APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง กุ้ยเฟยที่ถูกลืม

กุ้ยเฟยที่ถูกลืม

9.0 / 10.0
เจี่ยลี่อิง เชฟสาวผู้ล่วงลับจากการทำงานหนักในยุคปัจจุบัน ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเจี่ยลี่ฟาง กุ้ยเฟยผู้ถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวอยู่ในตำหนักเย็น ทว่าด้วยอำนาจและบารมีของบิดาที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ ทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายโดยไม่ต้องง้อใคร ลี่อิงตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าจะขออยู่ห่างจากฮ่องเต้ และหันมาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการทำอาหารที่เธอรัก แทนที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตา เธอเริ่มรังสรรค์เมนูแปลกใหม่ที่ผู้คนในยุคโบราณไม่เคยพบเจอมาก่อนอย่างหม้อชาบู สร้างความตื่นตาตื่นใจและดึงดูดเหล่าข้ารับใช้ให้เข้ามาร่วมสัมผัสรสชาติอันยอดเยี่ยมในดินแดนแห่งความอร่อยที่เธอเป็นผู้กำหนดเอง

กุ้ยเฟยที่ถูกลืม ตอนที่ 1

การตายของกุ้ยเฟย

ในช่วงที่แผ่นดินเกิดความไม่สงบ ราชสำนักมีราชโองการให้ส่งกำลังทหารไปปราบปรามอิทธิพลแบ่งแยกประเทศของเผ่าจุ่นเก๊อะเอ่อ และกบฎของต้า-เสี่ยวเหอจั๊วะของเผ่าหุยในเขตซินเกียง และมีราชโองการให้แต่งตั้งท่านแม่ทัพเจี่ยฮุ้ยหยางเป็นต้าเจียงจวินผู้บังคับบัญชาทหาร เนื่องจากท่านแม่ทัพออกรบกำราบศัตรูที่บังอาจเข้ามารุกรานแผ่นดินใหญ่นานนับหลายสิบปีตั้งแต่ต้าซิ่งหวงตี้จนชำนาญการด้านการทหารเป็นพิเศษ จนบัดนี้หลีเออร์คนสุดท้องของท่านแม่ทัพก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกุ้ยเฟยพระอัครเทวีผู้ล้ำค่าให้กับฮ่องเต้ จักรพรรดิของราชวงศ์พระองค์ปัจจุบันที่สืบราชสมบัติมาจากต้าซิ่งหวงตี้

แต่ทว่า….เมื่อท่านแม่ทัพได้รับราชโองการเขากลับขัดราชโองการจากฮ่องเต้บุรุษผู้มีอำนาจวาสนาสูงสุดในทันที “ขอเดชะฝ่าบาท….กระหม่อมขอปฏิเสธการเป็นต้าเจียงจวินในการปราบปรามอิทธิพลแบ่งแยกประเทศของเผ่าจุ่นเก๊อะเอ่อ และกบฏของต้า-เสี่ยวเหอจั๊วะของเผ่าหุยในเขตซินเกียงในครั้งนี้พ่ะย่ะค่ะ”

“เพราะเหตุอันใดกันท่านแม่ทัพเจี่ยฮุ้ยหยาง” ฮ่องเต้คิ้วขมวดเป็นปมทรงไม่เข้าพระทัยเหตุอันใดท่านแม่ทัพถึงปฏิเสธการออกรบในครั้งนี้ทั้งที่ที่ผ่านมานั้นให้ความร่วมมือในการปราบปรามศัตรูผู้รุกรานประเทศทุกศึกสงคราม

