APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์เสน่หาอสูร

ทัณฑ์เสน่หาอสูร

ความเคียดแค้นในใจของ ปรินทร อัครพิภพ ถูกระบายลงกับหญิงสาวผู้ปราศจากความผิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเขาปักใจเชื่อว่ามารดาของเธอคือต้นเหตุที่ทำให้บิดาต้องจบชีวิตลงเพราะการนอกใจ ไฟโทสะจึงเปลี่ยนชายหนุ่มให้กลายเป็นอสูรร้ายที่คอยเหยียบย่ำทำลายเธออย่างไร้ความปรานี เธอจำต้องก้มหน้ารับทัณฑ์ทรมานที่ตัวเองไม่ได้ก่อจนสูญสิ้นทั้งเกียรติยศและไร้หนทางหลบหนี แม้จิตใจจะแหลกสลายจากความอัปยศที่ได้รับ แต่เธอก็ต้องยอมทนต่อความป่าเถื่อนนี้เพื่อปกป้องแม่ผู้เป็นที่รัก ท่ามกลางหยาดน้ำตาและรอยแผลใจที่ไม่มีวันเยียวยา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ปิ่นคณางค์ มหาสุทธิกุล หันหลังออกจากคอนโดมิเนียมหรูของปรินทรเมื่อมาถึง “ฉันเปลี่ยน...เอ่อ...ใจแล้ว ฉันจะกลับ” เสียงสั่นบอกร่างสูงที่ยืนพิงกรอบประตู เขากำลังสำรวจตรวจตราร่างกายเธอด้วยสายตาจาบจ้วง หญิงสาวก้มหน้า

“อย่าทำเป็นปฏิเสธไปเลยน่า ฉันไม่คิดว่าจะมีการเปลี่ยนใจเกิดขึ้นในเมื่อเธอตัดสินใจมาที่นี่แล้ว” ปรินทรค้นหาความจริงของการเปลี่ยนใจ

“แต่ฉันยังมีโอกาสเปลี่ยนใจไม่ใช่รึไง คุณจะมาบังคับกัน...ไม่ได้นะ”

“เธอจะต่อรองอะไรเพิ่มอีกล่ะ บอกมาสิ ”

ตอนแรกเพราะความเป็นห่วงผู้มีพระคุณ วันนี้ปิ่นคณางค์จึงได้มาที่นี่ คิดแล้วช่างน่าเจ็บใจน่าละอายเหลือเกิน ร่างสูงย่างสามขุมเข้ามาเหมือนต้องการกักกั้นไม่ให้ตนได้ปฏิเสธได้อุทธรณ์ ทำได้ก็เพียงแหงนหน้ามองชายหนุ่มด้วยความตระหนก เพียงแค่คิดว่าไม่มีทางไปอีกแล้ว ความหนาวเหน็บหวาดกลัวก็ประดังประเดเข้ามาจนเล็บสะอาดจิกลงในฝ่ามือสุดแรง

“ฉัน...” ไม่ทันได้พูดสิ่งที่ต้องการก็ต้องอึ้งกับคำต่อว่าที่ออกจากปากเขาอีก

“อย่าลวดลายน่า บอกแล้วไงว่า คนที่ต้องชดใช้แทนผู้หญิงสารเลวโสมมก็คือลูกอย่างเธอ”

ยืนนิ่งหมดเรี่ยวแรง รู้ตัวอีกทีร่างสูงก็เข้ามาประชิดถึงตัวเสียแล้ว แม้อยากกระโจนหนีแต่เท้าเจ้ากรรมก็แข็งทื่อไปหมด ทว่าแม้ไร้สิ้นทางหนี วินาทีนั้นเสียงในส่วนลึกยังดังออกมาได้ “ไม่ ! อย่านะ ฉันบอกแล้ว ฉันเปลี่ยนใจ...! ฉันจะกลับ ปล่อย”

ปรินทร มาร์โก อัครพิภพ ชายหนุ่มวัยสามสิบ ผู้ซึ่งมีดวงตาหวาน คม ชวนให้ต้องมนต์ ดูท่าตอนนี้ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะเปิดใจรับฟังอะไร หรือเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เขาต้องการยัดเยียดมันให้เธอ

