APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ดอกเหมยห่อไฟ

ดอกเหมยห่อไฟ

"เฮีย" เสียงเล็กๆ จากเด็กหญิงทำให้ฉัตรฉายยิ้มกว้างอย่างชอบใจ เขาตรงไปหาแล้วนั่งยองๆ บนส้นเท้า สายตาระดับเดียวกับเด็กน้อย "ว่ายังไงคะ แตงหวานคิดถึงเฮียไหม" "คิดถึง คิดถึงเฮีย" เด็กน้อยพยายามพูด ตั้งใจบอกให้เขารู้ความคิดถึงของตัวเอง ฉัตรฉายเอื้อมมือไปหา เมื่อเด็กหญิงไม่ปฏิเสธ เขาจึงค่อยๆ อุ้มแกขึ้นมา ก่อนจะพูด...เหมือนว่าสื่อกับเด็กน้อยเท่านั้น "วันนี้แตงหวานต้องหยุดเล่นก่อน เพราะเฮียมีงานต้องทำ แตงหวานช่วยเฮียทำงานด้วย...ได้ไหมคะ" "ได้ค่ะ" เจ้าตัวน้อยรับคำแล้วปรบมืออย่างชอบใจอีกต่างหาก ญาณินยืนอึ้ง จับทางยังไม่ถูก มองเจ้าของบ้านที่อุ้มหลานสาวเดินลิ่วเข้าบ้านไปแล้ว จนได้สติถึงเร่งฝีเท้าตาม เดินขึ้นบันไดไปจนเขาผลักประตูห้องหนึ่ง "ส่งแตงหวานมาให้ฉันเถอะค่ะ คุณทำงาน แกจะกวนคุณ" "ใครบอกกันล่ะ แตงหวานจะช่วยเฮียทำงานใช่ไหมคะ" ตอนท้ายถามความเห็นจากคนในอ้อมแขน ซึ่งไม่ผิดหวัง มีเสียงตอบรับในทันทีเช่นกัน "ใช่ค่ะ...แตงหวานทำงาน" อะไรกันนี่ แม่หลานสาวจอมป่วนจะมาสนุกอะไรกันตอนนี้ ญาณินถึงกับทำหน้าปั้นยาก อ่อนใจกับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก "มีงานสำหรับเธอด้วย สนใจไหม อย่างน้อยก็เป็นค่าเช่าบ้าน ค่าอาหารวันละสามมื้อ"
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ใกล้จะครบสามเดือนแล้วที่ญาณินลาออกการเป็นพนักงานบัญชีในที่ทำงานเก่า ซึ่งเป็นสำนักงานเหมืองแร่ทองคำที่ตั้งอยู่ริมชายแดนเขตพม่ากับเมืองเชียงราชมายังร้านวัสดุก่อสร้างแห่งนี้ ร้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่อีกฝั่งเมือง

เกือบสามเดือนเช่นกันที่เธอหอบหิ้วหลานสาวออกจากบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ที่เคยอาศัยมาตั้งแต่จำความได้มาอยู่บ้านเช่าใกล้กับที่ทำงานใหม่แทน

หญิงสาวจัดเก็บเอกสารแล้ววางตรงมุมโต๊ะด้านหนึ่ง เมื่อนาฬิกาบนฝาผนังห้องทำงานที่กั้นเป็นสัดส่วนอยู่ด้านหลังร้านบอกว่าใกล้บ่ายสามโมงแล้ว ซึ่งได้เวลาไปรับหลานสาวที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน

แม่หนูแตงหวานเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ญาณินตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางการทำงาน เธอตั้งใจไว้อยู่แล้ว ไม่วันใดก็วันหนึ่งคงต้องกลับมาอยู่กับหลานกันสองคน

ญาณินไม่อาจหมกตัวอยู่ในสำนักงานเหมืองแร่ทองคำกลางป่านั้นได้นานหรอก แม้เงินเดือนจากการเป็นพนักงานบัญชีของที่นั่นจะสูงกว่าการเป็นลูกจ้างร้านแห่งนี้กว่าสองเท่าก็ตาม เธอจะทิ้งแตงหวานไว้ได้อย่างไร ถ้าหลานไม่ได้อยู่กับแม่ผู้ให้กำเนิดแล้ว ก็ควรเป็นน้าสาวอย่างเธอที่ต้องคอยอุปการะเลี้ยงดูแทน

