APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหมอเจ้าแผนการ

คุณหมอเจ้าแผนการ

8.2 / 10.0
ภายใต้ความงดงามสะดุดตาและความสดใสที่สั่นคลอนหัวใจของเขา แม้ชายหนุ่มจะคอยพร่ำบอกตัวเองอยู่เสมอว่ายังไม่พร้อมเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่กับใคร แต่ส่วนลึกในใจกลับโหยหาและอยากครอบครองเธอไว้เพียงผู้เดียวอย่างที่สุด ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกยุคปัจจุบัน เรื่องราวความรักสุดอบอุ่นที่เต็มไปด้วยกลอุบายอันชาญฉลาดเพื่อดึงดูดให้เธอคนนั้นยอมก้าวเข้ามาเคียงข้างกายจึงได้เริ่มต้นขึ้น

คุณหมอเจ้าแผนการ ตอนที่ 1

เรื่อง...คุณหมอเจ้าแผนการ

โปรย

ความสวยสะดุดตา ความสดใสสะดุดใจ ปากที่บอกว่ายังไม่อยากมีใคร แต่ในใจกลับอยากได้เธอมาครอบครอง

แนะนำตัวละคร

กาวิน หรือ หมอวิน อายุ 32 ปี

เขาหล่อ ขาว หน้าเกาหลี เจ้าเล่ห์ แผนสูง ใจดีกับเธอคนเดียวเท่านั้น ส่วนคนอื่นมันก็แค่มารยาท

ข้าวหอม หรือ ใบบัว อายุ 23 ปี

เธอสวย สดใส น่ารัก อุบัติเหตุทำให้เธอความจำเสื่อม แถมยังได้สามีเป็นถึงคุณหมอแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย

-------------

พูดคุย

สำหรับเรื่องนี้ (คุณหมอเจ้าแผนการ) เป็นเรื่องต่อ จากเรื่อง...ดวงใจคุณหมอ จากตอนที่ 68 ชื่อตอนว่า...งานแต่ง เป็น ชาย หญิง นิรนามที่มาเจอกันในงานแต่งของคุณหมอนาธานกับน้ำผึ้ง โดยไรท์จะนำตัวละครสองคนนี้จากเรื่อง ดวงใจคุณหมอ มาแต่งให้ฟินกันต่อเนื่องในเรื่องนี้นะคะ (เนื่องจากมีนักอ่านอยากรู้และถามกันเข้ามาเยอะพอสมควร)

ปกหนังสืออาจจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ พอดีไรท์ดองไว้นานแล้ว จึงขออนุญาตระบายปกไปในตัวด้วยเลยแล้วกัน เรื่องนี้แต่งขึ้นแบบหมอๆเหมือนเดิม แต่จะไม่มีเรื่องของทางการแพทย์มาเกี่ยวข้องมากนัก เพราะไรท์ไม่มีความรู้ต้องขออภัยด้วยจริงๆค่ะ แต่ความสนุกรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน เรื่องนี้พระเอกเป็นคนดีหวงตัวหน่อยๆ ชอบอ่อยเบาๆ ส่วนนางเอกสำหรับเรื่องนี้เธอความจำเสื่อมแล้วได้มาอยู่กับพระเอกค่ะ

----------------------

ตอนที่ 1 งานเลี้ยง

ณ ห้องแต่งตัวภายในบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งกลางใจเมือง กาวิน คุณหมอหนุ่มวัย 32 ปี ยืนแต่งตัวด้วยชุดสูทหรูดูเรียบร้อย กำลังจะออกไปงานมงคลสมรสเป็นเพื่อนคุณแม่

“ตาวิน...เสร็จหรือยังลูก” คุณสิริโฉม คุณแม่ของกาวินเอ่ยถามลูกชายอยู่หน้าประตูห้อง วันนี้ทั้งสองแม่ลูก ได้รับบัตรเชิญให้ไปเป็นเกียรติในงานมงคลสมรสของผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการแพทย์ท่านหนึ่ง

“เสร็จแล้วครับ แต่ผมไม่อยากไปเลย” กาวินเดินออกมาจากห้องของตัวเองด้วยชุดสูทราคาแพง ใบหน้าหล่อเหลาของกาวินมีสีหน้าออกจะเซ็งๆนิดหน่อย เพราะเขาไม่ค่อยชอบออกงานสังคมสักเท่าไหร่

