APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง ห้องฮันนีมูนซ่อนกลกล้องวงจรปิด

ห้องฮันนีมูนซ่อนกลกล้องวงจรปิด

8.9 / 10.0
เพื่อหาเงินมารักษาแม่ที่ป่วย ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมขายบริการในโรงแรมหรู ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อชายที่เป็นลูกค้าในคืนนั้นคือสามีของประธานบริษัทคนใหม่ของฉัน แทนที่คุณหทัยจะไล่ฉันออก เธอกลับวางแผนส่งฉันและนภดลไปทำงานต่างพื้นที่ พร้อมจัดฉากให้เราพักในห้องฮันนีมูนที่เต็มไปด้วยยาปลุกเซ็กซ์ โดยมีตัวเธอคอยแอบดูผ่านกล้องวงจรปิดด้วยความวิปริต เมื่อฉันได้รู้ว่านภดลเองก็ตกเป็นเหยื่อที่ถูกควบคุมด้วยหนี้สินไม่ต่างกัน ความกลัวจึงแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น พวกเราจึงร่วมมือกันซ้อนแผนเล่นละครตบตาเพื่อลากคอประธานสาวโรคจิตคนนี้เข้าคุก

ห้องฮันนีมูนซ่อนกลกล้องวงจรปิด ตอนที่ 1

เพื่อหาเงินรักษาแม่ที่นอนรอความตาย ฉันยอมขายศักดิ์ศรีรับงาน "พิเศษ" ในโรงแรมหรู

แต่โลกกลับกลมจนน่าตลก เมื่อฉันได้งานใหม่และพบว่า "ลูกค้า" คืนนั้น คือสามีของประธานบริษัทที่ฉันต้องรับใช้!

ฉันคิดว่าจะโดนไล่ออก แต่คุณหทัยกลับยิ้มเย็นเยือก แล้วส่งฉันกับสามีเธอไปดูงานต่างจังหวัด พร้อมจอง "ห้องฮันนีมูน" ให้เราสองคน

คืนนั้นฉันสะดุ้งตื่นเพราะฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด พบว่าตัวเองกำลังถูกสามีเจ้านายกอดรัดอยู่บนเตียง

ที่มุมห้องมีแสงไฟสีแดงวาบจากกล้องวงจรปิด

พร้อมข้อความจากคุณหทัยที่ส่งมาว่า

"ทำได้ดีมากค่ะ ทั้งสองคนดูเร่าร้อนกว่าครั้งแรกอีกนะ"

วินาทีนั้นฉันถึงรู้ความจริงอันน่าสะอิดสะเอียน

คุณหทัยไม่ได้โง่ แต่เธอคือคนบงการ! เธอเสพติดการเห็นสามีตัวเองมีอะไรกับหญิงอื่นผ่านกล้อง

นภดลเองก็เป็นแค่เหยื่อที่ถูกมอมยาและบีบด้วยหนี้สินไม่ต่างจากฉัน

ความกลัวเปลี่ยนเป็นความแค้น

ในเมื่อเธออยากดูหนังสดนัก ฉันกับนภดลก็จะเล่นให้ดู

แต่บทตอนจบ... นางพญาโรคจิตอย่างเธอจะต้องไปนอนในคุก

บทที่ 1

พิมพ์ชนก POV:

ฉันไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของพิมพ์ชนก งามสูงเนินคนนี้ จะมาถึงจุดที่ต้องยอมขายร่างกายเพื่อแลกกับเงินก้อนโต

แม่นอนซมอยู่บนเตียงคนไข้

เสียงเครื่องช่วยหายใจดังสม่ำเสมอ เป็นจังหวะชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย

ฉันกุมมือที่ซีดขาวของแม่ไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้มทุกครั้งที่นึกถึงยอดหนี้สินที่พอกพูน

ฉันเคยเป็นผู้ช่วยพยาบาลนะ แต่ตอนนี้ฉันลาออกมาแล้ว

เงินเดือนแค่นั้นมันไม่พอค่ารักษาแม่หรอก

ฉันต้องทำงานทุกอย่างที่หาได้ รับจ้างทั่วไป แบกหามสารพัด ไม่เคยเลือกงาน ขอแค่มีเงิน

ฉันฉลาดพอที่จะรู้ว่าตัวเองกำลังถูกความจนบีบให้จนมุม

ความกล้าหาญที่เคยมีมันเริ่มสั่นคลอน

สองวันก่อน มีสายโทรศัพท์แปลกๆ เข้ามา

ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงที่ฟังดูมีอำนาจ เธอเสนอ "งานพิเศษ" ให้ฉัน

น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยบางอย่างที่ฉันอธิบายไม่ถูก

ฉันรู้ทันทีว่ามันไม่ใช่งานธรรมดา

ตอนแรกฉันปฏิเสธไปอย่างไม่ลังเล แต่วินาทีที่หมอเดินออกมาจากห้องไอซียูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

"ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นนะครับคุณพิมพ์ชนก ถ้าไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง..."

