APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์เสน่หาอสูร

ทัณฑ์เสน่หาอสูร

ความเคียดแค้นในใจของ ปรินทร อัครพิภพ ถูกระบายลงกับหญิงสาวผู้ปราศจากความผิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเขาปักใจเชื่อว่ามารดาของเธอคือต้นเหตุที่ทำให้บิดาต้องจบชีวิตลงเพราะการนอกใจ ไฟโทสะจึงเปลี่ยนชายหนุ่มให้กลายเป็นอสูรร้ายที่คอยเหยียบย่ำทำลายเธออย่างไร้ความปรานี เธอจำต้องก้มหน้ารับทัณฑ์ทรมานที่ตัวเองไม่ได้ก่อจนสูญสิ้นทั้งเกียรติยศและไร้หนทางหลบหนี แม้จิตใจจะแหลกสลายจากความอัปยศที่ได้รับ แต่เธอก็ต้องยอมทนต่อความป่าเถื่อนนี้เพื่อปกป้องแม่ผู้เป็นที่รัก ท่ามกลางหยาดน้ำตาและรอยแผลใจที่ไม่มีวันเยียวยา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

แม้หัวใจบอบช้ำแค่ไหนเธอก็ได้แต่เก็บมันไว้ จะหาใครมาเห็นใจ มาเข้าใจเพราะมองไปทางไหนก็ไม่เหลือใคร ไม่มีใครเคียงข้าง แม้ความอบอุ่นในใจเกิดขึ้นมาบ้างตอนแม่กลับมา แต่ท่านก็กลับมาเพื่อประกาศขายบ้านหลังเล็กที่เคยมีให้อุ่นใจ…ตนเองและแม่จะไปอยู่ที่ไหน ? ได้เกิดคำถามขึ้น แต่ไม่นานหลังจากนั้นปิ่นคณางค์ก็ได้รู้ว่าแม่หาที่พักใหม่ได้แล้ว ไม่นานเธอก็ได้เห็นที่อยู่ใหม่ที่แสนกว้างขวางใหญ่โต นั่นคือคฤหาสน์ อัครพิภพ

เหมือนคนไร้ใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อต้องจากคนที่รักที่สุดเพราะการกระทำของเธอนั้นเหมือนทิ้งขว้างพ่อให้โดดเดี่ยว ท่านจากไปโดยที่มีห่วงในใจ จึงไม่ได้ตื่นเต้นสักนิดกับที่พักโอ่อ่าแห่งใหม่ เพียงแหงนมองคฤหาสน์สูงทรงยุโรปด้วยแววตาเฉยชา แต่นั่นเพียงจุดเริ่มต้นความกล้ำกลืนฝืนทนเพราะมีอีกเรื่องที่หญิงสาวได้เจอะเจอและทำให้ปิ่นคณางค์ได้แต่ครุ่นคิด… หรือตนเองนั้นเกิดมาอยู่ในโลกใบนี้เพื่อชดใช้กรรมเก่าที่อาจเคยทำกับใครในชาติปางก่อนหรือเปล่านะ