ทว่าการลาออกจากงานครั้งนั้นมันช่างประจวบเหมาะที่เรื่องราวซึ่งเธอเคยทำลงไปถูกเปิดเผยพอดี มันน่าอายอยู่หรอกกับการทำตัวเป็นสายลับ คอยขับรถตามรัชภาคย์ผู้เป็นนายจ้างที่เพิ่งแต่งงาน คอยตามสืบเรื่องของเขา ถึงจะไม่ใช่เพื่อตัวเอง อีกทั้งเธอไม่ได้เต็มใจและไม่เคยเห็นด้วยเลยที่ต้องทำเรื่องน่าอายตามคำสั่งของพี่สาว...แต่ใครจะรู้ความจริงข้อนี้กันล่ะ

ป่านนี้ใครๆ ก็คงเข้าใจไปแล้วว่าเธอชิงลาออกเพราะหนีอาย ยอมย้ายออกจากงานมั่นคงและมีอนาคตกว่ามาเป็นลูกจ้างรายวันในร้านค้าเล็กๆ แห่งนี้

ญาณินถอนหายใจ บอกตัวเองเป็นครั้งที่ร้อยว่าช่างเถอะ อย่าไปคิด อย่าสนใจเรื่องเก่าๆ ถึงเชียงราชจะเป็นเมืองเล็ก แต่ความหลากหลายของผู้คนยังมีอยู่มาก ความแตกต่างของชนชั้นทางสังคมยังมีให้เห็น ลูกจ้างรายวันที่อาศัยอยู่ในบ้านเช่าของย่านชุมชนเก่าแก่อย่างเธอ คงไม่มีโอกาสเดินชนกลุ่มคนชั้นสูงหรือเศรษฐีมีเงินกลุ่มนั้นหรอก

ถึงเรื่องแย่ๆ จะดันมาเกิดขึ้นกับเธอ แต่ไม่ว่าอย่างไรญาณินก็เลือกที่จะปักหลักอยู่ในเชียงราชต่อ แม้สองคนน้าหลานจะแทบไม่เหลือใครในเมืองนี้แล้วก็ตาม

เรียวปากอิ่มเหยียดแย้มออก เมื่อนึกต่อว่าอันที่จริงไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก ทั้งเธอและแตงหวานก็หาคนที่อยากเป็นญาติไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ

ร่างเพรียวระหงลุกเดินออกจากห้องทำงาน ด้วยความสูงร้อยหกสิบห้าเซนติเมตรกับส่วนสัดเหมาะเจาะกลมกลึง จึงดูงดงามอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งพึงมี แต่มักถูกพรางด้วยแจ็กเก็ตตัวใหญ่อยู่เสมอ

“กลับแล้วหรืออ่อน” เสียงทักนั้นทำให้คนที่ก้มหน้าก้มตาย่างเท้าต้องเงยขึ้นสบตา แล้วยิ้มรับ

“ค่ะเจ๊หงส์ โรงเรียนแตงหวานใกล้เลิกแล้ว วันนี้อ่อนขอไม่เข้าร้านนะคะ จะพาแตงหวานไปซื้อของค่ะ”

“จ้ะ พี่จำได้ อ่อนบอกไว้แล้ว แต่อย่าลืมละ พรุ่งนี้วันเสาร์ต้องมาทำชดให้พี่ทั้งวันนะ”

ถ้อยวาจาฉะฉาน ฟังหวานหูจากเถ้าแก่เนี้ยทำให้ลูกจ้างสาวได้แต่ยิ้มรับ

“ไม่ลืมค่ะ อ่อนไปนะคะ”

