APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ซีรีส์สายลมพัดพารัก

ซีรีส์สายลมพัดพารัก

เมื่อสถาปนิกหนุ่มผู้เผชิญความเหนื่อยล้าอย่าง ลมหนาว เลือกเดินทางกลับไปพักผ่อนยังบ้านเกิดเพื่อเยียวยาจิตใจ ที่นั่นทำให้เขาได้พบกับ ฟ้าใส ครูสาวในโรงเรียนท้องถิ่นผู้เต็มไปด้วยพลังบวกและความสดใส การพบเจอกันในครั้งนี้ช่วยปลุกหัวใจที่เคยอ้างว้างของเขาให้กลับมาเต้นแรงและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง จากเดิมที่ตั้งใจเพียงแค่จะมาพักกายใจชั่วคราว ลมหนาวกลับตระหนักว่าโชคชะตาได้นำพาความรักครั้งใหม่มามอบให้ และหนนี้เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องและรักษาความสัมพันธ์ครั้งนี้เอาไว้ให้ดีที่สุด ไม่ปล่อยให้มันต้องสูญเสียไปเหมือนอดีตที่ผ่านมา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ลมต้นฤดูพัดผ่านทุ่งนาที่เพิ่งเกี่ยวเสร็จ ข้าวฟางสีทองฟูตัวเป็นกองนุ่ม ใต้ท้องฟ้ากว้างสุดสายตา รถกระบะคันหนึ่งค่อย ๆ แล่นไปตามถนน เสียงกรวดกระทบล้อเป็นจังหวะคุ้นหูของคนเคยอยู่บ้านนอก

ลมหนาวเอียงกระจกลง ปล่อยให้สายลมเย็นแตะใบหน้า กลิ่นหญ้าแห้งกับควันเตาถ่านจากบ้านไกล ๆ ลอยมาแตะปลายจมูก เขาสูดหายใจลึก ๆ รู้สึกว่าบางอย่างในอกคลี่คลายเหมือนปมเชือกถูกแก้

“เริ่มใหม่…ตรงนี้แหละ” เขาพึมพำกับตัวเอง

บ้านไม้สองชั้นสีซีดของครอบครัวตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน เงามะม่วงใหญ่ทอดทับครึ่งหลังคา เขาดับเครื่อง ลงจากรถ สะพายกระเป๋าเป้เก่า ๆ แล้วหันมองรอบบ้าน ผนังไม้บางช่วงแหว่ง สีลอก ขอบหน้าต่างเป็นรอยน้ำฝน ลมหนาวหัวเราะน้อย ๆ

“เออ…ไม่เป็นไร ค่อย ๆ ซ่อมกันไป”

ยังไม่ทันได้ไขกุญแจ เสียงจักรยานสามล้อพ่วงท้ายก็ผ่านมา ก่อนจะจอดหน้าบ้าน

“อ้าวหลาน! กลับมาแล้วเหรอ” ป้าดาวเจ้าของร้านขนมไทยหน้าตลาด ใช้ฝ่ามือเกลี่ยผมที่เธอม้วนรวบไว้ พลางยิ้มกว้าง ด้านหลังพ่วงท้ายมีลังไม้บรรจุข้าวต้มมัด กล้วยเชื่อม ฝอยทองและขนมไทยอีกหลายอย่าง

“สวัสดีครับป้าดาว ผมเพิ่งถึงเมื่อกี้เอง” ลมหนาวรับไหว้

“ขนมเต็มรถขนาดนี้ เอาไปงานบุญไหนครับ”

“ตลาดเช้าเอ็งเอ๊ย ช่วงนี้คนคึกคัก พอรู้ว่ามีงานวัดเดือนหน้า เลยสั่งกันละลาน ป้าแวะมาดูว่าบ้านเอ็งยังอยู่ดีไหม อ้อ แล้วก็มีของฝากจากครูมุก ฝากยินดีต้อนรับคนหลงเมืองกรุงกลับบ้าน” ป้าดาวกลั้วหัวเราะ ชี้ไปที่ถุงผ้าเล็กบนพ่วงท้าย

ลมหนาวรับถุงมาชะโงกดูเป็นผ้าเช็ดมือย้อมครามลายคลื่น กับการ์ดใบเล็กเขียนว่า “บางทีลมที่หอบกลับมา อาจเป็นลมที่นำทางหัวใจ” เขาอ่านแล้วเผลอยิ้ม

