APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เขียนนิยายให้กลายเป็นรัก

เขียนนิยายให้กลายเป็นรัก

กัลป์ นักเขียนชาวไทยในญี่ปุ่นเผชิญทางตันหลังผลงานโดนสั่งตัดจบ เพื่อความอยู่รอดเขาจึงจำใจหันมาเขียนนิยายแนวบอยเลิฟ โดยมีสมุดบันทึกพิศวงจากศาลเจ้าเป็นตัวช่วยดลบันดาล ทว่าปาฏิหาริย์นั้นกลับจับพลัดจับผลูนำพา เซย์จิ นายเอกที่เขาจินตนาการไว้มาปรากฏตัวในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างเหนือความคาดหมาย แต่เรื่องราวกลับกลับตาลปัตรเมื่อเซย์จิไม่ได้มีท่าทีเป็นฝ่ายรับอย่างที่กัลป์ออกแบบไว้ ทว่าเขากลับเป็นฝ่ายรุกจอมบงการสุดเอาแต่ใจ การร่วมมือกันสร้างสรรค์ผลงานรักเรื่องพิเศษชิ้นนี้จึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับสายสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ค่อยๆ พัฒนาไปไกลเกินกว่าตัวอักษรที่เคยขีดเขียนไว้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

ร่างสูงก้าวออกมายืนอยู่หน้าสำนักพิมพ์ ในหัวตีกันวุ่นไปหมดว่าควรตัดสินใจอย่างไรดี ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดเพศทางเลือกหรือเหยียดเพศหรอกนะ เขาค่อนข้างจะเปิดใจกว่าคนญี่ปุ่นทั่วไปที่นี่ด้วยซ้ำ แต่จะให้ผู้ชายแท้ๆ อย่างเขาไปเขียนนิยายความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายอย่างนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่อง เขาถนัดงานเขียนแนวแฟนตาซีต่างหาก

“นี่มันบ้า...”

มือที่ถือนามบัตรอยู่ขยำกระดาษแผ่นเล็กอย่างไม่ไยดี หัวเสียสุดกำลังราวกับเมื่อครู่ถูกดูถูกทักษะการเขียนอย่างไรก็ไม่รู้ โดยเฉพาะเรื่องที่ฟุรุคาวะบอกให้เขาเป็นนักเขียนไอดอล ซึ่งมันเป็นงานขายหน้าตาและไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานเขียนเลย งานเขียนที่ขายได้ของพวกนักเขียนไอดอลพวกนี้ ล้วนเป็นผลพวงจากการที่มีแฟนคลับมาชื่นชอบหน้าตาทั้งนั้น

หากแต่พอตั้งท่าจะปากระดาษนั่นทิ้งลงถังขยะใกล้ๆ เขาก็ต้องชะงัก ยืนคิดทบทวนอีกทีว่าเขาเป็นนักเขียนเพื่ออะไรกันแน่

แน่นอนล่ะว่าไม่ใช่เพื่ออุดมการณ์ แรกๆ ก่อนเป็นนักเขียนมืออาชีพอาจจะใช่ แต่พอเข้ามาในวงการ ได้เห็นความเป็นไปและกลไกต่างๆ แล้ว เขาถึงได้รู้ว่าถ้ารักจะยึดอาชีพนักเขียนในการเลี้ยงชีพ ต้องคำนึงว่าอุดมการณ์มันไม่ได้ทำให้ท้องอิ่ม ไม่ได้ทำให้มีชื่อเสียง แล้วก็ไม่ได้ทำให้ประสบผลสำเร็จด้วย

แต่เขาอยากเป็นนักเขียนที่ประสบผลสำเร็จ มีชื่อเสียง และมีเงินทองนี่นา ถึงจะไม่ได้ประสบผลสำเร็จจากนิยายแนวที่ตัวเองถนัดก็เถอะ แต่ถ้าดังเมื่อไหร่แล้วค่อยวกกลับไปเขียนแนวที่ตัวเองชอบอีกครั้งก็ยังไม่สาย เผลอๆ ชื่อเสียงจากนิยายแนวอื่นที่เขียนมาก่อนจะช่วยให้งานเขียนใหม่ของเขาประสบความสำเร็จด้วยก็ได้ มันเป็นเรื่องของฐานแฟนคลับ เรื่องนี้เขารู้ดี