คำพูดของหมอขาดหายไป แต่ความหมายมันชัดเจนเกินไป

แม่ของฉันกำลังรอความตาย

ปลายสายโทรศัพท์นั้นกลับมาอีกครั้ง

คราวนี้เธอไม่ได้เสนอแค่เงินก้อนโต แต่เป็นจำนวนที่มากพอจะพลิกชีวิตฉันได้เลยทีเดียว

ฉันฟังรายละเอียดของงานที่เธอพูดผ่านโทรศัพท์

มันเป็นคำพูดที่เลี่ยงบาลี แต่ฉันเข้าใจความหมายของมันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

งานนี้คือการไป "ปรนเปรอ" ผู้ชายคนหนึ่งที่โรงแรม

ฉันรู้ว่ามันผิดศีลธรรม รู้ว่ามันน่ารังเกียจ

แต่ภาพของแม่ที่นอนซมอยู่ตรงหน้ามันใหญ่กว่าทุกอย่าง

"คุณมีเวลาคิดไม่มากนะคะ ถ้าตัดสินใจได้แล้ว โทรกลับมาภายในครึ่งชั่วโมง" เสียงนั้นทิ้งท้ายไว้

ครึ่งชั่วโมงนั้นยาวนานเหมือนชั่วชีวิต

ฉันมองหน้าแม่ มองเพดานโรงพยาบาลที่เก่าๆ

ในใจมีแต่เสียงเรียกของความจำเป็น

ฉันโทรกลับไป

เสียงตอบรับที่ปลายสายเหมือนรออยู่แล้ว

เธอส่งข้อมูลโรงแรมและเบอร์ห้องมาให้ทันที พร้อมกับแจ้งว่าเงินมัดจำจะโอนเข้าบัญชีฉันภายในห้านาที

ไม่ถึงห้านาที เสียงแจ้งเตือนจากธนาคารก็ดังขึ้น

ยอดเงินที่เห็นทำให้มือฉันสั่น

มันมากพอจริงๆ

ฉันเดินทางไปโรงแรมด้วยแท็กซี่ที่วิ่งแข่งกับเวลา

โรงแรมหรูหราโอ่อ่า แตกต่างจากโลกที่ฉันเคยอยู่ราวฟ้ากับเหว

พนักงานต้อนรับยิ้มแย้ม แต่แววตาฉันเต็มไปด้วยความกังวล

ฉันกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นบนสุด

ทางเดินปูพรมหนา เตะตาด้วยภาพวาดราคาแพง

ฉันหยุดอยู่หน้าห้องหมายเลข 8888

ก่อนหน้านี้ ฉันได้รับข้อความจากผู้ว่าจ้างให้เข้าไปได้เลย ไม่ต้องเคาะประตู

ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

มือที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปจับลูกบิดประตูโลหะเย็นเฉียบ

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี

เมื่อประตูเปิดออก ภาพตรงหน้าทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ

ห้องสวีทขนาดใหญ่ถูกจัดแต่งอย่างหรูหรา

มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยอบอวลไปทั่ว

แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาฉันที่สุดคือชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงคิงไซส์

เขาหล่อเหลามาก ใบหน้าคมคาย ผิวขาวสะอาด

เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาหลุดลุ่ย เผยให้เห็นแผงอกแข็งแรง

ริมฝีปากที่เผยอเล็กน้อยส่งเสียงครางแผ่วเบา

ดวงตาของเขาปรือปรอยเหมือนคนกำลังป่วยหนักหรือเมามาย

ร่างกายของเขาบิดเร้าอยู่บนเตียง

ฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว ไม่ใช่เพราะความปรารถนา แต่เป็นความประหม่าและความตกใจ

เสียงครางของเขาดังขึ้นอีกครั้ง

"มาแล้วเหรอ..." เขาพูดเสียงพร่าพรึง ดวงตาหรี่มองมาที่ฉัน

เขาไม่รอให้ฉันตอบ ค่อยๆ เอื้อมมือมาหา สอดแทรกนิ้วเรียวยาวเข้ามาในกลุ่มผมของฉันแล้วดึงเบาๆ

