APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์เสน่หาอสูร

ทัณฑ์เสน่หาอสูร

ความเคียดแค้นในใจของ ปรินทร อัครพิภพ ถูกระบายลงกับหญิงสาวผู้ปราศจากความผิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเขาปักใจเชื่อว่ามารดาของเธอคือต้นเหตุที่ทำให้บิดาต้องจบชีวิตลงเพราะการนอกใจ ไฟโทสะจึงเปลี่ยนชายหนุ่มให้กลายเป็นอสูรร้ายที่คอยเหยียบย่ำทำลายเธออย่างไร้ความปรานี เธอจำต้องก้มหน้ารับทัณฑ์ทรมานที่ตัวเองไม่ได้ก่อจนสูญสิ้นทั้งเกียรติยศและไร้หนทางหลบหนี แม้จิตใจจะแหลกสลายจากความอัปยศที่ได้รับ แต่เธอก็ต้องยอมทนต่อความป่าเถื่อนนี้เพื่อปกป้องแม่ผู้เป็นที่รัก ท่ามกลางหยาดน้ำตาและรอยแผลใจที่ไม่มีวันเยียวยา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เรื่องอัปยศที่ทำตนเองต้องยอมทิ้งศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงนั้นเกิดขึ้น เพราะแม่ลอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งของคุณลุงตรัย ปิ่นคณางค์รู้จักผู้ชายคนนั้นพร้อมกับที่รู้จักคุณลุง หญิงสาวไม่เข้าใจแม่เลย ทำไมแม่ถึงชอบผู้ชายหน้าตากระล่อนคนนั้น หรือเพราะผู้ชายคนนั้นหนุ่มอย่างที่ปรินทรเคยพูดเย้ยใส่หน้ากัน

ปิ่นคณางค์หน้าแดงเรื่อเมื่อเข้าใจความหมายของปรินทรกับคำพูดที่ว่า “เพราะมันเด็กไง แม่เธอถึงติดใจ”

คิดถึงครั้งแรกที่เจอปรินทร วันนั้นเรือนร่างสูงใหญ่อยู่ในชุดสูทสีดำเรียบกริบ อย่างที่เคยเห็นเสมอแม้ในช่วงหลัง หน้าตาหล่อเหลาของเขามีลักษณะพิเศษดูโดดเด่น เส้นผมดกหนามีสีน้ำตาลอมดำรับกันเหมาะเจาะกับแนวคิ้วหนาสีเดียวกับเส้นผม ต่ำลงมาคือดวงตาคมกริบซึ่งมีสีฟ้าอมน้ำทะเลซึ่งดูช่างเปี่ยมด้วยเสน่ห์ชวนให้จับจ้อง แต่สำหรับปิ่นคณางค์ดวงตาคู่นั้นคงมีให้แค่ความดูถูกดูแคลนเช่นเดียวกับเรียวปากหยักได้รูปที่มีแต่รอยยิ้มหมิ่นแคลนให้เสมอ นานวันที่ชายหนุ่มแสดงออกมามันคงไม่เปลี่ยนไปในทางอื่นแน่นอน เขาเกลียดเธอ

ตลอดเวลาเกือบสามสี่เดือนที่แม่ยังเป็นคนมีศีลมีธรรมในใจ ปรินทรและตัวเธอนั้นเจอกันอาทิตย์ละสองสามครั้ง แต่ละครั้งไม่นานนัก ชายหนุ่มแค่เข้ามาร่วมทานมื้อค่ำกับคุณลุง ปรินทรพักคอนโดหรูของครอบครัว ยามเจอกันแววตาลุ่มลึกคมคายแค่ปรายตามองเธอแต่ไม่เคยพูดจากันสักครั้ง แม้ในบางครั้งปิ่นคณางค์จะเห็นสายตาหยันแปลกส่งมาบ้าง แต่ก็ทำแกล้งไม่เห็นเสีย มหาเศรษฐีอย่างเขาจะชอบเธอซึ่งเปรียบเสมือนกาฝากก็แปลก หากวันนี้หญิงสาวทำเป็นแกล้งไม่เห็นไม่ได้เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว...ปิ่นคณางค์ชงกาแฟ จัดอาหารว่างให้ชายหนุ่มเพราะปกติก็ดูแลแม่และคุณลุงเช่นนั้นทุกวัน ทั้งเริ่มปรับตัวและหัวใจว่าจะอยู่ที่นี่เพื่อครอบครัวที่เหลืออยู่ นั่นคือแม่ จึงถือคติอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ระหว่างปรินทรและแม่หญิงสาวรู้ดีทั้งสองเพียงแกล้งทำดีใส่กันก็เท่านั้น เธอได้แต่อึดอัด สายตาปรินทรเมื่อมองแม่เหมือนมีประกายไฟพร้อมที่จะเผาผลาญ หญิงสาวแกล้งทำไม่เห็นได้แต่ให้แกล้งเลิกคิดมากไม่ได้ และพยายามเลี่ยงเสียมากกว่าเมื่อรู้เวลาที่ลูกชายคุณลุงจะกลับมาบ้าน กระทั่งเรื่องนั้นเกิดขึ้น เธอช็อกมากและแทบลืมหายใจเมื่อรู้ว่าปรินทรรับรู้เหมือนกัน คนสายตาเป็นไฟกลายเป็นจอมอสูรไปโดยปริยาย ความนิ่งเงียบหายวับไป ช็อกคำรบสองเมื่อชายหนุ่มและแม่มีปากเสียงกันในวันหนึ่ง หญิงสาวได้ยินแม่ท้าว่า “คุณตรัยไม่มีวันเชื่อหรอก ฉันมั่นใจ คุณไม่ต้องเสียเวลาไปฟ้องหรอกน่า”