“คำนี้ของป้าใช่ไหมครับ”

“ป้าพูดจนคนทั้งตลาดจำได้แล้วแหละ” ป้าดาวทำตาใสแจ๋ว

“เอ้า ๆ ไม่เปิดบ้านก่อนเหรอ หรือจะให้ป้าช่วยปัดกวาด กลับมาทั้งทีต้องปัดกวาดเช็ดถูกันยกใหญ่”

“เดี๋ยวผมจัดการเองก่อนครับ ป้ามีของไปส่ง อย่าให้ลูกค้ารอนาน” ลมหนาวไหว้ขอบคุณอีกครั้ง ก่อนป้าดาวจะค่อย ๆ จากไป ทิ้งเสียงหัวเราะและกลิ่นใบตองอ่อน ๆ ไว้ข้างหลัง

เขาไขกุญแจ ประตูไม้เก่าร้องเอี๊ยด กลิ่นฝุ่นกับไม้เก่าตีกันเบา ๆ กลิ่นนั้นกลับชวนให้คิดถึง ลมหนาวเดินสำรวจพื้น ไม้กระดานบางแผ่นยวบ เขาจดในสมุดเล่มเล็กที่พกติดตัวไว้จนเป็นนิสัยของคนเป็นสถาปนิก แม้เขาจะเพิ่งลาออกมาไม่นาน

“พื้นโถง เปลี่ยนตรงหน้าต่างทิศตะวันตก ซีลใหม่ ระเบียงขัดและทาน้ำยา”

เก็บของพอเป็นพิธี ท้องเริ่มร้อง เขานึกถึงคำว่าตลาดเช้าที่เพิ่งได้ยิน ป้าดาวอยู่ตรงนั้น ขนมไทยก็อยู่ตรงนั้น และเหตุผลเล็ก ๆ ที่หัวใจเรียกร้องก็อยู่ตรงนั้นเหมือนกัน

ตลาดเช้าหมู่บ้านคึกคักอย่างที่ได้ยินจริง ๆ เสียงคนทักทาย เสียงแม่ค้าตะโกนชวนซื้อ ปลาแม่น้ำในกระบะ ผักพื้นบ้านเรียงรายในตะกร้าสาน ลมหนาวเดินช้า ๆ เหมือนจะให้เสียงกับภาพบันทึกลงในความทรงจำ

“ข้าวเหนียวหมูปิ้งไหมหนุ่มหล่อ” แม่ค้าหน้ากลมว่าพร้อมคีบหมูปิ้งบิดตัวบนเตา

“เอาสามไม้ครับ แล้วก็”

“คิวก่อนหน้าเขาสั่งสิบไม้” เสียงใสแทรกขึ้นเหมือนระฆังเงิน ลมหนาวหันไปทางต้นเสียง

ฟ้าใสยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตาไฟ ผมเธอมัดสูงอย่างลวก ๆ เส้นผมหลุดมาปรกขมับนิดหน่อย ใต้ตาเปื้อนรอยยิ้มในยามเช้าตรู่ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขน กับกระโปรงผ้าฝ้ายสีครามทำให้เธอดูเหมือนแถบฟ้าบาง ๆ ละเลียดตามขอบภูเขา

“อ้าว…ครูฟ้า! ครูมาก่อนก็จริง แต่ให้พี่เขาก่อนได้มะ ครูสั่งสิบไม้ต้องรออีกนิดจ้ะ” แม่ค้าหัวเราะ ฟ้าใสหันมาทางลมหนาว

“เชิญค่ะ ให้พี่เขาก่อนได้เลย” น้ำเสียงสุภาพแต่สายตาวาววับ

“พี่เขา คงเพิ่งมาตลาดที่นี่”

“ทำไมถึงรู้ครับ” ลมหนาวยิ้ม

“หรือหน้าผมเขียนว่าเพิ่งกลับบ้าน”

“ไม่เขียน แต่จับทางง่าย ยืนมองข้าวของช้า ๆ แบบนักท่องเที่ยว แล้วยิ้มกับทุกอย่างเหมือนเพิ่งเห็นโลกครั้งแรก” ฟ้าใสยักคิ้ว

“แล้วก็พกสมุดเล่มเล็กจดทุกอย่าง”

ประโยคของหล่อนทำเอาลมหนาวหัวเราะ

“มองเก่งนะครับ”