“ลูกต้องหัดไปเจอผู้คนซะบ้างนะ อยู่แต่โรงพยาบาลแบบนี้แล้วเมื่อไหร่ถึงจะมีเมียสักที” คุณสิริโฉมต้องการให้ลูกชายหาเมียเพราะท่านอยากได้หลานไว้เลี้ยงแก้เหงา

คุณสิริโฉมมีลูกสองคน อีกคนเป็นผู้หญิง กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศซึ่งเป็นประเทศเดียวกับที่ผู้เป็นสามีทำงานอยู่ ส่วนตัวของคุณสิริโฉมเองก็บินไปๆมาๆระหว่างต่างประเทศกับเมืองไทยเป็นว่าเล่น

“โธ่คุณแม่ครับ ก็ผมยังไม่อยากมีนี่นา” กาวินทำงานเป็นคุณหมอทั่วไปประจำอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน งานของเขาค่อนข้างยุ่งไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้าน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากมี แต่เขาแค่กลัวว่าจะไม่มีเวลาดูแลเธอคนนั้นมากกว่า ดูอย่างคุณพ่อของเขาสิ ทำงานจนไม่มีเวลาให้คุณแม่ แต่ดีที่คุณแม่เข้าใจคุณพ่อดีเสมอมาถึงไม่มีปัญหา แต่ถึงยังไงกาวินก็ไม่อยากให้เธอคนนั้นต้องมาอยู่แบบเหงาๆรอเวลาว่าเมื่อไหร่สามีจะกลับบ้าน ซึ่งบางวันมีเคสคนไข้เยอะ เขาก็นอนที่โรงพยาบาลเลยไม่ได้กลับบ้านซะด้วยซ้ำ ส่วนช่วงที่คุณแม่เดินทางไปต่างประเทศกาวินก็มักจะพักที่คอนโดเพราะว่าที่นั่นมันอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่เขาทำงานอยู่มากกว่าที่บ้าน

“ไปๆยังไงงานวันนี้แกก็ต้องหาลูกสะใภ้ให้แม่สักคนให้ได้ อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว” เรื่องนี้ต้องโทษคุณพ่อที่ทำให้คุณแม่เหงา จนต้องมาบีบบังคับให้ผมหาเมียเพื่อที่ท่านจะได้มีหลานไว้เลี้ยงแก้เหงา คุณพ่อของผมทำงานอยู่ที่สถานทูตและต้องประจำอยู่ที่ต่างประเทศ ท่านมักจะกลับบ้านทุกครั้งที่มีวันหยุด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะคุณแม่ของผมเดินทางเก่งมาก ไปๆมาๆอย่างกับเป็นเจ้าของสนามบินซะเอง

“เฮ้อ...คุณแม่นะคุณแม่” กาวินบ่นพึมพำพร้อมกับส่ายศีรษะไปมาเบาๆ มองคุณแม่ของเขาเดินนำออกไปที่รถ จากนั้นทั้งสองก็พากันมาถึงที่งาน เมื่อคุณสิริโฉมมาถึงท่านก็รีบพาลูกชายสุดหล่อแถมยังมีดีกรีเป็นถึงคุณหมอ เดินแนะนำเพื่อนๆและเจ้าภาพในงานนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามแบบฉบับคนใจดี

ทางด้านใบบัว

ใบบัวเป็นเด็กกำพร้า เธอโตมากับสถานเลี้ยงเด็ก พออายุที่สามารถจะทำงานได้แล้ว เธอจึงออกจากที่นั่นมาหางานทำ เธอได้งานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของร้านก็เป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งเก่งและใจดีมากๆ เธอชื่อศิริวรรณ หรือคนทั่วไปเรียกเธอว่าเจ้ศิ เจ้ศิเป็นผู้หญิงเก่งยังไม่มีครอบครัวอายุ 33 ปี

ด้วยความน่ารักและสดใสของใบบัว เจ้ศิจึงชวนใบบัวมาอยู่ด้วยกันที่ร้าน ซึ่งที่พักจะอยู่ชั้นสองของร้าน ส่วนร้านอาหารจะอยู่ชั้นล่าง ใบบัวตกลงมาอยู่กับเจ้ศินานหลายปีแล้ว

