APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เหมยฮวาฤดูหนาว

เหมยฮวาฤดูหนาว

จากหญิงสาวผู้อ่อนแอและไร้พลังในชาติก่อน ผู้เผชิญความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสโดยปราศจากความกล้าที่จะจบชีวิตตนเอง ทว่าโชคชะตาได้นำพาดวงวิญญาณของนางมาเกิดใหม่ในดินแดนแห่งใหม่ที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง การกลับชาติมาเกิดในครั้งนี้นางได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการครอบครองทุกสิ่งที่เคยขาดหาย ทั้งวาสนาอันรุ่งโรจน์และผู้คนรอบข้างที่แสนดีซึ่งนางไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิตเก่า นางจึงตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าจะขอใช้ชีวิตในชาตินี้เพื่อปกป้องและดูแลรักษาทุกความสัมพันธ์อันมีค่าเหล่านี้ไว้ด้วยชีวิตของนาง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เจ้าของร่างระหงยืนแหงนหน้าแผดเสียงหัวเราะดังลั่น เรียกได้ว่าไม่สนฟ้าแคร์ดินใดๆ ทั้งสิ้น เธอในตอนนี้ไร้ความรู้สึกเสียใจต่อการจบชีวิตของตัวเองอย่างสิ้นเชิง ความยินดีนั้นมีมากมายจนทำให้ไม่ทันได้สังเกตว่าห่างออกไปยังมีสายตาอีกสองคู่จับจ้องมาที่ตน

“แน่ใจแล้วหรือท่านผู้เฒ่า ว่านางเป็นวิญญาณจากเขตของท่าน” หนึ่งในสองเป็นชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อใสกับการแต่งตัวสไตล์เกาหลี ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในยุคสมัยกล่าวขึ้น

“แล้วนั่นนางเป็นอะไรของนาง ดวงวิญญาณก็เป็นบ้าได้ด้วยหรืออย่างไรกัน”

สายตาของเขาจับจ้องร่างที่อยู่ห่างออกไปเบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ ในแววตายังแฝงไว้ด้วยความหวาดระแวงลึกๆ ผู้ที่ถูกเรียกว่าผู้เฒ่าหันหน้ามามองคู่สนทนา ก่อนจะเบือนหน้าหันกลับไปมองร่างบอบบางนั้นอีกครั้ง แล้วเอ่ยตอบอย่างจนปัญญา

“ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น หรือว่าวิญญาณของนางจะได้รับผลกระทบจากความผิดพลาด”

คนหนุ่มกว่าเม้มริมฝีปากแน่นกับคำตอบที่ได้รับ ก่อนจะยอมรับเงียบๆ ในใจ

‘ใช่แล้ว มันไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยมียมทูตหรือผู้รับดวงวิญญาณคนไหนที่เคยบันทึกเอาไว้ว่าเคยพบเจอวิญญาณคนตายที่เป็นบ้า! เพราะต่อให้เป็นคนบ้าสติไม่ดี หรือคนพิการไม่สมประกอบใดๆ เมื่อตายตกมาแล้วก็จะคืนรูปเป็นวิญญาณที่สมประกอบเสียสิ้น แตกต่างกับสตรีตรงหน้าที่แลดูจะวิปลาสโดยแท้’

“แล้วแบบนี้ ถ้าโดนนางกัดเข้าละก็ พวกเราจะติดไหม”

คนแก่หันมามองหน้าคนหนุ่มกว่าพลางขมวดคิ้ว ก่อนจะถามด้วยความงุนงง เนื่องจากไม่เข้าใจความหมายในคำถามเท่าใดนัก

“ติดสิ่งใดกัน”

“ข้าเคยได้ยินผู้คนพูดกันว่าที่โลกมนุษย์นั้นจะมีโรคชนิดหนึ่ง หากถูกกัดจะถ่ายทอดทางน้ำลาย เรียกกันว่าโรคพิษสุนัขบ้า”

โป๊ก!