ฉันยืนแข็งทื่อ ไม่รู้จะทำยังไงดี

ภาพของแม่ลอยเข้ามาในหัว

ฉันไม่แน่ใจว่านี่คือสิ่งที่ฉันต้องทำจริงๆ หรือเปล่า

"เข้ามาสิ... ที่รัก" เขาพูดเสียงแหบพร่า

ฉันกะพริบตาถี่ๆ พยายามทำความเข้าใจสถานการณ์

ดูเหมือนเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นใครบางคน

ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันตีกันอยู่ในอก

ฉันตัดสินใจจะถอยออกมา บอกว่าฉันไม่ใช่คนที่เขาต้องการ

แต่ในวินาทีนั้น ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของฉัน

"ถ้าเธอถอยออกมาตอนนี้ เงินมัดจำทั้งหมดจะถูกยึด และเธอจะไม่ได้อะไรเลย"

ข้อความนั้นทำให้ฉันเย็นวาบไปทั้งตัว

เงินมัดจำก้อนนั้นมันสำคัญต่อชีวิตแม่มาก

ตามมาด้วยอีกข้อความ: "ถ้าทำตามที่สั่งสำเร็จ เธอจะได้เงินอีกสองเท่าของมัดจำ"

สองเท่า... จำนวนเงินที่มากมายจนฉันจินตนาการไม่ถึง

ฉันมองกลับไปที่ชายหนุ่มบนเตียง

เขายังคงครางเบาๆ และเอื้อมมือมาหาฉันอย่างเลื่อนลอย

ความต้องการเงินเพื่อรักษาแม่มันกลืนกินความลังเลของฉันจนหมดสิ้น

ฉันตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันต้องทำ

ฉันเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ

เขาดึงฉันลงไปบนเตียงอย่างไม่ทันตั้งตัว

ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม

ลมหายใจของเขาอวลไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และบางอย่างที่หวานหอม

เขาเริ่มลูบไล้ไปตามร่างกายของฉันอย่างแผ่วเบา

ฉันสัมผัสได้ถึงความปรารถนาที่รุนแรงจากตัวเขา

เสียงครางของเขาดังขึ้นอีกครั้งเมื่อมือของเขาไล้ไปบนผิวของฉัน

ฉันพยายามควบคุมลมหายใจของตัวเอง

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำใจให้สงบในสถานการณ์แบบนี้

ทุกสัมผัสของเขาทำให้ร่างกายฉันสะท้าน

ฉันกัดริมฝีปากแน่น บังคับตัวเองให้คิดถึงแต่หน้าแม่

คิดถึงค่ารักษาที่รออยู่

คิดถึงอนาคตที่ฉันจะทำให้แม่กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

ฉันไม่รู้ว่ามันกินเวลานานแค่ไหน

แต่เมื่อทุกอย่างจบลง ฉันรู้สึกเหมือนร่างจะแหลกสลาย

เขาสลบไปแล้วหลังจากพุ่งเข้าใส่ฉันอย่างบ้าคลั่ง

ฉันค่อยๆ ถอนตัวออกมาจากอ้อมกอดของเขา

รีบจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตัวเองให้เข้าที่

ในใจรู้สึกว่างเปล่าอย่างประหลาด

ฉันหยิบเสื้อผ้าของเขาที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาคลุมร่างที่เปลือยเปล่าของเขาอย่างเบามือ

ไม่ใช่เพราะความอ่อนโยน แต่เป็นความรู้สึกผิดที่ไม่อาจปฏิเสธได้

ฉันเดินออกมาจากห้องนั้นอย่างเงียบเชียบ ราวกับไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

เมื่อกลับถึงห้องพักของตัวเอง ฉันรีบอาบน้ำชำระร่างกายทันที

น้ำที่ไหลรินลงมาบนผิวรู้สึกเหมือนชะล้างบางสิ่งบางอย่างออกไป

แต่ความรู้สึกเลือนลอยในใจยังคงอยู่

ไม่นานนัก ข้อความจากผู้ว่าจ้างก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง

"งานสำเร็จดีมากค่ะ เงินค่าจ้างส่วนที่เหลือโอนให้แล้วนะคะ"

ฉันมองยอดเงินในบัญชี

มันเต็มจำนวนจริงๆ

ฉันรีบจัดการโอนเงินก้อนใหญ่ไปยังโรงพยาบาลทันที เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลแม่

