APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์เสน่หาอสูร

ทัณฑ์เสน่หาอสูร

ความเคียดแค้นในใจของ ปรินทร อัครพิภพ ถูกระบายลงกับหญิงสาวผู้ปราศจากความผิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเขาปักใจเชื่อว่ามารดาของเธอคือต้นเหตุที่ทำให้บิดาต้องจบชีวิตลงเพราะการนอกใจ ไฟโทสะจึงเปลี่ยนชายหนุ่มให้กลายเป็นอสูรร้ายที่คอยเหยียบย่ำทำลายเธออย่างไร้ความปรานี เธอจำต้องก้มหน้ารับทัณฑ์ทรมานที่ตัวเองไม่ได้ก่อจนสูญสิ้นทั้งเกียรติยศและไร้หนทางหลบหนี แม้จิตใจจะแหลกสลายจากความอัปยศที่ได้รับ แต่เธอก็ต้องยอมทนต่อความป่าเถื่อนนี้เพื่อปกป้องแม่ผู้เป็นที่รัก ท่ามกลางหยาดน้ำตาและรอยแผลใจที่ไม่มีวันเยียวยา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

แม้หัวใจบอบช้ำแค่ไหนเธอก็ได้แต่เก็บมันไว้ จะหาใครมาเห็นใจ มาเข้าใจเพราะมองไปทางไหนก็ไม่เหลือใคร ไม่มีใครเคียงข้าง แม้ความอบอุ่นในใจเกิดขึ้นมาบ้างตอนแม่กลับมา แต่ท่านก็กลับมาเพื่อประกาศขายบ้านหลังเล็กที่เคยมีให้อุ่นใจ…ตนเองและแม่จะไปอยู่ที่ไหน ? ได้เกิดคำถามขึ้น แต่ไม่นานหลังจากนั้นปิ่นคณางค์ก็ได้รู้ว่าแม่หาที่พักใหม่ได้แล้ว ไม่นานเธอก็ได้เห็นที่อยู่ใหม่ที่แสนกว้างขวางใหญ่โต นั่นคือคฤหาสน์ อัครพิภพ

เหมือนคนไร้ใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อต้องจากคนที่รักที่สุดเพราะการกระทำของเธอนั้นเหมือนทิ้งขว้างพ่อให้โดดเดี่ยว ท่านจากไปโดยที่มีห่วงในใจ จึงไม่ได้ตื่นเต้นสักนิดกับที่พักโอ่อ่าแห่งใหม่ เพียงแหงนมองคฤหาสน์สูงทรงยุโรปด้วยแววตาเฉยชา แต่นั่นเพียงจุดเริ่มต้นความกล้ำกลืนฝืนทนเพราะมีอีกเรื่องที่หญิงสาวได้เจอะเจอและทำให้ปิ่นคณางค์ได้แต่ครุ่นคิด… หรือตนเองนั้นเกิดมาอยู่ในโลกใบนี้เพื่อชดใช้กรรมเก่าที่อาจเคยทำกับใครในชาติปางก่อนหรือเปล่านะ