ญาณินเดินออกจากร้านวัสดุก่อสร้างที่ดำเนินกิจการมาสามรุ่นแล้ว แถบนี้ถือเป็นย่านชุมชนเก่าของเมืองเชียงราช ตั้งแต่จำความได้เธอก็เห็นร้านค้าแห่งนี้แล้ว เมื่อการกลับมายังบ้านเกิดหลังจากที่จากไปตั้งแต่สิบขวบจนเรียนจบระดับชั้นปริญญาตรีในกรุงเทพฯ ตัวเมืองที่ถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดดอย่างเชียงราชจึงดูแปลกตาสำหรับเธอ

ความวังเวง เดียวดาย และเหงาจึงเกิดในใจเสมอ ญาณินไม่คุ้นเคยกับบ้านเกิดตัวเองเสียแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด เปลี่ยนแม้กระทั่งคนในครอบครัวของเธอ

การได้เห็นสิ่งที่ยังหลงเหลือให้คุ้นตาชินใจ จึงเหมือนได้พบเพื่อนเก่า ได้สิ่งคุ้นเคยกลับมา เมื่อมีเหตุต้องหอบหิ้วหลานสาวออกจากบ้าน ญาณินจึงตัดสินใจในทันทีว่าจากนี้ไปย่านนี้จะเป็นที่พักพิงของเธอกับหลานสาว

ที่สำคัญนอกเหนือจากความอุ่นใจจากความคุ้นเคยเก่าก่อนแล้ว ค่าเช่าบ้านชั้นเดียวของญาติห่างๆ ของนายจ้างก็อยู่ในกำลังที่เธอเอื้อมถึง

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กห่างจากที่ทำงานประมาณห้าร้อยเมตร เดินไม่กี่นาทีก็ถึง นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอเลือกปักหลักอยู่ย่านนี้ เพราะทุกอย่างดูลงตัวดีนั่นเอง

เด็กหญิงตัวน้อยในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีชมพูกับเลกกิ้งสีเข้าชุดกัน สวมทับด้วยเอี๊ยมกระโปรงสั้นสีน้ำเงิน หนูน้อยเปิดรอยยิ้มกว้างทันทีที่เห็นเธอเดินผ่านประตูรั้วเข้าไป เจ้าตัวรีบผละจากวงล้อมเพื่อนที่เล่นกันอยู่แล้ววิ่งมาหาอย่างไม่รอช้า ไม่วายที่ญาณินต้องจูงมือพากลับไปร่ำลาคุณครูอีกรอบ

“อ่อนมารับแตงหวานก่อนเวลาค่ะคุณครู” ญาณินยกมือไหว้ทักทายครูสาวที่กำลังดูแลเด็กในห้องประมาณ 6-7 คน แล้วบอก

“ได้ค่ะน้องอ่อน ครูหมิวบอกพี่ไว้แล้ว ว่าแต่วันนี้จะพาหลานไปไหนกัน”

ครูประจำชั้นของแตงหวานถามต่ออย่างคุ้นเคย พร้อมกับส่งกระเป๋าเป้ใส่ข้าวของส่วนตัวของเด็กหญิงให้

“จะพาไปชอปปิงค่ะ เข้าหน้าหนาวแล้ว เสื้อหนาวมีอยู่สองตัว ซักไม่ทันแล้วค่ะ วันนี้ที่มอลล์มีงานลดราคาวันสุดท้าย อ่อนไม่อยากรอจนถึงเวลาเลิกงาน กลัวว่าคนจะเยอะ พาแตงหวานไปเบียดคนเกรงจะไม่สะดวก ว่าแต่บอกเหตุผลไปอย่างนี้แตงหวานคงไม่ถูกหักคะแนนใช่ไหมคะ”

“อุ๊ย! ไม่ต้องห่วงค่ะ คนนี้เขามีคะแนนพิศวาสตุนไว้เยอะ ว่านอนสอนง่าย ถึงเวลากินก็กิน ถึงเวลานอนก็นอน แค่สองขวบก็ทำอะไรเองได้เยอะแล้ว เก่งทีเดียว น้องอ่อนเลี้ยงหลานได้ดีค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ แตงหวานเป็นเด็กเลี้ยงง่าย อารมณ์ดี ไม่งอแง อ่อนไม่เคยเหนื่อยกับแกเลยค่ะ”

“ดีค่ะ ดีแล้ว”