“กระหม่อมไม่สะดวกใจที่จะทำศึกในครั้งนี้เนื่องจากหลีเออร์ของกระหม่อม....เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยอยู่ในช่วงเวลาอ่อนแอ มีเรื่องไม่สบายพระทัยอยู่พ่ะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพทูลบอกกับฮ่องเต้ด้วยใบหน้าที่หมองหม่น กุ้ยเฟยนั้นเป็นหลีเออร์คนสุดท้องของท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพมีบุตรทั้งหมดสิบคน โดยแม่นางเจี่ยหลี่ฟางนั้นเป็นหลีเออร์คนสุดท้องที่ท่านแม่ทัพรักและตามใจเป็นอย่างมาก จนแม่นางเจี่ยหลี่ฟางถือเอาความต้องการของตนเองเป็นใหญ่ เมื่อกระทำผิดก็จะมีบิดาคอยให้ท้ายอยู่เสมอแม้กระทั่งในตอนนี้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกุ้ยเฟยแล้วก็ตาม

“เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยเป็นอันใด” ฮ่องเต้ทรงตรัสถามถึงสาเหตุ

กุ้ยเฟยเป็นพระสนมลำดับที่หนึ่งของฮ่องเต้ แต่ฮ่องเต้นั้นทรงไม่ยอมให้ร่วมห้องหอด้วย ถึงแม้ว่าจะมีพระราชโองการให้แต่งตั้งหลีเออร์ของท่านแม่ทัพให้เป็นกุ้ยเฟยตั้งแต่ต้นเดือนเอ้อร์เยว่จน ณ บัดนี้ก็จวนจะถึงสิ้นเดือนซานเยว่แล้ว และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้กุ้ยเฟยไม่พอใจ และกระเง้ากระงอดผู้เป็นบิดาจนท่านแม่ทัพไม่มีกะจิตกะใจจะออกรบเพื่อศึกบ้านเมืองในครั้งนี้ได้

“องครักษ์หลวง!” เมื่อท่านแม่ทัพอ้ำอึ้งในคำตอบ ฮ่องเต้ก็ทรงรู้สาเหตุได้ด้วยตนเองในทันที ฮ่องเต้จึงมีพระราชกระแสรับสั่งด้วยความร้อนพระทัยให้เหล่าขุนนางไปจับตัวกุ้ยเฟยไปขังในตำหนักเย็น โดยห้ามออกจากตำหนักเย็นจนกว่าฮ่องเต้จะประทานอภัยโทษให้ “จับเจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยไปขังในตำหนักเย็นบัดเดี๋ยวนี้!”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” เหล่าองค์รักษ์หลวงทรุดตัวลงคุกเข่าน้อมรับพระราชกระแสรับสั่งต่อหน้าบัลลังก์ฮ่องเต้ ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วออกจากท้องพระโรงเพื่อปฏิบัติตามพระราชกระแสรับสั่งของฮ่องเต้ในทันท่วงที

“ฝ่าบาท….ได้โปรดทรงอภัยให้กระหม่อมด้วย ทรงอย่ากักขังหลีเออร์ของกระหม่อมไว้ในตำหนักเย็นเลยพ่ะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพทรุดตัวคลุกเข่าลงพื้นอย่างหมดแรง ก้มลงกราบกับพื้นต่อหน้าบัลลังก์ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่เพื่อร้องขอความเมตตา แต่บัดนี้คำกล่าวของฮ่องเต้ย่อมศักดิ์สิทธิ์ที่สุด พูดแล้วไม่คืนคำในเวลาอันเร็วพลัน

“เรามีราชกิจติดพัน เดิมทีก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากอยู่แล้ว จะเอาเวลาไหนมาพลอดรักกับเจี่ยหลี่ฟางกุ้ยเฟย เจ้าน่าจะรู้ดีนะท่านแม่ทัพเจี่ยฮุ้ยหยาง!” ฮ่องเต้ทรงตรัสออกมาอย่างไม่พอพระทัยยิ่งนักที่แม่ทัพเจี่ยฮุ้ยหยางเอาเรื่องไร้สาระมาปะปนกับงานราชการรักษาบ้านเมืองเช่นนี้

“กระหม่อมสมควรตาย ทุกอย่างเป็นความผิดของกระหม่อมแต่เพียงผู้เดียว กระหม่อมขอรับโทษแทนเจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยพ่ะย่ะค่ะ”

