APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง Secretly Love..."แอบ"

Secretly Love..."แอบ"

8.9 / 10.0
ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตกลายเป็นรอยร้าวที่ทำให้สองหนุ่มต้องแยกย้ายไปคนละทิศทาง คนหนึ่งเลือกที่จะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อหลบหนีความจริง ส่วนอีกคนยังคงติดค้างอยู่กับคำถามที่ไม่มีวันได้รับคำตอบ ทว่าเมื่อกาลเวลาหมุนเวียนจนทำให้รุ่นพี่และรุ่นน้องคู่นี้โคจรกลับมาเจอกันอีกครั้ง ถ่านไฟเก่าและความรู้สึกที่ซุกซ่อนไว้ก็พร้อมจะปะทุขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ แท้จริงแล้วหัวใจของทั้งคู่ไม่เคยลบเลือนความรักที่มีให้กันได้เลย ทว่าด้วยข้อจำกัดของสถานะในปัจจุบัน กลับบีบคั้นให้ความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้จำต้องดำเนินไปอย่างหลบซ่อน และกลายเป็นความรักที่ต้องแอบซ่อนไว้ในมุมมืดตลอดไป

Secretly Love..."แอบ" ตอนที่ 1

......“พี่เอกครับ”......

เสียงนุ่มละมุนคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้ เอกภัทร์ ที่กำลังก้มๆ เงยๆ วุ่นวายอยู่กับการจัดเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงาน ต้องหยุดชะงัก และเงยหน้าขึ้นมา หันซ้ายแลขวา เพื่อมองหาที่มาของเสียงอันคุ้นเคยนั้น

ใครกัน! มาเรียกหาในเวลาที่กำลังวุ่นวายกับการจัดการเอกสารแบบนี้ - เอกคิด

พลันสายตาก็เหลือบไปเห็น หนุ่มน้อยหุ่นบางร่างเล็กกะทัดรัด แต่สมส่วนไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นช่วงคอที่ระหง เลื้อยลงไปจนถึงบ่าที่ผึ่งผายไม่ห่อเหี่ยว ส่วนแขนขารึก็เรียวยาวดุจต้นเทียนพรรษา ความสูงไม่น่าจะเกิน 175 เซนติเมตร ผิวพรรณผุดผ่องขาวออร่า แม้จะอยู่ในชุดยูนิฟอร์มของบริษัทที่สีออกจะหม่นๆ เทาๆ กำลังยืนจ้องมองมายังเขาด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นปนดีใจ เห็นได้ชัดเจนจากรอยยิ้มที่ยิ้มออกมาไม่ขาดสาย

ใบหน้าละมุนหวาน มีพวงแก้มเนียนนุ่มน่าสัมผัส ปากกระจับที่ฉีกยิ้มอยู่นั้น เรียวได้รูปอมชมพูนิดๆ จนอยากจะเอาปากประกบจุมพิตและโลมเลียเสียให้ทั่ว ส่วนจมูกที่โด่งเป็นคมสัน บวกกับดวงตากลมโตสีฟ้าครามคู่งาม ที่เปล่งประกายอยู่ใต้หว่างคิ้วเรียงเส้นดังใยไหมคู่นั้น ยิ่งจ้องมองลึกเข้าไปยิ่งเห็นถึงความใสซื่อ แต่แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นอย่างน่าค้นหา

ปลายเส้นผมที่หยักโรลโดยธรรมชาติ ประหนึ่งเหมือนผ่านการโรลผม พัดเกลี่ยคลอเคลียไปมาบนหน้าผาก เมื่อโดนลมจากช่องแอร์พัดเป่าเบาๆ ยิ่งส่งให้ใบหน้ารูปไข่นั้นแลดูละมุนมากยิ่งขึ้น

ทั้งสองต่างจ้องตากันและกัน เอก ที่กำลังตะลึงงันกับหนุ่มน้อยเจ้าของเสียงที่อยู่ตรงหน้า ก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเผลอยิ้มตอบรับอย่างประหลาดใจ

แว๊บแรก! ใครกันนะ มายืนยิ้มให้กับเรา ทั้งที่ก็ไม่เคยรู้จักกัน...แต่เสียงที่ร้องเรียกนั้น ทำไมฟังแล้วนุ่มรื่น ดูคุ้นหู เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน - เอก พยายามครุ่นคิดและนึกคิด หากแต่สายตาก็ยังคงจ้องมองไปยังหนุ่มน้อยหน้าหวานอย่างไม่กระพริบ กระทั่ง ร่างนั้นค่อยๆ เคลื่อนกายเยื่องย้ายเข้ามาหาอย่างช้าๆ และเนิบๆ

...ตึ๊ก!...ตึ๊ก!...ตึ๊ก!...

เสียงหัวใจของเขาเต้นรัวๆ ราวจะหลุดออกมาข้างนอก เลือดหนุ่มใหญ่ภายในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง เอก ไม่เคยรู้สึกร้อนวูบวาบแบบนี้ แม้แต่ตอนที่อยู่ใกล้ชิดกับ พิมระดา คู่หมั้นสาวของตนเอง เขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน

ต่างจากหนุ่มน้อยหน้าหวานคนนี้ ทั้งที่เพิ่งเคยได้พบปะหน้าตากันครั้งแรก กลับทำให้ความเป็นชายในตัวเขา ลุกโชนชูชันขึ้นมาจนคับแน่นไปทั่วเป้ากางเกง ความกระหื่นกระหายที่วิ่งผ่านเส้นเลือดและเส้นเอ็นแต่ละเส้น พร้อมที่จะดันทะลักล้นความรู้สึกนั้นออกมาเป็นความสุข เพียงแค่ได้มองหน้าละมุนหวานดวงนี้เท่านั้น

นี่เราไม่ได้เพี้ยนไปใช่ไหม - เอกเฝ้าถามตัวเองอยู่ในใจ สายตาก็ยังคงจ้องมองไปที่ดวงหน้าละมุนนั้น เสียง ตึ๊ก!...ตึ๊ก!...ตึ๊ก!... ของหัวใจก็ยังคงเต้นรัวๆ ส่วนเจ้าน้องชายตัวดีก็ยังคงพองโตคับแน่นจนปวดร้าวไปหมดแล้วตอนนี้...

ควรทำอย่างไรดี ? ร่างนั้นก็ไม่คิดที่จะหยุดก้าวเดินเข้ามาหาเสียที

++++++

“เอกคะ...เอก...เอกคะ...ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ”

ก่อนที่ความคิดและจิตนาการของเขาจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลมากเกินกว่านี้ พิมระดา คู่หมั้นสาว ก็รีบเดินปรี่เข้ามาจับที่ต้นแขนของเขาเบาๆ

“อะ...อ้าว!! พิมพ์ เอ่อ...ทะ...เที่ยงแล้วหรือครับ”

เอก ตกใจตื่นจากภวังค์ ละล่ำละลัก เมื่อได้ยินเสียง พิมพ์ ร้องเรียก ก่อนที่จะหันมายิ้มให้เธอด้วยสีหน้าเจื่อนๆ ...แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเปรยหางตาไปมองตามหนุ่มน้อยหน้าหวานคนนั้น ซึ่งกำลังเดินลับหายเข้าไปในลิฟท์อย่างช้าๆ

“นั่นใครหรือคะ”

พิมพ์ เปรยตาไปมองหนุ่มน้อยคนนั้นบ้าง ก่อนที่จะหันกลับมามองหน้าเอก หนุ่มคู่หมั้นด้วยความสงสัย

“เอ่อ...คงเป็นพนักงานใหม่ละมั้ง ไปกันเถอะ ผมหิวแล้ว...วันนี้คุณอยากทานอะไร เดี๋ยวผมเป็นเจ้ามือเอง”

เอก รีบตัดบททันที ก่อนที่จะยื่นมือออกไปกุมมือคู่หมั้นสาว แล้วพากันเดินออกจากห้องทำงาน และก้าวเข้าไปในลิฟท์อีกตัวที่จอดค้างรออยู่ตรงหน้า

......เช้าวันถัดมา......

......ตึ๊ก!!!......

“อุ้ย!! ขอโทษค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมช่วยเก็บครับ”

ด้วยความรีบร้อนของ พิมพ์ ทำให้เธอเดินชนเข้าอย่างจังกับใครบางคน จนเอกสารที่ถืออยู่ในมือหล่นกระจัดกระจายไปทั่ว เธอกุลีกุจอก้มลงไปตามเก็บเอกสารเหล่านั้น ก่อนที่สายลมจะพัดปลิวไปตกลงบ่น้ำพุที่พวยพุ่งเป็นสายอยู่ข้างๆ อาจทำให้เอกสารสำคัญสำหรับการประชุมวันนี้ต้องเสียหายได้

“อ้าว!!...”

พิมพ์ ร้องทัก

“น้องคือพนักงานใหม่ที่ยืนคุยกับ เอก เมื่อวานนี้ใช่ไหม ?”

พิมพ์ ถามอย่างสงสัย

“พี่พิมพ์นะคะ เป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่นี่ และก็เป็นคู่หมั้นของ เอก ด้วยค่ะ”

พิมพ์ กล่าวคำทักทาย พร้อมกับแนะนำตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มปนความประหลาดใจ ที่ได้เจอกับหนุ่มน้อยโดยบังเอิญที่หน้าสำนักงานออฟฟิศ ที่เธอทำงานและมีคุณพ่อเป็นหุ้นส่วนใหญ่อยู่ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ยื่นออกไปรับเอกสารที่เขาช่วยเก็บขึ้นจากพื้น ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจ

“แล้วน้องชื่ออะไรหรือคะ”

พิมพ์ เอ่ยถาม พลางจัดเก็บเอกสารเข้ากระเป๋าแฟ้มให้เป็นระเบียบ กันการตกหล่นอีกครั้ง หากต้องเดินขึ้นบันไดหน้าสำนักงานออฟฟิศ ซึ่งนับดูแล้วก็น่าจะราวๆ 10 กว่าขั้นได้ และสาวสวยหัวสมัยใหม่ ดีกรีเด็กนักเรียนนอกอย่างเธอ มีหรือที่จะไม่จัดเต็มกับเครื่องแต่งกาย ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม กระเป๋าสะพายหนังแท้แบรนด์หรูระดับพรีเมียม รวมถึงรองเท้าส้นเข็มที่สูงปรี๊ดอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่นางแบบมืออาชีพ หรือใครที่ไม่เคยสวมใส่มาก่อนจนชิน คงเดินขึ้นบันไดได้ลำบากน่าดูทีเดียวเชียว

“ผมชื่อ พีท ครับ เพิ่งเข้ามาทำงานในส่วนของ Marketing Online วันนี้เป็นวันแรกครับ”

พีท แนะนำตัวสั้นๆ

“อ้อ...ดีจังเลย เอาไว้ว่างๆ เราค่อยคุยกันนะพีท พี่พิมพ์รีบ...ไปล่ะ”

พิมพ์ รีบตัดบท พร้อมส่งยิ้มหวานให้ด้วยความเป็นมิตร ก่อนที่จะผละจากไปอย่างรีบเร่ง

“ครับ...สวัสดีครับ”

ส่วน พีท ก็หันหลังกลับอย่างไว เร่งจ้ำอ้าวเดินไปยังลานจอดรถยนต์ชั้นใต้ดินของอาคารสำนักงานออฟฟิศ เพราะดันลืมกระเป๋าโน้ตบุ๊คเอาไว้ที่ท้ายรถยนต์ของตัวเอง

“เพิ่งมาทำงานวันแรกแท้ๆ เดี๋ยวก็เข้างานสายหรอก เจ้าพีทเอ้ย!!...”

เขาบ่นพึมพำกับความขี้หลงขี้ลืมของตัวเอง

++++++

......ตึ๊ก!!!......

“อุ้ย!! ขอโทษครับ”

พีท รีบยกมือไหว้ขอโทษใครสักคน ที่เขาหันกลับมาชนเข้าอย่างจังแบบไม่ได้ตั้งใจ หลังจากก้มหยิบกระเป๋าโน้ตบุ๊คที่เบาะหลังท้ายรถยนต์เสร็จเรียบร้อย และเตรียมที่จะเอื้อมมือไปปิดประตู

...แต่....

“ไง...เด็กดื้อ”

ประตูรถยนต์ยังไม่ทันได้ถูกปิดเลยเสียด้วยซ้ำ พีท ก็ถูกผลักให้ล้มลงไปนอนหงายอยู่เบาะหลังท้ายรถยนต์ของตนเอง พร้อมกับมีร่างชายผิวเข้ม สูงใหญ่ราว 180-190 เซนติเมตร หุ่นหนากำยำล่ำสัน มวลกล้ามเนื้อแน่นตั้งแต่น่อง เรื่อยมายังต้นขา ไปจนถึงหน้าอกที่ผึ่งผาย และหัวไหล่ยกตึงจากการเข้ายิมออกกำลังกายไม่เคยขาด แม้ปีนี้จะอายุเลยเลข 4 ไปแล้วก็ตาม เขาก็ยังคงดูแข็งแรงสุขภาพดีอยู่

เขายืนเอาแขนข้างหนึ่งพาดผิงกับประตูรถยนต์ และค่อยๆ โน้มตัวก้มลงมามอง พีท ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แลดูมีความสุข และเป็นมิตร ถึงแม้จะมีผิวที่คมเข้ม แต่กลับเรียบเนียนไร้ซึ่งริ้วรอยตีนกาใดๆ กรามหน้าชัดรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน คิ้วหนาดกดำเรียงเส้นดุจใยไหม ปากหนาแต่เรียวเป็นกระจับ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเปล่งประกายแวววับคู่นั้น ดูหวานหยาดเยิ้มและซ่อนเร้นอย่างน่าค้นหา

เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวถูกสวมทับด้วยเสื้อกั๊กและสูทสีเทาเข้ม ดูตึงๆ รั้งๆ เมื่อร่างสูงใหญ่นั้น ค่อยๆ ล้มทับสวมกอดลงมาบนตัว พีท แบบไม่ทันตั้งตัว

ปลายของเนคไทสีน้ำเงินเข้ม ปักตัวอักษรเล็กๆ ด้วยไหมสีขาว คำว่า “PA” พาดคลอเคลียบริเวณใบหน้า ทำให้ พีท ถึงกับเบิกตาโพง พร้อมกับเอามือผลักร่างนั้นออกด้วยความตกใจ

“พี่หมีเอก...?”

พีท ยังไม่ทันที่จะเอ่ยคำต่อไปออกมา ปากหนานุ่มของ เอก ก็ประกบมาที่ปากเรียวกระจับของเขาทันที หนวดเคราทิ่มแทงบริเวณพวงแก้มและริมฝีปากเบาๆ ถึงแม้จะไม่ทำให้รู้สึกระคายเคืองหรือเจ็บ เพราะมันถูกโกนจนเตี่ยนเลี่ยนให้สะอาดอยู่ตลอดเวลาแบบหนุ่มนักธุรกิจไฮโซนักเรียกนอก ที่เป็นถึงเจ้าของบริษัทและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพ แต่ก็ชวนให้รู้สึกเร่าร้อนและสั่นสะท้านไปทั้งกายได้ไม่ยาก

เสียงลมหายใจ เสียงกระซิบกระซาบ และรสชาติที่ครั้งหนึ่งเคยได้ดูดดื่ม ถูกล่วงล้ำผ่านริมฝีปากของเขาเข้ามาอีกครั้ง มันไม่ยอมหยุดนิ่งที่จะเร่งตวัดรัดพันจนเหนียวแน่น อาจจะด้วยเวลาที่มีอย่างจำกัด หรือเพราะมันไม่เคยได้ดูดดื่มกับความหอมหวานมาอย่างยาวนาน มันจึงเร่งรีบและเร่งเร้าดื่มด่ำไม่หยุดนิ่งเลย ตั้งแต่ปากของเขาทั้งสองประกบกัน

ไออุ่นจากโอบกอดของกล้ามแขนและแผงอกที่ใหญ่แน่นหนาแข็งปึ๊กนั่น ช่างแสนอบอุ่นเสียเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นชิน ผนวกกับกลิ่นสาปเบาๆ ของเขา ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ของหนุ่มน้อยให้ลุกโชนดั่งเปลวไฟ ที่ประหนึ่งถูกสุมด้วยไม้ฟืนดุ้นโตอย่างต่อเนื่องแบบไม่ขาดช่วงพัก

ทั้งสองแทบไม่อยากผละและคลายตัวเองออกจากอ้อมกอดของกันและกัน เพราะมันทำให้หวนรำลึกถึงวันเก่าๆ ที่เขาสองคนเคยผ่านกันมา จนไม่สนใจว่าภายในลานจอดรถยนต์แห่งนี้จะมีกล้องวงจรปิดติดอยู่กี่ตัว หรือว่าจะมีใครเผลอเดินผ่านไปผ่านมาพบเห็นเข้า

พีท ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นแบบนี้มานานนับ 10 ปี ตั้งแต่ที่ เอก บินไปเรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา และกลับมาเปิดบริษัททำธุรกิจเป็นของตนเอง บวกกับเข้าไปช่วยบริหารจัดการห้างสรรสินค้าแทนอาป๊าของเขาที่เสียชีวิตไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

นับตั้งแต่วันเข้ารับปริญญาบัตรที่หอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัย เขาทั้งสองก็แยกจากกันโดยสิ้นเชิง ไม่มีการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้นจากพี่หมีเอกของน้องดื้อพีท อีกเลย ไม่ว่าจะเป็น จดหมาย โทรศัพท์ ไลน์ เฟสบุ๊ค หรือแม้แต่ช่องทางต่างๆ ในโลกออนไลน์ พีท ก็ไม่เคยค้นหาตัวตนของ เอก เจอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ถึงแม้ พีท จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ พี่หมีเอก ทิ้งไปโดยไม่มีการติดต่อ แต่เขากลับไม่เคยลืมเลยว่า ครั้งหนึ่ง ผู้ชายคนนี้เคยทำให้ชีวิตของเขามีความสุข และมีคุณค่ามากแค่ไหน ทั้งที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่า ทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้

“พี่หมีเอกครับ”

พีท เผลอครางชื่อของ เอก ออกมาในลำคอเบาๆ

“หืม!!...อืม...”

เอก คำรามตอบรับเสียงเรียกนั้นด้วยความเอ็นดู

“พี่หมีเอก พอเถอะนะครับ”

ก่อนที่ทุกอย่างจะเตลิดเปิดเปิงมากไปกว่านี้ พีท พยายามดึงสติตัวเองกลับคืนมา แล้วจึงตัดสินใจผลักร่างกายกำยำของ เอก ออกจากตัวเขาอย่างแรง

“เดี๋ยวใครก็มาเห็นเข้าหรอกครับ พี่หมีเอก”

พูดแล้ว พีท ก็เอื้อมปลายนิ้วชี้ขวาไปดันปลายจมูก เอก เบาๆ เพื่อดึงสติของเขาให้กลับคืนมาโดยไว

“ใครเห็นก็ช่างเขาสิ”

พูดจบ เอก ก็ก้มลงไปจูบปาก พีท ต่อ โดยไม่สนคำค้านใดๆ ทั้งสิ้น

“พอแล้วครับพี่หมีเอก เดี๋ยวพี่พิมพ์ก็มาเห็นหรอก”

ด้วยประโยคทัดทานนี้ ทำให้ เอก ต้องผละตัวเองออกมา แล้วทั้งสองก็ลุกขึ้นนั่งที่เบาะท้ายหลังของรถยนต์

...ฟืด...ฟืด...ฟืด!!!...

ความเงียบเข้าครอบงำ ได้ยินแม้กระทั้งเสียงลมหายใจเพียงแผ่วเบาของทั้งสอง

พีท พยายามข่มความรู้สึกและความตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้ กลัวเขาจะสัมผัสได้ถึงความประหม่าและความดีใจลึกๆ ที่เผอิญได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

ถึงแม้ว่าจะห่างหายจากกันไปเป็นสิบๆ ปี แต่เขาก็ไม่เคยลืมสัมผัสแรกที่ทั้งคู่ได้เคยมอบให้แก่กันและกัน ในคืนวันรับน้องใหม่ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งทั้งคู่ได้เจอกันเมื่อคราที่พีทเพิ่งก้าวเข้ามาเป็นน้องเฟรชชี่ปี 1 ใหม่ๆ

“แล้วมาทำงานที่นี่ได้ยังไง”

เอก กล่าวถาม

“ก็...อยากอยู่ใกล้พี่ละมั้ง”

พีท พูดแล้วก็ยักไหล่นิดหนึ่ง

“นี่แน่!!”

เอก เอื้อมมือไปบีบจมูก พีท เบาๆ ด้วยความเอ็นดู

“โอ้ยย!! เจ็บนะ ลงไปได้แล้ว จะรีบไปทำงาน เดี๋ยวสาย เพิ่งมาทำงานวันแรกก็จะโดนไล่ออกเสียแล้ว”

พีท รีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“ไม่มีใครกล้าไล่เด็กดื้อของพี่หมีออกหรอก ถ้าพี่หมีไม่ได้สั่ง”

เอก มองหน้า พีท แล้วก็ยิ้มที่มุมปากเบาๆ

“แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอครับ”

พีท ถามกลับ

“เดี๋ยวตอนเย็นพี่โทรไปหานะ ยังใช้เบอร์เดิมอยู่ใช่ไหม”

เอก ถาม

“อืม!! ถ้าโทรติด ก็แสดงว่าใช่ครับ”

พีท มองหน้า แล้วก็ยิ้มด้วยความยียวน

“งั้น...เอาไว้เจอกันครับ”

ก่อนลงจากรถ เอก ก้มลงไปจูบเบาๆ ที่ปากของ พีท อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบาว่า

“คิดถึงนะครับเด็กดื้อของพี่หมี”

แล้ว เอก ก็ก้าวลงจากรถ และเดินลับหายไป ปล่อยให้ พีท นั่งยิ้มกริ่ม เขินอายหน้าแดง อยู่เบาะหลังท้ายรถยนต์เพียงลำพัง

อ่านต่อ

สารบัญ Secretly Love..."แอบ"

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมทุ่มเทความรักและมอบกายใจให้ราซิเอลโล่ทว่าเมื่อเธอบอกเขาเรื่องลูกในท้องชายหนุ่มกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเพราะความเชื่อมั่นว่าตนเองป้องกันเป็นอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่ไร้สติเขาจึงตราหน้าว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของเขาคำพูดทำร้ายจิตใจนั้นสร้างบาดแผลลึกให้หญิงสาวเธอจึงตัดสินใจหอบหัวใจที่พังทลายและลูกในครรภ์เดินทางกลับประเทศไทยโดยที่เขาไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอและความมั่นใจอันแรงกล้านี้กำลังจะเปลี่ยนผันชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
ภาพปกนิยายเรื่อง รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าพร้อมทำลายล้างทุกอุปสรรค ต้องโคจรมาพบกับหญิงสาวผู้อ่อนโยนเปรียบเสมือนลูกกวางตัวน้อยที่ไร้ทางสู้ในเงื้อมมือของเขา เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมสยบต่อการตัดสินใจของชายหนุ่มอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าเขาจะเลือกทำลายเธอให้มอดไหม้หรือจะยอมปล่อยตัวเธอไป ทว่าทุกการสัมผัสที่เขาปรนเปรอให้นั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจของเธอจะต้านทานได้ ในสงครามแห่งความรักและความใคร่ครั้งนี้ หญิงสาวจึงต้องติดอยู่ท่ามกลางบ่วงไฟพิศวาสที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เมื่อเป้าหมายเดียวในชีวิตคือการครอบครองชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ หญิงสาวจึงต้องเตรียมใจยอมรับบททดสอบสุดหิน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่อบอวลไปด้วยความร้อนแรงและดุดันจากเขา เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฝึกฝนความอดทนเพื่อรับมือกับความเหนือชั้นทางร่างกายที่เขาพร้อมจะปรนเปรอให้ในทุกค่ำคืน หากเธอเลือกแล้วว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่หัวใจต้องการ เธอก็ต้องเข้มแข็งและแกร่งพอที่จะต้านทานความปรารถนาอันล้นเหลือของเขา เพื่อให้ได้เป็นเจ้าของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
ภาพปกนิยายเรื่อง กุหลาบสีน้ำเงิน[ An impossible love ]
9.5
เบล นักศึกษาผู้มีความฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ ตัดสินใจเข้ามาทำงานพิเศษในคฤหาสน์สุดหรูเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ทว่าชีวิตของเธอกลับต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อบังเอิญไปล่วงรู้ความลับอันร้อนแรงของคุณแป้งผู้เป็นภรรยาของเจ้าของบ้าน เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ชักนำให้เธอต้องก้าวเข้าสู่วังวนแห่งอำนาจของ กลาง ชายหนุ่มผู้ถือไพ่เหนือกว่าและกุมชะตาชีวิตของเธอเอาไว้ แม้ว่าเบลจะพยายามต่อสู้ขัดขืนเพื่อทวงคืนอิสรภาพและปฏิเสธการเป็นเพียงของเล่นของเขามากแค่ไหน แต่สุดท้ายเธอก็ไม่อาจต้านทานแรงกดดันอันมหาศาลและพันธนาการที่เขาจงใจสร้างขึ้นได้ จนต้องยอมจำนนต่อความต้องการของเขาบนเตียงในที่สุด
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์