ความทุกข์โศกที่เกิดขึ้นมานั้นจะโทษปรินทรคนเดียวก็ไม่ถูก แต่ใช่ว่าเธอจะสรรเสริญเยินยอผู้ชายหน้าตา ‘เทพบุตร’ อย่างเขาหรอกนะ เพียงแต่ปิ่นคณางค์เอาหัวใจเข้าประเมินโดยไม่มีอคติ ก็เพียงเท่านั้น เพราะว่าเทพบุตรต้องแสนดี แต่ปรินทรนั้นล้วนต้องใช้คำตรงข้ามกับความหมายคำนั้นแทบทั้งหมด ชายหนุ่มห่างไกลคำว่าแสนดีอย่างสุดจะคะเนได้นั่นเอง ผู้ชายอย่างปรินทรนั้นเห็นผู้หญิงเป็นเพียงดอกไม้หลากหลายพันธุ์ก็เท่านั้น ไม่ว่าดอกไม้งามจะมาจากสวนสวยที่ยากไขว่คว้าหรือริมทางข้างถนนนายอสูรอย่างเขาคงเพียงดอมดมจากนั้นทิ้งขวางอย่างไร้เยื่อใยเท่าเทียมกันอย่างไม่ต้องสงสัย หญิงสาวรู้ดีเพราะเคยเห็นมานับครั้งไม่ถ้วน เหล่านางแบบ ดารามีชื่อ แต่แทบทุกคนเขาควงเพียงชั่วคืนแล้วผ่านเลยเสมอกัน และในวันนี้ตนเองก็เป็นดอกไม้ใกล้มือที่อสูรใบหน้าเทพบุตร เธอแสนไร้ค่าและเขาต้องการใช้ระบายความแค้นในหัวใจก็เท่านั้น เคยมีหลายครั้งที่ปิ่นคณางค์คิด ผู้ชายอย่างนี้จะรักใครเป็นหรือเปล่า คิดถึงตรงนี้หัวใจที่ครุ่นคิดโหวงหวิวแปลกๆ จนต้องพยายามสลัดเรื่องราวเหล่านั้นออกไปเสีย ขณะที่พยายามเลิกคิดเรื่องอดีต เสียงบุคคลที่กำลังคิดถึงก็ดังขึ้น

“น้ำดื่มหน่อย ไม่ได้หลับไม่ใช่หรือ” คนกำลังตกในภวังค์วันวานกะพริบตาในเงาค่อนข้างสลัวแต่หญิงสาวก็ไม่ได้หันมองหรอกว่าดวงตาสีน้ำตาลอมสีน้ำทะเลจะลุกขึ้นหรือหันหน้ามาจ้องกันหรือเปล่า ทำเพียงรีบลุกขึ้นจากเตียง ชุดนอนผ้าแพรสีขาวครีมเนื้อบางทำให้รู้สึกเย็นผิวจึงหาเสื้อคลุมผ้าแพรที่วางไว้ปลายเตียงมาสวมใส่

“ฉันเกลียดการรอคอย ชักช้ายืดยาด และไม่ชอบหน้าตาไร้ชีวิตแบบนี้ ทำหน้าสดชื่นเป็นบ้างรึเปล่าเนี้ย”

ว่าจะไม่มองเขาแล้วแต่ก็มีเรื่องทำให้ต้องหันไปมองจนได้ ในขณะนั้น

ร่างสูงกำลังสะบัดผ้าแพรที่ห่อหุ้มให้ห่างลำตัวเปลือยออกไป และทิ้งเท้าสองข้างลงบนพรมเปอร์เซียเนื้อดี มืออีกข้างหนึ่งคว้าเสื้อคลุมสีดำซึ่งวางใกล้โซฟาตัวยาวขึ้นสวม ท่วงท่าที่เห็นทำให้ปิ่นคณางค์ไม่อยากถอนสายตา ปิ่นคณางค์ให้รังเกียจความคิดนี้ของตนนักเชียว ด้านคนที่ถูกมองจ้องกำลังผูกผ้าคาดเอว แต่สายตาคมกริบก็ยังคงมองคนที่เป็นใบ้เสมอเช่นเดียวกัน อดแปลกใจที่ดวงตากลมโตกำลังมองกันไม่วางตาแบบนั้น สายตาสองคู่จึงประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนฝ่ายที่มองอยู่ก่อนจะเมินหลบก่อน

สายตาพิศวาสงั้นหรือ

“มองกันแบบนี้ หรือว่ายังอยากอยู่บนเตียงต่อ อย่าเลยฉันอิ่มแล้ววันนี้”นึกสนุกปรินทรจึงเอ่ยยิ้มๆ จ้องใบหน้านิ่งราวรูปปั้น

ไม่มีเสียงตอบ ปรินทรให้หงุดหงุดใจ แบบนี้ทุกทีสิน่า “ถามหน่อยเถอะ สมองรับรู้ที่ฉันพูดหรือเปล่า แสดงอารมณ์เหมือนอยู่บนเตียงเมื่อครู่ มันยากนักสินะ”

