APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รุ่นพี่ที่รัก

รุ่นพี่ที่รัก

ความรักข้างเดียวที่ยาวนานของของขวัญที่มีต่อรุ่นพี่คนสนิทกำลังเผชิญกับทางตัน แม้เธอจะคอยทุ่มเทดูแลและอยู่เคียงข้างเขาตลอดมา แต่อีกฝ่ายกลับปฏิบัติต่อเธอในฐานะน้องสาวเท่านั้น ความสัมพันธ์ที่ไร้ความคืบหน้าเริ่มกัดกินหัวใจจนเธอรู้สึกเหนื่อยล้าและท้อแท้กับความรู้สึกที่ส่งไปไม่ถึง ท่ามกลางความเจ็บปวดนี้ ของขวัญเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ควรจะเฝ้ารอให้เขาเปิดใจยอมรับรักต่อไป หรือถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องหยุดความพยายามทั้งหมดไว้เพียงเท่านี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

10 years later...

ขอให้พี่เซจิรักฉัน

นั้นคือคำอธิษฐานของของขวัญ หญิงสาววัย 18 ปีที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คำอธิษฐานของเธอก็ยังคงเป็นเช่นเดิมเสมอมา เธอหลงรักเซจิ พี่ชายของเพื่อนสนิทตัวเองมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ยังรักเขาไม่มีเปลี่ยน แม้จะปิดบังความรู้สึกนี้กับเขามาโดยตลอดมา แต่ก็หวังว่าสักวันเขาจะรับรู้ความรู้สึกของเธอบ้างไม่มากก็น้อย เพียงเท่านี้ก็ยังดี ขอให้เขารู้สึกแบบเดียวกับเธอ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว เขาจะไม่เคยแสดงออกว่าชอบเธอก็ตามที

เธอทราบดีว่างานวันเกิดร่วมที่ถูกจัดขึ้นในทุกปีนี้เขาไม่เต็มใจที่จะจัดร่วมกับเธอสักเท่าไหร่นักหรอก แต่อย่างน้อยก็ยังได้เห็นหน้าของเขาในทุกปี ถึงแม้ว่าในตอนนี้ เขาจะไม่ได้อยู่ให้เธอเห็นหน้าทุกวันเหมือนสมัยเด็กแล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้น ทุกปีในวันเกิดเขาก็จะต้องกลับมาเป่าเค้กร่วมกับเธอตลอด นั่นถือเป็นข้อผูกมัดระหว่างพวกเขา...

“อธิษฐานว่าอะไรครับคนสวย” เซนโตะ เพื่อนสนิทต่างเพศก็มักจะชะโงกหน้าเข้ามาถามเธอแบบนี้ประจำ แต่ว่าตอนนี้เซนโตะไม่ได้ดูเหมือนเด็กขี้สงสัยเหมือนแต่ก่อน พอโตขึ้นมาเขากลับมีออร่าโดดเด่นไม่แพ้พี่ชายตัวเอง แถมยังมีความทะเล้นเจ้าคารม จนกลายเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ ไม่แพ้พี่ชายตัวเองเลยสักนิด ต่างกันตรงที่ว่าพี่ชายของเขาค่อนข้างเป็นคนเงียบขรึมไปสักหน่อย แต่เพราะว่าหน้าตาและฐานะล้วนๆ ทำให้เป็นที่ถูกใจของผู้หญิงหมู่มาก

“เอาหัวไปไกล ๆ เลยไอ้เซนโตะ กูจั๊กจี้หูเว้ย!”

“ก็กูอยากให้มึงจั๊กจี้ไง ฮ่าๆ อะ...” เซนโตะหัวเราะชอบใจใหญ่ที่ทำให้เพื่อนสนิทตัวเองจั๊กจี้หูได้สำเร็จ แล้วเขาก็แกล้งเธอเรื่อยๆ จนกระทั่ง…..

