APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมมารกับผู้กล้าเป็นของคู่กันไม่ใช่เหรอ?

จอมมารกับผู้กล้าเป็นของคู่กันไม่ใช่เหรอ?

เรนกิ บก. หนุ่มไฟแรงที่ต้องย้ายมาคุมแผนกการ์ตูนวายและคอยรับมือนักเขียนสุดติสต์อย่างยูโกะ กลับเจอมรสุมชีวิตครั้งใหญ่หลังเกิดอุบัติเหตุจนวิญญาณหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของจอมมารจากมังงะเรท 18+ ที่ตนเคยดูแล ซึ่งตามบทบาทแล้วเขาต้องตกเป็นเบี้ยล่างและถูกผู้กล้าหนุ่มรังแกอย่างทารุณ แม้เรนกิจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมอันแสนวาบหวามนี้ ทว่าเขากลับไม่สามารถสลัดการตามตื้อของท่านผู้กล้าพ้น อีกทั้งยิ่งดิ้นรนเขาก็ยิ่งค้นพบความจริงอันน่าตกตะลึงที่ถูกซุกซ่อนไว้ในมิติมังงะแห่งนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ณ อาณาจักรกริฟส์ ในทุกๆ หนึ่งร้อยปีจะมีผู้กล้าถือกำเนิดพร้อมกับพลังเวทย์แห่งแสงซึ่งมีพลังเหนือกว่าเวทย์อื่นๆ

ไม่ว่าจะเกิดในชนชั้นใด คนคนนั้นจะเป็นใคร เมื่อได้รับพรจากพระเจ้า ล้วนถูกเลือกให้เป็นผู้กล้า เด็กคนนั้นจะถูกเลี้ยงดูโดยโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์นามว่า ‘คีรีแห่งแสง’ ถูกฝึกฝนในฐานะวีรบุรุษ และคอยปกป้องอาณาจักรกริฟต์อันยิ่งใหญ่

และแล้ว หนึ่งร้อยปีก็เวียนมาบรรจบ หญิงสาวยากไร้จากหมู่บ้านกันดาร ได้ให้กำเนิดเด็กชายคนหนึ่ง

เด็กชายที่มีสายอื่นเจือปน หากแต่ถูกเลือกโดยพระเจ้า

หลังจากหัวหน้าหมู่บ้านล่วงรู้ ชีวิตของเด็กชายวัยสามขวบก็ได้เปลี่ยนไป เขาถูกซื้อตัวโดยโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ นอกจากต้องพลัดพรากกับมารดาซึ่งเป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว เด็กชายยังถูกตั้งชื่อใหม่ว่า ‘เอลเลียต โอฮาดอล์ก’

สิบเจ็ดปีผ่านไป เด็กที่ถูกเลี้ยงดูจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์เติบโตเป็นชายหนุ่มหล่อเหลา แต่ก็ต้องฝึกฝนและถูกทดสอบอย่างหนักทุกวี่วัน พร้อมกับทำหน้าที่ปกป้องราชอาณาจักร ปราบปรามสิ่งชั่วร้าย

ทว่ารางวัลที่ได้รับหาใช่ความภาคภูมิใจ หากเป็นหัวใจที่ค่อยๆ เย็นชืดทีละน้อยพร้อมกับความสงสัย

ไม่มีอะไรกระตุ้นหัวใจที่เย็นชืดนี้ได้เลยเหรอ...

อะไรก็ได้

อะไรก็ได้

เอลเลียตคิดขณะยืนรับลมกลางคืนบนหอคอยสูง

อาจเป็นความคิดที่ไม่เหมาะสมกับคำว่า ‘ผู้กล้า’ ทว่าความตื่นเต้นที่ต้องการก็ไม่ใช่ความรื่นรมย์ที่ได้รับจากอิสตรี ว่ากันตามจริง ถึงเอลเลียตได้รับอนุญาตให้สร้างครอบครัวตั้งแต่สามปีที่แล้ว และมีสตรีมากมายเข้ามาเสนอตัว แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น ไม่ว่าจะกับสตรีหน้าไหนก็ตาม