เจ้าของคำชมมองแตงหวานอย่างปรานี แววตาคู่นั้นมีความเวทนาเจืออยู่ ณาณินมองเห็นเช่นนั้นก็ตัดสินใจบอกลา แล้วให้หลานสาวไหว้ลาตาม ก่อนจับจูงมือน้อยๆ เดินออกมา

คนตัวจ้อยกระโดดเหย็งๆ อย่างร่าเริง เคล้าเสียงเพลงที่ฮัมออกมาไม่เป็นภาษานัก ทำให้ญาณินต้องยิ้มตาม

หน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีป้ายรอรถเข้าเมืองอยู่ ถึงจะต้องรอนานนับสิบนาที แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับแม่หนูแตงหวาน เมื่อรถสองแถวแล่นมาจอด ร่างเล็กก็ปีนป่ายขึ้นด้วยแรงช่วยจากน้าสาวแล้วเดินนำเข้าไปด้านในอย่างรู้งาน

เนื้อนิ่มกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กของคนนั่งซ้อนตักสร้างพลังใจให้ญาณินได้เสมอ เธอก้มลงสูดหอมพวงแก้มยุ้ยนั้นเต็มรัก

“ไปไหน...น้าอ่อนไปไหน”

“ซื้อของค่ะ วันนี้มอลล์ข้างโรงแรมเวียงรวีมีเทศกาลลดราคาเสื้อผ้าของใช้เยอะแยะ น้าอ่อนว่าจะซื้อเสื้อกันหนาวตัวใหม่ให้แตงหวาน แล้วก็พวกของใช้ในบ้านเราด้วย”