เคยได้ยินว่าพวกสาวฟุโจชิมีกำลังซื้อเยอะนี่นา ดูท่าจะขายได้ไม่ยาก ขายหน้าตาแล้วก็ค่อยไปขายงานเขียนแล้วกัน ไม่เสียหายหรอก

คิดแล้ว ทิฐิที่ก่อตัวสูงในตอนแรกก็มลายหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน ก่อนเขาจะคลี่นามบัตรยับยู่ออก มือหนึ่งก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์ตามหมายเลขที่ปรากฏบนแผ่นกระดาษอย่างไม่รอช้า อึดใจเดียว ปลายสายก็มีเสียงตอบรับ

ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของกัลป์เต้นระทึก ก่อนจะควบคุมสติ บังคับริมฝีปากตัวเองให้ขยับออกไป

“สวัสดีครับ บ.ก.คุรุกิ ผมกัลป์ครับ บ.ก.ฟุรุคาวะแนะนำมาว่าให้ลองโทรหาคุณ”

ปลายสายร้องอ๋อ ตามมาด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างปกปิดไม่มิด

[ผมกำลังรออาจารย์โทรมาอยู่พอดีเลย ฟุรุคาวะเพิ่งโทรมาบอกผมเมื่อกี้ ไม่ทราบว่าตอนนี้ออกจากสำนักพิมพ์ไปหรือยังครับ]

“ผมอยู่ข้างหน้าครับ เดี๋ยวเดินเข้าไป”

[ดีเลยครับ งั้นกลับเข้ามาเลย มาคุยรายละเอียดกันหน่อย]

กัลป์ตอบรับ วางสายแล้วหมุนตัวหันไปมองอาคารสูงตระหง่านอีกครั้ง พ่นลมหายใจเต็มแรง ก่อนจะก้าวเข้าไปข้างใน ในหัวก็คิดติดตลกไปด้วยว่าตอนเขาก้าวออกมาเมื่อครู่ มันคือการสิ้นสุดการเป็นนักเขียนนิยายไลท์โนเวล แต่ตอนกลับเข้าไป มันคือการเริ่มต้นการเป็นนักเขียนนิยายบอยเลิฟ

เอาวะ ลองดูสักตั้ง ถือว่าเป็นประสบการณ์แล้วกัน ไม่เวิร์คก็ออกแค่นั้น ไม่เป็นไร... มันไม่เป็นไร

ใครว่าไม่เป็นไร นี่มันเรื่องใหญ่ชัดๆ!

เจ้าของใบหน้าหวานแสดงสีหน้าหงุดหงิดเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจนับได้ตั้งแต่เดินออกจากอาคารสำนักพิมพ์ หลังจากเขาคุยกับ บ.ก.คุรุกุ ไค ผู้ดูแลต้นฉบับคนใหม่สำหรับเรื่องของการเขียนนิยายบอยเลิฟ ในเรื่องการเป็นไอดอลนี่ เขาไม่มีปัญหาเท่าไหร่นักเพราะมันก็แค่ไปถ่ายแบบ โชว์ตัวตามงานอีเว้นท์หลังมีงานวางแผงแล้วเท่านั้น อาจมีการประชาสัมพันธ์เพื่อโปรโมตก่อนงานวางแผงด้วย แต่ที่เป็นปัญหาใหญ่หลวงเลยก็คือ การได้เดดไลน์ต้นฉบับมาแบบกะทันหัน