“เซนโตะ!” เสียงนั้นคือเสียงของเซจิ พี่ชายของเขานั่นเอง ใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ดูบึ้งตึงไม่ต่างจากสมัยเด็กเท่าไหร่นัก ไม่สิ! เป็นแบบนี้ทุกปีอยู่แล้ว ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเขาไม่ค่อยชอบวันเกิดตัวเองนักหรอก ส่วนสาเหตุนั้น ไม่มีใครทราบแน่ชัดนอกจากตัวของเซจิเอง

-ย้อนกลับไปสมัยเซจิยังเป็นเด็ก-

“คุณเซจิครับ ถึงเวลาเรียนพิเศษแล้วครับ” เสียงพ่อบ้านผู้ดูแลความเรียบร้อยดังขึ้น ก่อนจะปรากฎภาพเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งทานอาหารเย็นอยู่บนโต๊ะหรูตัวยาว เขามีนามว่า เซจิ หรือ ทากาฮาชิ เซจิ เขาลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น เติบโตมาในครอบครัวที่ถือได้ว่าค่อนข้างเพรียบพร้อม หากหมายถึงในด้านการเงินแหละนะ เรียกได้ว่าคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดกันเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้น ทางด้านความสัมพันธ์กับคนในตระกูลกลับเป็นเรื่องหนึ่งที่ตระกูลนี้ขาดตกบกพร่องเสียอย่างนั้น

ในทุกวัน เขาจะต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีห้าเพื่อลุกขึ้นมาอ่านหนังสือเตรียมบทเรียน หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ จะต้องมุ่งหน้าไปโรงเรียนก่อนใครอื่น เนื่องจากคุณพ่อและคุณแม่มักจะย้ำเสมอว่า การไปถึงก่อน แสดงให้เห็นถึงการมีความรับผิดชอบ และแม้จะถึงเวลาเลิกเรียนจากสถานศึกษาแล้ว ก็ยังไม่วายที่เขาจะต้องมานั่งเรียนพิเศษต่ออีก

และสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า เขาเป็นทายาทซึ่งมีหน้าที่ต้องสืบทอดโรงพยาบาลต่อจากตระกูลของตัวเอง หากจะกล่าวว่าทำไปเพราะใจรัก ก็คงเอ่ยไม่ได้อย่างเต็มปาก เขาทำไปเพราะหน้าที่ของวงศ์ตระกูลเสียมากกว่า

ตระกูลทากาฮาชิ เริ่มเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่รุ่นของคุณพ่อของคุณทวด ซึ่งในสมัยนั้น ท่านเป็นเพียงนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งซึ่งทางตระกูลได้จับพลัดจับผลูมาอยู่ที่ประเทศไทยอย่างกะทันหัน หลังจากเขาศึกษาวิชาแพทย์จบแล้ว ก็เริ่มเข้าสู่วงการธุรกิจ โดยเริ่มแรกเปิดเป็นคลินิกเล็ก ๆ ก่อนจะขยายเป็นโรงพยาบาลทากาฮาชิ ที่ในปัจจุบันมีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศ

“ครับ” เซจิตอบกลับ ท่าทางของเขาเหนื่อยล้าเต็มทน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังฝืนเรียนต่อไป และในที่สุด ความพยายามของเขาก็เป็นผล เมื่อเขาสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยระดับท็อปของประเทศได้

แต่ถึงอย่างนั้น ทางครอบครัวก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นและแสดงความยินดีกับเขาแต่อย่างใด ซึ่งหากเป็นครอบครัวอื่น ซึ่งอยู่ในสังคมที่ค่านิยมในการเรียนวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ค่อนข้างสูงอย่างสังคมประเทศไทยแล้ว คงปิดซอยฉลองให้กับลูกหลานของตนกันเสียยกใหญ่ แต่กับทางตระกูลทากาฮาชินั้น การสอบเข้าคณะแพทย์ได้ พวกเขากลับมองว่าเป็นเรื่องปกติที่ทายาทประจำตระกูลของตนสามารถทำได้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