สิ่งที่รอคอยจริงๆ เหมือนไม่ได้อยู่ที่นี่ ก้นบึ้งในจิตใจบอกเขาเช่นนั้น

ระหว่างนั้นเอง จู่ๆ ท้องฟ้าก็มีสภาพแปรปรวน ก้อนเมฆมืดครึ้มลอยไปรวมตัวกันทางทิศตะวันตก กระแสลมกรรโชกแรงคละเคล้ากับกลิ่นคาวโลหิต

ตลอดหลายปีที่ศึกษาตำราประวัติศาสตร์แห่งผู้กล้า เอลเลียตรู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้คือสัญญาณของการลืมตาตื่นของจอมมาร

เหนืออื่นใด หัวใจที่เย็นชืดของเอลเลียตร้อนผ่าวด้วยความตื่นเต้น

[ท่านเอลเลียต ท่านวิลลอสเรียกพบขอรับ]

เสียงของชายวัยกลางคนแทรกเข้ามาในความคิด นี่คือ [เวทย์สื่อสาร] เป็นพื้นฐานของนักเวทย์

[เข้าใจแล้ว ข้าจะไปเดี๋ยวนี้]

‘วิลลอส โอฮาดอล์ก’ ผู้นำลัทธิคีรีแห่งแสง และเป็นบิดาบุญธรรมของเอลเลียต เรียกพบด่วนอย่างนี้ ฝ่ายนั้นคงเห็นปรากฏการณ์ประหลาดเมื่อสักครู่แล้ว

คิดจบ เอลเลียตใช้ [เวทย์เคลื่อนย้าย] พาตัวเองมาที่โถงส่วนกลางของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ในชั่วพริบตา

“ท่านเอลเลียตมาแล้วขอรับ”

หลังจากหัวหน้านักเวทย์อายุห้าสิบกว่าๆ เดินเข้าไปรายงานวิลลอส ผู้นำลัทธิคีรีแห่งแสง ซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่และกำลังมองออกไปข้างนอกนั้น ชายผู้อยู่ในชุดนักบวชสูงสุดก็ส่งเสียงตอบรับ “อืม” ก่อนหมุนร่างกลับมา แล้วเดินเข้ามาหาเอลเลียต

ทว่าในห้องโถงนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาสามคน ข้างหลังของวิลลอสคือ ‘เวโรนิก้า โอฮาดอล์ก’ บุตรสาวที่อยู่ในวัยบานสะพรั่ง

สายตาของเวโรนิก้าตอนมองเอลเลียตบอกความรู้สึกไปถึงไหนต่อไหน ยิ่งตอนนี้เธออายุสิบหกย่างสิบเจ็ด การแสดงออกนับวันยิ่งชัดเจน

ถึงอย่างนั้น ชายหนุ่มยังแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น และไม่สนใจความรู้สึกของเด็กสาว

“เอลเลียต เมื่อครู่เจ้าคงเห็นท้องฟ้าที่แปรปรวนนั่นแล้ว” วิลลอสกล่าวเข้าเรื่องด้วยสีหน้าจริงจัง

“ท้องฟ้าแปรปรวนผสมกลิ่นของโลหิต ข้าสังหรณ์ใจว่า เหตุการณ์ประหลาดครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่อันตราย”

เอลเลียตบอกสิ่งที่ตนสังหรณ์ แต่ถ้าเทียบกันแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดที่เขาจัดการไมได้

วิลลอสเห็นด้วย “เจ้าคิดไม่ผิด ข้าเองก็สัมผัสถึงไอชั่วร้ายได้ลางๆ ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้เกิดที่หมู่บ้านกันดารก็คงมาจากดินแดนรกร้าง เอลเลียต เจ้าจงไปตรวจสอบ จะพาอัศวินหรือนักเวทย์ไปกี่คนก็ได้ แต่ถ้าสิ่งนั้นเป็นอันตรายต่ออาณาจักรกรีฟส์ เจ้าจงรีบกลับมาเตรียมทัพทันที”

