APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง อย่าคุกเข่าอ้อนวอน ในวันที่ฉันหมดใจแล้ว

อย่าคุกเข่าอ้อนวอน ในวันที่ฉันหมดใจแล้ว

8.9 / 10.0
ในวินาทีชีวิตที่เอเลน่าติดอยู่ในห้องนิรภัยที่กำลังจะหมดอากาศ ดันเต้ผู้เป็นสามีกลับเลือกทิ้งเธออย่างไม่ใยดีเพื่อไปช่วยหญิงชู้ เหตุการณ์เฉียดตายครั้งนั้นทำให้เธอตระหนักว่าตนเองไม่มีค่าใดๆ สำหรับเขาเลย เมื่อรอดชีวิตมาได้พร้อมความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ต้องเสียลูกในท้องไปโดยที่เขาไม่เคยรับรู้ เธอจึงตัดสินใจทิ้งใบหย่าแล้วหนีไปเริ่มต้นใหม่ ทว่าเมื่อดันเต้ได้รู้ความจริงว่าความเห็นแก่ตัวของเขาเป็นเหตุให้ต้องสูญเสียลูกไป เขากลับตามมาง้อเธอถึงนิวยอร์กอย่างหมดสภาพ พร้อมคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว แต่เอเลน่ากลับมองเขาด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เพราะรู้ดีว่าแท้จริงแล้วเขาแค่เสียดายอำนาจที่เคยควบคุมเธอได้เท่านั้น

อย่าคุกเข่าอ้อนวอน ในวันที่ฉันหมดใจแล้ว ตอนที่ 1

ในขณะที่ออกซิเจนในห้องนิรภัยกำลังจะหมดลง ฉันรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้ายวิทยุไปหาสามี

"ดันเต้... ช่วยด้วย ฉันหายใจไม่ออก"

แต่เสียงที่ตอบกลับมานั้นเย็นชายิ่งกว่าความตาย

"จัดการตัวเองไปก่อน เอเลน่า ผมกำลังพาโซเฟียออกจากเขตอันตราย"

วินาทีน้น ฉันรู้ทันทีว่าสำหรับมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่อย่าง 'ดันเต้ วิทิเอลโล' ฉันเป็นเพียงภรรยาในนามที่ไร้ค่า

เขาเลือกช่วยชู้รัก และทิ้งให้ฉันกับลูกในท้องที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตน ต้องเผชิญความตายเพียงลำพัง

ฉันรอดมาได้ แต่หัวใจของฉันตายไปแล้ว

ฉันทิ้งใบหย่าไว้บนกองเอกสารธุรกิจพันล้านของเขา แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมความลับเรื่องลูกที่จากไป

หนึ่งเดือนต่อมา ดันเต้แทบพลิกแผ่นดินหา เมื่อเขารู้ความจริงจากคลินิกว่าคืนนั้นฉันสูญเสียอะไรไปบ้าง และเขาเป็นต้นเหตุ

เขาบุกมาหาฉันถึงนิวยอร์ก สภาพดูไม่ได้ คุกเข่าลงท่ามกลางสายฝนและโคลนตม อ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว

"ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ กลับบ้านเถอะนะ"

ฉันมองผู้ชายที่เคยรักสุดหัวใจด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายปิดตายความสัมพันธ์

"คุณไม่ได้เสียใจที่ทำร้ายฉันหรอก ดันเต้... คุณแค่เสียใจที่ฉันไม่อยู่ให้คุณควบคุมแล้วต่างหาก"

บทที่ 1

Elena POV

อากาศภายในห้องนิรภัยกำลังเจือจางลงทุกวินาที

แต่นั่นยังไม่ทรมานเท่ากับเสียงของสามีที่ดังแทรกผ่านความเงียบงันมาจากวิทยุสื่อสาร

"จัดการตัวเองไปก่อน เอเลน่า ผมกำลังพาโซเฟียออกจากเขตอันตราย"

ประโยคนั้นไม่ได้เพียงแค่ตัดขาดความช่วยเหลือ แต่มันกระชากลมหายใจเฮือกสุดท้ายของฉันออกไป

มันโหดร้ายยิ่งกว่าระบบระบายอากาศที่กำลังพังเสียหายเสียอีก

ในความมืดมิดที่ค่อยๆ กัดกินสติสัมปชัญญะ ฉันกำหมัดแน่น

ถ้าฉันรอดออกไปจากกล่องเหล็กนรกนี้ได้... ฉันสาบาน

ฉันจะทำลายเกียรติยศของ 'ดันเต้ วิทิเอลโล' ให้ย่อยยับ ด้วยการพรากสิ่งเดียวที่เขาคิดว่าเป็นของตายและไม่มีวันหนีไปไหน...