ตั้งแต่เล็กจนโต ถึงแม้ว่า เซจิ จะสอบได้ที่หนึ่งของรุ่นในโรงเรียนระดับท็อปประเทศ แต่เขาก็ไม่เคยได้รับคำชมหรือของขวัญแต่อย่างใด มีเพียงในช่วงวันเกิดเท่านั้น ที่เขาจะได้รับของขวัญจากพ่อกับแม่ ซึ่งก็เป็นของขวัญที่พ่อกับแม่ไม่ได้ตั้งใจเลือกสักเท่าไหร่นัก นอกจากนี้ยังจัดงานเลี้ยงฉลองร่วมกับลูกสาวของเพื่อนแม่คนหนึ่งอยู่ตลอด

เขาไม่ชอบเลยสักนิด ไม่ใช่เพราะน้องของขวัญหรอกนะ แต่เป็นเพราะเขาไม่ชอบความใส่ใจที่แตกต่างกันระหว่างครอบครัวของพวกเขาทั้งสองต่างหาก ครอบครัวของของขวัญอบอุ่นและเลี้ยงลูกอย่างเอาอกเอาใจ ส่วนเขากับน้องชายนั้นต่างออกไปอีกขั้วหนึ่งเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ ของขวัญที่เขาได้รับก็เป็นเพียงแค่การเปิดสุ่มจากนิตยาสารรายเดือนเท่านั้น หากเปิดเจออันไหนก็จะซื้อสิ่งนั้นให้เป็นของขวัญกับเขา มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาเคยได้รถซุปเปอร์คาร์ตอนอายุเพียงสิบขวบเท่านั้น และถ้าหากพ่อกับแม่ใส่ใจจริง คงไม่ซื้อสิ่งของที่เด็กอายุสิบขวบไม่สามารถใช้การได้มาเป็นของขวัญให้กันหรอก ประหนึ่งไม่ได้ตั้งใจจะมอบของขวัญให้เขาเลยสักนิด

และคนที่ขึ้นชื่อว่าต้องเพอร์เฟ็กต์ทุกระเบียบนิ้วอย่างเซจิเอง ก็ไม่ชอบที่จะถูกนำจุดที่แตกต่างกันตรงนี้มาเปรียบเทียบนัก

‘สอบได้ที่หนึ่งไม่มีของขวัญให้ไม่เป็นไร แต่จัดงานเลี้ยงวันเกิดให้ทั้งที ตั้งใจจัดให้หน่อยก็ทำให้กันไม่ได้...’ สิ่งนี้เป็นความจริงที่อยู่ภายในเซจิมาตั้งแต่เด็ก

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดีกว่าไม่ให้ความสำคัญกับวันคล้ายวันเกิดของเขาเลยแหละนะ

จนกระทั่งถึงวันคล้ายวันเกิด เมื่อเขาเข้าสู่ชีวิตมหาลัย เขาก็เริ่มไม่ต้องการความใส่ใจจากพ่อและแม่อีกต่อไปแล้ว...

“เซจิ อยู่ค้างบ้านสักคืนสิ ไหน ๆ ก็กลับบ้านมาแล้ว” อาน้ำ แม่ของหนุ่มหล่อทั้งสองเอ่ยขึ้นหลังจากที่งานเลี้ยงวันเกิดได้จบลงอย่างเป็นทางการเรียบร้อย ต่างคนต่างก็ต้องต่างแยกย้ายกันไป และเซจิเองก็ต้องกลับคอนโดตัวเองเช่นกัน เขาแยกออกมาอยู่คอนโดคนเดียวหลังจากที่เข้ามหาลัย เพราะต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ไม่บ่อยนักที่เขาจะได้กลับมาบ้าน