ระหว่างที่ใบบัวมาทำงานอยู่ที่ร้านอาหารของเจ้ศิ เจ้ศิได้สอนวิธีทำอาหาร วิธีดูแลลูกค้า ด้านงานบริการ สอนกิริยามารยาทเวลาเข้าสังคม เจ้ศิชุบชีวิตเด็กกำพร้าคนหนึ่งจากที่ไม่มีใครเลย ตอนนี้ใบบัวมีเจ้ศิเป็นเจ้านายและพี่สาวในคนๆเดียวกัน เจ้ศิรักใบบัวเหมือนน้องสาวไปไหนเจ้ศิก็มักจะพาใบบัวไปด้วยเสมอ

เจ้ศิมีบ้านแต่ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ชอบอยู่ที่ร้านมากกว่า เธอเป็นผู้หญิงสังคม ออกงานเก่ง เที่ยวก็เก่ง และทุกๆครั้งที่เธอไป เธอก็มักจะชวนใบบัวไปด้วย แล้วตอนนี้ทั้งสองสาววัยต่างกันก็แต่งตัวสวยเดินอยู่ภายในงานแล้ว

เจ้ศิ มีหน้าที่ออกงานสังคมแทนผู้เป็นแม่ที่อยู่ต่างประเทศ หน้าที่ออกงานจึงเป็นหน้าที่ของเจ้ศิมานานแล้ว ส่วนเธอเองก็ชอบออกงานแบบนี้เป็นที่สุด เพราะดูสนุกแถมได้พาน้องสาวอย่างใบบัวออกมาเปิดหูเปิดตาอีกด้วย

ใบบัวหันซ้ายมองขวา เห็นผู้คนรอบข้างมองมาที่เธอกับเจ้ศิเป็นตาเดียว บ้างก็ยิ้มให้ บ้างก็มองเฉยๆ เธอจึงหันไปถามเจ้ศิว่า...

“เจ้ศิคะ...ทำไมคนมองเราสองคนเยอะจังคะ” ใบบัวก้มมองตัวเอง แล้วสำรวจชุดกับใบหน้าให้เจ้ศิด้วยสายตาแต่ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ

“เถอะน่า...เชิดๆเข้าไว้เชื่อเจ้” เจ้ศิเป็นผู้หญิงมั่นมาก มากจนทำให้ผู้ชายทำได้แค่มองแต่ไม่กล้าเข้าหา จนตอนนี้อายุก็เยอะแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าเข้ามาสักที ซึ่งเธอก็ไม่ง้อ แถมยังใช้ชีวิตมีความสุขดีมาตลอดอีกด้วย

“เจ้คะ หน้าบัวมีอะไรติดหรือเปล่า” เธอสำรวจเจ้ศิแล้วปกติดี หรือว่าจะเป็นตัวเธอเองที่ผิดปกติ ใบบัวจึงขอให้เจ้ศิดูให้เธอหน่อย

“มี! ความสวย เหมือนเจ้เลย” เจ้ศิเป็นผู้หญิงอารมณ์ดี เธอพูดไปยิ้มไป แถมยังไม่ได้รู้สึกเกร็งแต่อย่างใด

“โธ่เจ้ พูดเล่นตลอดเลยนะคะ” ถึงอายุของเจ้ศิเข้าเลขสามแล้ว แต่เจ้ศิดูยังไงก็ยังไม่แก่แถมยังสวยวันสวยคืนอีกด้วย

“ทำไม เจ้ไม่สวยเหรอ” เจ้ศิเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ ในความสวยของตัวเอง

“สวยค่ะ เจ้ของบัวสวยไปทั้งตัวเลย” ใบบัวมักจะปากหวานแบบนี้เสมอ ถึงเจ้ศิจะรู้ว่าใบบัวพูดเอาใจเธอแต่นั่นก็ทำให้เจ้ศิพอใจมาก

“บัวของเจ้ก็สวย ป่ะเชิดๆเข้าไว้ เจ้จะพาเราไปหาอะไรอร่อยๆทาน”

“ไปค่ะ บัวหิวพอดีเลย” ทั้งสองสาวพากันเดินไปตักอาหารชิมกันตามประสา เน้นว่าชิม เพราะตักเข้าปากแค่นิดๆหน่อยๆเท่านั้น เจ้ศิเป็นผู้หญิงห่วงสวยแต่ใบบัวเป็นผู้หญิงชอบกิน ใบบัวจึงโดนเจ้ศิควบคุมเรื่องการกินอยู่บ่อยๆ