“โอ๊ย! แล้วอยู่ๆ ท่านมาเขกหัวข้าด้วยเรื่องอะไรกันเล่า” ผู้อ่อนวัยกว่าร้องด้วยความเจ็บปวดพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะป้อยๆ ใบหน้าหงิกงอแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

“เขกให้เจ้าหายบ้าน่ะสิ ดูท่าว่าเจ้าจะคลุกคลีกับพวกมนุษย์มากเกินไปแล้วกระมัง ถึงได้คิดอะไรโง่ๆ แบบนี้ออกมาได้” ชายชราก่นด่าอีกฝ่าย น้ำเสียงที่ใช้บ่งบอกถึงความหงุดหงิด ก่อนที่เขาจะหันกลับไปมองเป้าหมายของตนเองต่ออีกครั้ง

“แว้กๆๆ”

สิ้นเสียงร้องร่างของผู้เฒ่าก็ผวาเฮือก กระโดดตัวลอยขึ้นไปเกาะกอดคนหนุ่มโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว แต่เขาก็อ้าแขนรับด้วยสัญชาตญาณ

“เจ้าๆๆ มาเมื่อไรกันนี่”

ชายชราร้องถามร่างบาง ที่บัดนี้มายืนอยู่ข้างตนอย่างเงียบเชียบโดยที่เขาไม่ทันรู้สึกตัว เกวลินเหลือบตามองคนทั้งสอง เห็นอีกฝ่ายอยู่ในท่าคล้ายแม่ลิงกำลังอุ้มลูก ร่างบางพลันมีรอยยิ้มมุมปากน้อยๆ ตอบด้วยน้ำเสียงสดใสผิดกับใบหน้าซีดขาว

“ก็มาเมื่อเห็นนั่นแหละ ลุงคือคนที่จะมารับดวงวิญญาณฉันใช่ไหม”

คราวนี้ทั้งคู่ต่างรีบพยักหน้าให้เธอรัวๆ เป็นการตอบรับ

“อา... งั้นก็ไปกันเถอะ ฉันพร้อมแล้ว”

ผู้มารับหันหน้ามองสบตากัน แล้วก็นิ่งอึ้งงงงวยไปชั่วครู่หนึ่งด้วยความแปลกใจกับเหตุการณ์ดวงวิญญาณเป็นฝ่ายรีบร้อนให้พาไปเสียเอง

ตั้งแต่พวกเขาทำหน้าที่นี้มา จวบจนจะปลดเกษียณแล้ว ก็เพิ่งเคยพบเคยเห็นเรื่องราวเช่นนี้ เพราะโดยทั่วไปแล้วมนุษย์ทุกผู้ทุกคนเมื่อสิ้นชีพดับชีวาวายลงจะแบ่งแยกได้อยู่สามจำพวกหลัก

จำพวกแรกเป็นผู้มีบุคคลอันเป็นที่รักเป็นห่วงยึดติด พอได้รับรู้ว่าตนเองได้สิ้นชีพลงแล้วก็มักจะอาลัยอาวรณ์ต่อชีวิตเมื่อครั้งยังไม่ตาย เป็นเหตุให้โศกเศร้าเสียใจกับการตายของตนยิ่งนัก

จำพวกที่สองนั้นหรือ มักเป็นผู้ที่ถูกทำร้ายทั้งจากคนที่ไม่รู้จัก หรือคนที่ไว้ใจ แม้กระทั่งคนที่ตนรัก คนจำพวกนี้เมื่อรับรู้ว่าตนได้ตายกลายเป็นวิญญาณแล้วมักจะมีความอาฆาตพยาบาท เกลียดชังโกรธแค้นต่อผู้ที่ทำร้ายตนเองอย่างยิ่ง จนเกิดเหตุวิญญาณบางดวงที่มีพลังแกร่งกล้าจากแรงแค้นหลบหนีจากพวกเขาเพื่อไปล้างแค้นต่อผู้ที่ทำร้ายตนอยู่เนืองๆ

ส่วนจำพวกที่สามนั้นเป็นผู้ที่คิดทำลายชีวิตตนเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ทว่าส่วนใหญ่เมื่อสิ้นชีพลงตามการกระทำก็ใช่ว่าทุกคนจะมีความสุขอย่างที่คิด เพราะเมื่อได้สูญสิ้นชีวิตอันมีค่าลงกลับกลายเป็นดวงวิญญาณมองเห็นภาพผู้ที่อยู่เบื้องหลังร้องไห้คร่ำครวญถึงตัวเอง ได้รับรู้ถึงผู้ที่รักและปรารถนาดีแก่ตน พวกเขาเหล่านั้นก็มักจะร่ำร้องว่า ‘ไม่อยากตาย’ หรือไม่ก็มักเอ่ยว่า ‘รู้อย่างนี้คงไม่ทำแบบนี้’