หมู่บ้านกันดารที่ว่าอยู่ใกล้กับดินแดนรกร้าง ดินแดนที่เต็มไปด้วยสิ่งชั่วร้ายมีขนาดกว้างขวางเกือบเท่ากับอาณาจักรหนึ่ง นอกจากนักผจญภัยระดับสูง น้อยนักจะมีมนุษย์สักคนย่างกายเข้าไปใกล้ เนื่องจากสถานที่แห่งนั้นถือเป็นสถานที่ที่อันตราย และอยู่นอกเขตปกครองของราชอาณาจักร

“ท่านพ่อบุญธรรม ให้ข้าไปที่นั่นคนเดียวจะสะดวกกว่า ถ้ามีอันตรายจริงๆ ข้าคนเดียวยังหนีได้ทัน”

“จริงของเจ้า”

“แต่ว่า...”

ขณะที่วิลลอสกับเอลเลียตปรึกษาเรื่องภารกิจ เสียงของเวโรนิก้าแทรกขึ้น ทุกคนในห้องโถงจึงเลื่อนสายตาไปมองเธอ

“มีอะไร เวโรนิก้า” วิลลอสถามบุตรสาว

“ท่านพ่อ จะให้ท่านพี่เอลเลียตไปตรวจสอบสิ่งที่ไม่รู้คนเดียวจริงๆ เหรอคะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น...”

เวโรนิก้าทักท้วง แต่เธอก็พูดไม่จบประโยคดีนัก วิลลอสผู้เป็นบิดาที่รู้จิตใจของบุตรสาวรีบกล่าวแทรกเพราะไม่อยากเสียเวลา

“นี่คือหน้าที่ของผู้กล้าอย่างเอลเลียต แค่ตรวจสอบที่มาของปรากฏการณ์ประหลาดเท่านั้นเอง ภารกิจครั้งนี้ไม่ได้ไปเพื่อต่อสู้”

“แต่ข้าเป็นห่วงท่านพี่เอลเลียต”

“เวโรนิก้าเอ๋ย อย่าลืมว่าผู้กล้ามีเวทย์เคลื่อนย้ายระดับสูง สามารถไปไหนมาไหนได้ในชั่วพริบตา เดินทางได้รวดเร็วกว่าใครๆ เจ้าไม่ต้องกังวลไป”

“เจ้าค่ะ”

เด็กสาวตอบหลังจากกัดริมฝีปากล่างและครุ่นคิดอยู่สักพักใหญ่ๆ

ต่อให้เป็นคนโง่ที่สุด แต่ด้วยสายตาและคำพูดของเวโรนิก้า ทุกคนจึงรู้ดีว่าเธอมีใจให้กับเอลเลียต ถึงอย่างนั้น ผู้กล้าหนุ่มยังคงแสร้งทำเมินความรู้สึกดีๆ ที่เด็กสาวมีให้

ไม่ใช่ว่าเวโรนิก้าไม่คู่ควร แต่อย่างที่บอก เอลเลียตหาได้สนใจความจำเจ ส่วนลึกในจิตใจของเขามีความคลุ้มคลั่งยิ่งกว่านี้ สิ่งที่จะมาเติมเต็มได้ไม่ใช่เธอ

หัวใจราวกับว่ากำลังรอคอยใครบางอยู่ เอลเลียตคิด

อย่างไรเสีย เอลเลียตเองก็ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ หลังจากรับภารกิจ เขาจึงขอตัวกลับห้องตัวเองในทันที

ค่ำคืนนั้น ทันทีที่เอลเลียตกลับมาถึงห้อง เขาหยิบดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นสะพายหลัง ก่อนจะใช้เวทย์เคลื่อนย้ายขั้นสูงตัวเองมาที่หมู่บ้านกันดาร สถานที่ที่เคยมาแล้วหลายครั้ง

เดิมที พื้นที่แห่งนี้มีพลังเวทย์ด้านลบเจือจางอันเนื่องจากอยู่ใกล้กับดินแดนรกร้าง สถานที่ซึ่งเผ่าปีศาจอาศัยอยู่ ทว่าการมาดูลาดเลาครั้งนี้ เหมือนไอชั่วร้ายของปีศาจจะเข้มข้นกว่าเดิมมาก