แม่ทำไมท้าทายคนสายตาดุแบบนั้น ตนเองใจสั่นหวาดหวั่น แม่บอกไปสิคะว่า ขอโทษ เราจะไปจากที่นี่ ภาวนาให้แม่เอ่ยแต่ก็ต้องผิดหวัง เธอทรุดลงหมดแรงข้างมุมห้องนั่งเล่นซึ่งแม่และปรินทรโต้เถียงกันอยู่ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นด้วย เริ่มเห็นลางร้ายที่จะตามฝันร้ายที่ยังไม่จางหายมา และมันก็เกิดขึ้นอย่างที่หวาดกลัวจริงๆ มันเกิดขึ้นในวันที่แม่และคุณลุงไม่อยู่บ้าน ปรินทรเข้ามาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “น่ารังเกียจจริงๆ กล้าทำเรื่องสมเพชกับคนที่ให้ชีวิตใหม่ เธอว่าไง รู้ดีทุกอย่างใช่ไหม ดีถ้าอย่างนั้นต้องรับผิดชอบด้วยกัน”

“แต่ฉันไม่…คุณต้องการอะไร ” เธอตัวสั่น ใบหน้าซีด

“ไม่อะไร ไม่รู้ เชื่อก็มี ‘เขา’ แล้วล่ะ และที่ฉันต้องการก็คือการชดใช้ ทุกอย่างที่ฉันพอใจ” สิ่งที่คนโมโหเป็นพายุบอกทำเอาปิ่นคณางค์ต้องใคร่ครวญ

ทุกอย่างที่ฉันพอใจ ! มันหมายความว่าอย่างไร ? หายงุนงงจึงปฏิเสธออกไป คิดว่าตัวเขาเป็นเจ้าชีวิตคนอื่นรึไง ทั้งต่อว่าชายหนุ่มไปว่าเขาไม่ยุติธรรมเพราะเธอไม่ใช่คนผิด ชายหนุ่มพูดเสียงดังว่าบิดาคงหัวใจสลายและพูดอีกว่าเธอไม่ต่างจากแม่ ไม่คิดถึงใจคนที่มีบุญคุณ เจอคำนี้หญิงสาวก็สะอึกแต่ที่ปรินทรพูดออกมามันน่ากลัวเกินไป ความหมายมันกว้างเกินไป เธอมีลางสังหรณ์บางอย่าง แม้บอกปฏิเสธ สุดท้ายเพราะไม่อยากให้คุณลุงผู้แสนดีซึ่งมีโรคประจำตัวต้องเสียใจ ตนจึงกลายเป็นเชลยนางบำเรอนายปรินทรมาตั้งแต่วันนั้น แม้ตอนไปหาเขา คิดจะเปลี่ยนใจแต่ชายหนุ่มก็ไม่รับยอมฟัง ตอนนี้ทำได้แค่เพียงรออยู่ รอว่าทุกเรื่องราวจะยุติเมื่อไหร่...