“อาทิตย์ก่อนเพิ่งสอนเด็กวาดภาพตลาด” เธอชี้ไปที่ถุงผ้าที่สะพาย

“สอนดูรายละเอียดเล็ก ๆ ก่อนวาดเสมอ เลยติดนิสัยมองก่อนพูด”

“อย่างนี้คงสอนเก่งมากแน่ ๆ” เขาพูดอย่างจริงใจ ก่อนจะยื่นมือ

“ลมหนาวครับ เพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ”

ฟ้าใสชะงักเสี้ยววินาที แววตาเหมือนซ่อนคำว่า อ๋อ ไว้ลึก ๆ

“ฟ้าใสค่ะ ครูสอนศิลปะโรงเรียนบ้านเรา” เธอไม่ยอมยื่นมือ แต่พยักหน้าอย่างคนไม่ชอบพิธีมาก

“สั่งอะไรก็รีบสั่งค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปโรงเรียนสาย”

“สามไม้ ข้าวเหนียวสองห่อ แล้วก็” เขามองถัดไปอีกด้าน

“กล้วยเชื่อมหนึ่งชุด”

“กินของหวานตั้งแต่เช้า หน้าตาอย่างพี่ ชอบกินของหวานหรือคะ” เธอพูดเรียบ ๆ มุมปากมีรอยยิ้ม

“ไม่ค่อยหรอกครับ แต่กลิ่นใบตองมันชวนหิว” ลมหนาวรับถุงจากแม่ค้า

“แล้วครูฟ้าสิบไม้ จะกินหมดไหมครับ”

“ไม่หมดหรอก จะเอาไปแบ่งเด็กทำเวรประจำวัน เขาตื่นเช้าเกินเพื่อน น่าจะยังไม่ได้กินอะไร” ฟ้าใสชำเลืองดูนาฬิกา

“โอเค ไปก่อนนะคะ เดี๋ยวสาย”

“เดี๋ยวครับ” ลมหนาวหลุดปาก

“ครูฟ้ารู้จักป้าดาวไหมครับ”

“รู้จักค่ะ ทั้งตลาดไม่มีใครไม่รู้จักป้าดาวค่ะ” เธอยิ้มอย่างภาคภูมิ

“ป้าเป็นสีสันของหมู่บ้าน ถ้าอยากได้ขนมไทยแบบใจฟู ไปแผงป้าได้เลย แต่ถ้าจะไปจีบป้า ขอให้บอกก่อน จะได้เตรียมพวงมาลัย”

“ผมหมายถึง อยากไปขอบคุณที่ฝากผ้าเช็ดมือให้” เขายกถุงผ้าย้อมครามในมือ

“อ๋อ นึกว่าพี่จะจีบป้า” ฟ้าใสหัวเราะเบา ๆ

“ไปก่อนนะคะ เด็ก ๆ รออยู่อ้อ อีกอย่าง”

“ครับ”

“อย่ายิ้มให้ทุกคนมาก เดี๋ยวตลาดแตก” เธอว่าทิ้งท้ายแล้วเดินผละไปที่จักรยาน รอยยิ้มของเขาทำสาว ๆ แตกตื่นน่ะสิ ก็คนอะไรหล่อเสียขนาดนี้