ในดินแดนรกร้าง เกิดอะไรขึ้นกันแน่

หลังจากชั่งใจครู่หนึ่ง เอลเลียตใช้ [เวทย์ไร้ตัวตน] เพื่อลบจิตสังหารและกลิ่นอายของตัวเอง จากนั้นใช้ [เวทย์เคลื่อนที่ความเร็วสูง] เข้าไปในดินแดนรกร้าง หลบใต้เงามืดของต้นไม้ใหญ่บ้าง ซากปรักหักพังบ้าง อย่างไม่รีบไม่ร้อน ในที่สุดก็เข้ามาในเขตที่ลึกที่สุด

“เฮ้อ...ในที่สุดก็ได้เข้าไปที่แดนมนุษย์แล้ว”

เสียงทุ้มกังวานดังขึ้นไม่ไกล เอลเลียตเลื่อนสายตามอง คนพูดคือโอเกอร์ร่างใหญ่ที่มีดาบใหญ่สะพายข้างหลังสองเล่ม นั่นคือดาบคู่ในตำนาน ผู้นำเผ่าโอเกอร์เท่านั้นจะสามารถครอบครองได้

แต่คำพูดนั้น หมายความว่าอย่างไร

“ถึงจะไม่ใช่สิ่งที่ข้าคาดหวังจริงๆ แต่การรุกรานดินแดนมนุษย์ในรอบหลายร้อยปีครั้งนี้ อาจทำให้ข้าได้ยืดเส้นยืดสายได้บ้าง หรือข้าควรจะขัดเขี้ยวรอไว้เลยดีล่ะ”

คำพูดนี้มาจากบุรุษที่มีเขี้ยวแวมไพร์

“แต่ก็นะ นายท่านยังไม่ได้สรุปว่าจะเลือกใครติดตาม อาจจะเป็นข้าก็ได้”

“หึ ยังเหลือเวลาอีก ถึงตอนนั้นก็ยังไม่แน่เลย บางทีจอมมารอาจเลือกข้า”

เมื่อพวกเขาสนทนามาถึงตรงนี้ เอลเลียตถึงได้เข้าใจอะไรๆ เพิ่มขึ้น

จอมมาร?

ตามคัมภีร์ประวัติศาสตร์ ไม่มีการลืมตาตื่นของจอมมารมาเป็นร้อยๆ ปี แต่ตอนนี้กลับมีจอมมารตนใหม่ และพวกเขากำลังวางแผนรุกรานดินแดนมนุษย์ ซึ่งดูเหมือนจะไม่เกินสองวันข้างหน้า

เอลเลียตใช้ [เวทย์เคลื่อนย้ายขั้นสูง] พาตัวเองกลับมาที่โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ รายงานเรื่องนี้ต่อวิลลอสทันที

“สรุปแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือจัดเตรียมกองทัพ!”

วิลลอสถามความเห็นของชายหนุ่ม

“ครับ”

“คาดว่าเจ้าคงประเมินสถานการณ์มาดีแล้ว ต้องใช้อัศวินสักกี่นาย จำเป็นต้องให้อัศวินศักดิ์สิทธิ์ออกโรงด้วยไหม เจ้าสรุปมาได้เลย”

อัศวินและอัศวินศักดิ์สิทธิ์แตกต่างกันนิดหน่อย อัศวินคือทหารรับใช้อาณาจักร แต่อัศวินศักดิ์สิทธิ์จะฟังคำสั่งจากวิลลอสโดยตรง แน่นอน ภาระหน้าที่ย่อมไม่เหมือนกัน

ถึงจะเป็นคำพูดที่สวยหรูและให้เกียรติผู้กล้า แต่ความหมายลึกๆ วิลลอสต้องการผลักภาระทั้งหมดมาให้เอลเลียต

“ข้าต้องการอัศวินหนึ่งพันนายครับ ท่านพ่อบุญธรรม”

อันที่จริง แค่เอลเลียตคนเดียวก็สามารถยับยั้งการรุกรานของจอมมารได้ในระดับหนึ่ง แต่เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด และถูกผู้นำลัทธิคีรีแห่งแสงอย่างวิลลอสซ้ำเติม จึงต้องเตรียมกองทัพหนึ่งพันนายเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