นั่นคือตัวฉันเอง

...

ย้อนกลับไปเมื่อเช้านี้

แสงแดดอ่อนๆ ที่สาดส่องเข้ามาในวิลล่าหรูหราแถบชานเมืองชิคาโก ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่ที่งดงาม

แต่สำหรับฉัน... มันเป็นเพียงแสงสปอตไลท์ที่ส่องให้เห็นกรงทองที่ขังฉันเอาไว้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงขนาดคิงไซส์ที่ว่างเปล่า

พื้นที่อีกฝั่งหนึ่งของเตียงเย็นชืดไร้ร่องรอยความอบอุ่น ดันเต้ไม่ได้กลับบ้านเมื่อคืน

ฉันลุกขึ้นทำหน้าที่ประจำวัน แต่งหน้าอย่างประณีตบรรจง เก็บทุกเส้นผมให้เรียบกริบ เพื่อให้สมกับตำแหน่ง 'ภรรยา' ของ คาโป แห่งแก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง

เปลือกนอกฉันดูสมบูรณ์แบบ แต่ลึกๆ แล้ว ฉันรู้ดีว่าตัวเองเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่โหยหาคำว่า "ครอบครัว" มากกว่าใคร

หลังจากเตรียมตัวเสร็จ ฉันขับรถมุ่งหน้าไปที่แกลเลอรีศิลปะที่ฉันดูแลอยู่ มันเป็นธุรกิจถูกกฎหมายของตระกูลวิทิเอลโล ฉากหน้าสวยหรูที่ฉันใช้พิสูจน์คุณค่าของตัวเอง

แต่เมื่อฉันเดินผ่านรถกันกระสุนของดันเต้ที่จอดเทียบอยู่หน้าตึก หัวใจของฉันก็กระตุกวูบ

บนกระจกติดฟิล์มดำสนิท... มีรอยลิปสติกสีแดงสดประทับตราอยู่อย่างจงใจ

และมันไม่ใช่เฉดสีที่ฉันใช้

มือของฉันสั่นเทาเล็กน้อยขณะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูโซเชียลมีเดีย

นั่นไง... โซเฟีย

อดีตคนรักของดันเต้ เพิ่งโพสต์รูปคู่กับเขาเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว

แคปชั่นสั้นๆ แต่บาดลึกเขียนว่า "ปลอดภัยเสมอเมื่ออยู่กับคุณ"

ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วอกเหมือนถูกน้ำกรดราด แต่ฉันสั่งให้ตัวเองนิ่ง

ฉันเรียกคนขับรถมาทันที

"เช็ดกระจกให้สะอาด อย่าให้เหลือรอยแม้แต่นิดเดียว"

เสียงของฉันราบเรียบ เย็นชา แต่ภายในใจเหมือนถูกกรีดด้วยมีดทื่อๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นี่ไม่ใช่แค่การนอกใจ แต่มันคือการประกาศสงคราม โซเฟียกำลังบอกให้โลกและฉันรู้ว่า... ใครคือตัวจริง

จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น

หน้าจอโชว์ชื่อ 'Dante'

"รายได้ไตรมาสนี้เป็นยังไง"

เสียงทุ้มต่ำของเขาถามขึ้นทันทีที่ฉันกดรับสาย ไม่มีคำทักทาย ไม่มีการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ

"ตัวเลขเพิ่มขึ้นสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ ดันเต้ ทางบัญชี..."

"โซเฟีย ระวังบันไดหน่อย"

เสียงของเขาเปลี่ยนไปทันที...

มันอ่อนโยน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความห่วงใยในแบบที่ฉันไม่เคยได้รับมานานแสนนาน

เขาคงลืมไปว่ายังถือสายฉันอยู่ หรือไม่... เขาก็แค่ไม่แคร์

ฉันกำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ความน้อยเนื้อต่ำใจจุกอยู่ที่คอหอย

"ฉันจะส่งรายงานให้ทางเมลนะคะ"

ฉันพูดแทรกขึ้นไป แล้วกดวางสายทันที

ความรู้สึกกดดันถาโถมเข้ามาที่หน้าอก ลมหายใจเริ่มติดขัด ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในวัยเด็กตอนที่ถูกลักพาตัวและยัดใส่ท้ายรถเก๋งผุดขึ้นมาหลอกหลอน

โรคกลัวที่แคบของฉันกำลังกำเริบ

แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ควานหายายาดม เสียงไซเรนเตือนภัยก็ดังก้องไปทั่วแกลเลอรี

"คุณนายครับ! มีผู้บุกรุก เราต้องพาคุณไปที่ห้องนิรภัยเดี๋ยวนี้!"

หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยพุ่งเข้ามา

ฉันถูกลากตัวไปตามทางเดินอย่างรวดเร็ว ลิฟต์ลับเปิดออก และฉันถูกผลักเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ผนังทำจากเหล็กกล้าหนาทึบ

ปัง!

ประตูหนักอึ้งปิดลงพร้อมเสียงล็อคที่ดังสนั่นราวกับเสียงปิดตายโลงศพ

ความมืดเข้าปกคลุมทันที ไฟฉุกเฉินไม่ทำงาน

"ไม่... ไม่..."

ฉันพยายามควบคุมลมหายใจ แต่ความกลัวมันกัดกินสติสัมปชัญญะจนแทบคลั่ง

อากาศเริ่มน้อยลง... ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะจมน้ำทั้งที่อยู่บนบก

มือที่สั่นเทาควานหาปุ่มวิทยุสื่อสารบนผนังอย่างบ้าคลั่ง มันเป็นสายตรงถึงดันเต้

"ดันเต้... ช่วยด้วย ไฟดับ... ฉันหายใจไม่ออก"

เสียงของฉันสั่นเครือ เจือไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

มีความเงียบชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงของเขาจะตอบกลับมา

"คุณต้องรอ เอเลน่า ระบบคงรวน"

"แต่ฉันกลัว... ได้โปรด..."

"จัดการตัวเองไปก่อน ผมกำลังพาโซเฟียออกจากเขตอันตราย เธอตกใจมาก"

สัญญาณตัดไป

ติ๊ด...

ความเงียบที่ตามมานั้นดังยิ่งกว่าเสียงระเบิด

น้ำตาที่กำลังจะไหลแห้งเหือดไปทันที ความกลัวหายไป แทนที่ด้วยความเย็นชาที่กัดกินลึกไปถึงกระดูกดำ

เขาเลือกแล้ว

ในวินาทีเฉียดตายนั้น ภาพความทรงจำตอนที่เขาสาบานหน้าหลุมศพพ่อแม่ฉันว่าจะปกป้องฉันด้วยชีวิต... มันกลายเป็นเรื่องตลกที่ขมขื่นที่สุด

นี่ไม่ใช่ความรัก และไม่ใช่แม้กระทั่งหน้าที่

มันคือการทรยศ

ฉันทรุดตัวลงนั่งพิงผนังเย็นเฉียบ ในความมืดมิดนั้น ฉันไม่ได้มองเห็นความตายอีกต่อไป