“วันนี้ผมคงค้างบ้านไม่ได้ ช่วงนี้สอบทุกอาทิตย์เลย ต้องนัดติวหนังสือกับเพื่อนน่ะครับ”

“น่าเสียดายจัง อาว่าจะให้ช่วยติวหนังสือให้ของขวัญซะหน่อย เห็นบอกว่าอยากเข้าเรียนมหาลัยเดียวกับเซจิด้วยนะ” อาพราวแม่ของของขวัญบอกขึ้นอีกแรง เผื่อว่าเซจิจะเปลี่ยนใจ เธอรู้ว่าเพื่อนสาวของตนคิดถึงลูกชายมากแค่ไหนแต่สุดท้ายก็ยังคงได้คำตอบแบบเดิมกลับมา

“ไว้วันหลังแล้วกันนะครับ…อาพราว ผมไปก่อนนะครับแม่” เซจิลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหมุนตัวหันหลังเดินจากไปโดยไม่มีคำอำลา ก่อนจะเดินไปที่รถของตัวเองเพื่อรีบไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเขาเป็นสถานที่ที่เขานัดเพื่อน ๆ นัดเจอกันเอาไว้

อันที่จริงก็ไม่ได้ติวหนังสืออย่างที่บอกแม่กับอาพราวหรอก แต่เป็นการฉลองวันเกิดอีกรอบหนึ่ง แบบที่เขาต้องการมาตลอดยังไงล่ะ ฉลองวันเกิดโดยที่ไม่มี(น้อง)ของขวัญ…

“เซจิ ไอจัสตินว่างนะ ไปเจอกันที่ร้านเดิมแล้วกัน” ชายหนุ่มอายุรุ่นเดียวกันกับเขาเอ่ยขึ้น เขามีชื่อว่า มาร์ติน อีแวนสัน นักศึกษาจากคณะทันตะ และจัสตินที่เขาพูดถึงก็คือน้องชายฝาแฝดของเขาซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในรงเรียนเตรียมทหาร เรียกได้ว่าเป็นว่าที่นายร้อยอนาคตไกลนั่นเอง และเนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของเพื่อนในกลุ่ม จัสตินจึงลงทุนขอเขียนใบลาเพื่อออกมาร่วมฉลองข้างนอกกันเลยทีเดียว “กูบอกพวกไอเป็นหนึ่งกับภีมละ เดี๋ยวน่าจะตามกันมา”

หากถามว่าคนโลกส่วนตัวสูงอย่างเซจิมีผองเพื่อนเยอะขนาดนี้ได้อย่างไรนั้น ก็คงต้องเกริ่นความไปถึงชั้นประถม พวกเขาเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยยังแบเบาะ เนื่องด้วยที่บ้านค่อนข้างสนิทกันและจัดงานเลี้ยงค่อนข้างบ่อย พวกเขาจึงมีโอกาสได้เจอกันบ่อยครั้งจนเริ่มสนิทกันในที่สุด และทุกคนในที่นี้ก็รู้จักน้องของขวัญกันทั้งนั้น

“พวกมึงไม่ต้องแห่กันมาหรอก วันเกิดกูไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น” เขากล่าวเสียงเหนื่อยหน่ายตามประสาคนไม่ค่อยชอบเข้าสังคมนัก ลำพังแค่ตื่นไปเรียนตอนเช้าก็เหนื่อยมากพอแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากฉลองวันเกิดโดยไร้น้องของขวัญละครอบครัวของตน จึงยอมที่จะมาตามนัดหมายของผองเพื่อน

หากพบเจอแค่ผองเพื่อน เขาก็ไม่ติดใจอะไรอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ พวกเขากำลังจะไปฉลองในร้านซึ่งเต็มไปด้วยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน และเกินกว่าครึ่งหนึ่งในนั้นรู้จักเขากันเกือบหมด เพียงแค่คิดก็เหนื่อยแล้วสำหรับพวกโลกส่วนตัวสูงดังเช่นเขา