แต่ชีวิตหาใช่การเล่นเกม ต่อให้คิดได้เพียงใด ผลออกมาก็มักจะสายเกินไปเสียแล้ว ต่อให้ร้องไห้โศกาเพียงใด ก็มิอาจทำให้ตนเองฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้อีก ทุกคนจึงจำต้องก้มหน้ารับผลกรรมที่ตนได้กระทำมา โดยรวมส่วนมากแล้ววิญญาณทุกดวงมักจะมีอารมณ์คล้ายคลึงกันคือมีความอาลัยอาวรณ์หรือโกรธเคืองเคียดแค้น ไม่ก็รันทดเสียใจคล้ายๆ กัน

ทว่าวิญญาณหญิงสาวเบื้องหน้าพวกเขานั้นกลับไม่มีความรู้สึกอาทรร้อนใจที่ตัวเองตายให้เห็นสักนิด แถมเจ้าตัวยังเป็นฝ่ายเร่งเร้าให้พาดวงวิญญาณไป โดยไม่มีท่าทีแสดงออกถึงความอาวรณ์ในชีวิตแม้แต่น้อย กล่าวได้ว่าหญิงสาวนั้นสงบนิ่งคล้ายผู้หลุดพ้นจากข้อผูกรั้งใดๆ ทั้งมวลแล้วก็ว่าได้

“ฮะแอ้มๆ งั้นในฐานะที่ข้าเป็นผู้มารับดวงวิญญาณเจ้า ข้าจะอนุโลมให้เจ้าสามารถกลับไปร่ำลาคนที่เจ้ารักได้ ดีไหมล่ะ”

ผู้เฒ่าเอ่ยขึ้นเพื่อแก้หน้าและรักษาภาพพจน์อันเหลือเพียงน้อยนิดของอาชีพตนไว้ หลังจากไต่ลงมาจากเอวของเพื่อนร่วมงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ไม่จำเป็น” เสียงเย็นชาขัดขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้น

“เจ้าไม่ปรารถนาจะไปลาพวกพ้อง?”

“ใช่”

“เจ้าไม่คิดจะไปลาคนรัก?”

“ฉันไม่มีคนรัก”

“ครอบครัวเล่า”

“ฉันไม่มีครอบครัว”

เธอบอกอีกฝ่ายเรียบๆ ทว่าในใจหวนคิดถึงคำว่าครอบครัว นั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกอยากอาเจียนกับคำคำนี้ยิ่งนัก ใบหน้างดงามนิ่งเรียบ ดวงตาสีดำเผยแววเย็นชา แต่น้ำเสียงที่ตอบกลับเย็นชายิ่งกว่า เป็นผลให้ผู้เฒ่าไม่คิดซักถามสิ่งใดต่อ

‘ไม่รู้ว่านางไปเจอกับอะไรมา ถึงได้ดูเฉยเมยต่อทุกสิ่งทุกอย่างได้เยี่ยงนี้’

คนหนุ่มครุ่นคิดกับตัวเอง แต่เขาก็เลือกที่จะไม่เอ่ยสิ่งใดต่อไปอีก เพราะทุกคนบนโลกล้วนแล้วแต่มีชะตากรรมเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะพบเจอสิ่งใดมานั่นถือเป็นโชคชะตาของนางทั้งสิ้น พวกเขามีหน้าที่มารับดวงวิญญาณเพียงเท่านั้น

ร่างบางของเกวลินก้าวตามแถวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ ส่วนผู้มารับทั้งสองเมื่อหมดหน้าที่ลงแล้วจึงหายไปหลังจากที่นำเธอมาต่อแถว พอมาถึงคิวของหญิงสาว สตรีชราหลังค่อมในชุดสีดำมอซอก็ตักน้ำสีใสใส่ชามพลางยื่นมือเหี่ยวย่นที่มีชามน้ำแกงใสๆ ส่งมาให้

“นี่คือ?”