“อย่างละคำพอเดี๋ยวอ้วน” เจ้ศิรีบห้ามเมื่อเห็นใบบัวกำลังจะตักอาหารมามากเกินไป

“เจ้ขา...ขออย่างละสามคำได้ไหมคะ อันนี้น่าอร่อย”

“ไม่ได้เป็นผู้หญิงต้องสวยห้ามอ้วนเด็ดขาด” ใบบัวจึงวางอาหารชิ้นนั้นลงด้วยใบหน้าเสียดายนิดหน่อย แต่ก็ยอมทำตามที่เจ้ศิบอก

“เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย กินแค่ชิมๆก็พอ” ยิ่งเจ้ศิพูดใบบัวก็ยิ่งรู้สึกเซ็ง มางานใหญ่โตทั้งทีแต่กลับห้ามกินของอร่อย เอาเข้าปากได้แค่ชิมพอให้รู้รส แต่ผู้หญิงชอบกินอย่างใบบัว เวลาเจ้เผลอเธอก็มีแอบกินเยอะบ้างเป็นบางครั้ง เพราะถึงเจ้ไม่เห็นแต่ถ้าน้ำหนักเธอขึ้น นอกจากจะอดกินของอร่อยยาวๆแล้ว ยังจะถูกเจ้ศิลากเธอไปออกกำลังกายอีกด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่ใบบัวไม่ชอบเอาเสียเลย เธอจึงเลือกทานอาหารแต่พอดีเพื่อให้หุ่นยังคงที่เหมือนเดิม

“บัวยังอายุน้อยอยู่ระบบเผาพลาญน่าจะยังดีอยู่ ขออีกคำได้ไหมคะ” สายตาอ้อนวอนของใบบัวก็ไม่ได้ทำให้เจ้ศิสงสารแต่อย่างใด

“มีแต่ของหวานๆทั้งนั้น นี่ถ้าแกกินผู้ชายแทนได้เจ้จะไม่ห้ามเลย”

“โธ่เจ้ เรื่องเดียวกันไหมนี่ ไม่กินก็ไม่กิน เจ้อย่าเผลอก็แล้วกัน” เจ้ศิไม่ได้สนใจที่ใบบัวบ่น เพราะเธอฟังจนชินแล้ว แต่เลือกที่จะสะกิดให้น้องสาวหันไปมองผู้ชายหล่อๆในงานแทน ซึ่งใบบัวก็รู้สึกว่าไม่เห็นมีอะไรน่าดูเลยสักนิด สู้ขนมตรงหน้าก็ไม่ได้

ทางด้านหน้างาน

เมื่อเวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงเวลาสำคัญ นั่นก็คือเจ้าสาวกำลังโยนช่อดอกไม้ เจ้ศิรีบดึงมือใบบัวเดินไปด้วยกันที่หน้าเวที เพื่อจะไปเป็นสาวโสดยืนรอรับช่อดอกไม้ที่เจ้าสาวกำลังจะโยนลงมาจากเวทีนั่นเอง

“เจ้คะ…” ใบบัวทำหน้าไม่อยากเข้าไป แต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามเจ้ศิเข้าไปอยู่ดี

“เถอะน่า...ตรงนี้พื้นที่คนโสด เผื่อเจ้จะได้มีผัวกับเขาสักที” ปีนี้เจ้ศิมีอายุได้ 33 ปีแล้ว ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากมีใคร แต่ชีวิตของเธอที่ผ่านมามันไม่มีใครเข้ามาเลยต่างหาก สงสัยเนื้อคู่ของเธอจะยังไม่เกิด

และแล้วสาวโสดที่มีทั้งอายุน้อยอายุมากก็มารวมตัวกันอยู่ที่หน้าเวทีกันเป็นแถว พวกเธอต่างมารอรับช่อดอกไม้ที่เจ้าสาวกำลังจะโยนลงมาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

ทางด้านกาวิน เขานั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหน้าเวที กำลังมองสาวๆรอรับช่อดอกไม้อยู่ เกิดสะดุดตาเข้ากับหญิงสาว หน้าตาน่ารักสวมชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนคนหนึ่ง เธอทำหน้าเหมือนถูกบังคับให้ไปยืนอยู่ตรงนั้น แต่สายตาของกาวินที่นั่งมองเธออยู่กลับรู้สึกถูกใจกับผู้หญิงที่สวมชุดสีชมพูอ่อนคนนี้มาก เธอสดใสในแบบของเธอ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา มองดูแล้วน่ารักไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆที่จัดเต็มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพราะแบบนั้นเขาเห็นบ่อยจนรู้สึกเบื่อ

