APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะเลล้อมจันทร์

ทะเลล้อมจันทร์

กำแพงหัวใจที่ปิดตายและไร้ซึ่งความเชื่อมั่นในรักแท้ของ จันทร์เจ้า กำลังถูกสั่นคลอนอย่างหนัก เมื่อเธอต้องก้าวเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกับ ชลธี ชายหนุ่มสุดหล่อผู้มีนิสัยกวนโทสะจนชวนให้หงุดหงิดใจอยู่เสมอ แม้หญิงสาวจะพยายามสร้างระยะห่างเพื่อปกป้องตัวเองมากแค่ไหน ทว่าเสน่ห์อันแพรวพราวของเขากลับค่อยๆ ทลายเกราะป้องกันในใจของเธอลงอย่างคาดไม่ถึง จากความรู้สึกเฉยชาแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นไหวที่ยากจะต้านทาน ชลธีจึงกลายเป็นคนพิเศษที่เข้ามาปลุกพลังชีวิตและทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของเธอกลับมาเต้นแรงด้วยความรักอีกครั้ง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ซ่า... ซ่า...

เสียงคลื่นทะเลสาดซัดเข้าหาฝั่งกระทบเข้ากับหาดทรายสีเหลืองนวลเนียนละเอียด ลมทะเลพัดโชยกลิ่นอายท้องทะเลยามเย็นเข้าสู่โสตประสาทของทุกคนทั่วบริเวณ เสียงธรรมชาติที่เกิดจากคลื่นทะเลสาดซัดคล้ายกับท่วงทำนองเพลง ฟังแล้วช่วยขัดกล่อมจิตใจของผู้คนให้ปลิวละล่องไปกับมัน ไหนจะภาพท้องฟ้าอมส้มที่มองเห็นไกล ๆ ช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดิน เป็นภาพที่ใครได้เห็นต้องรู้สึกสวยงามจรรโลงใจ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คงใช้ได้กับสถานการณ์ปกติ ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ในตอนนี้ ภาพที่หญิงสาวสองคนยืนเผชิญหน้ากันอยู่และหนึ่งหญิงสาวยืนคั่นกลางหญิงสาวทั้งสองไว้ บวกกับบรรยากาศรอบตัวพวกเธอล้วนอึมครึม ดูอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

‘เอาไงดีวะเนี่ย คนกลางอย่างอีจันทร์เจ้าทำอะไรได้บ้าง นั่นก็เพื่อน นี่ก็เพื่อน โว้ย เครียด!’ จันทร์เจ้า คร่ำครวญกับตัวเองภายในใจ ผินหน้ามองซ้ายทีขวาทีก็ได้แต่ทอดถอนใจ

จันทร์เจ้ามองเพื่อนสนิททั้งสองแล้วก็สงสาร ในฐานะที่เธอเป็นคนกลาง เธอย่อมล่วงรู้ความรู้สึกของแต่ละฝ่ายอยู่แล้ว

เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากปลาดาวและมารินชอบผู้ชายคนเดียวกัน สกายคือชื่อของผู้ชายคนนั้น ผู้ที่เป็นเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาขวัญใจหญิงสาวหลาย ๆ คน ทว่าผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นเจ้าของหัวใจของชายหนุ่มคือมาริน มารินที่รู้ว่าปลาดาวชอบสกาย ก็ไม่ได้เปิดเผยความสัมพันธ์ของเธอและสกายด้วยเช่นกัน นั่นก็เพราะว่ากลัวปลาดาวจะเจ็บปวดและเสียใจ

ส่วนจันทร์เจ้าที่รู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้วก็ไม่ได้บอกกล่าวเรื่องมารินและสกายให้ปลาดาวรู้เช่นกัน เพราะลึก ๆ แล้วหญิงสาวรู้สึกว่านี่มันไม่ใช่เรื่องของเธอ คนที่สมควรจะจัดการความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงและชัดเจนกับความรู้สึกคือมารินและสกายนั่นเอง ดังนั้นเธอจึงไม่ได้พูด