การรุกรานที่จะนำไปสู่สงคราม อยากรู้ว่าจอมมารตนใหม่จะมีความสามารถทำให้เป็นเช่นนั้นหรือไม่

เบื้องหน้าเอลเลียตยืนสงบนิ่ง คนทั่วไปคงคิดว่าเขาคงกำลังวางแผนรับมือกับจอมมารอยู่ในหัว หากลึกลงไป เอลเลียตกำลังยิ้ม และรอยยิ้มของเขาก็ชั่วร้ายยิ่งกว่าจอมมารตนไหนๆ เสียอีก

ใช่ หลังจากรับรู้การลืมตาตื่นของจอมมาร หัวใจที่เย็นชืด รอคอยอะไรบางอย่างมากระตุ้น ตอนนี้ได้เต้นแรง เป็นความตื่นเต้นที่รอคอยมานาน...

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เมียสายมูพารวย! ปลูกผักก็ปัง รักก็รุ่ง
9.0
หลินเยว่เลี่ยงเดินทางข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่โดนข่าวลืออันตรายทำลายชื่อเสียงจนครอบครัวตกอยู่ในความยากลำบาก ไม่มีทางหนีออกจากสถานการณ์ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจยอมแต่งงานกับชายหนุ่มจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีรอยแผลเป็นบนร่างกาย เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านสามี เธอต้องเผชิญกับภาระปัญหามากมาย พ่อของสามีป่วยเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แม่เลี้ยงมีอุบายเจ้าเล่ห์คอยกดดัน และยังมีพี่น้องหลายคนที่สร้างเรื่องรบกวนเธอไม่หยุด แต่หลินเยว่เลี่ยงไม่ได้มาถึงโลกนี้ด้วยมือเปล่า เธอพกพาระบบฟาร์มและพลังวิเศษที่มาจากเกมที่เธอสร้างขึ้นเอง เธอใช้พลังพิเศษปลูกผักสุดพิเศษขายสร้างรายได้ให้ครอบครัว ค่อยๆแก้ไขปัญหาทางการเงินของบ้านทีละอย่าง เธอเชื่อว่าเพียงแค่เธอและสามีคอยเคียงข้างกัน มีปัญหาอะไรก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ตามที่เธอคิด เมื่อทั้งสองคู่สมรสครองรักกันอย่างเข้มแข็ง โชคลาภก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างอัศจรรย์ ความเป็นอยู่ของทั้งครอบครัวค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่อาการป่วยของพ่อสามีก็ทุเลาลงจนเกือบหายดี สามีที่เคยเป็นคนหน้าเคร่งขรึม ไม่ค่อยพูดจา ก็เปลี่ยนใจกลายเป็นคนอ้อนรัก ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาจะรักและตามใจภรรยาผู้นำโชคคนนี้ไปตลอดชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน
9.2
เมื่อความรักและความภักดีของไป๋ชิงที่มอบให้ลู่เฉิน กลับได้รับเพียงความเย็นชาและการรับอนุภรรยาเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน นางจึงเลือกที่จะจบชีวิตคู่ด้วยการหย่าร้าง แม้ช่วงแรกชายหนุ่มจะยอมปล่อยมืออย่างง่ายดาย ทว่าหลังจากนั้นเขากลับคอยตามง้อขอคืนดีอย่างไม่ลดละ แต่ทว่าหัวใจที่พังทลายของไป๋ชิงไม่มีวันหวนคืนไปจุดเดิม นางตั้งมั่นที่จะก้าวเดินต่อไปเพื่อตามหารักแท้ครั้งใหม่ที่ดีกว่าเดิม พร้อมทั้งพิสูจน์ให้ทุกคนได้ประจักษ์ว่า สตรีที่หย่าร้างเช่นนางก็สามารถมีชีวิตรักที่รุ่งโรจน์และมีความสุขได้อย่างภาคภูมิโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอดีตสามีอีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าจับจิ้งจอกตัวเมียได้หนึ่งตัวในสวนหลังบ้าน
