ยิ่งเมื่อเขาสวมกอดเธอไว้แนบกาย นั่นยิ่งทำให้เธอแทบลืมหายใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ภายในใจยิ่งกระหน่ำเต้นโครมครามอย่างห้ามไม่ได้

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก...

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบลูกน้อยที่หิวโซทั้งห้าในกระท่อมผุพัง ฟางเส้นสุดท้ายขาดลงเมื่อญาติสามีคิดจะนำลูกสาวของเธอไปขาย เธอจึงลุกขึ้นสู้และประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องสายเลือด โชคดีที่มีระบบร้านค้าลับช่วยให้เธอสั่งซื้ออาหารได้ไม่จำกัด หญิงสาวแอบสร้างความมั่งคั่งและสะสมเสบียงอย่างเงียบเชียบ เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ บรรดาญาติใจดำต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างหิวโหย ทว่าครอบครัวของเธอกลับได้กินข้าวและเนื้ออย่างอิ่มหนำ การพลิกชะตาชีวิตและเอาคืนผู้ที่เคยกดขี่จึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง หนีอดตายแต่ได้ระบบสุดเทพ!
7.5
ชายหนุ่มผู้หนึ่งต้องเผชิญกับความโหดร้ายของความหิวโหยจนแทบสิ้นใจ ในวินาทีที่ลมหายใจรวยริน ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดเมื่อเขาปลุกระบบสุดยอดระดับเทพที่มอบพลังมหาศาลได้สำเร็จ จากคนที่อ่อนแอที่สุดกลับกลายเป็นผู้ถือครองความสามารถที่เหนือล้ำ ทว่าหนทางรอดพ้นย่อมเต็มไปด้วยขวากหนาม เขาต้องควบคุมพลังวิเศษนี้เพื่อต่อกรกับศัตรูที่คอยจ้องทำร้าย ท่ามกลางสมรภูมิที่ดุเดือด เขาจะใช้ระบบสุดเทพพลิกชะตาจากผู้ที่เคยหนีตายเพราะความอดอยาก ให้กลายเป็นผู้ที่ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งเหนือผู้ใด
ภาพปกนิยายเรื่อง ศึกรักแสงสว่าง
9.5
จุดเริ่มต้นจากความเมตตาที่หนิงซีมีต่อเด็กชายแปลกหน้า พลิกผันชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อสิ่งตอบแทนคือความรักจากคุณพ่อสุดหล่ออย่างลู่ถิงเซียว หลังแต่งงานเขาดูแลเอาใจใส่เธออย่างท่วมท้นจนลูกชายตัวน้อยแทบกลายเป็นอากาศธาตุ ไม่ว่าใครจะคัดค้านเขาก็ไม่เคยใส่ใจและยังคงตามใจภรรยาขั้นสุดยอด แม้เธอต้องการจะยึดครองหรือขายบริษัททิ้ง เขาก็ยินดีประเคนให้โดยไม่เสียดาย ท่ามกลางความวุ่นวายใดๆ ที่ถาโถมเข้ามา หนิงซียังคงเป็นจุดศูนย์กลางและเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดสำหรับเขาเสมอ เพราะความสุขของเธอคือทุกสิ่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายานอกนาม
9.7
เยี่ยหลี คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อถูกน้องสาวต่างมารดาทรยศจนถูกถอนหมั้นจากอ๋องรูปงาม แม้ปรารถนาเพียงความสงบ แต่กลับมีราชโองการให้เข้าพิธีวิวาห์ในสามวันกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้ถูกร่ำลือว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนสตรีสองคนก่อนหน้าจบชีวิตอย่างปริศนา ทว่าเมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง เธอกลับพบว่าบุรุษผู้นี้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญาเฉียบแหลม แตกต่างจากคำครหาอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังภาพลักษณ์อันอ่อนแอและไร้ค่าของเขา กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องอย่านะ
8.9
ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและชิงชังสตรีเปลี่ยนไปราวคนละคนเมื่อสมรสกับคุณหนูหกจวนแม่ทัพ แม้ผู้อื่นจะเห็นความเจ้าเล่ห์ของพระชายา แต่ในสายตาสวามีนางคือสตรีบอบบางเสมอ แม้นางจะคว้าไม้ตีรัชทายาทหรือด่าทอคนจนกระอักเลือด พระองค์ก็ยังห่วงว่าภรรยาจะถูกรังแก แท้จริงแล้วเบื้องหลังความไร้เดียงสานั้น นางคืออัจฉริยะทางการแพทย์และกุนซือผู้สยบกองทัพนับแสนได้ในพริบตา ความหลงใหลหน้ามืดตามัวของท่านอ๋องทำเอาเหล่าทหารสับสนหนัก พวกเขาต่างตั้งคำถามว่าสตรีผู้อ่อนแอที่เจ้านายพร่ำเพ้อถึงนั้นเคยมีอยู่จริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง หงส์พันปี
8.4
ชีวิตขององค์หญิงเฉินเสียนพังทลายเมื่อถูกใส่ความว่าโง่เขลา นางถูกขับออกจากจวนด้วยใบหน้าที่ยับเยินทั้งที่กำลังอุ้มท้อง ทว่าความเจ็บปวดได้หล่อหลอมนางขึ้นใหม่ ในวันที่อดีตสวามีเฉลิมฉลองงานมงคลสมรสกับอนุภรรยา นางหวนกลับมาปรากฏตัวท่ามกลางแขกเหรื่อเพื่อมอบบทเรียนครั้งใหญ่ หญิงที่เคยถูกมองว่าอ่อนแอไร้ทางสู้ ได้ลงมือจัดการผู้ที่มาทีหลังด้วยความเฉียบขาดและรุนแรงจนทุกคนตกตะลึง การทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้คือการประกาศสงครามที่จะสั่นสะเทือนทุกขั้วอำนาจที่เคยทำลายชีวิตนาง