ปิ่นคณางค์ก็หนีเงื้อมืออสูรร้ายไม่พ้น…

หลายเดือนผ่านไป…ภายในห้องนอนกว้างสีครีมนั้นได้รับการออกแบบตกแต่งหรูหรา บนเตียงนอนคิงไซส์ปิ่นคณางค์นอนตะแคง สองมือเรียวประสานใต้แก้มผ่องใกล้หมอนสีขาวใบใหญ่ หญิงสาวนอนนิ่งเฉกตุ๊กตาไร้ชีวิตมาร่วมชั่วโมง ใจเธอทุกข์ระทม ทว่าทุกข์ใจมากมายเพียงไรหญิงสาวก็ไม่เคยมีน้ำตาสักเพียงหยดเดียว เพราะว่าน้ำตามันแห้งเหือดหายไปตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านเลยมา… หายไปตั้งแต่เธอต้องสูญเสียคนที่รักที่สุด นั่นคือพ่อและต้องตามแม่มาอยู่ที่อัครพิภพ ภาพความสุขของครอบครัว วันเวลาเก่าๆ รวมทั้งสถานที่ซึ่งรักผูกพัน คงไม่สามารถหวนกลับมาได้อีกแล้ว มันคงเป็นได้แค่เรื่องราวในอดีตที่เก็บไว้รำลึกภายในใจก็เพียงเท่านั้นเอง

เชียงใหม่ หลายเดือนก่อน …หญิงสาวรูปร่างบอบบางอยู่ในชุดกระโปรงทรงจีบรอบสีดำยาวเสมอเข่า ด้านบนคือเสื้อคอโปโลสีขาวแนบรูปร่างอรชร จากประตูไม้ทรงเตี้ย หญิงสาวรีบเร่งย่ำสนามหญ้าเข้าไปหาบิดา เธอไม่เห็นว่าใบหน้าซึมไร้ความสุขแต่เริ่มแรกปรับเปลี่ยนให้สดชื่น บ้านไม้ชั้นครึ่งอาณาเขตห่างไกลจากคำว่ากว้างขวางทำให้หญิงสาวเดินถึงพ่อซึ่งยืนหันหลังรดน้ำต้นไม้อยู่มุมสวนเล็กๆ หน้าตัวบ้านเร็วทันใจ สองมือเรียวกอดหมับตรงเอวหนาเมื่อเดินไปถึง วงหน้ารูปไข่ซบไหล่ภายใต้เสื้อเชิ้ตลายหมากรุกนิ่งนานเพราะความคิดถึง

“หนูเรียนจบซะที ต่อไปจะดูแลพ่อกับแม่เองค่ะ” ปิ่นคณางค์ พูดสิ่งที่ตั้งใจขึ้นทั้งที่ยังหลับตา

“พ่อภูมิใจมาก ลูกไม่ทำให้พ่อผิดหวัง” เดชณรงค์ มหาสุทธิกุล หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบ อดีตนักธุรกิจชื่อดังเมืองเหนือ เอี้ยวเพียงใบหน้าซึ่งปกคลุมด้วยเส้นผมสีขาวเทา น้ำเสียงแม้จะดูเหมือนอ่อนล้าแต่แววตานั้นอ่อนโยนเต็มเปี่ยมด้วยความรักที่มีให้ลูกสาว ปิ่นคณางค์ ผงกศีรษะ ส่งยิ้มสดใส วงหน้าเซียวของพ่อที่ปรากฏแม้จะพยายามปกปิดแต่ก็ไม่มิด หญิงสาวอยากให้พ่อได้ยิ้มสักนิดถึงจะเป็นความสุขในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามทีและได้แต่คิดครุ่นว่าจะทำอย่างไรดี

หลายเดือนก่อนหน้ามหาสุทธิกุลยังคงยิ่งใหญ่ บิดามีธุรกิจโรงแรมใหญ่ติดอันดับท็อปไฟว์ในภาคเหนือ รอบกายปิ่นคณางค์นั้นมีบริวารร่ายล้อมมากมาย ทุกคนต่างเอาใจคุณหนูเพียงคนเดียวของบ้าน หากวันหนึ่งเหตุการณ์เลวร้ายได้เข้ามาเยี่ยมเยือน มันมาเร็วมากและมันได้พาพัดความสุขความมั่งมีของครอบครัวให้มลายหายสิ้นไป บิดาโดนคนคนหนึ่งหักหลัง มีการถ่ายโอนหุ้นธุรกิจโรงแรมของครอบครัวมานานหลายปี สุดท้ายกว่าจะรู้ก็ช้าสายเกินไปแล้ว มหาสุทธิกุลหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ปิ่นคณางค์เคยอาศัยตั้งแต่จำความได้ถูกขายล้างหนี้ บิดาต้องยอมปล่อยมือจากทุกอย่างที่เคยครอบครองเพราะไม่อยากโดนฟ้องล้มละลาย

“โง่ !” แม่ต่อว่าพ่อด้วยเสียงเกรี้ยวกราดแปลกหูไป ปิ่นคณางค์เองได้รับคำนั้นเหมือนกัน เพราะหญิงสาวไม่เคยเข้าไปช่วยดูแลงานที่โรงแรมเลยสักครั้ง แม่เป็นคนตอกย้ำเรื่องนั้นเช่นเดียวกัน ปิ่นคณางค์หวังเพียงให้แม่พูดดีกับพ่อบ้าง อยากให้แม่ให้กำลังใจและเลิกพูดตอกย้ำรอยแผลในหัวใจของพ่อ แต่แม่ไม่ได้เกรี้ยวกราดกับพ่อเพียงคนเดียว เธอเองก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย

“แกก็เหมือนกัน คงไม่ต่างกับพ่อแก โง่ น่าเบื่อนัก ดูสิคนที่เคยรักทั้งพี่น้องเพื่อนฝูงหนีหายหมด คู่หมั้นแกก็ถอนหมั้นเสียแล้วน่าขายหน้าเหลือเกิน”

ไม่เข้าใจคำซ้ำเติม นี่น่ะหรือแม่ที่พ่อเฝ้าเอาใจด้วยความรัก ไม่มีสักครั้งที่แม่อยากได้อะไรจะไม่ได้ เพชรนิลจินดา ความสะดวกสบาย แม่พูดย้ำอีกว่า ธนา สุริยะเกียรติพัฒน์ เศรษฐีหนุ่มหล่อที่หมั้นหมายกับปิ่นคณางค์มานานหลายปีนั้น จะหาที่ไหนได้ดีเท่าผู้ชายคนนี้อีก แต่ในความคิดปิ่นคณางค์นั้น คู่หมั้นหมายที่ฟ้าดลบันดาลให้เห็นเนื้อแท้ของเขาในยามวิกฤติ เรื่องอะไรจะต้องอาลัยอาวรณ์ ธนาไม่รักกันสักนิดและไม่ต้องเอ่ยว่าผู้ชายคนนั้นคบหากันเพราะสาเหตุใด

“ขอโทษที่ต้องขอถอนหมั้นนะครับ เอ่อ…”

“ค่ะ” ตนเองรับคำนั้นไม่รีรอให้ธนาบอกเหตุผลจบ โล่งใจด้วยซ้ำที่ปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นออกไปจากชีวิตตามที่เขาต้องการ

เรียนจบจากกรุงเทพฯ ปิ่นคณางค์กลับบ้านเกิด เฝ้าหางานจังหวัดใกล้เคียงและในเชียงใหม่ เวลาผ่านไปนานหลายเดือนก็ยังหาไม่ได้ แม่เฝ้าโทษว่าเพราะนามสกุลแสนซวยและท่าทางหยุมหยิมทำให้เธอต้องชวดงาน ปิ่นคณางค์กลั้นน้ำตาไม่ได้ แต่น้ำตาที่ไหลเพราะเห็นสายตาเศร้ารู้สึกผิดของพ่อนั้นมีมากกว่า ‘พ่อจ๋าอย่าคิดมากเลยนะ’ ปลอบพ่อในใจ เธอทำได้เพียงเท่านั้น แม้ไม่มีงานทำแต่ครอบครัวยังไม่ถึงกับลำบากที่สุดเพราะปิ่นคณางค์มีเงินเก็บก้อนหนึ่งซึ่งเก็บมานานหลายปี พ่อและแม่ก็ไม่เคยรู้ แต่ความลับก็แตกเมื่อวันหนึ่งแม่ได้เห็นและได้นำเงินที่มีเข้าบ่อนจนเงินจำนวนนั้นเริ่มร่อยหรอ มัวแต่หางานทำจนไม่รู้ว่าแม่แอบนำเงินที่เธอเก็บในห้องนอนออกไปใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อย

“ทำไมคุณทำอย่างนี้ เอาของลูกไปทำไม ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ ไม่รู้จักคิด !” พ่อซึ่งไม่เคยขึ้นเสียงต่อว่าแม่ หน้าบึ้งตึงแววตาเจ็บปวด

บ้านที่ร้อนระอุหารอยยิ้มไม่ได้อยู่ก่อนแล้วแทบปะทุด้วยเปลวไฟเผาไหม้วายวอด...แม่บอกว่าจะไม่อยู่ที่บ้านหลังน้อยอีกต่อไปแม้พ่อจะยื้อยุดขอร้องแต่แม่ก็ไม่สนใจฟัง “แม่จ๋าอย่าไปเลยนะ อย่าทิ้งหนูไปเลย แม่ไม่รักหนูหรือคะ”

ยังจำได้ดี ยังหนาวเย็นไม่คลายที่หัวใจเมื่อคิด หัวใจแทบขาดรอนในขณะนั้นพร่ำวอนขอร้องแม่ด้วยน้ำตานองหน้า เดือนต่อมาความทุกข์ก็โหมกระหน่ำ เมื่อต้องสูญเสียพ่อไปตลอดกาล พ่อตรอมใจมากอยู่แล้ว เมื่อขาดแม่กำลังใจท่านก็คงสลายไปไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยว ไม่ต่างกับหัวใจบางๆ ของตัวเธอเลย