แต่มองเห็นอิสรภาพ

ฉันจะไม่รอให้ใครมาช่วยอีกแล้ว... โดยเฉพาะผู้ชายที่ชื่อ ดันเต้ วิทิเอลโล

อ่านต่อ

สารบัญ อย่าคุกเข่าอ้อนวอน ในวันที่ฉันหมดใจแล้ว

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง รักแห่งแดนเจอร์
9.5
ชีวิตวัยยี่สิบสี่ปีของหญิงสาวต้องพลิกผัน แทนที่จะได้เริ่มต้นเส้นทางใหม่ เธอกลับถูกฉุดรั้งให้ตกลงสู่วังวนของการถูกควบคุม ชายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยอำนาจบีบคั้นให้เธอต้องมาอยู่ร่วมกับเขา ท่ามกลางความสิ้นหวัง เขาประกาศจุดยืนชัดเจนว่าต้องการยึดครองเธอไว้ ข้อเสนอที่ไร้ทางเลือกคือคำสั่งชี้ขาดว่าเขาจะเป็นสามีและเธอต้องเป็นของเขาเพียงผู้เดียว ความสัมพันธ์ที่เกิดจากการบังคับและไร้ความยินยอมนี้สร้างความกดดันอย่างหนัก เมื่อเขาสถาปนาตนเป็นเจ้าของชีวิต หญิงสาวผู้ถูกลิดรอนสิทธิ์ในการปฏิเสธจะต้องเผชิญชะตากรรมเช่นไร
ภาพปกนิยายเรื่อง รักยืนหยัดชั่วนิจนิรันดร์
6.7
ชีวิตสมรสพังทลายลงในพริบตา เมื่อข้อกล่าวหาจอมปลอมเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นเพียงเศษขยะในสายตาของชายผู้เป็นที่รัก เขาลงมือบดขยี้ความผูกพันจนแหลกลาญอย่างเลือดเย็น ทว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือแผนการอำมหิตที่เขาหมายจะพรากลมหายใจของลูกแท้ๆ เพื่อปูทางไปสู่งานวิวาห์กับหญิงสาวที่เธอเกลียดชังเข้ากระดูกดำ จากความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นฝังลึก เมื่อพันธสัญญาถูกฉีกทิ้ง สตรีผู้สูญเสียทุกสิ่งจึงพร้อมลุกขึ้นทวงคืนความยุติธรรมให้สาสมกับสิ่งที่พวกเขาได้ทำไว้กับเธอและลูกน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้ำพริก
9.7
สภาพของอาเรียตอนนี้น่าเวทนายิ่งนัก ผมสีทองที่เคยงดงามกลับชุ่มโชกด้วยเลือดและหลุดลุ่ยจากเงื้อมมืออันรุนแรงของเคน เขาเค้นให้เธอสารภาพบาป แต่ร่างบอบช้ำไม่อาจเปล่งเสียงใดได้ เพราะลิ้นถูกตัดขาดแถมยังถูกทรมานซ้ำด้วยเกลือจนปวดร้าวแทบขาดใจ นัยน์ตาสีมรกตที่เคยสะกดทุกสายตาบัดนี้บวมช้ำและไร้ซึ่งประกายความหวัง อาเรียหมดโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำสำนึกผิด เธอทำได้เพียงหลับตายอมรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในวินาทีสุดท้ายบนลานประหาร หญิงสาวแสนดีที่เคยถูกเธอรังแกได้ก้าวออกมาเบื้องหน้า เพื่อเอ่ยคำอำลาครั้งสุดท้ายแก่นางมารร้ายที่กำลังจะสิ้นลมหายใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านระธาน ขอช้าหน่อย
8.2
ชีวิตของคุณหนูผู้เพียบพร้อมอย่างไป๋เสว่เอ๋อร์ต้องพังทลาย เมื่อธุรกิจตระกูลล้มละลาย ซ้ำยังถูกคนรักตีจากและเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด เผยลี่เชิน พี่ชายของอดีตแฟนหนุ่มได้ก้าวเข้ามาพร้อมข้อเสนอเพื่อช่วยพยุงบริษัทไป๋ซื่อให้รอดพ้นวิกฤต เพื่อรักษาธุรกิจครอบครัว เธอไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับเงื่อนไขและใช้ตนเองเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน จากข้อตกลงที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ ความใกล้ชิดได้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ภายใต้ความสัมพันธ์อันซับซ้อน กำแพงในหัวใจของทั้งสองค่อยๆ ทลายลง นำไปสู่ความรู้สึกอันลึกซึ้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง นางรำ
9.2
มหาเศรษฐีหนุ่มผู้หยิ่งผยองมองสตรีเป็นเพียงเครื่องสนองตัณหา ทัศนคตินี้ต้องสั่นคลอนเมื่อเขาพบหญิงสาวผู้อุทิศชีวิตให้นาฏศิลป์ เธอรับจ้างรำอวยพรในงานวันเกิดของเขาเพื่อหาเงินรักษาญาติและคนรักที่บาดเจ็บจากสงคราม เขาพยายามใช้เงินข่มเหงและซื้อศักดิ์ศรีของเธอ แต่เธอกล้าหาญและยืนหยัดมอบให้เพียงความงดงามของศิลปะโดยไม่ตกเป็นของเล่นใคร ความเข้มแข็งนี้เป็นบทเรียนล้ำค่าที่ทำลายความจองหอง ทำให้เขาตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ผ่านท่วงท่าร่ายรำของสตรีที่เขาเคยดูแคลน
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันก็เคยเชื่อในความรัก
7.4
ความศรัทธาในรักของชะเอมต้องพังทลายลงอย่างย่อยยับ เมื่อธาวิน ชายที่เธอทุ่มเทมอบความปรารถนาดีให้ด้วยความจริงใจ กลับซุกซ่อนแผนร้ายที่เตรียมการมาอย่างแยบยลเอาไว้ แทนที่เขาจะตอบแทนหัวใจบริสุทธิ์ด้วยความซื่อสัตย์ เขากลับเลือกใช้กลลวงสารพัดรูปแบบเพื่อบ่อนทำลายชีวิตเธออย่างเลือดเย็น ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาจงใจสร้าง ชายที่เธอเคยไว้วางใจที่สุดคือผู้ที่ฉุดรั้งเธอให้ร่วงหล่นสู่ขุมนรกแห่งความทรมานอย่างไร้ความปรานี จนไม่เหลือเศษเสี้ยวของความเชื่อมั่นใดๆ
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์