ในขณะที่กาวินนั่งมองหญิงสาวคนนั้นอย่างเพลินๆ อยู่ๆช่อดอกไม้ที่เจ้าสาวโยนลงมาจากบนเวทีก็มาตกอยู่ที่หน้าตักของเขาอย่างจัง กาวินตกใจไม่คิดว่าช่อดอกไม้ที่เขาไม่อยากได้จะมาหล่นอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ พร้อมกับสายตาของผู้คนในงานที่มองมาที่เขาเป็นตาเดียว

กาวินรู้สึกว่าสายตาของผู้คนในงานได้จับจ้องมาที่เขานานเกินไปแล้ว เขาจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปหาหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนคนนั้นที่เขานั่งมองเธออยู่เมื่อสักครู่นี้

“อ่ะผมให้...” กาวินเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวตัวเล็กใบหน้าหวานคนนั้น โดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าเธอชื่ออะไร

“แต่คุณเป็นคนรับได้นะคะ” เขาส่ายหน้าเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ เขาไม่ได้รับได้แต่มันตกลงมาที่หน้าตักของเขาเองต่างหาก และที่สำคัญเขาไม่ได้อยากได้มันเลยสักนิด ดอกไม้ช่อนี่มันน่าจะเหมาะกับคนสวยๆอย่างเธอมากกว่า

“ผมไม่ได้อยากได้ ให้คุณแล้วกัน” เขายื่นช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือให้เธอ ตอนนี้บรรยากาศโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเชียร์ หรือแม้นแต่เสียงกดชัตเตอร์รัวๆของช่างกล้อง นักข่าว ที่มาทำข่าวในงาน ต่างเก็บภาพนี้กันอย่างเนืองแน่น

“ขอบคุณค่ะ” ใบบัวยื่นมือไปรับช่อดอกไม้ช่อนั้นเอามาถือไว้แบบงงๆ เธอก็ไม่ได้อยากได้เหมือนกัน เจ้ศิต่างหากที่อยากได้ แล้วเมื่อดอกไม้ช่อนี้ตกมาอยู่ในมือของเธอแล้ว กาวินจึงเดินกลับไปนั่งที่เดิม โดยมีสายตาของคุณแม่มองลูกชายด้วยรอยยิ้ม

“เจ้ศิ บัวให้” ใบบัวเห็นเจ้ศิอยากได้ ก็เลยคิดว่าให้เจ้ศิดีกว่าเพราะเธอก็ไม่ได้อยากได้ ที่รับมาเพราะเป็นมารยาทเท่านั้น

“ถึงเจ้จะรีบ แต่หนุ่มหล่อคนนั้นเขาไม่ได้ให้เจ้ บัวเก็บไว้เถอะ”