ปิ่นคณางค์รีบก้าวเดินหายไปจากห้องนอน ไม่อาจทนให้ปรินทรกลั่นแกล้งกันอีก คนบ้าเธอเกลียดเขา เกลียดเขา

ให้มันได้อย่างนี้สิ ปรินทรฉุนยิ่งนัก ชายหนุ่มมองตามหลังบางสุดสายตา

ในเวลาต่อมาหญิงสาวเดินก้มหน้าก้มตานำสิ่งที่ตนสั่งมาให้ แก้วน้ำที่ยื่นให้ชายหนุ่มก็พลาดไม่มีคนรับดพราะร่างสูงเดินหนีไปยืนรออยู่อีกด้านเสียแล้ว

“ก้มหน้าคงจะเห็นหน้าฉันหรอก ฉันอยู่ด้านนี้ ไม่เห็นรึไง”

หญิงสาวแหงนหน้าและนำไปให้เขาอีกด้าน ปรินทรขี้เกียจเห็นสีหน้าเฉยเมยเมื่อได้น้ำดื่มจึงไล่คนหน้าตาไม่มีชีวิตทันที อีกทั้งวันนี้ตัวเขานั้นมีงานรออยู่ด้วย “วันนี้ฉันไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้ว ไปได้”

แม้เขาพูดด้วย คนโดนไล่ยังทำเหมือนไม่ได้ยิน ปรินทรรู้สึกเดือดขึ้นมา ‘โว้ย ตอบหน่อยจะเป็นไรมากเปล่าวะเนี้ย’ “ดูท่านางบำเรอของฉันจะฟังเสียงครางของตัวเองจนหูหนวกไปแล้วมั้ง ” เสียงสำทับหยันๆ จึงเกิดขึ้นอีก ปิ่นคณางค์อ้าปากเล็กน้อยในครั้งนี้ แต่ไม่นานก็ปรับสีหน้า หากพอหันหลังให้คนปากร้าย แก้มสาวก็แดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ แม้ภายในใจนั้นอยากต่อว่ากลับเหลือเกินเมื่อชายหนุ่มพูดบ้าบอให้ต้องอาย แต่สะกดกลั้นไว้ หากต่อความยาวอาจจะหาเรื่องพูดให้เธอได้หน้าแดงอีกเป็นแน่ เงียบไว้จึงเป็นการดีที่สุด

“อย่าเพิ่งไป” เมื่อเริ่มออกเดินเสียงเรียกทำให้ร่างบางต้องหยุดเดิน…อะไรอีกล่ะคราวนี้ ถ้ารับไม่ไหวตนเองจะเลิกเป็นใบ้แล้วนะ

“วันนี้ไม่ดี ไม่พอใจ ไม่ถึงห้ายกหรือไงถึงทำหน้าแบบนั้นฮึ” เพราะทันเห็นใบหน้าแดงก่ำ ปรินทรจึงสุขใจและอยากจะเห็นว่าถ้าแม่เชลยสาวหน้าแดงมากกว่าเมื่อครู่จะเป็นอย่างไรจึงเปลี่ยนใจเรื่องหยุดตอแยขึ้นมาแบบกะทันหัน หญิงสาวหันมองใบหน้าที่กำลังสุขใจด้วยสายตาขุ่นมัว ปรินทรสุขใจสมใจมากเมื่อเห็นหน้าตามีชีวิตชีวา จึงเดินเข้าไปใกล้เชยคางมน นิ้วโป้งถูไถไปมาบนเรียวปากจิ้มลิ้ม

“ปล่อยนะ ฉันจะกลับ”