เสียงพูดคุยคล้ายกับว่าคู่สนทนาเป็นผู้ใหญ่ที่รู้ประสาดี แม่หนูน้อยพยักหน้าหงึกๆ ทำทีว่าเข้าใจในทุกคำ ญาณินยิ้มเอ็นดู ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเมื่อรถแล่นเร็วขึ้นเรื่อยๆ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หลงกลรักมาเฟีย (สิมิลัน-วิลเซอร์)
8.8
ชีวิตในวัย 22 ปีของ ‘สิมิลัน’ ต้องพังครืนลงเมื่อสูญเสียบิดาอันเป็นที่รัก ซ้ำยังโดนแม่แท้ๆ ทำร้ายจิตใจอย่างแสนสาหัส สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือบ้านอันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย แต่เธอกลับต้องสูญเสียมันไปให้กับตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลอย่างทริปเปิลวิลล์ ทางรอดเดียวของเธอคือการบากหน้าไปเจรจากับเจ้าหนี้ ทว่าโชคชะตากลับนำพาให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับ ‘วิลเซอร์’ มาเฟียหนุ่มชาวฝรั่งเศสผู้เป็นแฝดคนกลางที่แสนเย็นชาและเด็ดขาด นอกจากเขาจะปฏิเสธข้อเสนออย่างไม่ใยดีแล้ว เขายังตราหน้าและเข้าใจผิดว่าเธอตั้งใจจะใช้ร่างกายเข้าแลกเพื่อล้างหนี้สิน สิมิลันจึงต้องติดกับดักและตกอยู่ภายใต้อำนาจของมาเฟียไร้หัวใจคนนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง รอยแผลพิศวาส
8.5
จำปา หญิงม่ายลูกอ่อนที่ขาดความรักและความอบอุ่น ได้เผชิญกับเสน่ห์อันเย้ายวนของลุงเข้ม ชายผู้เชี่ยวชาญในเรื่องกามารมณ์และรู้วิธีเร้าอารมณ์หญิงสาวอย่างยอดเยี่ยม สัมผัสอันหยาบโลนและรุนแรงที่บีบเค้นเต้าทรวงอวบอิ่มที่มีน้ำนมไหลซึม ร่วมกับการใช้ลิ้นและนิ้วสัมผัสจุดอ่อนไหวอย่างเร่าร้อน ทำให้จำปาต้องสั่นสะท้านด้วยความสยิวอย่างที่อดีตสามีไม่เคยปรนเปรอให้มาก่อน ทักษะการเล้าโลมอันดุดันและเหนือชั้นของลุงเข้มทำให้หญิงสาวหมดหนทางขัดขืน และยอมจำนนต่อความต้องการอันแสนรัญจวนใจที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนยากจะถอนตัวขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง หว่ออ้ายหนี่...ท่านประธานลูกติดคนนี้คือที่
8.7
เมื่อ หลิวชิงเฟย นักแสดงสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในกองถ่าย วิญญาณของเธอกลับตื่นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวชื่อเดียวกันผู้มีนิสัยร้ายกาจจนทำลายครอบครัวตัวเอง แถมร่างนี้ยังเป็นเพียงตัวประกอบในโลกนิยายที่กำลังจะถูกมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งเซี่ยงไฮ้กำจัดทิ้ง ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอาตัวรอด พี่สาวของร่างนี้กลับฝากฝังคำขอสุดท้ายให้เธอพาสุนัขและหลานชายเดินทางไปพบพ่อแท้ๆ ชิงเฟยจึงต้องติดอยู่ท่ามกลางทางเลือกอันยากลำบากระหว่างการรักษาชีวิตตัวเองให้รอดพ้นจากอันตราย หรือจะยอมเสี่ยงเผชิญหน้ากับเส้นทางสุดอันตรายเพื่อทำตามคำสั่งเสียและส่งดวงวิญญาณของพี่สาวให้ไปสู่สุขคติอย่างสงบ
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียผมน่ารักจัง
9.5
กู้ชิงเฉิงพยายามทำทุกทางในฐานะภรรยาที่ดีเพื่อหวังให้มู่ถิงเซียวหันมารัก แต่ความทุ่มเททั้งหมดกลับไร้ค่าเมื่อผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง แม้เธอจะต้องโดดเดี่ยวในวันแต่งงานหรือเผชิญหน้ากับการผ่าตัดใหญ่เพียงลำพังจนใครต่างก็ตราหน้าว่าเธอคลั่งรักจนไร้สติ ทว่าเมื่อมีข่าวลือแพร่ออกไปว่าเธอกำลังป่วยหนัก มู่ถิงเซียวกลับเริ่มสูญเสียความเยือกเย็นและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อยื้อเธอเอาไว้ แต่ในเวลานี้กู้ชิงเฉิงที่หัวใจบอบช้ำเกินทนกลับเลือกที่จะยิ้มรับอิสรภาพ พร้อมทั้งตัดสินใจละทิ้งตัวตนเดิมที่เคยรักเขาอย่างหมดใจไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหมอเจ้าแผนการ
8.2
ภายใต้ความงดงามสะดุดตาและความสดใสที่สั่นคลอนหัวใจของเขา แม้ชายหนุ่มจะคอยพร่ำบอกตัวเองอยู่เสมอว่ายังไม่พร้อมเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่กับใคร แต่ส่วนลึกในใจกลับโหยหาและอยากครอบครองเธอไว้เพียงผู้เดียวอย่างที่สุด ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกยุคปัจจุบัน เรื่องราวความรักสุดอบอุ่นที่เต็มไปด้วยกลอุบายอันชาญฉลาดเพื่อดึงดูดให้เธอคนนั้นยอมก้าวเข้ามาเคียงข้างกายจึงได้เริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านประธานนิรันดร์
8.1
ความรักลับๆ ระหว่างพนักงานสาวออฟฟิศกับประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของสมญา ‘ท่านประธานนิรันดร์’ เริ่มต้นขึ้นเมื่อโชคชะตาจัดสรรให้เขามาเป็นเพื่อนบ้านห้องติดกันในคอนโดหรู ความใกล้ชิดที่ไม่ได้คาดฝันแปรเปลี่ยนเป็นความหวั่นไหว เมื่อเขาใช้สิทธิ์ความเป็นเจ้านายอ้างเรื่องงานและธุระส่วนตัว ออกคำสั่งเรียกตัวเธอให้เข้าไปพบที่ห้องพักกลางดึกอยู่บ่อยครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศชวนฝันและเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวน ความสัมพันธ์ซ่อนเร้นนี้ค่อยๆ ถักทอจนกลายเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว