APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด

ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด

เมื่อความจนตรอกไร้ทางเลือกบีบบังคับให้หญิงสาวก้าวเข้าสู่โลกสีเทาในฐานะคนส่งยาเพื่อเอาชีวิตรอด เธอพร้อมทำทุกอย่างโดยไม่สนความถูกต้อง แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของใครก็ตาม ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เธอมาพบกับ ปืน ชายหนุ่มผู้มีอิทธิพลและฝีปากร้าย ผู้มีความเชื่อว่าความรักคือสารเสพติดชนิดหนึ่ง และเขาต้องการครอบครองตัวเธอไว้แต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางสถานการณ์อันตรายและการปะทะคารมที่ไม่มีใครยอมใคร หญิงสาวผู้ไม่เคยกลัวตายกลับต้องเผชิญกับข้อเสนอสุดท้าทายที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล ในเกมรักสุดบ้าคลั่งที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ตึก...ตึก...ตึก

เสียงฝีเท้าของฉันดังกระทบกึกก้องไปทั่วทางเดินในตรอกซอยแคบข้างผับชื่อดังแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองของประเทศไทย

รองเท้าผ้าใบสีซีดเหยียบย่ำไปบนพื้นสกปรก แถมยังมีน้ำเสียเจิ่งนองเป็นวงกว้างทั่วบริเวณ กลิ่นของมันโชยเข้ามาในจมูกจนฉันต้องเบ้หน้าอย่างขยะแขยง และฉันต้องพยายามอย่างถึงที่สุด ที่จะเดินไม่ให้น้ำเน่าๆ พวกนั้นมันกระเด็นใส่ขา

ถ้าเลือกได้ฉันก็จะไม่เข้ามาในตรอกซอยบ้าๆ นี่เด็ดขาด แต่เพราะว่ามันเลือกไม่ได้ไง…

“พี่ต้น!”

ริมฝีปากบางสีชมพูธรรมชาติโพล่งเรียกชื่อของผู้ชายคนหนึ่ง ที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงกองเก้าอี้และโต๊ะที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ซึ่งผู้ชายคนนี้เขาก็คือพี่ชายแท้ๆ ของฉันเอง

ฉันชื่อเตนล์ มีพี่ชายชื่อต้น พี่ต้นอายุยี่สิบห้าปี ส่วนฉันนั้นอายุเพียงแค่สิบเก้า โดยปกติแล้วในวันธรรมดาแบบนี้ถ้าเป็นคนในวัยเดียวกันก็น่าจะไปโรงเรียนกันหมดแล้ว แต่ฉันกลับไม่ได้ไป หรือจะพูดให้ถูกก็คือไม่มีปัญญาที่จะส่งตัวเองเรียนให้จบ

ตั้งแต่พ่อกับแม่ของฉันเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุในช่วงที่ฉันอายุสิบสามปี ฉันกับพี่ต้นก็เลิกเรียนมาตั้งแต่นั้น

ญาติน่ะมี แต่เขาไม่ให้พึ่ง เราจึงต้องดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยตัวเองเพราะใครๆ ก็ผลักไสเรา

“เอายานี่ไปส่งให้กูหน่อย”

กล่องนมธรรมดาๆ ถูกยื่นมาตรงหน้าฉัน แต่ข้างในนั้นมันกลับสอดไส้ยานรกเอาไว้

‘เด็กส่งยา’ นี่แหละคืออาชีพของเราสองพี่น้อง

แม้ว่ามันจะไม่ใช่อาชีพสุจริต แต่เราสองคนก็ไม่เกี่ยง เหตุผลเพราะว่ามันทำเงินให้เราได้ดีกว่าการทำงานอย่างอื่นเป็นไหนๆ แม้ว่ามันจะเสี่ยงสักหน่อยก็ตาม

ฉันกับพี่ต้นเริ่มทำอาชีพนี้ตั้งแต่ที่ถูกญาติๆ ของพ่อและแม่ผลักไสแล้วล่ะ ถ้าไม่ทำก็ไม่มีอะไรกิน แล้วถามหน่อยเถอะว่าเด็กอายุยังไม่ถึงยี่สิบนี่จะหางานดีๆ เงินเยอะๆ ได้ยังไง การที่อยู่ๆ ก็กลายเป็นหมาจนตรอกมันทำให้เราสองคนเลือกจะทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพื่อความอยู่รอด

สมบัติของพ่อกับแม่ก็ไม่มี เหลือเพียงแค่บ้านไม้เก่าๆ ไว้ให้ซุกหัวนอนก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว

คติของฉันคือ ‘ไม่เลือกงาน ไม่เลือกจน’ แต่แนะนำว่าอย่าทำแบบฉันเลยดีกว่า ถ้ายังอยากมีชีวิตที่สดใสอยู่น่ะนะ เพราะชีวิตของฉันตอนนี้มันมืดมนจนยากที่จะหาทางออกได้แล้ว