“งานด่วนก็รอได้ ขอแค่เธอขยันทำสีหน้ามีชีวิตสะกิดความรู้สึกฉัน...จะรีบกลับทำไมล่ะ” ไม่อยากเชื่อชายหนุ่มพูดแบบนี้ แต่เมื่อคิดว่าตนเองอยู่ในฐานะอะไร จึงห้ามหัวใจไม่ให้หวั่นไหวกับน้ำคำนั้น หญิงสาวจึงรีบก้าวเดินกลับออกจากห้องโดยไม่รอให้ชายหนุ่มตอบตกลง ปรินทรมองตามหลังคนที่ทำหัวใจตนเองกระตุกวาบไหวแปลกๆ… ผู้หญิงคนนี้ทำให้ปรินทรไม่มั่นใจในเสน่ห์ตนเองเป็นครั้งแรก เพราะหญิงสาวเฉยชาออกปานนั้นแม้วันนี้ดวงตาวิบไหวหน้าแดงก่ำนิดหน่อยเมื่อโดนกลั่นแกล้งด้วยวาจา สุดท้ายจบลงที่ก้มหน้าก้มตาเหมือนเคยและแม้บางครั้งจะแสดงความรู้สึกเร่าร้อนเมื่ออยู่บนเตียงก็ตามที หากให้เดาใจผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เดินห่างคอนโดหรูมาพักใหญ่ ปิ่นคณางค์ยกสองมือซุกซ่อนในกระเป๋าเสื้อแขนยาวต้องการทำให้ลำตัวอบอุ่น อดดีใจไม่ได้เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดงานของตน เธอแหงนดูตึกสูงตระหง่าน สถานที่ซึ่งตนเองนั้นต้องมาอาทิตย์ละสองวัน ปรินทรใจดำนักเขาคงไม่เคยคิดว่าเรื่องราวที่ทำอยู่นั้นมันไม่ถูกต้อง เพราะตนไม่ได้รับรู้ในสิ่งที่ได้เกิดขึ้น “ต้นไม้พันธ์เดียวกันจะต่างกันหรือไง อย่ามาแกล้งปั้นหน้าขอความเห็นใจ เธอต้องชดใช้แทนผู้หญิงเลวๆ คนนั้น” ปิ่นคณางค์จำประโยคนี้ได้ไม่มีวันลืม

“หนูจะทนเท่าที่ทนได้นะคะแม่” นึกถึงแม่ผู้ให้กำเนิด ความรักที่มีให้แม่ จึงทำเป็นเพิกเฉยเรื่องนี้ไม่ได้ รู้ทั้งรู้ทำแบบนี้ยิ่งทำให้แม่ทำผิดมากขึ้นแต่ก็ยังไม่มีทางเลือกอื่นใดในตอนนี้