อ่านต่อ

สารบัญ คุณหมอเจ้าแผนการ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง หยั่งรากฝากรัก
8.3
ในอดีต จิรายุเคยผลักไสไล่ส่งดรีมอย่างไม่ใยดีจนเธอต้องจากไป ทว่าเมื่อเธอกลับมาอีกครั้งในฐานะคนใหม่ที่ไร้ความรู้สึกรักให้เขา เขากลับเป็นฝ่ายร้อนรนและต้องการทวงคืนหัวใจของเธอ แต่หนทางกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม เพราะรอบตัวเธอรายล้อมไปด้วยหนุ่มๆ ที่เข้ามาขายขนมจีบ แถมเธอยังคอยหลบหน้าเขาตลอดเวลา ที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือพ่อแม่ของเขาที่เคยสนับสนุน กลับเปลี่ยนท่าทีมาขัดขวางเต็มประตู พร้อมประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ที่จะคู่กับดรีมยกเว้นลูกชายตัวเอง จิรายุจะสามารถฟื้นฟูความรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้อีกครั้งหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักจากท้องฟ้า
6.7
เวลาสามปีที่อยู่ร่วมชายคากัน เธอต้องทนฟังเรื่องที่เขามีหญิงอื่นเคียงข้างเสมอ แม้ความจริงจะประจักษ์ชัดแต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความร้าวราน ปิดปากเงียบและทำตัวราวกับคนตาบอดเพื่อประคองความสัมพันธ์อันเปราะบางไม่ให้ขาดสะบั้น ความจริงที่กรีดแทงใจคือเธอเป็นได้เพียงคู่นอนที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ไม่เคยได้รับเกียรติในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้จะผูกพันลึกซึ้งเพียงใด แต่เมื่อวันลาจากมาถึง เธอต้องพบกับความเจ็บปวดที่สุดเมื่อไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่าเลิกรา นั่นเพราะสถานะของทั้งสองไม่เคยมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้น
ภาพปกนิยายเรื่อง กาลครั้งหนึ่งฉันก็เคยมีสุข
8.2
ครูสาวธรรมดาผู้มีความสามารถได้มีโอกาสใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอแอบรักมาเนิ่นนาน ค่ำคืนอันลึกซึ้งทิ้งไว้เพียงความหวั่นไหวและข้อสงสัยว่าเขาจะจัดการความสัมพันธ์นี้อย่างไร จะยอมรับเธอเป็นคนรักหรือไม่ ในงานเลี้ยงสำคัญ เธอพยายามจนโดดเด่นเป็นที่จับตามอง ท่ามกลางหญิงสาวมากมายที่รายล้อมเขา เธอตัดสินใจแสดงจุดยืนอย่างเด็ดเดี่ยวว่าพร้อมเคียงข้างเขาโดยไม่หวังทรัพย์สิน ทว่าความจริงใจกลับถูกตอบโต้ด้วยความเย็นชา เมื่อเขาตั้งคำถามกลับมาว่าคนอย่างเธอคู่ควรกับตำแหน่งคนรักของเขาแล้วจริงๆ หรือ
ภาพปกนิยายเรื่อง รอรักกลับมา
8.9
ตลอดเวลาสามปีของการแต่งงาน ซูป้านเซี่ยยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อดูแลมู่หนานจืออย่างดีที่สุด แต่เธอกลับได้รับเพียงความเย็นชาตอบแทน และเมื่อหญิงคนรักเก่าของเขาหวนกลับมา จุดแตกหักก็มาถึงจนเธอเลือกที่จะขอหย่าขาด แม้เขาจะดูถูกว่าไม่นานเธอจะต้องซมซานกลับมาขอร้องเขา แต่ซูป้านเซี่ยกลับก้าวสู่อิสรภาพครั้งใหม่ในบาร์หรูพร้อมเปิดตัวชายคนใหม่เคียงข้างอย่างสง่างาม ปล่อยให้มู่หนานจือที่เคยทะนงตนต้องเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงที่เคยยอมเขาทุกอย่าง บัดนี้ไม่มีวันเหลียวหลังกลับมามองเขาอีกแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อพล็อตนิยายเดิมถูกคนเกิดใหม่แก้ไขจนพังยับเยิน หญิงสาวที่ทะลุมิติมาเข้าร่างของภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหนีออกจากจวน เพื่อออกเดินทางท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวสุดกวน ทว่าชีวิตใหม่ในโลกแฟนตาซีครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลและเรื่องราวสุดแปลกประหลาดอย่างคาดไม่ถึง เธอต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้เคล็ดวิชาน้ำเต้าหู้สังหารศัตรูอย่างพิสดาร แถมยังต้องคอยรับมือกับเพื่อนร่วมทางตัวดีที่เรียกร้องจะกินแต่หมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางอันตรายและความวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาในโลกใบ
ภาพปกนิยายเรื่อง ยักษ์ครุฑี
8.0
กษัตริย์อสุรานามพระสุวรรณเมฆาได้เข้าช่วยเหลือครุฑีสาวตนหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าได้อย่างหวุดหวิด ทว่าความงดงามของนางกลับดึงดูดใจยักษ์หนุ่มอย่างลึกซึ้ง ในขณะนั้นกองทหารครุฑาได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมบีบบังคับให้ส่งตัวนางกลับคืนไป แต่จอมราชันแห่งยักษ์กลับปฏิเสธอย่างไม่เกรงกลัวและพร้อมที่จะปกป้องนางอย่างสุดกำลัง เหตุการณ์นี้กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามข้ามเผ่าพันธุ์อันนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจึงต้องยอมใช้มหิทธานุภาพอันยิ่งใหญ่เข้าหักหาญกับศัตรูเพื่อปกป้องชีวิตของครุฑีในอ้อมแขนให้จงได้
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์