ความโล่งใจเข้าจู่โจมฉันทันทีที่เห็นยอดเงินถูกหักไป

แม่ฉันปลอดภัยแล้วชั่วขณะ

ฉันตัดสินใจที่จะไม่รับงานแบบนี้อีก

ชีวิตของฉันต้องกลับไปเป็นปกติ

ฉันจะหางานสุจริตทำ จะไม่ยอมก้าวเข้าสู่โลกมืดแบบนี้อีกแล้ว

แต่ในใจลึกๆ ฉันกลับรู้สึกผวา

ฉันไม่อยากเจอเขาอีกเลย ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ

ภาพใบหน้าคมคายและเสียงครางพร่าพรึงของเขายังวนเวียนอยู่ในความทรงจำ

และฉันไม่รู้เลยว่า โลกใบนี้มันแคบกว่าที่ฉันคิดไว้มากแค่ไหน

อ่านต่อ

สารบัญ ห้องฮันนีมูนซ่อนกลกล้องวงจรปิด

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ในคืนที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ ลิซ่าถูกพี่ชายและสามีทอดทิ้งอย่างไม่ไยดีเพื่อไปช่วยอลิซ จนทำให้เธอต้องประสบอุบัติเหตุขาหัก ซ้ำร้ายอลิซยังกุเรื่องใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอท่ามกลางกระแสน้ำ ส่งผลให้ชายทั้งสองโกรธแค้นจนขาดสติ พวกเขาลงทัณฑ์ลิซ่าอย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนบาดแผลที่ขาเพื่อสั่งสอนให้เข็ดจำ เหตุการณ์นี้ทำให้ลิซ่าได้ตระหนักถึงโฉมหน้าอันโหดเหี้ยมและเย็นชาของคนที่เธอเคยรักอย่างหมดใจ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตาย เธอจึงตั้งมั่นว่าจะต้องหลบหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
อดีตหญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่ใครต่างริษยา บัดนี้กลายเป็นเพียงภรรยาที่สามีไม่เคยเห็นค่า ในสายตาเขา เธอคือจอมลวงโลกที่ตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน เขาจึงจงใจสาดถ้อยคำถากถางรุนแรงและเหยียดหยามศักดิ์ศรีสารพัดเพื่อหวังให้เธอเจ็บปวด ทว่าความพยายามนั้นกลับสูญเปล่า เมื่อสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความสงบนิ่งและท่าทีเมินเฉย เธอซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ราวกับว่าอาวุธวาจาอันโหดร้ายเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงเข้ามาสร้างรอยร้าวในจิตใจของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง แค้นรักทาสสวาท
9.7
เมื่อพ่อนำตัวนับดาว หญิงสาวผู้ทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนเป็นเหตุให้แม่ต้องจบชีวิตลง สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียผู้แสนเย็นชาจึงเต็มไปด้วยไฟแค้น เขามองว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังรวยทางลัด และไม่ว่าเธอจะพยายามใช้เสน่ห์เย้ายวนเขามากแค่ไหน สิ่งที่ได้รับกลับไปมีเพียงความเกลียดชังอันลึกล้ำ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องตกมาอยู่ใต้การปกครองของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาเฟียหนุ่มจึงไม่รอช้าที่จะเริ่มบทลงโทษอันแสนเร่าร้อน เพื่อสั่งสอนให้เธอได้ชดใช้และลิ้มรสความเจ็บปวดอย่างสาสมกับที่ครอบครัวของเขาเคยเผชิญ
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักจากท้องฟ้า
6.7
เวลาสามปีที่อยู่ร่วมชายคากัน เธอต้องทนฟังเรื่องที่เขามีหญิงอื่นเคียงข้างเสมอ แม้ความจริงจะประจักษ์ชัดแต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความร้าวราน ปิดปากเงียบและทำตัวราวกับคนตาบอดเพื่อประคองความสัมพันธ์อันเปราะบางไม่ให้ขาดสะบั้น ความจริงที่กรีดแทงใจคือเธอเป็นได้เพียงคู่นอนที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ไม่เคยได้รับเกียรติในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้จะผูกพันลึกซึ้งเพียงใด แต่เมื่อวันลาจากมาถึง เธอต้องพบกับความเจ็บปวดที่สุดเมื่อไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่าเลิกรา นั่นเพราะสถานะของทั้งสองไม่เคยมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้น
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์