APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาวแสงตะวัน [Affection of The Sun ]

เจ้าสาวแสงตะวัน [Affection of The Sun ]

ชายหนุ่มผู้ที่วิ่งหนีข้อผูกมัด แต่ต้องมาเจอหญิงสาวที่สุดแสนธรรมดาผูกมัดและล่ามเขาไว้ในสถานะ'สามีที่ถูกต้องตามกฏหมาย' คราแรกรังเกียจนักหนา แต่เอาไปเอามากลับเป็นเขาที่วิ่งตามล่า&มัดเธอไว้กับเขาตลอดกาล ------------------------------ แสงตะวัน หนุ่มใหญ่วัยสามสิบหก เจ้าของฟาร์มแสงตะวัน ซึ่งเป็นฟาร์มม้าใหญ่ที่สุดในประเทศ ผู้มากด้วยเงินทองและเสน่ห์ --------- เหมือนดาว สาวแสนสวย เปรี้ยว เฉี่ยวและน่ารัก ผู้มีมาดมั่น และไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ êตัวอย่างสักเล็กน้อย [น้ำจิ้ม] ê "ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่หย่า ผมแค่บอกว่าจะยืดเวลาหย่าไปอีกสามปี เพื่อเหมือนดาวจะได้พิสูจน์ให้ผมเห็นก่อนว่าสามารถดูแลอะไรต่อมิอะไรได้เอง ไม่ใช่เอาไปทำโดยไม่มีประสบการณ์ไม่นานเดี๋ยวก็เจ้ง หรือไม่ก็ขาดทุนเหมือนครั้งก่อนจนผมต้องเหนื่อยมาทำให้มันฟื้นขึ้นมาอีก” แสงตะวันเลยอธิบายด้วยความใจเย็นอีกครั้งหลังจากทนายบอกไปในรอบแรก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีใครอยากเชื่อ “ถ้าถึงสามปีแล้วคุณเห็นว่าฉันยังไม่พร้อมเหมือนวันนี้ล่ะ”คนไม่ยอมใครเลยรีบยิงคำถามตรงๆ “คุณก็คงต้องไปฟ้องเอาแล้วล่ะ และผมขอแนะนำให้หาทนายเก่งๆ ไว้ด้วยนะ เพราะคุณสุทินฝีมือไม่เป็นสองรองใคร แล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คุณไม่มีสิทธิ์มาเบิกจากผมแม้แต่บาทเดียว” “ว่ายังไงล่ะ จะเอายังไงก็บอกมา คุณสุทินจะได้ทำข้อตกลงร่วมกันอีกรอบ” แสงตะวันไม่ใคร่จะแยแสนักว่าเด็กสาวตรงหน้าจะคิดยังไง เพราะรู้ดีว่าไม่อาจจะปล่อยทุกอย่างให้พังลงมาอีกรอบได้แน่ “ฉันจะไม่หย่าและจะทำงานที่นี่อย่างที่คุณต้องการ ถ้าคุณตกลงจะจัดงานแต่งงานระหว่างเราให้ทุกคนรอบข้างคุณและฉันรับรู้ ฉันจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านของคุณในฐานะภรรยาไม่ใช่ฐานะพนักงานธรรมดาๆ ทุกคนรอบข้างคุณจะต้องให้ความนับหน้าถือตาว่าฉันที่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเท่าๆ กับคุณในทุกๆ เรื่อง พอครบสามปีหรืออาจจะช้าหรือเร็วกว่านั้นที่คุณเห็นว่าฉันมีความสามารถจะบริหารงานเองได้ เราถึงจะหย่ากัน” “ผมไม่ได้อยากมีเมีย และไม่คิดว่าจะมีด้วย โดยเฉพาะเมียเด็กที่ฟันน้ำนมยังไม่หลุดด้วยซ้ำ” “ฉันเป็นเพียงภรรยาในนามของคุณเท่านั้น เราจะไม่เกี่ยวข้องกันใดๆ เหมือนที่เคยเป็นมา ยกเว้นให้คนรอบข้างรับรู้ และฉันเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วมกับคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเหนือบรรดาคู่นอนของคุณเท่านั้น ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันไม่ว่าอะไรในเรื่องนี้หรอก เพราะฉันเองก็มีแฟนอยู่แล้วทั้งคน เราจะให้อิสระกันและกันในเรื่องนี้ คุณจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ฉันไม่สน และในทางเดียวกันคุณก็ต้องไม่สนด้วยว่าฉันจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ แฟร์ไหมคะวิธีนี้” “ทำไมผมต้องยอมด้วยล่ะ ในเมื่อผมไม่ใช่คนที่อยากจะได้อำนาจบริหารคืนเหมือนคุณนี่”
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“หนูเดือนขอโทษค่ะพ่อ ยกโทษให้หนูเดือนด้วยนะ” ณรงค์นั่งจ้องมองใบหน้าลูกสาวที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและอาการหายใจรวยรินหลังพยายามบอก เขาให้เสียใจและโกรธในเวลาเดียวกันจนไม่อาจจะหาอะไรมาเปรียบได้ หลังจากนอนเฝ้าหน้าห้องลูกมาสองสามชั่วโมงแล้ว