ความทุกข์โศกที่เกิดขึ้นมานั้นจะโทษปรินทรคนเดียวก็ไม่ถูก แต่ใช่ว่าเธอจะสรรเสริญเยินยอผู้ชายหน้าตา ‘เทพบุตร’ อย่างเขาหรอกนะ เพียงแต่ปิ่นคณางค์เอาหัวใจเข้าประเมินโดยไม่มีอคติ ก็เพียงเท่านั้น เพราะว่าเทพบุตรต้องแสนดี แต่ปรินทรนั้นล้วนต้องใช้คำตรงข้ามกับความหมายคำนั้นแทบทั้งหมด ชายหนุ่มห่างไกลคำว่าแสนดีอย่างสุดจะคะเนได้นั่นเอง ผู้ชายอย่างปรินทรนั้นเห็นผู้หญิงเป็นเพียงดอกไม้หลากหลายพันธุ์ก็เท่านั้น ไม่ว่าดอกไม้งามจะมาจากสวนสวยที่ยากไขว่คว้าหรือริมทางข้างถนนนายอสูรอย่างเขาคงเพียงดอมดมจากนั้นทิ้งขวางอย่างไร้เยื่อใยเท่าเทียมกันอย่างไม่ต้องสงสัย หญิงสาวรู้ดีเพราะเคยเห็นมานับครั้งไม่ถ้วน เหล่านางแบบ ดารามีชื่อ แต่แทบทุกคนเขาควงเพียงชั่วคืนแล้วผ่านเลยเสมอกัน และในวันนี้ตนเองก็เป็นดอกไม้ใกล้มือที่อสูรใบหน้าเทพบุตร เธอแสนไร้ค่าและเขาต้องการใช้ระบายความแค้นในหัวใจก็เท่านั้น เคยมีหลายครั้งที่ปิ่นคณางค์คิด ผู้ชายอย่างนี้จะรักใครเป็นหรือเปล่า คิดถึงตรงนี้หัวใจที่ครุ่นคิดโหวงหวิวแปลกๆ จนต้องพยายามสลัดเรื่องราวเหล่านั้นออกไปเสีย ขณะที่พยายามเลิกคิดเรื่องอดีต เสียงบุคคลที่กำลังคิดถึงก็ดังขึ้น

“น้ำดื่มหน่อย ไม่ได้หลับไม่ใช่หรือ” คนกำลังตกในภวังค์วันวานกะพริบตาในเงาค่อนข้างสลัวแต่หญิงสาวก็ไม่ได้หันมองหรอกว่าดวงตาสีน้ำตาลอมสีน้ำทะเลจะลุกขึ้นหรือหันหน้ามาจ้องกันหรือเปล่า ทำเพียงรีบลุกขึ้นจากเตียง ชุดนอนผ้าแพรสีขาวครีมเนื้อบางทำให้รู้สึกเย็นผิวจึงหาเสื้อคลุมผ้าแพรที่วางไว้ปลายเตียงมาสวมใส่

“ฉันเกลียดการรอคอย ชักช้ายืดยาด และไม่ชอบหน้าตาไร้ชีวิตแบบนี้ ทำหน้าสดชื่นเป็นบ้างรึเปล่าเนี้ย”

ว่าจะไม่มองเขาแล้วแต่ก็มีเรื่องทำให้ต้องหันไปมองจนได้ ในขณะนั้น

ร่างสูงกำลังสะบัดผ้าแพรที่ห่อหุ้มให้ห่างลำตัวเปลือยออกไป และทิ้งเท้าสองข้างลงบนพรมเปอร์เซียเนื้อดี มืออีกข้างหนึ่งคว้าเสื้อคลุมสีดำซึ่งวางใกล้โซฟาตัวยาวขึ้นสวม ท่วงท่าที่เห็นทำให้ปิ่นคณางค์ไม่อยากถอนสายตา ปิ่นคณางค์ให้รังเกียจความคิดนี้ของตนนักเชียว ด้านคนที่ถูกมองจ้องกำลังผูกผ้าคาดเอว แต่สายตาคมกริบก็ยังคงมองคนที่เป็นใบ้เสมอเช่นเดียวกัน อดแปลกใจที่ดวงตากลมโตกำลังมองกันไม่วางตาแบบนั้น สายตาสองคู่จึงประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนฝ่ายที่มองอยู่ก่อนจะเมินหลบก่อน

สายตาพิศวาสงั้นหรือ

“มองกันแบบนี้ หรือว่ายังอยากอยู่บนเตียงต่อ อย่าเลยฉันอิ่มแล้ววันนี้”นึกสนุกปรินทรจึงเอ่ยยิ้มๆ จ้องใบหน้านิ่งราวรูปปั้น