ถึงจะไม่ได้เป็นเดดไลน์ต้นฉบับทั้งเรื่อง เป็นเพียงเดดไลน์ต้นฉบับตอนเดียวสำหรับลงนิตยสาร BL รายสัปดาห์เพื่อทดลองตลาดและมีกำหนดส่ง 2 อาทิตย์ก็เถอะ แต่เวลา 2 อาทิตย์ในการเขียนต้นฉบับที่ไม่คุ้นเคยนี่นับว่าน้อยมากสำหรับเขาทีเดียว

สุดท้ายแล้ว กัลป์ก็ตัดสินใจไปที่ย่านอากิฮาบาระ หาซื้อหนังสือนิยายของนักเขียนดังๆ มาอ่านเพื่อทำการศึกษา บอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าช่างรู้สึกประดักประเดิดเหลือเกินตอนที่หอบหนังสือนิยายบอยเลิฟตั้งใหญ่ไปจ่ายเงินท่ามกลางสายตาสาวๆ ฟุโจชิแบบนั้น ไม่รู้ทำไมปกนิยายแนวนี้จะต้องวาดให้มันดูอีโรติกด้วย ผู้ชายอย่างเขาถือหนังสือแบบนี้ออกจากร้าน มันน่าอายจะตาย แต่เพื่องาน เขาก็เลยแสร้งไม่รู้ไม่เห็น ทำเป็นไม่คิดอะไรมาก ทั้งที่ใจอยากจะพุ่งพรวดออกจากร้านตั้งแต่ได้ยินสาวๆ หัวเราะกันคิกแล้ว

และทันทีที่กลับมา กัลป์ก็ไม่ทำอะไรเลยนอกจากนั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือพวกนั้นไม่หยุด อ่านแล้วก็ต้องเบ้หน้าไป ยิ่งถึงฉากเลิฟซีนนี่ยิ่งต้องเบ้หน้าหนักอย่างเสียวไส้

ใส่เข้าไปได้ยังไงวะ มันไม่ใช่ช่องทางสำหรับทำเรื่องอย่างนั้นสักหน่อย ดันทุรังอย่างนั้น มีหวังกินเผ็ดไม่ได้หลายวันกันพอดี

เขาพึมพำในใจก่อนจะวางหนังสือในมือลงทันทีที่อ่านฉากตัวละครในเรื่องมีเซ็กส์กันอย่างถึงพริกถึงขิง ยกมือขึ้นลูบหน้าลูบตา คิดไม่ออกเลยว่ามันจะรู้สึกอย่างไร แต่ก็เอาเถอะ เขาเองก็ไม่ได้อยากจะคิดมากนักหรอก สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือการลงมือเขียนโครงเรื่องและลงมือเขียนต้นฉบับมากกว่า ตอนนี้เขาพอจะจับทางได้แล้วว่านิยายบอยเลิฟมีสูตรสำเร็จอย่างไร

ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงไปนั่งประจำที่ที่โต๊ะทำงาน คว้าปากกามาจรดเขียนข้อสรุปลงไปเป็นข้อๆ อย่างเคยชิน เขามักทำอย่างนี้เพื่อประมวลความคิดตัวเองก่อนเขียนนิยายเสมอ

• เป็นเรื่องความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย

• มีเรื่องเพศสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวด้วย

• เสะเมะ (ฝ่ายรุก) มักจะตัวใหญ่และโหดเถื่อน (หื่นด้วยนะ)

• อุเคะ (ฝ่ายรับ) มักจะร่างเล็ก หน้าสวยและอ่อนแอ ต้องให้อีกฝ่ายปกป้อง

Ps. ถ้าเขียนแนวอีโรติก มีฉากเลิฟซีนเยอะๆ จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ติดเบสท์เซลเลอร์ด้วย

ดวงตากลมอ่านสิ่งที่เขียนไปเมื่อครู่พลางยกแก้วกาแฟเย็นชืดขึ้นจิบไปด้วย

ไร้สาระฉิบเป๋ง ผู้ชายบ้าอะไรจะตัวเล็กขนาดนั้น หน้าสวยนี่ยังพอเข้าใจได้ แต่อ่อนแอจนต้องให้คนอื่นปกป้องนี่ไม่ใช่มั้ง นั่นมันผู้หญิงชัดๆ