“หนูเดือนอย่าโทษตัวเองเลยลูก”

แต่ก็ไม่อาจจะแสดงออกให้ลูกสาวเห็นได้ เพราะเขาพอจะเดาออกว่าลูกอาจจะแข็งใจอยู่ดูหน้าพ่อคนนี้ได้อีกไม่นานแน่ จึงอยากให้ลูกเห็นแต่รอยยิ้มของพ่อ แม้จะเป็นยิ้มฝืนข่มใจไม่ให้โกรธก็ตามที “หนูเดือนไม่ดีเองค่ะพ่อ”

ส่วนลูกก็รู้ดีว่าพ่อกำลังโกรธและคงจะไม่ปล่อยให้คนที่ทำลายลูกสาวคนเดียวของพ่อได้ลอยนวลอยู่ได้นานแน่ แม้จะเสียใจที่ตัวเองอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นภาพนั้น แต่สิ่งที่คล้ายเดือนเสียใจยิ่งกว่านั่นก็คือ

“หนูเดือนเป็นลูกไม่ดี ทำให้พ่อผิดหวัง หนูเดือนเสียใจค่ะพ่อ”

“ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องห่วงอะไรมาก หนูเดือนเป็นลูกที่ดีของพ่อเสมอๆ พ่อรักหนูเดือนนะ รักที่สุด” เขาไม่รู้ว่าลูกจะได้ยินคำปลอบขวัญนี้หรือไม่ เมื่อลูกค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงด้วยท่าทีของคนอ่อนแรงเพราะเสียเลือดมากจากการตกบันไดกว่าสิบขั้นจนเกิดแท้งลูกสี่เดือน

โดยที่เขาผู้เป็นพ่อไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย พอๆ กับไม่รู้ว่าลูกตกบันไดเมื่อไหร่ แล้วนอนเสียเลือดอยู่ในบ้านเพียงคนเดียวนานแค่ไหนด้วย เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องงาน

ครั้นพอรู้ก็ดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว เขาต้องสูญเสียหลานคนแรกไปแล้ว และไม่แน่ใจว่าหมอจะรักษาชีวิตลูกสาวที่เขามีสิทธิ์เพียงคนเดียวไว้ได้หรือไม่ “ต้องรอดูอาการไปเรื่อยๆ ค่ะ หมอตอบอะไรไม่ได้เพราะคนไข้เสียเลือดมาก”

นั่นคือคำตอบที่หมอมีให้เมื่อเขาเอ่ยถาม ทำให้เดาออกได้ไม่ยากนักว่าผลออกมาจะเป็นยังไง เขารีบหุนหันออกจากหน้าห้องไอซียูด้วยความโกรธ ปิ๊กอัพคู่กายถูกเขาควบจากโรงพยาบาลกลับไปยังไร่คล้ายเดือน เหมือนดาวอีกครั้ง

ซึ่งเป็นกิจการและสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เขามี หากไม่นับชีวิตลูกสาวที่นอนรอความตายอยู่ ท้องฟ้าเปิดพอดีเมื่อจอดรถกึกตรงหน้าบ้านพักสองชั้นหลังกระทัดรัดด้านบนเป็นไม้ ด้านล่างเป็นปูน “พี่รงค์! หายไปไหนมาทั้งคืน ผมตามหาไปทั่ว โทรเข้ามือถือก็ไม่เปิด”

‘โสรัตน์ เลิศอุไรวรรณ’ หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบเพิ่งจอดรถในเวลาไล่เลี่ยกับพี่รีบกระโดดลงมาถามทันทีที่เห็นพี่กำลังจะเดินไปเปิดประตูบ้าน พร้อมกับส่งสีหน้าห่วงใยอย่างไม่เคยมีมาก่อนก็ว่าได้ในความคิดพี่

“แล้วแกหายไปไหนมาล่ะ ฉันก็โทรหาแกเหมือนกันแต่แกปิดมือถือ” ผู้พี่ถามเสียงห้วน

“ผมก็ไปขับรถตระเวนตามหาพี่น่ะสิ สงสัยตอนพี่โทรหาผมแบตคงหมดนั่นล่ะ เพราะผมโทรหาพี่ไม่รู้กี่สิบรอบ ว่าแต่พี่หายไปไหนมา” ณรงค์กำลังจะอ้าปากตอบน้อง แต่ก็เปลี่ยนใจเมื่อคนงานในไร่ที่บ้านพักอยู่ห่างออกไปพอสมควรต่างตื่นแล้วทยอยเปิดประตูบ้านไปตามๆ กัน เขาถอนหายใจหนักๆ ออกมาแล้วหันไปหาน้อง

“ไปขี่ม้ากันดีกว่า เช้าๆ อากาศกำลังดี” “ตอนนี้นี่นะ!” เพราะน้องเห็นสภาพอันอิดโรยของพี่แล้ว ไม่ค่อยจะแน่ใจเอาเสียเลยว่าจะเป็นเวลาเหมาะสมไหม หากจะให้ไปควบม้าขึ้นเขาลงห้วยเหมือนทุกครั้งที่พี่มักจะนำไป

“เอ่อ!”

เขาไม่รอให้น้องชายตอบตกลงหรือปฏิเสธด้วยซ้ำ แต่รีบตรงไปหารถที่จอดอยู่ไม่ห่างทันที น้องชายเพียงคนเดียวต้องรีบตามไปไม่ห่างเช่นกัน ส่วนพี่ก็รีบควบรถทตรงไปยังคอกม้าที่อยู่ห่างจากบ้านเขาคนละฟากของที่ดินแปลงใหญ่กว่าสามพันห้าร้อยไร่ของฟาร์มแสงตะวัน

ซึ่งเป็นฟาร์มม้าใหญ่ที่สุดในในอำเภอปากช่องและในประเทศไทย โสรัตน์ต้องใช้มือเกาะกระบะรถพี่จนแน่น เพราะขับเร็วกว่าทุกครั้งที่เขาเคยเห็นมาก็ว่าได้ อยากจะถามไม่น้อยว่ามีมีเรื่องกลัดกลุ้มอะไรแต่ก็ไม่กล้าเพราะเห็นหน้าพี่บึ้งมาก

“ซ้อมเสร็จแล้วเหรอนุกูล”

ณรงค์ลงจากรถได้ก็ทักทายหนุ่มผู้เป็นเทรนเนอร์ม้ากับจ๊อกกี้ด้วยใบหน้าเรียบขรึม เพราะทุกเช้ามืดจะต้องออกทำงานตามหน้าที่ “เพิ่งเสร็จนี่ล่ะน้ารงค์ ว่าแต่จะไปไหนกันแต่เช้า หรือจะพาไปเทรลกันสองพี่น้องครับ”

“ใช่ๆ เช้านี้น้าขอเจ้าวินเนอร์ก็แล้วกันนะ”

สิ้นคำณรงค์ก็เดินแบกอานม้าไปยังคอกเจ้านิลพันธุ์แอนดาลูเซียนที่ในฟาร์มแสงตะวันไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ขึ้นหลังมันได้นอกจากเจ้าของกับเขาเท่านั้น “ดีเลยผมก็ว่าจะไปพอดี”

นุกูลที่เพิ่งเสร็จการซ้อมจ๊อกกี้รีบตรงไปยังคอกเจ้าวายุภัคม้าพันธุ์ผสมเธอร์รัพเบรตสีเทา เพราะเพิ่งหายป่วยเลยอยากจะพาไปลองขี่สำรวจดูกำลังของมัน ไม่กี่นาทีทั้งสามก็ควบม้าออกจากคอกมุ่งไปยังท้ายไร่เบื้องหน้าเป็นภูเขาทันที