8.3
เมื่อชายหนุ่มตัดสินใจเลี้ยงดูจิ้งจอกตัวน้อยที่เขาบังเอิญเจอในสวนหลังบ้าน ชีวิตธรรมดาของเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะสัตว์เลี้ยงขนฟูตัวนี้ซ่อนความลับอันน่าตกใจไว้ ยามค่ำคืนที่แสงจันทร์ส่องสว่าง ร่างจิ้งจอกจะกลายร่างเป็นหญิงสาวผู้งดงามและเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจ ความน่ารักใสซื่อในยามกลางวันแปรเปลี่ยนเป็นความดึงดูดที่ยากจะต้านทานในยามราตรี ชายหนุ่มในฐานะเจ้านายต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ เขาจะควบคุมความปรารถนาของตัวเองได้อย่างไร เมื่อจิ้งจอกสาวตนนี้ช่างน่าหลงใหลจนอยากจะครอบครองเธอไว้แนบกายในทุกค่ำคืน
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวใช้ของนายท่านคือปีศาจสาวตนหนึ่ง
8.6
เพื่อความอยู่รอด ปีศาจจำต้องสูบพลังชีวิตจากมนุษย์ โดยเฉพาะพลังหยางที่ช่วยเพิ่มตบะ แต่ต้องแลกด้วยชีวิตของเหยื่อ ขณะเดียวกัน ‘หลิวเข่อซิง’ ปีศาจจิ้งจอกแดงก็ตกเป็นเป้าหมายของการไล่ล่าเพราะหัวใจของนางคือยาทิพย์เลอค่า ท่ามกลางวิกฤตนี้ ‘หานหรงเหยา’ กุนซือหนุ่มผู้ลี้ภัยมายังดินแดนชายแดนได้ยื่นมือเข้าช่วยชีวิตนางไว้ จนก่อเกิดเป็นสายใยผูกพัน ทว่าเมื่อความจริงเปิดเผยว่านางไม่ใช่คน แม้จะหวาดกลัวการถูกถลกหนัง แต่ชายหนุ่มกลับตัดสินใจยืดอกรับผิดชอบในตัวนางแทน จุดเริ่มต้นของความรักต่างเผ่าพันธุ์จึงได้อุบัติขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง The End of Love สิ้นสุดทางรัก
9.3
เมื่อโชคชะตาลิขิตให้ ฉางอี้หง หญิงสาวผู้เพียบพร้อมด้วยรูปโฉมอันงดงามและกลิ่นกายหอมรัญจวนใจ มีกายพิเศษที่รักษาบาดแผลตนเองได้ไร้รอยแผลเป็น เธอได้ตกหลุมรักคู่หมั้นหนุ่มอย่าง ต้วนชางหลาง จนหมดหัวใจตั้งแต่แรกพบ ฝ่ายชายหนุ่มเองก็เฝ้ารอคอยโอกาสที่จะได้ครอบครองและมอบความรักอันเร่าร้อนลึกซึ้งให้แก่เธอเพียงคนเดียวมาโดยตลอด แต่ภายใต้พรสวรรค์เหนือธรรมชาติและสายสัมพันธ์รักที่แสนเร่าร้อนนี้ ชะตากรรมของหญิงสาวผู้มีร่างกายสุดพิเศษคนนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไรในอนาคต
ภาพปกนิยายเรื่อง กลายเป็นท่านเทพ
7.8
จากนายน้อยผู้ตกต่ำกลายมาเป็นทาสรับใช้ หลัวเจิงได้พบความลับในการฝึกฝนกายาให้แข็งแกร่งดุจสุดยอดศาสตราโดยไม่คาดคิด ในยุคสมัยที่สงครามปะทุขึ้นและการต่อสู้เพื่อชิงความเป็นหนึ่งของเหล่านักรบหลากเผ่าพันธุ์ดำเนินไปอย่างดุเดือด เขาได้ใช้จิตวิญญาณอันแน่วแน่เข้าต่อสู้กับศัตรูรอบทิศเพื่อชำระหนี้แค้นและก้าวสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แกร่งกล้าเหนืออาวุธวิเศษใดๆ เขาจะสามารถเอาชนะขวากหนามบนหนทางสู่ความเป็นเทพเพื่อบรรลุวิถีอมตะได้หรือไม่