“นี่คือน้ำแกงลืมเลือน หลังจากเจ้าไปเกิดยังชาติภพใหม่จะได้ลืมความทรงจำของชาติภพเก่าๆ ให้สิ้น” เสียงแหบพร่าของหญิงชราตรงหน้าเอ่ย

‘ฮึ! ลืมงั้นหรือ ลืมแล้วเธอก็อาจจะต้องตายทั้งเป็นเหมือนที่เคย เพราะไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมของคนที่คิดร้าย เช่นนั้นชาติเดียวก็เกินพอแล้วมั้ง’

ไวเท่าความคิด มือขาวพลันพลิกคว่ำชามน้ำแกงในมือที่รับมาทิ้งทันทีโดยไม่คิดจะดื่มแม้แต่น้อย หญิงชราเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายชั่ววูบหนึ่ง ก่อนจะชี้มือไปยังบ่อน้ำสีทองส่องประกายสดใสไกลออกไปข้างหน้า โดยไร้คำพูดอธิบายใดๆ จากนั้นนางก็หันไปตักน้ำแกงให้ดวงวิญญาณอื่น คล้ายกับว่าเมื่อครู่ไม่มีสิ่งใดผิดปกติเกิดขึ้น

ทว่าในชั่วขณะที่ประสานสายตากับคนตรงหน้า เกวลินกลับรับรู้และรู้สึกได้ถึงแววตาเวทนาสงสารของอีกฝ่ายที่ฉายมาให้เธออย่างท่วมท้น ร่างบางจึงเดินไปยังบ่อน้ำที่นางชี้เมื่อครู่อย่างช้าๆ ก่อนจะทิ้งกายลงสู่พื้นน้ำสีสว่างนั้นโดยไม่มีความลังเล

‘เกิดชาติใหม่ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาอยู่เหนือตัวเองได้อีก ไม่ว่าเรื่องอะไรจะไม่ยอมให้ใครมาบังคับได้ ฉันขอสาบาน!’

หญิงชราผู้ตักน้ำแกงหันไปมองทางทิศที่หญิงสาวเมื่อครู่จากไป ในดวงตาแห้งแล้งคู่นั้นพลันมีน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาจางๆ ก่อนจะก้มหน้าลงมือก็ตักน้ำแกงให้ผู้ที่มายืนต่อแถวเบื้องหน้าต่อ หยดน้ำสีใสที่คลออยู่ในดวงตาหญิงชราหยดรินร่วงลงสู่พื้นโดยไม่มีผู้ใดได้ทันสังเกต นางรับรู้ดีว่าหญิงสาวเมื่อครู่ผ่านเหตุการณ์ใดมา

‘นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่แม่ผู้เลวทรามคนนี้จะทำให้เจ้าได้ แม้ไม่อาจชดเชยกับสิ่งที่แม่ทำร้ายเจ้าในภพก่อน แต่ก็ขอให้ภายหน้าเจ้าได้พบกับสิ่งดีๆ ด้วยเถิด’

แม้เป็นเพียงหนึ่งชาติที่เคยพบปะก็ถือเป็นวาสนาแล้วมิใช่หรือ...