“เจอกันที่เชิงเขานะนุกูล เดี๋ยวจะไปดวลกับไอ้รัตน์ก่อนล่ะ”

ว่าแล้วณรงค์ก็ควบเจ้าวินเนอร์แยกออกไปอีกทาง โดยมีโสรัตน์ตามพี่ไปไม่ห่าง นุกูลรู้ดีว่าสองพี่น้องชอบท้าดวลกันประจำ เลยควบม้าไปอีกทางเพียงลำพังเพื่อกินลมชมวิวตามถนัด “ว่าไงน้าๆ! ใครจะเป็นคนเลี้ยงเบียร์ผมเย็นนี้”

นุกูลร้องถาม เมื่ออีกชั่วโมงนิดๆ ไปเจอกันยังที่นัดหมาย เพราะเป็นธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมานานนมว่าใครแพ้จะต้องเลี้ยงไม่อั้น “จะใครซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่น้าเองที่แพ้พี่รงค์ตลอดกาล!”

โสรัตน์เป็นฝ่ายรับโดยไม่ต้องรอให้พี่ชายสั่งเหมือนทุกครั้งที่แพ้เลย “จริงเหรอครับ แบบนี้ผมก็เตรียมเมาเหมือนทุกครั้งอีกแล้วสิ ร้านเดิมหรือเปล่าครับ”

“เอ่อๆ จะไปร้านไหนได้ถ้าไม่ใช่ที่เดิมของพวกเรา”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง คนที่ใช่รออยู่ไม่ไกล
9.5
ตลอดเวลาสามปีที่ฉู่ช่านยอมปิดบังฐานะภรรยาอย่างเจียมตัว ท้ายที่สุดเธอกลับถูกสามีสุดที่รักขอร้องให้หลีกทางและยกตำแหน่งนี้ให้หญิงอื่นเพื่อทดแทนพระคุณ ความผิดหวังครั้งใหญ่ทำให้เธอเลือกตัดใจและหย่าขาดจากเขาอย่างไม่ลังเล แต่ทว่าเมื่อสูญเสียเธอไป อดีตสามีกลับเพิ่งรู้สึกตัวและพยายามตามตื๊อขอร้องให้เธอกลับมา ทว่าทุกอย่างกลับสายเกินแก้ เมื่อมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและแสนเย็นชาได้ก้าวเข้ามาปกป้องเคียงข้างเธอ พร้อมทั้งประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในตัวเธออย่างเปิดเผยต่อหน้าเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง ใช้ความรักเพื่อแสวงหา: ฉันได้กลับคืนมรดกด้วยแฟนเก่า
9.6
เมื่อสูญเสียครอบครัวไป ฉันเลือกแต่งงานกับพี่ชายของอดีตคนรักและตัดสัมพันธ์กับเขาอย่างไม่ใยดี ทว่าสี่ปีต่อมาสามีกลับเสียชีวิตด้วยโรคร้าย ฉันกับลูกจึงถูกแม่เลี้ยงใจร้ายขับไล่จนไม่มีที่ซุกหัวนอน ในสถานการณ์หลังชนฝา ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากการกลับไปหาแฟนเก่าอีกครั้ง แม้จะถูกเขาเยาะเย้ยและเรียกอย่างห่างเหินว่าพี่สะใภ้ แต่เพื่อทวงคืนมรดกที่สูญเสียไปและปกป้องอนาคตของลูก ฉันจึงยอมก้าวเข้าสู่กรงขังแห่งความสัมพันธ์เดิมนี้อีกครั้งโดยไม่คิดจะถอยหนีอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง เขาเลือกที่จะโกหก ฉันเลือกที่จะจากไป
8.5
ในวันที่ฉันพบตัวน้องสาวของสามีที่กำลังวิกฤตและเร่งพาไปโรงพยาบาล รถของฉันกลับเกิดอุบัติเหตุชนกับรถหรูคันหนึ่ง ทว่าคู่กรณีใจดำคนนั้นไม่เพียงไม่สนใจคนเจ็บ แต่ยังบังคับให้ฉันคุกเข่ากราบขอโทษพร้อมรีดไถเงินล้าน โดยอ้างอย่างภาคภูมิใจว่ามีทายาทมหาเศรษฐีแห่งตระกูลฟูผู้เป็นสามีคอยหนุนหลังอยู่เสมอ คำโอ้อวดนั้นทำให้ฉันได้รู้ความจริงอันน่ารังเกียจว่าเธอคือชู้รักของสามีฉันเอง ซึ่งความสัมพันธ์ลับนี้ไม่เพียงแต่ทำลายความรู้สึกของฉัน แต่กำลังจะทำลายแผนการเกี่ยวดองกับลูกสาวมหาเศรษฐีที่คุณลุงคาดหวังไว้จนพังทลายลงไปด้วย
ภาพปกนิยายเรื่อง ทายาทลับของเขา  การหลบหนีของเธอ
8.2
ในค่ำคืนเปิดตัวนิทรรศการศิลปะครั้งใหญ่ สามีผู้เป็นมหาเศรษฐีกลับเลือกทิ้งฉันไว้เพียงลำพังเพื่อไปดูแลผู้หญิงคนอื่น จนกลายเป็นประเด็นฉาวโฉ่ไปทั่ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังดูแคลนว่าผลงานศิลปะของฉันเป็นแค่เรื่องเล่นๆ ทั้งที่สิ่งนี้คือรากฐานความร่ำรวยที่สร้างเนื้อสร้างตัวให้กับเขา คำดูถูกเหล่านั้นกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ฉันหมดความอดทน ฉันจึงเริ่มต้นวางแผนหย่าร้างอย่างเงียบเชียบ โดยใช้ความประมาทและความทะนงตนของเขาเป็นเครื่องมือล่อลวงให้ยอมเซ็นเอกสารสำคัญ เพื่อตัดขาดความสัมพันธ์อย่างเด็ดขาด พร้อมทวงคืนทุกสิ่งที่เป็นของฉันกลับมา ควบคู่ไปกับความลับสำคัญที่เขาไม่มีวันคาดคิด
ภาพปกนิยายเรื่อง ได้ยินเสียงฉันไหม
9.4
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เมิ่งชิงหนิงยอมอยู่ในฐานะเลขาและคู่นอนที่เชื่อฟังของฟู่หนานเซียว แต่เมื่อเขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น เธอจึงเลือกที่จะยุติความสัมพันธ์ที่ไม่มีค่านี้ ทว่าเธอกลับต้องเผชิญวิบากกรรมครั้งใหญ่ ทั้งการตั้งท้องและครอบครัวที่โลภมากคอยสร้างความทุกข์ทรมานใจให้อย่างแสนสาหัส เวลาผ่านไปห้าปีเธอกลับมาอีกครั้งในฐานะคนใหม่ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทางด้านประธานหนุ่มผู้เคยหยิ่งทะนงในอดีต ตอนนี้กลับตกอยู่ในความบ้าคลั่ง และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่ออ้อนวอนขอให้เธอกลับมาเคียงข้างเขาอีกครั้งเพื่อชดเชยความผิดพลาดในวันวาน
ภาพปกนิยายเรื่อง สวัสดี คุณชายเย่
8.5
โชคชะตาบังคับให้เธอสวมรอยเป็นเจ้าสาวเพื่อแต่งงานกับมหาเศรษฐีผู้บกพร่องทางร่างกาย ทว่าชีวิตคู่กลับเริ่มต้นด้วยรอยร้าวเมื่อสามีประกาศชัดว่ารังเกียจหญิงที่กำลังอุ้มท้องลูกปริศนาอย่างเธอที่สุด ท่ามกลางความกดดัน เธอกลับตกหลุมรักเขาอย่างสุดหัวใจ แต่สุดท้ายก็ต้องเดินจากไปพร้อมกับความบอบช้ำ กาลเวลาผ่านพ้นไป หญิงสาวหวนคืนมาอีกครั้งพร้อมเด็กชายตัวจิ๋วที่มีหน้าตาเหมือนเขาราวกับฝาแฝด เด็กน้อยผู้กล้าหาญเผชิญหน้ากับบิดาใจร้าย พร้อมตั้งคำถามอย่างท้าทายว่า ใครกันแน่ที่กล้าเรียกเขาว่าเด็กกำพร้าไร้พ่อ