“วันเกิดเดือนคณะแพทย์ทั้งทีเลยนะเว้ย” มาร์ตินกล่าวก่อนจะเข้ามาใช้แขนพาดคอของเซจิเอาไว้ แล้วเดินไปที่รถด้วยกัน

@CLUB JB

แสงไฟภายในผับสาดส่องไปทั่วประกอบกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม ทำเอาบีบจังหวะหัวใจคนในผับได้เป็นอย่างดียิ่งมีแอลกอฮอล์ในร่างกายด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนถึงใจง่ายในสถานที่แบบนี้นัก

หลังจากมาถึงร้าน ก็พบว่าทุกคนในกลุ่มมารวมตัวกันหมดแล้ว และด้วยความที่ผองเพื่อนในกลุ่มนี้เป็นถึงหนุ่มป๊อปปูล่าร์ ถึงขนาดเคยครองตำแหน่งเดือนคณะทั้งห้าของมหาวิทยาลัย จึงเรียกเสียงฮือฮาในบรรดากลุ่มนักศึกษาเป็นอย่างมาก

“ไอจัส ไม่ทักทายพี่หน่อยเหรอวะ” มาร์ตินเอ่ยเรียกน้องชายฝาแฝดของตน ซึ่งรูปร่างหน้าตาของพวกเขาเรียกได้ว่าเหมือนกันอย่างกับจับวาง เหมือนกันถึงขนาดที่ว่าหากไม่ใช่พ่อ แม่ หรือเพื่อนที่สนิทกันมาก จะไม่สามารถแยกพวกเขาได้เลย

แต่สำหรับเซจิแล้ว การจะแยกพวกเขาออกจากกันนั้นช่างง่ายดายนัก เขาสามารถจับจุดสังเกตได้ตรงลักษณะนิสัย มาร์ตินคนพี่ค่อนข้างเฟรนด์ลี่และเข้าถึงง่าย รูปร่างเปราะบางกว่าคนน้อง ซึ่งเป็นถึงนักเรียนนายร้อยทหารที่มีบุคลิกขลึงขลังพร้อมลุยมากกว่า

“ก็คุยกันอยู่ทุกวัน จะให้ทักทายอะไรหนักหนา” จัสตินทำท่าเหนื่อยหน่ายใจใส่พี่ชายของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเดินมาแล้วสวมกอดเขา เป็นการทักทายตามสไตล์ลูกครึ่งอเมริกาของพวกเขา

หากพูดถึงเรื่องความเปราะบางของมาร์ตินคนพี่แล้วตอนช่วงมัธยมปลาย เขาเคยอ่อนแอถึงขนาดที่ว่าน้องชายฝาแฝดอย่างจัสติน ต้องสวมรอยมาเป็นตัวเขาเพื่อจัดการพวกที่มารังแกพี่ชายของตนในโรงเรียนเลยทีเดียว ส่วนเรื่องวิธีการสลับตัวนั้น เซจิก็ไม่อาจทราบได้เหมือนกัน

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์เดือนคณะแพทย์ ดูจากสภาพมึงแล้ว กูขออวยพรให้มึงได้นอนครบแปดชั่วโมง เดี๋ยวใบหน้าหล่อ ๆ จะเสียหายหมด” เมื่อเห็นเจ้าของงานวันเกิด ชายหนุ่มอีกคนก็รีบกล่าวอวยพรทันที

“เดือนคณะแพทย์อะไรของมึง กูปีสามแล้ว”

“แต่ก็ยังครองตำแหน่งเดือนคณะแพทย์ขวัญใจของน้อง ๆ ถึงสามปีเลยนะ ถึงจะผ่านไปนานแล้ว แต่ก็ยังมีคนตามกรี๊ดพวกเรามากกว่าพวกเด็กปีหนึ่งที่มารับตำแหน่งต่อซะอีก”