“เราจะปล่อยตัวเจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยจากตำหนักเย็นก็ต่อเมื่อเจ้าชนะศึกในครั้งนี้เท่านั้น” ฮ่องเต้ตรัสเพียงเท่านี้ก่อนจะลุกขึ้นจากบัลลังก์แล้วเสด็จออกไปจากท้องพระโรงในทันที ซือกงกงกล่าว “ฮ่องเต้เสด็จแล้ว~” และเหล่าขุนนางก็ทรุดตัวนั่งลงคุกเข่ากับพื้นพร้อมกับกล่าวพร้อมกันว่า “กระหม่อมทูลลา ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี”

เมื่อทำอะไรไม่ได้ท่านแม่ทัพก็รีบกล่าวลาฮ่องเต้พร้อมกับเหล่าขุนนางคนอื่น ๆ เพื่อไปดูใจหลีเออร์ก่อนที่จะเข้าไปอยู่ในตำหนักเย็น เผื่อเขาจะช่วยหลีเออร์ในเรื่องอื่น ๆ ได้บ้าง

“ปล่อยข้านะ พวกเจ้ามาจับตัวข้าเพราะเหตุใด ข้าเป็นถึงกุ้ยเฟยของฮ่องเต้เลยนะ ปล่อย ปล่อยข้า” กุ้ยเฟยที่ถูกเหล่าองครักษ์หลวงลอบเข้าไปจับตัวมาถึงพระตำหนักร้องโวยวายลั่นพระราชวัง พยายามดิ้นให้หลุดออกจากพันธนาการขององครักษ์หลวง แต่ก็ไม่เป็นผล แรงของสตรีช่างน้อยนิดสู้บุรุษมิได้

เหล่าองค์รักษ์หลวงจับกุ้ยเฟยเดินตรงไปที่ตำหนักเย็น แต่ระหว่างทางนั้นท่านแม่ทัพก็เข้ามาขวางทางเอาไว้ก่อน “ปล่อยหลีเออร์ของข้าบัดเดี๋ยวนี้” กุ้ยเฟยเมื่อเห็นบิดาก็รีบสะบัดแขนองครักษ์หลวงออกแล้ววิ่งเข้าไปหาบิดาทั้งน้ำตาในทันที “ท่านพ่อ ฮึก….ทำไมเหล่าองครักษ์หลวงพวกนี้ถึงบุกเข้ามาจับตัวลูกถึงในพระตำหนักได้เจ้าคะ ฮือ….”

“พ่อขอโทษลูก เป็นเพราะพ่อเองที่ทำให้ลูกต้องตกอยู่ในชะตากรรมที่ยากลำบากเช่นนี้” ท่านแม่ทัพเอ่ยบอกกับหลีเออร์ด้วยความเศร้าโศก เมื่อเห็นหลีเออร์อยู่ในสภาพเช่นนี้ผู้เป็นพ่อย่อมเจ็บปวดใจมากกว่า

“ท่านพ่อหมายความว่ายังไงเจ้าคะ”

“เฮ้อ….ตอนนี้มีผู้ก่อกบฏฮ่องเต้รับสั่งให้พ่อไปประจำการทันทีในฐานะต้าเจียงจวิน”

“ท่านพ่ออายุมากแล้ว เหตุใดจึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ท่านพ่อไป ราชสำนักไม่มีแม่ทัพท่านอื่นแล้วหรือไงกัน”

“พ่อกับพี่ ๆ ไม่ได้อยู่ข้างกายเจ้าในช่วงเวลาที่เจ้าอ่อนแอเช่นนี้ แต่ว่าพ่อจะให้นางกำนัลสองคน และขันทีหนึ่งคนคอยดูแล รับใช้เจ้าในตำหนักเย็น ได้โปรดอย่าเป็นกังวล พ่อกับพี่ ๆ ของเจ้าจะคว้าชัยชนะการรบครั้งนี้มาให้ได้เพื่อปลดปล่อยให้เจ้าเป็นอิสระ” พูดจบท่านแม่ทัพก็ปล่อยมือของหลีเอ๋อร์ออกแล้วย่างก้าวออกไปจากตรงนี้ในทันทีทั้งน้ำตาแห่งความสงสารหลีเออร์อย่างลึกสุดหัวใจ

“ท่านพ่อ ฮึก….อย่าไป ท่านพ่อ ฮือ….” เสียงร่ำไห้ใจแทบขาดของหลีเออร์ทำให้ท่านแม่ทัพมิอาจทำใจหันหลังกลับไปมองได้ รีบเดินออกไปให้เร็วที่สุด….