ที่เข้าใจเรื่องผู้ชายหน้าสวยได้ก็เพราะเขาก็เป็นผู้ชายหน้าสวยเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้ตัวเล็กกระจิ๋วหลิวเหมือนพวกนายเอกในนิยายพวกนั้นนี่ ออกจะสูง แถมยังมีกล้ามเนื้อเหมือนผู้ชายคนอื่นทุกประการ ถึงจะมีคนเข้าใจผิดบ้างว่าเป็นผู้หญิงเพราะเขาไว้ผมยาวประบ่าบ้างก็เถอะ แต่มองดีๆ ยังไงก็เป็นผู้ชาย ลูกกระเดือกก็มี เห็นก็รู้แล้ว

ไม่อยากเขียนให้นายเอกเป็นพวกปัญญาอ่อนอย่างนั้นเลยแฮะ ถึงจะเป็นฝ่ายรับ ยังไงก็คือผู้ชายอยู่วันยังค่ำ เขียนให้แมนไปเลยดีกว่า ทำให้แตกต่างออกไปบ้าง น่าจะเวิร์ค

จู่ๆ ก็ได้ไอเดียขึ้นมา กัลป์วางแก้วกาแฟลง คว้าปากกามาเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับรายละเอียดนายเอกในนิยายตัวเองที่อยากให้เป็นลงไป แต่ก็ยังคงคอนเซ็ปต์หน้าหวาน ทว่าพอมาอ่านแล้วก็เหมือนเอาตัวเองไปเป็นนายเอกยังไงไม่รู้ แค่เห็นคำว่า ‘หน้าหวาน’ แล้ว เขาก็ต้องฉีกกระดาษแผ่นนั้นทิ้ง ขยำและโยนใส่ลังกระดาษใต้โต๊ะไปทุกครั้ง

สร้างนายเอกให้หน้าหวาน ตอนไปออกงานอีเว้นท์ เดี๋ยวได้มีคนเข้าใจผิดตายเลยว่าเป็นเกย์ฝ่ายรับ

นั่นแหละ เพราะคิดแบบนั้น งานก็เลยไม่เสร็จสักที รู้ตัวอีกทีก็หลังจากผล็อยหลับและตื่นขึ้นมาอีกวันเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์เรียกเข้าดังขึ้น

กัลป์ผงกศีรษะขึ้นจากโต๊ะ ปาดคราบน้ำลายที่มุมปากก่อนคว้าโทรศัพท์มาดูหน้าจอ พอเห็นว่าเป็นชื่อของคุรุกิก็กดรับ กรอกเสียงที่ฟังดูงัวเงียน้อยที่สุดลงไป

“ครับ?”

[วันนี้เรามีนัดกันนะครับอาจารย์กัลป์ จำได้หรือเปล่าครับ]

อีกฝ่ายทวงถามทันที กัลป์ขยี้ตาไปมา สมองประมวลผลก่อนจะจำได้ว่าเมื่อวานเขานัดเข้าไปคุยกับคุรุกิเรื่องแผนการโปรโมทในฐานะไอดอลในตอนบ่าย ก่อนจะกรอกเสียงกลับคืนไป

“จำได้สิครับ ตอนบ่ายใช่มั้ย”

[ใช่ครับ นี่เที่ยงครึ่งแล้ว เห็นอาจารย์ยังไม่มาสักที ผมก็เลยโทรหาน่ะ รบกวนเวลานอนของอาจารย์หรือเปล่า?]