ส่วนคุณสมบัติหลักที่จะมาเป็นเด็กส่งยาได้คือ สกิลเท้าต้องดี พ่อมาเมื่อไหร่ต้องเหยียบให้มิด ไม่งั้นก็จบ…

“จะให้เอาไปส่งที่ไหนล่ะ”

โดยปกติแล้วฉันไม่ได้ไปรับงานจากเอเย่นต์ค้ายารายใหญ่เองหรอก มีแต่พี่ต้นนี่แหละที่คอยไปเอายามาให้ แล้วให้ฉันเอาไปส่งกับผู้ค้ารายย่อยอีกที หรือบางทีก็ส่งให้กับคนเสพทั่วๆ ไป

แต่ทว่าสิ่งที่อยู่ในมือของฉันตอนนี้เหมือนจะเป็นของผู้ค้ารายย่อยมากกว่า เพราะน้ำหนักของมันที่สัมผัสได้ค่อนข้างหนักเลยทีเดียว

“ที่ผับพีเอ็นคลับ”

ชื่อผับที่พี่ต้นบอกมาทำให้ฉันพอรู้อยู่บ้างว่ามันอยู่ที่ไหน เมื่อรู้ที่หมายแล้วฉันก็เก็บกล่องนมนั้นยัดใส่กระเป๋าเป้ของตัวเอง ที่สะพายห้อยพาดไหล่เอาไว้แค่สายเดียวอย่างหมิ่นเหม่

“วันนี้มีแค่นี้เหรอพี่” ฉันเงยหน้าขึ้นถามพี่ชายของตัวเองเพื่อความแน่ใจ เพราะถ้าไม่มีอะไรต้องส่งอีกฉันก็จะได้กลับบ้านไปนอนพัก ซึ่งพี่ต้นก็พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนพูดเสริมออกมา

“ระวังตัวด้วยล่ะ รายย่อยคนนี้มันจู้จี้จุกจิก อย่าให้ของหายและอย่าถูกจับเป็นอันขาด”

“อืม”

ประโยคกำชับที่เปล่งออกมาทำให้ฉันตอบรับในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินออกมาจากตรอกซอยแคบๆ นั้น

พรึบ!...ผลัก!

“เฮ้ย!!” ทว่าเดินออกมาได้เพียงไม่นานกระเป๋าเป้ที่ฉันสะพายเอาไว้ กลับถูกผู้ชายคนหนึ่งกระชากออกไปอย่างง่ายดาย มันผลักตัวฉันจนเซถลาไปด้านข้างเล็กน้อย แต่เมื่อตั้งสติได้เท้าเล็กทั้งสองข้างก็รีบวิ่งตามหลังมันไปทันที

ตึก...ตึก...ตึก…

“หยุดนะ!!” ฉันพยายามตะโกนไล่หลังมันสุดเสียง แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าจะเอ่ยปากขอให้คนแถวนั้นช่วยก็เกรงว่าคนที่จะถูกจับจะกลายเป็นฉันซะเอง

มันน่ะแค่โดนข้อหาวิ่งราว แต่ฉันนี่สิโดนเต็มๆ

และด้วยความที่มันเป็นผู้ชาย เรียวขานั้นจึงยาวกว่าฉันหลายเท่า แถม สกิลเท้ามันยังเหนือกว่าฉันเป็นไหนๆ ดูท่าแล้วน่าจะเป็นมืออาชีพพอสมควร ตำรวจที่เคยวิ่งไล่จับฉันยังไม่สกิลเท้าดีขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ

แม่ง...ขโมยอะไรไม่ขโมย เสือกมาขโมยยาบ้า บักปอบ!

“เชี่ยเอ๊ย!” ฉันถึงกับต้องสบถออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อไม่สามารถที่จะวิ่งตามมันได้ทัน

เท้าของฉันจำต้องหยุดชะงัก สองมือท้าวที่เข่าของตัวเองด้วยท่าทีที่เหนื่อยหอบ เหงื่อกายมากมายแตกพลั่กลงมาจนชุ่มตามกรอบหน้าเนียน

ฉันยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อของตัวเองออกลวกๆ และพอจะล่วงรู้ได้เลยว่าถ้ากลับไปต้องเจอกับอะไร

จากที่เวลานี้กำลังปาดเหงื่อ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าฉันอาจจะต้องยกหลังมือขึ้นมาเพื่อปาดเช็ดเลือดของตัวเอง

ชะตาของฉันมันกำลังจะขาด…

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หมื่นฝันพันคะนึง
9.1
เมื่อกาลเวลาผันผ่านไปเนิ่นนานนับหมื่นคืน แม่ทัพหนุ่มซุนหลวนคุนก็ได้พบกับสตรีผู้เป็นที่รักอีกครั้ง ทว่านางกลับสูญเสียความทรงจำไปจนหมดสิ้น จำไม่ได้แม้แต่ชื่อของตนเองหรือเรื่องราวในอดีตที่เคยมีร่วมกัน ท่ามกลางความสับสนในสิ่งแวดล้อมใหม่รอบตัว เขาจึงตัดสินใจมอบฐานะภรรยาพร้อมตั้งชื่อใหม่ให้นางว่าหรูซื่อ เพื่อผูกมัดหญิงสาวให้อยู่เคียงข้างในฐานะฮูหยินเพียงคนเดียวของเขาตลอดไป แม้ความจำของนางจะเลือนหายไปจนหมดสิ้น แต่สายใยความผูกพันและพันธะหัวใจระหว่างเขากับนางกลับเริ่มต้นใหม่อีกครั้งอย่างมั่นคง
ภาพปกนิยายเรื่อง ผมโดนเพื่อนที่คบกัน 8 ปีหักหลัง เลยตัดสินใจเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
9.7
ชีวิตอันแสนธรรมดาของหนุ่มออฟฟิศอย่างมาซาโยชิต้องจบสิ้นลง เมื่อเขาถูกเพื่อนสนิทที่คบหากันมานานทรยศหักหลังอย่างไม่ใยดี บาดแผลและความเจ็บปวดในครั้งนี้แปรเปลี่ยนเป็นความแค้นอันลึกล้ำ ผลักดันให้เขาตัดสินใจละทิ้งความอ่อนแอในอดีต แล้วก้าวเข้าสู่เส้นทางสายมืดอย่างไม่มีวันหันหลังกลับ มาซาโยชิตั้งเป้าหมายที่จะปีนป่ายขึ้นสู่จุดสูงสุดเพื่อเป็นชายผู้ทรงอิทธิพลและยิ่งใหญ่ที่สุด โดยมีจุดประสงค์เดียวคือการรอคอยเวลาที่จะได้สะสางบัญชีแค้นและทวงคืนทุกสิ่งอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
8.5
เมื่อมาราตีต้องกลายเป็นตัวประกันสาวที่ถูกส่งตัวมาสลับตัวกับพี่สาวเพื่อหลอกลวง ชีคอัฟฟานแห่งซาล ทว่าแผนการตบตานี้กลับไม่ได้ผลเมื่อสายตาอันเฉียบคมของชีคหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสามารถจับผิดและเปิดโปงความจริงได้อย่างรวดเร็ว ความจริงที่ถูกเปิดเผยสร้างความโกรธแค้นให้แก่เขาอย่างมากที่โดนตระกูลของเธอคิดคดทรยศและมองเขาเป็นคนโง่ มาราตีตกตะลึงที่ความลับแตกอย่างง่ายดาย ท่ามกลางสถานการณ์อันตึงเครียดและกระแสความปรารถนาที่คุกรุ่น เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเผชิญหน้ากับความดุดันและอำนาจมืดของชีคเถื่อนผู้พร้อมจะแผดเผาทำลายหัวใจของเธอให้ย่อยยับคามือ
ภาพปกนิยายเรื่อง มิติมหัศจรรย์
8.0
เมื่อทิพย์อัปสรนางฟ้าผู้เลอโฉมกลายเป็นยอดดวงใจของพระเสาร์ เทพผู้เปี่ยมด้วยอำนาจและบารมีล้นพ้น แต่ทว่าความสงบสุขบนสรวงสวรรค์กลับต้องสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อพระอังคารเทพแห่งสงครามผู้ทรงพลังและดุดัน ก็มีใจปฏิพัทธ์ในตัวเธออย่างลึกซึ้งเช่นเดียวกัน ความรักและความปรารถนาที่ขัดแย้งกันของสองมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ได้กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่จุดระเบิดศึกสงครามครั้งมโหฬารบนแดนสวรรค์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นำไปสู่เรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิรบอันแสนดุเดือดที่พร้อมจะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งจักรวาล
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วรักนายบอดี้การ์ดจอมโหด
8.9
เมื่อเซียวเฟิง บอดี้การ์ดหนุ่มสุดเย็นชาได้รับภารกิจสำคัญให้มาดูแลความปลอดภัยและปกป้องพรหมจรรย์ของเมริสา ลูกสาวมาเฟียผู้งดงามและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนใจ หน้าที่อันเข้มงวดจึงต้องมาปะทะกับความหวั่นไหว แม้เขาจะพยายามตั้งกำแพงหัวใจเพื่อรักษาจรรยาบรรณไว้อย่างสุดความสามารถ แต่การที่ต้องใช้ชีวิตใกล้ชิดกันเพียงลำพังกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นโต ยิ่งหญิงสาวเปิดเกมรุกเข้าหาอย่างเร่าร้อนหวังลายความเฉยเมยของเขา หัวใจของบอดี้การ์ดหนุ่มก็ยิ่งสั่นคลอน สุดท้ายแล้วเขาจะต้านทานความต้องการอันพลุ่งพล่านในใจได้นานสักกี่น้ำ