คำพูดคำจาที่แสดงถึงความมั่นหน้าขนาดนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก โฮป ปพนธีร์ ปัญญารัศมิ์สกุล นักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ ความมาดมั่นและวาทศิลป์ถือเป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์ของเขา จนบางครั้งเพื่อนในกลุ่มก็อยากจะพากันแทรกแผ่นดินหนีด้วยความอายแทน

“มึงเลิกจ้อเสียงดังได้แล้ว กูอายคนอื่นเขา รู้ว่าพวกกูหล่อ แต่มึงไม่ต้องนำเสนอขนาดนั้นก็ได้” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงโซฟาในห้องวีไอพีกล่าวขึ้น ท่าทางของเขาดูภูมิฐานและโตเป็นผู้ใหญ่มากที่สุดในห้องนี้ อีกทั้งชื่อเสียงของเขายังดังก้องไปในหมู่นักธุรกิจหลายคนด้วย

เพราะเขาคือ เป็นหนึ่ง อมรสิริโยธิน หรือที่เพื่อนชอบเรียกกันว่า ไอ้ที่หนึ่ง เพราะเขามักจะเป็นที่หนึ่งในทุกเรื่องที่ตัวเองสนใจ รวมไปถึงการเป็นที่หนึ่งของการแข่งขันประกวดเดือนมหาวิทยาลัยเมื่อสามปีก่อนด้วย นอกจากนี้เขายังถือเป็นทายาทของเคเอกรุ๊ปซึ่งครอบคลุมธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหา ห้างร้าน หรือแม้แต่ธุรกิจการบินก็ตาม รวมถึงเป็นเจ้าของร้านนี้ด้วย…

“สรุปพวกมึงมาฉลองวันเกิดกูหรือมาทะเลาะกันวะ” เซจิที่เงียบอยู่นานเอ่ยปากขึ้น “ดูอย่างไอเท็มดิ ออกจะเรียบร้อย”

“นั่งเล่นเกมทั้งวันเนี่ยะนะ” โฮปกล่าวขึ้นก่อนจะปรายตามองไอเท็มซึ่งกำลังหมกมุ่นกับการเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือ

“กูศึกษารูปแบบเกมเว้ย” ไอเท็มสวนกลับ แล้วตั้งใจเล่นเกมต่อไป น้อยครั้งที่เขาจะเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ นอกเสียจากว่ามีสิ่งที่เรียกสายตาและความสนใจจากเขาได้จริง แต่ก็อย่างว่า เขาเป็นถึง ไอเท็ม ธนวินท์ วราเจริญภิวัฒน์ โปรเพลย์เยอร์เกมยิงชื่อดัง หากจะนั่งเล่นเกมตลอดเวลาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่ที่น่าฉงนก็คือ เขากลับสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาวิศวคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยระดับท็อปประเทศได้ ถึงแม้จะนั่งเล่นแต่เกมทั้งวันทั้งคืนก็ตาม

“แล้วไอภีมหายหัวไปไหนวะ”

“มันบอกว่าไปหาซื้อของอะไรก็ไม่รู้ เดี๋ยวคงมามั้ง”

“นินทากูอยู่เหรอวะ” ไม่นานชายหนุ่มที่ถูกเอ่ยถึงก็ปรากฎตัว และดูเหมือนว่าจะเป็นแขกคนสุดท้ายของงานนี้

“เปล่า กูคิดว่ามึงจะเบี้ยวนัด เห็นพูดซะดิบดี” จัสตินกล่าวสวน สองคนนี้ตอนเรียนมัธยมต้นถือว่าเป็นคู่อริกันเลยทีเดียว แต่ตีกันไปตีกันมา กลับกลายเป็นเพื่อนกันไปเสียอย่างนั้น เรียกได้ว่าสองคนนี้เป็นคู่ซี้กันเลยทีเดียว เพราะเลือดร้อนด้วยกันทั้งคู่ ตอนมัธยมปลายจึงชวนกันไปสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยด้วยกัน แต่ติดตรงที่ว่าสอบกันคนละเหล่าทัพ ภีม ภัครพล อัฎฐกรเมธา เลือกเข้ากองทัพเรือ ส่วนจัสตินเข้ากองทัพบก