ทว่าจันทร์เจ้าไม่พูด มารินไม่พูด สกายไม่พูด... ปลาดาวที่แอบชอบสกายอย่างสุดซึ้งก็เริ่มตั้งความหวังคิดอยากได้ชายหนุ่มเป็นแฟน ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาก็เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งปลาดาวไปเห็นฉากเด็ดเข้าก็รู้สึกเจ็บปวด แล้วใครบ้างล่ะจะไม่เจ็บปวดเมื่อเห็นคนที่ตัวเองชอบจูบอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ยิ่งคนคนนั้นเป็นเพื่อนตัวเองด้วยแล้ว คิดดูเถอะว่าจะจี๊ดมากขนาดไหน และนั่นทำให้สถานการณ์ของหญิงสาวทั้งสองเป็นเช่นนี้

“ทำไมแกถึงไม่บอกฉันมาริน ว่าแกกับพี่สกาย...”1(เหตุการณ์ในเรื่องทะเลพรางดาวและเรื่องทะเลหลงฟ้า) ปลาดาวเพื่อนสาวคนสนิทของจันทร์เจ้าเอ่ยถามเพื่อนอีกคนอย่างมารินด้วยความเจ็บปวด สายตาของเธอเต็มไปด้วยความตัดพ้อต่อว่าและผิดหวัง

“ใจเย็นก่อนไอ้ดาว ฟังไอ้รินมันอธิบายก่อน” จันทร์เจ้าที่ไม่สามารถทำอะไรได้ เลือกที่จะเอ่ยให้คนที่กำลังร้อนให้ใจเย็นขึ้น ทว่ามีหรือที่ปลาดาวจะฟัง ในเมื่อพูดออกมาแล้ว ก็ต้องพูดมันต่อไปให้จบ

เหตุการณ์ระหว่างเพื่อนสนิทสองคนดูเหมือนจะร้อนระอุต่อไปเรื่อย ๆ จันทร์เจ้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าควรทำอย่างไรต่อไป เธอได้แต่มองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างคนอับจนหนทาง เรื่องของเพื่อนสนิทสองคนนี้ ซับซ้อนยุ่งยากกว่าเรื่องของเธอที่โดนผู้จัดการพักงานซะอีก เนื่องจากมันเป็นเรื่องของหัวใจ เกี่ยวเนื่องกับความสัมพันธ์โดยเฉพาะ อะไร ๆ จึงดูจัดการยากไปเสียหมด

‘ความรักนี่มันดีขนาดนั้นเลยเหรอวะ ดีบ้าอะไรถึงทำให้คนคนหนึ่งต้องเจ็บปวด’ คนที่เคยลอบสาบานกับตัวเอง ว่าจะไม่ยอมให้ตัวเองทุกข์ใจเพราะความรัก ซ้ำยังเป็นคนที่ไม่เคยเชื่อในความรักอย่างจันทร์เจ้า คิดด้วยความไม่เข้าใจในขณะที่สายตาก็ยังจับจ้องไปยังเพื่อนสนิททั้งสองอย่างใกล้ชิด

ในระหว่างที่ปลาดาวและมารินตัดพ้อต่อว่ากันไปมาอยู่นั้น จันทร์เจ้าก็พยายามหาทางห้ามปรามไม่ให้ทั้งสองผิดใจกันไปมากกว่านี้ เพื่อที่คนใดคนหนึ่งจะได้ไม่ต้องตัดความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่มีมาอย่างยาวนานนี้ไป

รู้จักกันมาตั้งหลายปี... จะเลิกคบกันเพราะผู้ชายคนเดียวไม่ได้!

“ไอ้ดาวใจเย็น ๆ นะเว้ย ยังไงแกกับไอ้รินก็เป็นเพื่อนกันนะ แกอย่าลืมสิเราเคยสัญญากันไว้ว่ายังไงสมัยเรียน”

จันทร์เจ้าพยายามห้ามปรามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอารมณ์ของปลาดาวชักจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หญิงสาวไม่อยากให้เพื่อนทั้งสองทะเลาะกัน อยากให้ทั้งคู่พูดคุยกันด้วยเหตุผลและปรับความเข้าใจกันซะ

“เพราะไม่เคยลืมนี่สิ ฉันถึงได้โกรธขนาดนี้ พวกเราสัญญาว่าจะไม่โกหกกัน มีอะไรจะบอกกันตรง ๆ ไม่ปิดบัง แต่ทำไมแกสองคนถึงโกหกฉันได้” เจอคำพูดตรง ๆ ของปลาดาว จันทร์เจ้าก็ชะงักไป ซึ่งในระหว่างที่ปลาดาวเป็นฝ่ายพูด มารินก็แทบจะไม่พูดอะไรไม่ออกเลยด้วยซ้ำ เอาแต่มองไปที่ปลาดาวด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บปวดไม่แพ้กัน จันทร์เจ้าก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อไปดี ตอนนี้เธออยากให้เพื่อนทั้งสองพูดคุยกันด้วยเหตุผลและปรับความเข้าใจกันเสียที

ด้วยความไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปจึงได้แค่มองเพื่อนสนิททั้งสองเท่านั้น มองไปยังปลาดาวที่ตอนนี้คนตรงหน้าเธอมีแต่สายตาแห่งความเจ็บปวด เสียใจและผิดหวังเต็มไปหมด ก่อนจะหันไปมองมารินที่มีสายตาของความเศร้าสร้อยและเสียใจออกมาไม่แพ้กัน

สถานการณ์ค่อนข้างอึดอัดจนจันทร์เจ้าอยากจะพูดบางอย่าง ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไร ปลาดาวก็เลือกที่จะเดินหันหลังและวิ่งออกไปเสียก่อน จันทร์เจ้าหันมามองหน้ามารินก่อนยกยิ้มบาง ๆ ให้ แล้วสาวเท้าวิ่งตามปลาดาวไป

ระหว่างที่วิ่งก็สวนทางกับกอหญ้าที่อาสาไปซื้อขนมวิ่งกลับมาพอดี หญิงสาวมองห่อขนมในอ้อมกอดของเพื่อนสนิทที่ไปซื้อมาก็ต้องทอดถอนใจ

‘ตั้งใจจะมาปาร์ตี้ สนุกสนานขับไล่ความหมดอาลัยตายอยากจากการถูกพักงาน สุดท้ายกลับต้องมาคอยห้ามเพื่อน ทำไมเป็นงี้ไปได้วะเนี่ย โธ่... ขนมของฉัน’ จันทร์เจ้ามองขนมดวงตาละห้อยก่อนจะโบกมือลา

กอหญ้า แล้วรีบวิ่งตามปลาดาวที่วิ่งออกไปไกลต่อ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาตัวน้อยของผม
6.9
ชีวิตของปาณีพังทลายเมื่อครอบครัวกดขี่และถูกเพื่อนสนิทกับคนรักหักหลัง ในช่วงที่สิ้นหวังเธอตัดสินใจแต่งงานกับธามนิธิ ชายรุ่นใหญ่ผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย แม้จุดเริ่มต้นจะเป็นเพียงการหาที่หลบภัย แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตคู่ ความใกล้ชิดก็แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพัน ธามนิธิกลายเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งคอยปกป้องเธอจากเรื่องเลวร้าย ขณะเดียวกันความอ่อนโยนของปาณีก็ช่วยรักษารอยแผลในใจของเขา เปลี่ยนการแต่งงานที่ไร้หัวใจให้กลายเป็นความรักอันบริสุทธิ์ที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตของคนทั้งสองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้ำพริก
9.7
สภาพของอาเรียตอนนี้น่าเวทนายิ่งนัก ผมสีทองที่เคยงดงามกลับชุ่มโชกด้วยเลือดและหลุดลุ่ยจากเงื้อมมืออันรุนแรงของเคน เขาเค้นให้เธอสารภาพบาป แต่ร่างบอบช้ำไม่อาจเปล่งเสียงใดได้ เพราะลิ้นถูกตัดขาดแถมยังถูกทรมานซ้ำด้วยเกลือจนปวดร้าวแทบขาดใจ นัยน์ตาสีมรกตที่เคยสะกดทุกสายตาบัดนี้บวมช้ำและไร้ซึ่งประกายความหวัง อาเรียหมดโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำสำนึกผิด เธอทำได้เพียงหลับตายอมรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในวินาทีสุดท้ายบนลานประหาร หญิงสาวแสนดีที่เคยถูกเธอรังแกได้ก้าวออกมาเบื้องหน้า เพื่อเอ่ยคำอำลาครั้งสุดท้ายแก่นางมารร้ายที่กำลังจะสิ้นลมหายใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านระธาน ขอช้าหน่อย
8.2
ชีวิตของคุณหนูผู้เพียบพร้อมอย่างไป๋เสว่เอ๋อร์ต้องพังทลาย เมื่อธุรกิจตระกูลล้มละลาย ซ้ำยังถูกคนรักตีจากและเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด เผยลี่เชิน พี่ชายของอดีตแฟนหนุ่มได้ก้าวเข้ามาพร้อมข้อเสนอเพื่อช่วยพยุงบริษัทไป๋ซื่อให้รอดพ้นวิกฤต เพื่อรักษาธุรกิจครอบครัว เธอไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับเงื่อนไขและใช้ตนเองเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน จากข้อตกลงที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ ความใกล้ชิดได้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ภายใต้ความสัมพันธ์อันซับซ้อน กำแพงในหัวใจของทั้งสองค่อยๆ ทลายลง นำไปสู่ความรู้สึกอันลึกซึ้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง คนคุ้นเคย
7.0
หัวใจของวาดฝันมีเพียงต้นกล้าผู้เป็นรักแรกเสมอมา เธอเฝ้ารอการกลับมาของเขาด้วยความหวัง โดยเชื่อมั่นว่าความรู้สึกระหว่างกันจะไม่เลือนหาย ทว่าหญิงสาวไม่เคยล่วงรู้เลยว่าอดีตอันแสนหวานได้จบสิ้นลงแล้ว เมื่อความจริงปรากฏว่าบิดาของเธอคือฆาตกรที่พรากชีวิตครอบครัวของชายหนุ่มไป บาดแผลฉกรรจ์ครั้งนั้นแปรเปลี่ยนความรักของเขาให้กลายเป็นความเคียดแค้น การหวนคืนมาของเขาจึงไม่ใช่เพื่อทวงสัญญารัก แต่เป็นการสาดเทความเกลียดชังและคำบอกลาอันเย็นชา สิ่งที่เธอฟูมฟักมาเนิ่นนานจึงถูกบดขยี้อย่างไร้ความปรานี
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องห้าม…ที่ไร้เดียงสา
7.9
ถังจือเปิดใจถึงความรู้สึกอันสับสนต่อสวีเชิง โดยย้ำชัดว่าเขาไม่เคยสนใจสตรีเพศและไม่นึกพิศวาสเรื่องบนเตียง ทว่าความผิดพลาดที่เมืองตุนซึ่งเกิดจากความเมามาย กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ครั้งแรกที่มอบความเจ็บปวดรวดร้าวให้เขายิ่งกว่ารอยแผลใด คำสารภาพที่มาพร้อมหยาดน้ำตานี้ ทำให้สวีเชิงทำได้เพียงกระชับอ้อมกอดและลูบแก้มปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน แม้ใจของสวีเชิงจะอัดแน่นด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะหาคำตอบ แต่เขาก็เลือกรับฟังความจริงนั้นเงียบๆ พร้อมตระหนักว่าความผูกพันนี้ถลำลึกเกินกว่าจะหันหลังกลับได้อีก
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาของศัตรู
7.6
ซูเจี๋ยนวาดฝันถึงการก้าวเข้าสู่ดินแดนสุขาวดีอันแสนงดงามและสงบสุขหลังความตาย แต่เมื่อสติสัมปชัญญะฟื้นคืนมา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำลายความคาดหวังนั้นลงอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเป็นสรวงสวรรค์ตามอุดมคติ เขากลับพบว่าตนเองอยู่ท่ามกลางความขาวโพลนที่จืดชืดและว่างเปล่าจนน่าใจหาย ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำในใจ เพราะสภาพแวดล้อมที่อ้างว้างนี้ดูห่างไกลจากคำว่าสวรรค์ ทว่ากลับคล้ายคลึงกับสภาพของโรงพยาบาลอย่างน่าประหลาด ความเป็นจริงที่ผิดเพี้ยนไปจากจินตนาการทำให้เขาตกอยู่ในความสับสนอย่างหนัก