ไม่มีเสียงตอบ ปรินทรให้หงุดหงุดใจ แบบนี้ทุกทีสิน่า “ถามหน่อยเถอะ สมองรับรู้ที่ฉันพูดหรือเปล่า แสดงอารมณ์เหมือนอยู่บนเตียงเมื่อครู่ มันยากนักสินะ”

ปิ่นคณางค์รีบก้าวเดินหายไปจากห้องนอน ไม่อาจทนให้ปรินทรกลั่นแกล้งกันอีก คนบ้าเธอเกลียดเขา เกลียดเขา

ให้มันได้อย่างนี้สิ ปรินทรฉุนยิ่งนัก ชายหนุ่มมองตามหลังบางสุดสายตา

ในเวลาต่อมาหญิงสาวเดินก้มหน้าก้มตานำสิ่งที่ตนสั่งมาให้ แก้วน้ำที่ยื่นให้ชายหนุ่มก็พลาดไม่มีคนรับดพราะร่างสูงเดินหนีไปยืนรออยู่อีกด้านเสียแล้ว

“ก้มหน้าคงจะเห็นหน้าฉันหรอก ฉันอยู่ด้านนี้ ไม่เห็นรึไง”

หญิงสาวแหงนหน้าและนำไปให้เขาอีกด้าน ปรินทรขี้เกียจเห็นสีหน้าเฉยเมยเมื่อได้น้ำดื่มจึงไล่คนหน้าตาไม่มีชีวิตทันที อีกทั้งวันนี้ตัวเขานั้นมีงานรออยู่ด้วย “วันนี้ฉันไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้ว ไปได้”

แม้เขาพูดด้วย คนโดนไล่ยังทำเหมือนไม่ได้ยิน ปรินทรรู้สึกเดือดขึ้นมา ‘โว้ย ตอบหน่อยจะเป็นไรมากเปล่าวะเนี้ย’ “ดูท่านางบำเรอของฉันจะฟังเสียงครางของตัวเองจนหูหนวกไปแล้วมั้ง ” เสียงสำทับหยันๆ จึงเกิดขึ้นอีก ปิ่นคณางค์อ้าปากเล็กน้อยในครั้งนี้ แต่ไม่นานก็ปรับสีหน้า หากพอหันหลังให้คนปากร้าย แก้มสาวก็แดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ แม้ภายในใจนั้นอยากต่อว่ากลับเหลือเกินเมื่อชายหนุ่มพูดบ้าบอให้ต้องอาย แต่สะกดกลั้นไว้ หากต่อความยาวอาจจะหาเรื่องพูดให้เธอได้หน้าแดงอีกเป็นแน่ เงียบไว้จึงเป็นการดีที่สุด

“อย่าเพิ่งไป” เมื่อเริ่มออกเดินเสียงเรียกทำให้ร่างบางต้องหยุดเดิน…อะไรอีกล่ะคราวนี้ ถ้ารับไม่ไหวตนเองจะเลิกเป็นใบ้แล้วนะ

“วันนี้ไม่ดี ไม่พอใจ ไม่ถึงห้ายกหรือไงถึงทำหน้าแบบนั้นฮึ” เพราะทันเห็นใบหน้าแดงก่ำ ปรินทรจึงสุขใจและอยากจะเห็นว่าถ้าแม่เชลยสาวหน้าแดงมากกว่าเมื่อครู่จะเป็นอย่างไรจึงเปลี่ยนใจเรื่องหยุดตอแยขึ้นมาแบบกะทันหัน หญิงสาวหันมองใบหน้าที่กำลังสุขใจด้วยสายตาขุ่นมัว ปรินทรสุขใจสมใจมากเมื่อเห็นหน้าตามีชีวิตชีวา จึงเดินเข้าไปใกล้เชยคางมน นิ้วโป้งถูไถไปมาบนเรียวปากจิ้มลิ้ม