พอคุรุกิว่าติดตลกตามหลังมาเท่านั้นแหละ ความงัวเงียก็มลายหายไปทันตา สายตารีบปราดไปมองยังนาฬิกาตั้งโต๊ะ พอเห็นเข็มบอกเวลาเหมือนอย่างที่คุรุกิว่า เขาก็กระเด้งตัวขึ้นยืนทันที

“สะ...สายแล้ว ดะ...เดี๋ยวผมรีบเข้าไปนะครับ ช่วยรอก่อน”

คุรุกิหัวเราะกลับมา เขากะอยู่แล้วว่ากัลป์จะต้องยังไม่ตื่นแน่ แต่ก็ไม่ได้ถือสาอะไรถ้าอีกฝ่ายจะมาสายเพราะช่วงบ่ายเขาไม่ได้ติดนัดอะไรนอกจากคุยงานกับกัลป์เท่านั้น

[ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ ค่อยๆ มา เดี๋ยวผมรอ]

กัลป์ตอบรับและวางสายไป ก่อนจะรีบจัดการตัวเองด้วยความเร็วแสง พลันมุ่งหน้าไปยังสำนักพิมพ์ทันที

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1
9.8
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ได้รับโอกาสชีวิตใหม่ในร่างของ หลิวตาน เด็กสาวสู้ชีวิตในยุค 80 เธอต้องเผชิญหน้ากับความกดขี่จากปู่และย่าที่ปฏิบัติกับครอบครัวของเธอราวกับเป็นทาส หลิวตานจึงตั้งมั่นที่จะพาแม่และพี่น้องหลุดพ้นจากความยากจนสู่ความร่ำรวย โดยมีตัวช่วยเป็นพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดแปลกประหลาด ที่มักจะมอบรางวัลสุดเพี้ยนอย่างเมล็ดผักกาดหลังจากที่เธอต้องลงแรงทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย แม้ว่าระบบนี้จะดูพึ่งพาได้ยากและแสนห่วยเพียงใด หลิวตานก็พร้อมจะสู้สุดตัวและใช้ทุกวิถีทางเพื่อพลิกชะตาชีวิต พร้อมสร้างความมั่งคั่งให้ครอบครัวที่เธอรักสำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียสายมูพารวย! ปลูกผักก็ปัง รักก็รุ่ง
9.0
หลินเยว่เลี่ยงเดินทางข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่โดนข่าวลืออันตรายทำลายชื่อเสียงจนครอบครัวตกอยู่ในความยากลำบาก ไม่มีทางหนีออกจากสถานการณ์ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจยอมแต่งงานกับชายหนุ่มจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีรอยแผลเป็นบนร่างกาย เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านสามี เธอต้องเผชิญกับภาระปัญหามากมาย พ่อของสามีป่วยเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แม่เลี้ยงมีอุบายเจ้าเล่ห์คอยกดดัน และยังมีพี่น้องหลายคนที่สร้างเรื่องรบกวนเธอไม่หยุด แต่หลินเยว่เลี่ยงไม่ได้มาถึงโลกนี้ด้วยมือเปล่า เธอพกพาระบบฟาร์มและพลังวิเศษที่มาจากเกมที่เธอสร้างขึ้นเอง เธอใช้พลังพิเศษปลูกผักสุดพิเศษขายสร้างรายได้ให้ครอบครัว ค่อยๆแก้ไขปัญหาทางการเงินของบ้านทีละอย่าง เธอเชื่อว่าเพียงแค่เธอและสามีคอยเคียงข้างกัน มีปัญหาอะไรก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ตามที่เธอคิด เมื่อทั้งสองคู่สมรสครองรักกันอย่างเข้มแข็ง โชคลาภก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างอัศจรรย์ ความเป็นอยู่ของทั้งครอบครัวค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่อาการป่วยของพ่อสามีก็ทุเลาลงจนเกือบหายดี สามีที่เคยเป็นคนหน้าเคร่งขรึม ไม่ค่อยพูดจา ก็เปลี่ยนใจกลายเป็นคนอ้อนรัก ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาจะรักและตามใจภรรยาผู้นำโชคคนนี้ไปตลอดชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง ยอดดวงใจซื่อจื่อ
8.4
ฉางเจียอีเคยตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ยอมเฉียดกรายเข้าใกล้บุรุษฝีปากกล้าผู้ชอบนินทาคนนั้นอีกเป็นอันขาด ทว่าโชคชะตาลิขิตให้ชีวิตเปลี่ยนผันทำให้นางต้องยอมกลืนน้ำคำตนเอง เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเขาเพื่อหาทางช่วยเหลือพี่ใหญ่ให้รอดพ้นจากความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัส ทั้งที่ใจจริงนางเพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและเรียบง่ายในเรือนของตนเองไปจนแก่เฒ่า แต่การก้าวเข้ามาของเขากลับทำให้แผนการชีวิตที่วางไว้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เรื่องราวความวุ่นวายครั้งนี้ไม่ได้คลี่คลายได้ง่ายดายอย่างที่คิด ท่ามกลางความผูกพันครั้งใหม่ที่ชวนให้รู้สึกขัดใจนางเป็นที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง พระสนมขั้นผินผู้นั้นคือฮูหยินประมุขวังโอสถ
7.9
โชคชะตาเล่นตลกกับเจินจื่ออี พระสนมขั้นผินที่พยายามหลบหนีออกจากวังหลังผ่านทางลับ แต่เมื่อตื่นขึ้นมากลับพบว่าตนเองอยู่ในห้องหอของตระกูลเหลียวในฐานะเหลียวอิงอิง บุตรสาวที่ครอบครัวบังคับให้แต่งงานกับหยางกั่วหลิง ชายหนุ่มไร้หัวนอนปลายเท้าเพียงเพื่อแลกกับเศษทองคำอันน้อยนิด จากพระสนมผู้สูงศักดิ์ต้องกลายมาเป็นภรรยาของบุรุษลึกลับในพริบตา เรื่องราวความรักและความลับท่ามกลางความวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
ภาพปกนิยายเรื่อง หลิวลี่หลินสาวน้อยร้อยพิษ
8.7
ท่ามกลางความมืดมิดและสัมผัสที่บีบคั้น วิญญาณดวงหนึ่งตื่นขึ้นพร้อมความงุนงงก่อนจะถูกแรงลึกลับผลักดันออกมาสู่โลกภายนอก เสียงตะโกนให้กำลังใจฮูหยินในการทำคลอดดังระงมไปทั่วห้อง ทันทีที่ทารกเพศชายลืมตาดูโลก ปาฏิหาริย์แห่งการเกิดยังไม่จบสิ้นลง เมื่อทารกอีกคนกำลังตามมาติดๆ ท่ามกลางเสียงเชียร์ให้เบ่งอีกครั้ง ในที่สุดเสียงร้องไห้จ้าของทารกหญิงตัวน้อยก็ดังขึ้น พร้อมการต้อนรับคุณหนูผู้มาเกิดใหม่ในครอบครัวที่แสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยความหวังครั้งใหม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องบัดซบ!!! «王爷! 您是昏庸人。»
8.9
จากอ๋องน้อยแสนดีในอดีต กลับต้องกลายมาเป็นคนเสเพลผู้เลื่องชื่อว่าบัดซบที่สุดในแผ่นดิน ทว่าแท้จริงแล้วเบื้องหลังความเหลวแหลกนี้คือความลับของจอมเวทจากต่างมิติ ที่ต้องมาดิ้นรนเอาชีวิตรอดในดินแดนแห่งลมปราณ ซึ่งผู้คนต่างมองว่าพลังเวทมนตร์เป็นเพียงสิ่งสวะไร้ค่า เขาจึงจำเป็นต้องแสร้งทำตัวไร้แก่นสารเพื่อหลีกหนีจากภาระหน้าที่และการแย่งชิงบัลลังก์อันแสนวุ่นวาย พลิกบทบาทจากยอดพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่สู่การเป็นท่านอ๋องจอมลวงโลกเพื่อเอาตัวรอดในโลกที่ตัดสินทุกอย่างด้วยกำลัง