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาตัวน้อยของผม
6.9
ชีวิตของปาณีพังทลายเมื่อครอบครัวกดขี่และถูกเพื่อนสนิทกับคนรักหักหลัง ในช่วงที่สิ้นหวังเธอตัดสินใจแต่งงานกับธามนิธิ ชายรุ่นใหญ่ผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย แม้จุดเริ่มต้นจะเป็นเพียงการหาที่หลบภัย แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตคู่ ความใกล้ชิดก็แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพัน ธามนิธิกลายเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งคอยปกป้องเธอจากเรื่องเลวร้าย ขณะเดียวกันความอ่อนโยนของปาณีก็ช่วยรักษารอยแผลในใจของเขา เปลี่ยนการแต่งงานที่ไร้หัวใจให้กลายเป็นความรักอันบริสุทธิ์ที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตของคนทั้งสองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ภาพปกนิยายเรื่อง โอย!แม่นมกลายเป็นนายหญิงของจวนเจียง
9.1
เมื่อสูญเสียผู้นำครอบครัว เย่หยุนเหนียงจำต้องพาแม่สามีและลูกชายอพยพมายังเจียงเฉิง ความยากจนบีบให้เธอรับงานเป็นแม่นมในจวนตระกูลเจียง โดยมุ่งหวังเพียงสะสมเงินทองเพื่ออนาคตที่สงบสุข แต่เส้นทางเรียบง่ายกลับถูกทำลายเมื่อเธอถลำลึกไปพัวพันกับบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้เปลี่ยนชะตากรรมของหญิงม่ายผู้เจียมตัว จากคนรับใช้ที่หวังเพียงชีวิตราบเรียบ เธอถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายหญิงผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือจวนแห่งนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง แฝดจอมจุ้น วุ่นรักป๊าม๊า
8.5
หญิงสาวจำต้องสละความบริสุทธิ์แลกเงินห้าล้านบาทเพื่อยื้อชีวิตมารดา แต่โชคชะตากลับพรากแม่ของเธอไป ซ้ำยังทิ้งร่องรอยเป็นลูกแฝดที่เกิดจากชายซึ่งเธออยากลบเลือนจากใจ ห้าปีต่อมาเธอหวนกลับมาเพื่อรำลึกถึงมารดาผู้ล่วงลับ ทว่าความลับเรื่องพ่อของเด็กกลับถูกเปิดโปง เมื่อสองแฝดจอมป่วนสืบรู้ว่าบิดายังมีชีวิตอยู่ ปฏิบัติการกามเทพตัวจิ๋วเพื่อเชื่อมรอยร้าวของครอบครัวจึงเปิดฉากขึ้น เธอต้องปวดหัวกับแผนจับคู่สุดแสบของลูกรัก และคอยตั้งรับการตามง้อจากชายผู้เคยฝากรอยแผลไว้ในอดีตที่หวนกลับมาทวงสิทธิ์อย่างไม่ลดละ
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายานอกนาม
9.7
เยี่ยหลี คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อถูกน้องสาวต่างมารดาทรยศจนถูกถอนหมั้นจากอ๋องรูปงาม แม้ปรารถนาเพียงความสงบ แต่กลับมีราชโองการให้เข้าพิธีวิวาห์ในสามวันกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้ถูกร่ำลือว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนสตรีสองคนก่อนหน้าจบชีวิตอย่างปริศนา ทว่าเมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง เธอกลับพบว่าบุรุษผู้นี้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญาเฉียบแหลม แตกต่างจากคำครหาอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังภาพลักษณ์อันอ่อนแอและไร้ค่าของเขา กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องอย่านะ
8.9
ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและชิงชังสตรีเปลี่ยนไปราวคนละคนเมื่อสมรสกับคุณหนูหกจวนแม่ทัพ แม้ผู้อื่นจะเห็นความเจ้าเล่ห์ของพระชายา แต่ในสายตาสวามีนางคือสตรีบอบบางเสมอ แม้นางจะคว้าไม้ตีรัชทายาทหรือด่าทอคนจนกระอักเลือด พระองค์ก็ยังห่วงว่าภรรยาจะถูกรังแก แท้จริงแล้วเบื้องหลังความไร้เดียงสานั้น นางคืออัจฉริยะทางการแพทย์และกุนซือผู้สยบกองทัพนับแสนได้ในพริบตา ความหลงใหลหน้ามืดตามัวของท่านอ๋องทำเอาเหล่าทหารสับสนหนัก พวกเขาต่างตั้งคำถามว่าสตรีผู้อ่อนแอที่เจ้านายพร่ำเพ้อถึงนั้นเคยมีอยู่จริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องห้าม…ที่ไร้เดียงสา
7.9
ถังจือเปิดใจถึงความรู้สึกอันสับสนต่อสวีเชิง โดยย้ำชัดว่าเขาไม่เคยสนใจสตรีเพศและไม่นึกพิศวาสเรื่องบนเตียง ทว่าความผิดพลาดที่เมืองตุนซึ่งเกิดจากความเมามาย กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ครั้งแรกที่มอบความเจ็บปวดรวดร้าวให้เขายิ่งกว่ารอยแผลใด คำสารภาพที่มาพร้อมหยาดน้ำตานี้ ทำให้สวีเชิงทำได้เพียงกระชับอ้อมกอดและลูบแก้มปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน แม้ใจของสวีเชิงจะอัดแน่นด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะหาคำตอบ แต่เขาก็เลือกรับฟังความจริงนั้นเงียบๆ พร้อมตระหนักว่าความผูกพันนี้ถลำลึกเกินกว่าจะหันหลังกลับได้อีก