….หลังจากที่ลากับบิดา กุ้ยเฟยก็ถูกองครักษ์หลวงนำตัวไปขังไว้ที่ตำหนักเย็น ส่วนนางกำนัลและขันทีที่จะให้ไปดูแลกุ้ยเฟยที่ตำหนักเย็นนั้น ท่านแม่ทัพจะไปทูลขอฮ่องเต้ก่อนที่จะไปประจำการตามพระราชกระแสรับสั่ง

กุ้ยเฟยเอาแต่ร้องไห้ด้วยความทุกข์ระทมชอกช้ำใจ กุ้ยเฟยมีใจรักฮ่องเต้แต่ฮ่องเต้ไม่เคยปลายตามองนางเลยแม้เพียงหางตา เมื่อได้รับการแต่งตั้งก็ได้เป็นเพียงกุ้ยเฟยไม่ได้เป็นฮองเฮา ด้วยความน้อยใจและความโศกเศร้าทำให้กุ้ยเฟยวางแผนลวงว่าตนเองนั้นคิดสั้นหมายจะเรียกร้องความสนใจจากฮ่องเต้ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เก้าอี้ที่ใช้ปีนขึ้นไปเพื่อผูกคอนั้นกลับพลิกคว่ำทำให้เท้าของกุ้ยเฟยไม่มีที่วาง เชือกที่ใช้ผูกคอจึงขึงรัดแน่นจริง ๆ กุ้ยเฟยดิ้นอย่างทุรนทุรายเพราะหายใจไม่ออกจนในที่สุดก็ขาดอากาศหายใจและสิ้นอายุขัยลง

….ในห้วงมิติอีกด้าน….มีเชฟสาวประจำภัตตาคารหรูและโด่งดังแห่งหนึ่งใจกลางเมืองปักกิ่งนามว่าเจี่ยลี่อิง เชฟเจี่ยลี่อิงมีใจรักในการทำอาหารเป็นอย่างมากและฝึกฝนฝีมือของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่เชฟกำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัว ตะหลิวในมือที่กำลังทำข้าวผัดจักรพรรดิ์อยู่นั้นก็หลุดออกจากมือก่อนที่ตัวของเชฟจะล้มลงไปกองกับพื้นภายในพริบตา เมื่อคนอื่น ๆ วิ่งกรูกันเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็พบว่าชีพจรของเชฟเต้นแผ่วมาก สักพักหัวใจก็หยุดทำงานไปอย่างเฉียบพลัน เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ ทำให้เสียชีวิตลงในที่สุด

….พระตำหนักเย็น… “เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยเพคะ ฮึก….อย่าทรงเป็นอันใดไปเลยนะเพคะ ฮือ….” นางกำนัลที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์รีบกราบทูลฮ่องเต้ให้ส่งหมอหลวงมาถวายการรักษากุ้ยเฟยโดยด่วน และในตอนนี้กุ้ยเฟยยังนอนไม่ได้สติอยู่บนที่นอนในตำหนักเย็น โดยมีนางกำนัลทั้งสองนั่งเฝ้าแนบข้างไม่ห่างมีเสียงร่ำไห้ดังไม่ขาดสาย เนื่องจากนางกำนัลทั้งสองถวายการรับใช้กุ้ยเฟยอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้ง

และในที่สุดปาฏิหาริย์ก็มีจริง “แค่ก ๆ” กุ้ยเฟยฟื้นคืนสติขึ้นมา หนึ่งในนางกำนัลรีบรินน้ำให้กับกุ้ยเฟยได้ดื่มในทันที “ทรงดื่มน้ำก่อนนะเพคะเจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟย” นางกำนัลป้อนน้ำดื่มให้กับกุ้ยเฟยดื่มหลายอึก พอกุ้ยเฟยได้สติมากขึ้นก็เอ่ยคำขอบคุณออกมา “ขอบใจนะ”

“หม่อมฉันยินดีถวายการรับใช้เพคะเจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟย”

“….ว่าไงนะ?” กุ้ยเฟยดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนที่นอน แล้วเบิกตาโพลงมองดูรอบข้าง ก่อนจะเปล่งเสียงร้องออกมาลั่นตำหนักเย็น “กรี๊ดดดดดดดด” นางกำนัลและขันทีตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รีบเข้ามาดูอาการกุ้ยเฟยอย่างใกล้ชิดกว่าเดิม ลังเลว่าจะไปตามหมอหลวงดีหรือไม่

“เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยเป็นอะไรไปเพคะ” นางกำนัลกล่าวถามอย่างร้อนใจ กุ้ยเฟยเงียบเสียงลงแล้วมองหน้านางกำนัลกับขันทีอย่างเต็มตากือบหนึ่งเค่อก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยความงุนงง “พวกคุณเป็นใคร”

“พวกเจ้าทั้งสอง เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยเป็นอันใดไป ทูลฝ่าบาทและตามหมอหลวงมาตรวจอาการดีหรือไม่” นางกำนัลตงเอ๋อร์ เอ่ยถามนางกำนัลอี๋เหวินและขันทีจางกง ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างคิดหนักเพราะเวลานี้จะทำอันใดก็ติดขัดเนื่องจากกุ้ยเฟยอยู่ในช่วงถูกทำโทษ

“โถ่….เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟย หม่อมฉันสงสารกุ้ยเฟยยิ่งนัก” นางกำนัลตงเอ๋อร์เอ่ยเสียงเศร้า

เจี่ยลี่อิงในร่างกุ้ยเฟยคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมด จิตสุดท้ายของเธอจำได้ว่าเธอนั้นหัวใจวายเฉียบพลัน แล้วเธอมาโผล่อยู่ที่เมืองโบราณแห่งนี้ได้ยังไง หรือว่า….ทะลุมิติ นี่เธอทะลุมิติย้อนกลับมาอยู่ที่เมืองโบราณอย่างที่เคยดูละครในโทรทัศน์อย่างนั้นเหรอ….นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฝัน….ต้องฝันเป็นแน่

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! “อะ โอ๊ย เจ็บ” เจี่ยลี่อิงตบหน้าตัวเองหวังให้ตื่นจากฝัน แต่กลับรู้สึกเจ็บจริงเสียอย่างนั้น

“เจี่ยหลีฟางกุ้ยเฟยทรงอย่าทำร้ายตัวเองอีกเลยนะเพคะ” นางกำนัลตงเอ๋อร์เห็นว่ากุ้ยเฟยทำร้ายตัวเองอีกแล้วจึงรีบเอ่ยห้าม

ส่วนเจี่ยลี่อิงในร่างกุ้ยเฟยเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองทะลุมิติมาเมืองโบราณเป็นแน่ จึงคิดทำใจในช่วงเวลาอันน้อยนิดให้ได้ แล้วเลือกที่จะตามน้ำไปก่อน

“….พวกเจ้าชื่ออะไรกันบ้าง” เจี่ยลี่อิงเอ่ยถามชื่อนางกำนัลและขันทีทั้งสามคนด้วยหัวใจที่เต้นตึกตัก ซึ่งเป็นประโยคเดียวที่คิดได้ในตอนนี้

“หม่อมฉันชื่อตงเอ๋อร์เพคะ”

“หม่อมฉันชื่ออี๋เหวินเพคะ”

“กระหม่อมชื่อจางกงพ่ะย่ะค่ะ”

ผู้รับใช้ทั้งสามผลัดกันพูดชื่อของตัวเองทีละคน เจี่ยลี่อิงมองทั้งสามอย่างพิจารณาว่าควรจะทำตัวเช่นไรต่อจากนี้….คำซ้ำ ๆ อยู่ในหัวว่านี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน

อ่านต่อ

สารบัญ กุ้ยเฟยที่ถูกลืม

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
ตลอดสิบสี่วันบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร ปวีนุชต้องใช้ชีวิตร่วมกับลายไม้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศสุดโรแมนติกนำพาให้ทั้งสองได้ชิดใกล้และเปิดใจเรียนรู้กัน แต่ตัวตนของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลและเสน่ห์อันเย้ายวนใจ จนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งปิศาจร้ายที่พรากหัวใจเธอไป แม้ความรักจะก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้ง ทว่าความหวาดกลัวในความแตกต่างและบาดแผลจากอดีตทำให้หญิงสาวตัดสินใจหอบความทรงจำหนีไปจากเขา โดยในใจลึกๆ ของเธอยังคงปรารถนาและเฝ้ารอให้เขาออกเดินทางตามหาเธอ เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้ครั้งนี้แข็งแกร่งพอที่จะทลายทุกอุปสรรคลงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าพร้อมทำลายล้างทุกอุปสรรค ต้องโคจรมาพบกับหญิงสาวผู้อ่อนโยนเปรียบเสมือนลูกกวางตัวน้อยที่ไร้ทางสู้ในเงื้อมมือของเขา เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมสยบต่อการตัดสินใจของชายหนุ่มอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าเขาจะเลือกทำลายเธอให้มอดไหม้หรือจะยอมปล่อยตัวเธอไป ทว่าทุกการสัมผัสที่เขาปรนเปรอให้นั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจของเธอจะต้านทานได้ ในสงครามแห่งความรักและความใคร่ครั้งนี้ หญิงสาวจึงต้องติดอยู่ท่ามกลางบ่วงไฟพิศวาสที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเดชต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเขาจับพลัดจับผลูเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำมาซึ่งความสัมพันธ์สุดซับซ้อนที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์อันยากจะถอนตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ความรักและความปรารถนาโคจรมาพบกัน ชายหนุ่มต้องเผชิญหน้าและรับมือกับความผูกพันอันหลากหลายที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว ในโลกที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดเย้ายวนใจที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง Stumble Love รักสะดุดใจ
9.7
เมื่อกามเทพเล่นตลกกับเส้นทางรักของสามคู่ชูชื่นที่เปี่ยมด้วยสุขและเศร้า หลิน หญิงสาวผู้สู้ชีวิตกลับต้องโคจรมาพบกับพีค ซีอีโอหนุ่มเพลย์บอยเจ้าของโรงแรมหรูผู้เปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้าในแต่ละสัปดาห์ ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงความผิดพลาดหรือความตั้งใจกันแน่ เมื่อเธอเผลอใจรักชายหนุ่มที่มองเธอเป็นแค่ของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันยังมีเรื่องราวความรักของแพรวากับกฤษ และภุชงค์หนุ่มเปี่ยมเสน่ห์ รวมถึงคู่รักหลากสไตล์ที่ต้องร่วมลุ้นว่าใครกันที่จะได้ครอบครองรักแท้ท่ามกลางบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ที่มีหัวใจเป็นเดิมพัน
ภาพปกนิยายเรื่อง พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตานำพาให้เคลวิน มาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ต้องมาพบกับหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยการบังคับ แม้จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์จะไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ และเขาก็เป็นฝ่ายคุมเกมเหนือกว่าในตอนแรก ทว่าความดื้อรั้นและเสน่ห์อันล้นเหลือของเธอกลับทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มสั่นคลอนจนพ่ายแพ้อย่างหมดรูป เมื่อเธอเลือกที่จะไม่ยอมสยบให้กับอำนาจของเขาโดยง่าย มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญ ว่าจะยอมปล่อยเธอไป หรือจะยอมทำทุกวิถีทางเพื่อไล่ล่าและช่วงชิงหัวใจดวงนี้มาครอบครองใหมูใหม่อีกครั้ง
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์