“ปล่อยนะ ฉันจะกลับ”

“งานด่วนก็รอได้ ขอแค่เธอขยันทำสีหน้ามีชีวิตสะกิดความรู้สึกฉัน...จะรีบกลับทำไมล่ะ” ไม่อยากเชื่อชายหนุ่มพูดแบบนี้ แต่เมื่อคิดว่าตนเองอยู่ในฐานะอะไร จึงห้ามหัวใจไม่ให้หวั่นไหวกับน้ำคำนั้น หญิงสาวจึงรีบก้าวเดินกลับออกจากห้องโดยไม่รอให้ชายหนุ่มตอบตกลง ปรินทรมองตามหลังคนที่ทำหัวใจตนเองกระตุกวาบไหวแปลกๆ… ผู้หญิงคนนี้ทำให้ปรินทรไม่มั่นใจในเสน่ห์ตนเองเป็นครั้งแรก เพราะหญิงสาวเฉยชาออกปานนั้นแม้วันนี้ดวงตาวิบไหวหน้าแดงก่ำนิดหน่อยเมื่อโดนกลั่นแกล้งด้วยวาจา สุดท้ายจบลงที่ก้มหน้าก้มตาเหมือนเคยและแม้บางครั้งจะแสดงความรู้สึกเร่าร้อนเมื่ออยู่บนเตียงก็ตามที หากให้เดาใจผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เดินห่างคอนโดหรูมาพักใหญ่ ปิ่นคณางค์ยกสองมือซุกซ่อนในกระเป๋าเสื้อแขนยาวต้องการทำให้ลำตัวอบอุ่น อดดีใจไม่ได้เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดงานของตน เธอแหงนดูตึกสูงตระหง่าน สถานที่ซึ่งตนเองนั้นต้องมาอาทิตย์ละสองวัน ปรินทรใจดำนักเขาคงไม่เคยคิดว่าเรื่องราวที่ทำอยู่นั้นมันไม่ถูกต้อง เพราะตนไม่ได้รับรู้ในสิ่งที่ได้เกิดขึ้น “ต้นไม้พันธ์เดียวกันจะต่างกันหรือไง อย่ามาแกล้งปั้นหน้าขอความเห็นใจ เธอต้องชดใช้แทนผู้หญิงเลวๆ คนนั้น” ปิ่นคณางค์จำประโยคนี้ได้ไม่มีวันลืม

“หนูจะทนเท่าที่ทนได้นะคะแม่” นึกถึงแม่ผู้ให้กำเนิด ความรักที่มีให้แม่ จึงทำเป็นเพิกเฉยเรื่องนี้ไม่ได้ รู้ทั้งรู้ทำแบบนี้ยิ่งทำให้แม่ทำผิดมากขึ้นแต่ก็ยังไม่มีทางเลือกอื่นใดในตอนนี้