กาแฟดำในมือหมดลง ร่างสูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของปรินทรซึ่งยังอยู่ในชุดเสื้อคลุมก้าวเดินไปหยิบบางอย่างจากโต๊ะซึ่งเข้ามุมตรงกระจกมองทิวทัศน์บานใหญ่ก่อนเดินกลับยังริมบานกระจกทรงยาว ปรับเลนส์กล้องส่องให้ชัดเพ่งมองร่างบางที่จำได้แม่น มือข้างนั้นที่ปรับลำกล้องพลันชะงักเพียงครู่เมื่อเห็นใบหน้าซึ่หวานแหงนขึ้นมายังห้องชุดสุดหรู คิดว่าหญิงสาวเห็นตนเองซะที่ไหน ดวงตาคมจึงสำรวจคนก้มหน้าตาเดินต่อไป… ไม่หนาวหรือไง เห็นร่างบอบบางเดินท่ามกลางสายฝนโปรยใจข้างในรู้สึกหงุดหงิดชอบกล ช่วงจังหวะนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้นจึงละสายตาจากสิ่งที่จับจ้องชั่วครู่เดียวหันมองประตู “เข้ามา” รู้ดีว่าเป็นใครจึงตอบรับ จากนั้นหันสนใจมองข้างล่างต่อ

ลูคัสเลขาวัยสามสิบอายุรุ่นราวคราวเดียวเจ้านายอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีดำอย่างที่เคยเห็นจนชินตาเดินเข้ามาภายในห้อง แววตาฉลาดช่างสังเกตรอเจ้านายอย่างรู้หน้าที่ ปรินทรเลิกจ้องมองเบื้องล่างกลับมานั่งโซฟาปลายเตียงนอน

“ที่โน่นฝนตกเหมือนกันช่วงนี้ จะเปลี่ยนแปลงการเดินทางหรือเปล่าครับนาย” ลูคัสเอ่ยเรื่องที่ต้องการจะพูด

สายตาคมหันมองนอกห้องที่สายฝนยังโปรยปรายเป็นสาย ฝนดูจะหนักขึ้นกว่าเก่าแต่ที่ตนเองกังวลหาใช่เรื่องงานที่เลขาบอกกล่าวมาหรอก

“เจ้านายครับ”

“ได้ยินแล้วจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดใดทั้งนั้นเราจะไปมิลาน...ฉันกลัวฝนฟ้าอากาศตอนไหน จำไม่ได้จริงๆ” ปรินทรได้ยินแม้คิดเรื่องอื่น แขวะลูกน้องเสียงราบเรียบ ลูคัสออกจากห้องส่วนตัวเจ้านาย เดินไปยังห้องทำงานเพื่อหยิบเอกสารโรงงานเครื่องหนังในมิลาน แหละนั่นคืองานทั้งอาทิตย์นี้ของเจ้านายนั่นเอง

ลูคัสติดตามเจ้านายมาตั้งแต่เจ้านายเริ่มเข้าบริหารงานของตระกูลเต็มตัว ตนเองนั้นเป็นลูกชายคนสนิทเก่าแก่ของครอบครัวอัครพิภพ สิ้นบิดาคุณตรัยมอบความไว้วางใจให้ตนเคียงข้างคุณปรินทรมาตลอด ตระกูลอัครพิภพหรือเจ้านายโดยตรงของลูคัสนั้นนอกจากจะมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากมายในเมืองไทย ปรินทรยังถือครองหุ้นหลายตัวซึ่งเป็นมรดกทางมารดา ทั้งโรงงานเครื่องหนังซึ่งใหญ่ติดอันดับในอิตาลี โรงแรมขนาดใหญ่บนเกาะซิซิลี ส่วนคุณตรัย อัครพิภพนั้นคือลูกเขยของ มาดิโก มาติ รอสซี่ นักธุรกิจคนดังชาวอิตาเลียนที่เดินทางมาอยู่เมืองไทยมากกว่าอาศัยอยู่ที่บ้านเกิด เมื่อเข้าดูแลธุรกิจปรินทร มาร์โก อัครพิภพ จึงต้องเดินทางไปกลับอิตาลีเหมือนอยู่ใกล้แค่ภูเขากั้น แม้ทางอิตาลีจะมีน้องชาย อิทธิพัทธ์คอยดูแลอยู่แล้วแต่คุณมาดิโกก็อยากให้เจ้านายช่วยอีกแรงซึ่งเจ้านายก็ทำตามความต้องการคุณมาดิโกได้ดีเยี่ยม

ตั้งแต่ภรรยาเสียคุณตรัยครองตัวเป็นโสดมาหลายปี จนกระทั่งมาตกลงปลงใจรับสาวใหญ่ชาวไทยมารดาของคุณปิ่นคณางค์มาดูแลเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา ตั้งแต่วันนั้น ลูคัสนึกรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเจ้านายและหวังยิ่งนักว่าเรื่องที่ทำเจ้านายเปลี่ยนแปลงจะทำให้เจ้านายพบคนที่เพียบพร้อมและดีพอที่จะเคียงข้าง เพราะตัวเขานั้นก็ชื่นชมน้ำใจของผู้หญิงคนนั้นที่โดนเจ้านายกลั่นแกล้งอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวแหละ

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
เมื่อห้าปีก่อน ซางหว่านยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเผยจี๋ จนส่งผลให้เธอต้องสูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์ไปตลอดกาล แม้ว่าในอดีตเขาจะเคยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่คิดอยากมีลูก แต่ในเวลาต่อมาเขากลับเปลี่ยนใจ และตัดสินใจเลือกซูเซวี่ย นักศึกษาสาวที่มีหน้าตาคล้ายกับภรรยามาทำหน้าที่อุ้มบุญเพื่อกำเนิดทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยคาดคิดเลยว่า ข้อเสนออันแสนเห็นแก่ตัวและไร้หัวใจในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ผลักไสให้ซางหว่านตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ และเลือกที่จะเดินจากชีวิตของเขาไปอย่างถาวรโดยไม่มีวันย้อนกลับมาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง สัญญารักร่ายพิศวาส
9.2
เมื่อหญิงสาวหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งเลือกก้าวเข้าสู่ข้อตกลงแสนเร่าร้อน ชายหนุ่มคู่สัญญาจึงอดระแวงไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วเธอทำเพื่อเงินหรือต้องการสิ่งใดกันแน่ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยบทรักอันหนักหน่วง แม้เธอจะพยายามต่อต้านเพียงใด แต่ความอยากรู้อยากลองกลับดึงดูดให้เธอตกหลุมพรางเสน่หาแสนวาบหวามจนยากจะถอนตัว แม้ปากจะตราหน้าว่าเขาคืออสูรร้ายใจดำ แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการตอบสนองต่อสัมผัสอันเร่าร้อนอย่างโหยหาในทุกค่ค่ำคืน
ภาพปกนิยายเรื่อง อสูรเผด็จรัก
8.7
ปรางอินท์ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ เมื่อภาคินชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความแค้น ใช้เสน่หาอันเร่าร้อนเป็นกรงขังเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้พี่ชายของเขา เขาตราหน้าและเหยียดหยามคุณค่าในตัวเธออย่างไม่ใยดี โดยอ้างว่าเป็นเพราะความผิดที่พี่สาวของเธอเคยทำไว้ แม้ปรางอินท์จะพยายามดิ้นรนหาทางหลบหนีไปจากไร่กว้างแห่งนี้สักเพียงใด ทว่าเขากลับใช้ความอันตรายรอบตัวและชีวิตของพี่สาวเธอมาเป็นเครื่องมือข่มขู่ บีบบังคับให้เธอต้องยอมสยบอยู่ใต้บัญชาของเขาอย่างไม่มีทางเลือก ท่ามกลางเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้พังทลายลง
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมใจ จอมมาร
8.5
คาร์โลส มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก ใช้ทั้งกำลังเงินและอำนาจที่มีบีบบังคับกัญญิกาให้ยอมทอดกายบนเตียงของเขา เพื่อแลกกับการรักษาพยาบาลพ่อที่กำลังป่วยหนัก แม้หญิงสาวจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังและตราหน้าเขาด้วยความโกรธแค้น แต่ชายหนุ่มกลับเหยียดหยามว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงเห็นแก่เงินที่ไม่ต่างจากการขายบริการ คาร์โลสไม่ได้ปรารถนาความรักจากเธอแม้แต่น้อย เขายังคงเรียกใช้เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าในฐานะของเล่นชิ้นโปรดที่ถูกใจ ทิ้งให้กัญญิกาต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจนหลั่งน้ำตา พร้อมกับบ่มเพาะความพยาบาทที่รอวันทำลายคนใจร้ายคนนี้ให้พังพินาศ
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียลับมหาเศรษฐี
9.6
เมื่อความรักในมุมมืดต้องปิดฉากลงเพราะเขาจำเป็นต้องเข้าพิธีวิวาห์กับผู้หญิงคนอื่น เธอจึงตัดสินใจหอบลูกน้อยในท้องหนีไปพร้อมกับความช้ำใจ แต่แล้วโชคชะตากลับนำพาให้เธอต้องโคจรมาเจอกับภูมิระพีอีกครั้ง ความกลัวเริ่มจู่โจมจิตใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีตคนรัก เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อซ่อนความลับเรื่องลูกชายตัวน้อยไว้ เพราะกลัวว่ามหาเศรษฐีหนุ่มจะแย่งชิงลูกที่เป็นดั่งดวงใจไป ท่ามกลางบาดแผลในใจที่ยังไม่ลบเลือน เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคนี้เพื่อปกป้องลูกรักให้พ้นจากเงื้อมมือของเขาอย่างสุดชีวิตของเขา