“คุณพ่อ อย่าโกรธกันเลยนะคะ” พร่ำขอโทษที่ทำเรื่องเสื่อมเกียรติและศักดิ์ศรี ได้แต่หวังว่าพ่อคงให้อภัยเมื่อวันหนึ่งถ้าหากเธอได้เจอท่านอีกครั้ง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
เมื่อห้าปีก่อน ซางหว่านยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเผยจี๋ จนส่งผลให้เธอต้องสูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์ไปตลอดกาล แม้ว่าในอดีตเขาจะเคยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่คิดอยากมีลูก แต่ในเวลาต่อมาเขากลับเปลี่ยนใจ และตัดสินใจเลือกซูเซวี่ย นักศึกษาสาวที่มีหน้าตาคล้ายกับภรรยามาทำหน้าที่อุ้มบุญเพื่อกำเนิดทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยคาดคิดเลยว่า ข้อเสนออันแสนเห็นแก่ตัวและไร้หัวใจในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ผลักไสให้ซางหว่านตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ และเลือกที่จะเดินจากชีวิตของเขาไปอย่างถาวรโดยไม่มีวันย้อนกลับมาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง สัญญารักร่ายพิศวาส
9.2
เมื่อหญิงสาวหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งเลือกก้าวเข้าสู่ข้อตกลงแสนเร่าร้อน ชายหนุ่มคู่สัญญาจึงอดระแวงไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วเธอทำเพื่อเงินหรือต้องการสิ่งใดกันแน่ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยบทรักอันหนักหน่วง แม้เธอจะพยายามต่อต้านเพียงใด แต่ความอยากรู้อยากลองกลับดึงดูดให้เธอตกหลุมพรางเสน่หาแสนวาบหวามจนยากจะถอนตัว แม้ปากจะตราหน้าว่าเขาคืออสูรร้ายใจดำ แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการตอบสนองต่อสัมผัสอันเร่าร้อนอย่างโหยหาในทุกค่ค่ำคืน
ภาพปกนิยายเรื่อง อสูรเผด็จรัก
8.7
ปรางอินท์ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ เมื่อภาคินชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความแค้น ใช้เสน่หาอันเร่าร้อนเป็นกรงขังเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้พี่ชายของเขา เขาตราหน้าและเหยียดหยามคุณค่าในตัวเธออย่างไม่ใยดี โดยอ้างว่าเป็นเพราะความผิดที่พี่สาวของเธอเคยทำไว้ แม้ปรางอินท์จะพยายามดิ้นรนหาทางหลบหนีไปจากไร่กว้างแห่งนี้สักเพียงใด ทว่าเขากลับใช้ความอันตรายรอบตัวและชีวิตของพี่สาวเธอมาเป็นเครื่องมือข่มขู่ บีบบังคับให้เธอต้องยอมสยบอยู่ใต้บัญชาของเขาอย่างไม่มีทางเลือก ท่ามกลางเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้พังทลายลง
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมใจ จอมมาร
8.5
คาร์โลส มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก ใช้ทั้งกำลังเงินและอำนาจที่มีบีบบังคับกัญญิกาให้ยอมทอดกายบนเตียงของเขา เพื่อแลกกับการรักษาพยาบาลพ่อที่กำลังป่วยหนัก แม้หญิงสาวจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังและตราหน้าเขาด้วยความโกรธแค้น แต่ชายหนุ่มกลับเหยียดหยามว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงเห็นแก่เงินที่ไม่ต่างจากการขายบริการ คาร์โลสไม่ได้ปรารถนาความรักจากเธอแม้แต่น้อย เขายังคงเรียกใช้เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าในฐานะของเล่นชิ้นโปรดที่ถูกใจ ทิ้งให้กัญญิกาต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจนหลั่งน้ำตา พร้อมกับบ่มเพาะความพยาบาทที่รอวันทำลายคนใจร้ายคนนี้ให้พังพินาศ
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคอัสวานด้วยความผิดที่พี่ชายของเธอก่อไว้ เธอถูกบีบบังคับให้เป็นนางบำเรอเพื่อแลกกับชีวิตของพี่ชายและเพื่อนของเขา ชีคหนุ่มผู้เหี้ยมโหดมองเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น แต่ยิ่งเวลาเดินผ่านไป ความแค้นที่เคยมีกลับค่อย ๆ จางหาย และถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกต้องห้ามที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของทั้งคู่ ในทุกค่ำคืนที่เขากุมตัวเธอไว้ ในทุกสัมผัสที่เป็นทั้งการลงโทษและการปรนเปรอ กชนิภาต้องเรียนรู้ว่าหัวใจของเธอกำลังจะแตกสลาย... ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เพราะกำลังตกหลุมรักปีศาจที่เธอควรจะเกลียด "ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน"
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียลับมหาเศรษฐี
9.6
เมื่อความรักในมุมมืดต้องปิดฉากลงเพราะเขาจำเป็นต้องเข้าพิธีวิวาห์กับผู้หญิงคนอื่น เธอจึงตัดสินใจหอบลูกน้อยในท้องหนีไปพร้อมกับความช้ำใจ แต่แล้วโชคชะตากลับนำพาให้เธอต้องโคจรมาเจอกับภูมิระพีอีกครั้ง ความกลัวเริ่มจู่โจมจิตใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีตคนรัก เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อซ่อนความลับเรื่องลูกชายตัวน้อยไว้ เพราะกลัวว่ามหาเศรษฐีหนุ่มจะแย่งชิงลูกที่เป็นดั่งดวงใจไป ท่ามกลางบาดแผลในใจที่ยังไม่ลบเลือน เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคนี้เพื่อปกป้องลูกรักให้พ้นจากเงื้อมมือของเขาอย่างสุดชีวิตของเขา