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
เมื่อห้าปีก่อน ซางหว่านยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเผยจี๋ จนส่งผลให้เธอต้องสูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์ไปตลอดกาล แม้ว่าในอดีตเขาจะเคยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่คิดอยากมีลูก แต่ในเวลาต่อมาเขากลับเปลี่ยนใจ และตัดสินใจเลือกซูเซวี่ย นักศึกษาสาวที่มีหน้าตาคล้ายกับภรรยามาทำหน้าที่อุ้มบุญเพื่อกำเนิดทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยคาดคิดเลยว่า ข้อเสนออันแสนเห็นแก่ตัวและไร้หัวใจในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ผลักไสให้ซางหว่านตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ และเลือกที่จะเดินจากชีวิตของเขาไปอย่างถาวรโดยไม่มีวันย้อนกลับมาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง สัญญารักร่ายพิศวาส
9.2
เมื่อหญิงสาวหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งเลือกก้าวเข้าสู่ข้อตกลงแสนเร่าร้อน ชายหนุ่มคู่สัญญาจึงอดระแวงไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วเธอทำเพื่อเงินหรือต้องการสิ่งใดกันแน่ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยบทรักอันหนักหน่วง แม้เธอจะพยายามต่อต้านเพียงใด แต่ความอยากรู้อยากลองกลับดึงดูดให้เธอตกหลุมพรางเสน่หาแสนวาบหวามจนยากจะถอนตัว แม้ปากจะตราหน้าว่าเขาคืออสูรร้ายใจดำ แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการตอบสนองต่อสัมผัสอันเร่าร้อนอย่างโหยหาในทุกค่ค่ำคืน
ภาพปกนิยายเรื่อง อสูรเผด็จรัก
8.7
ปรางอินท์ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ เมื่อภาคินชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความแค้น ใช้เสน่หาอันเร่าร้อนเป็นกรงขังเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้พี่ชายของเขา เขาตราหน้าและเหยียดหยามคุณค่าในตัวเธออย่างไม่ใยดี โดยอ้างว่าเป็นเพราะความผิดที่พี่สาวของเธอเคยทำไว้ แม้ปรางอินท์จะพยายามดิ้นรนหาทางหลบหนีไปจากไร่กว้างแห่งนี้สักเพียงใด ทว่าเขากลับใช้ความอันตรายรอบตัวและชีวิตของพี่สาวเธอมาเป็นเครื่องมือข่มขู่ บีบบังคับให้เธอต้องยอมสยบอยู่ใต้บัญชาของเขาอย่างไม่มีทางเลือก ท่ามกลางเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้พังทลายลง
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมใจ จอมมาร
8.5
คาร์โลส มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก ใช้ทั้งกำลังเงินและอำนาจที่มีบีบบังคับกัญญิกาให้ยอมทอดกายบนเตียงของเขา เพื่อแลกกับการรักษาพยาบาลพ่อที่กำลังป่วยหนัก แม้หญิงสาวจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังและตราหน้าเขาด้วยความโกรธแค้น แต่ชายหนุ่มกลับเหยียดหยามว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงเห็นแก่เงินที่ไม่ต่างจากการขายบริการ คาร์โลสไม่ได้ปรารถนาความรักจากเธอแม้แต่น้อย เขายังคงเรียกใช้เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าในฐานะของเล่นชิ้นโปรดที่ถูกใจ ทิ้งให้กัญญิกาต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจนหลั่งน้ำตา พร้อมกับบ่มเพาะความพยาบาทที่รอวันทำลายคนใจร้ายคนนี้ให้พังพินาศ
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียลับมหาเศรษฐี
9.6
เมื่อความรักในมุมมืดต้องปิดฉากลงเพราะเขาจำเป็นต้องเข้าพิธีวิวาห์กับผู้หญิงคนอื่น เธอจึงตัดสินใจหอบลูกน้อยในท้องหนีไปพร้อมกับความช้ำใจ แต่แล้วโชคชะตากลับนำพาให้เธอต้องโคจรมาเจอกับภูมิระพีอีกครั้ง ความกลัวเริ่มจู่โจมจิตใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีตคนรัก เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อซ่อนความลับเรื่องลูกชายตัวน้อยไว้ เพราะกลัวว่ามหาเศรษฐีหนุ่มจะแย่งชิงลูกที่เป็นดั่งดวงใจไป ท่ามกลางบาดแผลในใจที่ยังไม่ลบเลือน เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคนี้เพื่อปกป้องลูกรักให้พ้นจากเงื้อมมือของเขาอย่างสุดชีวิตของเขา