“กูไปหาซื้อของขวัญมาเว้ย วันเกิดก็ควรมีของขวัญให้เจ้าของวันเกิดป่าววะ” หลังจากกล่าวจบ ชายหนุ่มผู้มีชื่อว่าภีมก็ยื่นกล่องของขวัญไปทางเซจิ

“ซึ้งใจว่ะ” เซจิกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะรับกล่องของขวัญไป “ขอบใจมากมึง”

“ไม่เห็นต้องลำบาก กูเตรียมไว้แล้ว มีให้พวกมึงทุกคนด้วยนะ” เป็นหนึ่งกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นยืน หลังจากนั้นเขาก็เดินไปเปิดประตูห้องวีไอพีออก ก่อนจะมีขบวนสาว ๆ แห่กันเดินออกมา “และสำหรับมึงด้วย ไอโฮป”

สิ้นประโยคนั้นก็มีชายหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลาคนหนึ่งเดินเข้ามา เป็นหนึ่งทราบรสนิยมของเพื่อนทุกคน จึงสรรหาหญิงสาวและชายหนุ่มมาได้อย่างตรงใจ

หลังจากนั้น งานเลี้ยงฉลองวันเกิดโดยไม่มีของขวัญก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ....

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ลูกหนี้ตีตรา
8.6
ความรักและการทดแทนบุญคุณที่ไร้ค่าสิ้นสุดลงเมื่อคมน์ตระหนักได้ว่าหัวใจของต้นหลิวไม่เคยมีเขาอยู่เลย แม้เธอจะเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักและดูแลมาทั้งชีวิต ทว่าสายตาที่แสนห่างเหินและเต็มไปด้วยความตัดพ้อที่เธอแสดงออกเสมอมา กลับกลายเป็นลิ่มหนามที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาจนเกินจะแบกรับไหว ในที่สุดเมื่อความอดทนทลายลง คมน์จึงเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความจริงอันแสนทรมานเพื่อจบสิ้นพันธะผูกพันที่ปราศจากความรู้สึกนี้ เขาตัดสินใจเอ่ยปากขอหย่าเพื่อคืนอิสระและชีวิตที่เธอต้องการ แม้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะต้องแลกมาด้วยการสูญเสียผู้หญิงที่เขาแสนรักไปตลอดกาลก็ตาม
ภาพปกนิยายเรื่อง นางร้ายยั่วรัก
8.0
ลูกแพรต้องเผชิญกับความผิดหวังเมื่อชายสูงศักดิ์ในดวงใจปฏิเสธรักอย่างไม่ใยดีด้วยเหตุผลว่าเธอยังเด็กเกินไป ทว่าความพ่ายแพ้ครั้งนั้นกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอปฏิญาณว่าจะกลับมาคว้าหัวใจเขาให้ได้หลังเรียนจบ หลายปีผ่านไปเธอกลับมาอีกครั้งในลุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันเย้ายวน แต่หนทางรักกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเธอต้องปะทะกับผู้หญิงของเขาที่คอยหาทางกำจัดเธอทุกวิถีทาง ในเมื่อความรักครั้งนี้เต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตรายรอบด้าน เธอจึงยอมสลัดความไร้เดียงสาทิ้งไป แล้วสวมบทบาทเป็นนางร้ายสุดเจ้าเล่ห์เพื่อปกป้องรักแท้และแย่งชิงเขามาเป็นของเธอให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง กากีป้ายแดง
9.4
เพียงออแสร้งสวมบทบาทเป็นหญิงร้ายเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพีรวัส อดีตสามี แต่เขากลับแสดงความหึงหวงรุนแรงเพราะกังวลเรื่องชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของตนเอง แม้เธอจะยืนยันว่าสถานะโสดทำให้เธอมีสิทธิ์ยุ่งกับใครก็ได้ แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือ พีรวัสตัดสินใจใช้กำลังบังคับให้เธอกลับมาเป็นภรรยาของเขาอีกครั้ง พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ท่ามกลางความขัดแย้งที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนและแรงปรารถนาที่ยากจะต้านทานไหว
ภาพปกนิยายเรื่อง พ่ายเพลิงพิศวาส
9.4
ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนเปลี่ยนชีวิตของ 'สุพิชญา' ไปตลอดกาล เมื่อเธอต้องตกเป็นของเล่นบนเตียงของ 'ดิเอโก' มาเฟียคาสิโนผู้มั่งคั่ง แม้เขาจะตั้งกฎว่าจะไม่แตะต้องสาวบริสุทธิ์ ทว่าความเร่าร้อนของเธอกลับทำให้เขาหวั่นไหวอย่างคาดไม่ถึง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มองเธอเป็นเพียงที่ระบายอารมณ์และไม่มีวันคู่ควรกับฐานะภรรยา เมื่อเธอแสดงให้เห็นว่าเงินของเขาไม่มีค่าพอ แล้วตัดสินใจหนีไปพร้อมกับลูกน้อยในท้อง ดิเอโกจึงต้องทำทุกทางเพื่อล่าตัวเธอกับลูกกลับคืนมาก่อนจะสูญเสียไปตลอดไปตลอดไปตลอดไปตลอดไปตลอดไปตลอดไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง รักไร้ค่า
9.2
ชีวิตแต่งงานที่เริ่มต้นจากข้อตกลงอันไร้หัวใจกลายเป็นกรงขังที่ทรมานเจียงหว่าน แม้เธอจะรักเผยเสี้ยนสุดหัวใจ แต่เขากลับทอดทิ้งเธอไปหาหญิงอื่นในยามที่เธอต้องการเขาที่สุด ความช้ำใจครั้งนี้ทำให้เธอเลือกเซ็นใบหย่าเพื่อก้าวเดินต่อไปเพียงลำพัง ทว่าเมื่อไร้เธอเคียงข้าง มหาเศรษฐีหนุ่มกลับเพิ่งตระหนักถึงคุณค่าของภรรยาที่สูญเสียไป ท่ามกลางบรรดาหนุ่มโปรไฟล์ดีที่เข้ามาขายขนมจีบอดีตภรรยาไม่ขาดสาย เขาจึงยอมทุ่มเทเงินร้อยล้านและละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว โดยหวังว่าจะสามารถพาเธอกลับมาแต่งงานกันใหม่อีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง กากีสีดอกรัก
8.6
เมื่อพญาครุฑหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยความร้อนแรงอย่างอินทรี ปักใจเชื่อว่าธนิษฐาคือหญิงแพศยาผู้มากรัก เขาจึงลักพาตัวเธอสู่วิมานฉิมพลีเพื่อเค้นความจริง ท่ามกลางบรรยากาศเป็นใจที่ทำให้หญิงสาวหวั่นไหว เขากลับตอกย้ำเธอด้วยบทเรียนเสน่หาอันดุดันป่าเถื่อนเพราะความเข้าใจผิด คิดว่าเธอเจนจัดในโลกีย์ ทั้งยังตราหน้าว่าชื่อของเธอที่สื่อถึงอีกานั้นช่างไร้ค่าและเหมาะสมกับความคาวโลกีย์อย่างที่สุด ทว่ายิ่งพยายามทรมานเธอมากเท่าไร เขากลับยิ่งดิ่งลึกในไฟปรารถนา โดยไม่รู้เลยว่าบทลงทัณฑ์ครั้งนี้อาจต้องแลกมาด้วยหัวใจของตัวเอง