“คุณพ่อ อย่าโกรธกันเลยนะคะ” พร่ำขอโทษที่ทำเรื่องเสื่อมเกียรติและศักดิ์ศรี ได้แต่หวังว่าพ่อคงให้อภัยเมื่อวันหนึ่งถ้าหากเธอได้เจอท่านอีกครั้ง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
เมื่อห้าปีก่อน ซางหว่านยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเผยจี๋ จนส่งผลให้เธอต้องสูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์ไปตลอดกาล แม้ว่าในอดีตเขาจะเคยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่คิดอยากมีลูก แต่ในเวลาต่อมาเขากลับเปลี่ยนใจ และตัดสินใจเลือกซูเซวี่ย นักศึกษาสาวที่มีหน้าตาคล้ายกับภรรยามาทำหน้าที่อุ้มบุญเพื่อกำเนิดทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยคาดคิดเลยว่า ข้อเสนออันแสนเห็นแก่ตัวและไร้หัวใจในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ผลักไสให้ซางหว่านตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ และเลือกที่จะเดินจากชีวิตของเขาไปอย่างถาวรโดยไม่มีวันย้อนกลับมาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง สัญญารักร่ายพิศวาส
9.2
เมื่อหญิงสาวหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งเลือกก้าวเข้าสู่ข้อตกลงแสนเร่าร้อน ชายหนุ่มคู่สัญญาจึงอดระแวงไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วเธอทำเพื่อเงินหรือต้องการสิ่งใดกันแน่ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยบทรักอันหนักหน่วง แม้เธอจะพยายามต่อต้านเพียงใด แต่ความอยากรู้อยากลองกลับดึงดูดให้เธอตกหลุมพรางเสน่หาแสนวาบหวามจนยากจะถอนตัว แม้ปากจะตราหน้าว่าเขาคืออสูรร้ายใจดำ แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการตอบสนองต่อสัมผัสอันเร่าร้อนอย่างโหยหาในทุกค่ค่ำคืน
ภาพปกนิยายเรื่อง อสูรเผด็จรัก
8.7
ปรางอินท์ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ เมื่อภาคินชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความแค้น ใช้เสน่หาอันเร่าร้อนเป็นกรงขังเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้พี่ชายของเขา เขาตราหน้าและเหยียดหยามคุณค่าในตัวเธออย่างไม่ใยดี โดยอ้างว่าเป็นเพราะความผิดที่พี่สาวของเธอเคยทำไว้ แม้ปรางอินท์จะพยายามดิ้นรนหาทางหลบหนีไปจากไร่กว้างแห่งนี้สักเพียงใด ทว่าเขากลับใช้ความอันตรายรอบตัวและชีวิตของพี่สาวเธอมาเป็นเครื่องมือข่มขู่ บีบบังคับให้เธอต้องยอมสยบอยู่ใต้บัญชาของเขาอย่างไม่มีทางเลือก ท่ามกลางเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้พังทลายลง
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมใจ จอมมาร
8.5
คาร์โลส มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก ใช้ทั้งกำลังเงินและอำนาจที่มีบีบบังคับกัญญิกาให้ยอมทอดกายบนเตียงของเขา เพื่อแลกกับการรักษาพยาบาลพ่อที่กำลังป่วยหนัก แม้หญิงสาวจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังและตราหน้าเขาด้วยความโกรธแค้น แต่ชายหนุ่มกลับเหยียดหยามว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงเห็นแก่เงินที่ไม่ต่างจากการขายบริการ คาร์โลสไม่ได้ปรารถนาความรักจากเธอแม้แต่น้อย เขายังคงเรียกใช้เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าในฐานะของเล่นชิ้นโปรดที่ถูกใจ ทิ้งให้กัญญิกาต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจนหลั่งน้ำตา พร้อมกับบ่มเพาะความพยาบาทที่รอวันทำลายคนใจร้ายคนนี้ให้พังพินาศ
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียลับมหาเศรษฐี
9.6
เมื่อความรักในมุมมืดต้องปิดฉากลงเพราะเขาจำเป็นต้องเข้าพิธีวิวาห์กับผู้หญิงคนอื่น เธอจึงตัดสินใจหอบลูกน้อยในท้องหนีไปพร้อมกับความช้ำใจ แต่แล้วโชคชะตากลับนำพาให้เธอต้องโคจรมาเจอกับภูมิระพีอีกครั้ง ความกลัวเริ่มจู่โจมจิตใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีตคนรัก เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อซ่อนความลับเรื่องลูกชายตัวน้อยไว้ เพราะกลัวว่ามหาเศรษฐีหนุ่มจะแย่งชิงลูกที่เป็นดั่งดวงใจไป ท่ามกลางบาดแผลในใจที่ยังไม่ลบเลือน เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคนี้เพื่อปกป้องลูกรักให้พ้นจากเงื้อมมือของเขาอย่างสุดชีวิตของเขา