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เหมันต์ไม่ช่วยอะไร วันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าบาท
9.1
เรื่องราวในวังหลวงอันหนาวเหน็บเมื่อผู้ช่วยแม่ครัวสาวต้องใช้ฝีมือการทำอาหารแสนอร่อยเพื่อพิชิตใจฮ่องเต้หนุ่มรูปงาม ทว่าหนทางกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคเมื่อเธอต้องรับมือกับจักรพรรดิผู้มีนิสัยเย็นชาและปากไม่ตรงกับใจ จนก่อให้เกิดเรื่องราวเข้าใจผิดสุดวุ่นวายที่ทำให้ต้องคอยลุ้นเอาใจช่วยอยู่เสมอ ท่ามกลางกลิ่นอายความอบอุ่นในห้องเครื่อง ความผูกพันระหว่างสาวใช้ผู้มีความมุ่งมั่นกับเจ้าเหนือหัวจอมซึนจะพัฒนาไปอย่างไร ร่วมลุ้นไปกับเส้นทางแห่งรสชาติและรักแท้ที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นในวังเหมันต์แห่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง อัศวินดำโค่นอำนาจ
8.5
ห้าทศวรรษหลังการล่มสลายของโลก อารยธรรมมนุษยชาติพังทลายลงจนเหลือเพียงความป่าเถื่อน ภายใต้การกดขี่อย่างทารุณจากเหล่าขุนนางโฉดและพวกอมนุษย์ กลุ่มมนุษย์สายเลือดแท้จริงกลับไร้ซึ่งกำลังและต้องยอมสยบ ทว่าเด็กหนุ่มผู้หนึ่งไม่ยอมจำนน เขาหยิบดาบยาวคู่กายขึ้นต่อสู้และก้าวข้ามดินแดนอันแสนโกลาหล จากคนไร้ชื่อเสียงสู่การเป็นศาลเตี้ยผู้พิพากษาชีวิตศัตรูอย่างเหี้ยมโหด จนผู้คนทั่วหล้าต่างหวาดผวาและขนานนามเขาว่าอัศวินดำ ผู้จะมาเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ในยุคไร้ขื่อแปรกแปนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
8.9
จากสุดยอดทหารรับจ้างแห่งศตวรรษที่ 26 สู่ร่างของลูกเลี้ยงผู้ถูกตราหน้าว่าไร้ค่าในตระกูลใหญ่ ทว่านางไม่ได้ยอมจำนน เย่วเฉิงเฟิงตัดสินใจทวงคืนความยุติธรรมด้วยพลังควบคุมทุกธาตุและวิชาลัทธิภูตผีที่คิดค้นขึ้นเอง จนกลายเป็นราชาผีผู้บัญชาการวิญญาณนับหมื่นที่เหนือกว่าอัจฉริยะทั้งห้าภพ ในเส้นทางแห่งการล้างแค้นและสยบศัตรูเพื่อก้าวสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร นางกลับต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิหนุ่มปริศนาที่คอยตามตื้ออย่างไม่ลดละ แม้จะมองว่าความรักคืออุปสรรคเกะกะ แต่ความสัมพันธ์อันแสนวุ่นวายนี้กลับเริ่มสั่นคลอนหัวใจของนางทีละน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง ขย่มรักอาจารย์ฮอตเนิร์ด
9.5
หนานอัน พริตตี้สาวผู้หัวใจว่างเปล่าและโหยหาความรักอย่างที่สุด ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจชายหนุ่มที่เธอแอบรัก เธอตัดสินใจเดินทางไปขอพรยังศาลเจ้าลึกลับในชนบทห่างไกลตามคำแนะนำของแม่หมอในคืนที่มืดมิดที่สุด ทว่าท่ามกลางบรรยากาศชวนขนลุกและคำทำนายปริศนาจากหญิงชราผู้เฝ้าศาลเจ้า เหตุการณ์เหนือธรรมชาติพลันอุบัติขึ้นเมื่ออสนีบาตฟาดลงมากลางศาลอย่างรุนแรง ส่งร่างของเธอให้ดำดิ่งสู่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง หนานอันกลับพบว่าโลกใบเดิมที่เธอคุ้นเคยได้แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง พันวาเสน่หา
9.0
ภายใต้หน้ากากอันสมบูรณ์แบบของเจ้าของร้านตัดสูทชื่อดัง Arachné Tailors แท้จริงแล้วเขาคือปีศาจแมงมุมที่คอยล่อลวงดวงวิญญาณด้วยข้อตกลงแห่งความปรารถนา แม้จะได้รับคำเตือนอยู่บ่อยครั้ง แต่ดาว หญิงสาวผู้มีโชคชะตาแสนอาภัพกลับพลาดท่าเซ็นสัญญานั้น จนพาตัวเองเข้าสู่วังวนแห่งความระทึกขวัญ ท่ามกลางความอ่อนโยนที่ชวนให้หัวใจเต้นแรง เธอกลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อตัวตนที่ซ่อนอยู่ของชายหนุ่มถูกเปิดเผยในแบบที่ไม่คาดคิด นี่คือจุดเริ่มต้นของความรักที่ผสมผสานด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและเวทมนตร์
ภาพปกนิยายเรื่อง วาสนาชะตารักมังกร
8.0
อี้เฟย หญิงสาวชาวบ้านผู้ดำเนินชีวิตอย่างสมถะริมชายฝั่งทะเล ได้ยื่นมือเข้าช่วยบุรุษนิรนามที่บาดเจ็บสาหัสและคอยดูแลเขาจนความผูกพันแปรเปลี่ยนเป็นความรักอันลึกซึ้ง ทว่าวันหนึ่งเขากลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่แสนยากลำบากเพียงลำพังพร้อมกับลูกแฝดในครรภ์ ท่ามกลางเสียงนินทาและสายตาดูถูกจากผู้คนรอบข้าง อี้เฟยยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อเลี้ยงดูสายเลือดทั้งสอง และเฝ้ารอคอยการกลับมาของชายคนรักด้วยความหวัง โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่าตัวตนที่แท้จริงซึ่งเขาปกปิดเอาไว้นั้นคือใคร