APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง นางโจรปล้นรัก

นางโจรปล้นรัก

8.0 / 10.0
เมื่อนภัสเผชิญหน้ากับการคุกคามของอนิรุทธ์ ชายหนุ่มสุดเจ้าเล่ห์ เธอจึงสั่งสอนเขาด้วยการตบหน้าพร้อมประกาศจุดยืนว่าจะไม่ยอมถูกเหยียดหยามเกียรติอีกเด็ดขาด ทว่าเขากลับไม่เกรงกลัวและคิดว่าความใกล้ชิดที่ได้มานั้นคุ้มค่ากับความเจ็บตัว แม้หญิงสาวจะพยายามหลบหนีและตั้งคำถามถึงพฤติกรรมไร้เกียรติของเขา แต่ชายหนุ่มยังคงเดินหน้าต้อนแม่โจรสาวแสนสวยด้วยคำหวานและสายตาซุกซน หวังจะปล้นหัวใจเธอให้ได้ทุกขณะทีละสายตาไม่ได้

นางโจรปล้นรัก ตอนที่ 1

บทนำ

“ภาระหนี้สินที่มาโดยไม่ตั้งใจ หนี้สินนี้จะช่วยทำให้ผู้ใหญ่สบายใจ แต่มันมาพร้อมเงื่อนงำ การแทงข้างหลัง ให้ระวังไว้ให้ดี แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ดี ที่สำคัญเมื่อสะสางทุกอย่างได้แล้ว รางวัลคือความรักที่จะนำความสุขมาให้”

เสียงของแม่หมอดูไพ่ยิปซีเอ่ยขึ้นเมื่อแปลความหมายจากไพ่ที่หญิงสาวเลือกมา คำทำนายนั้นทำให้นภัสหันมามองสบตามธุรสหรือน้ำผึ้ง เพื่อนสนิทที่มาด้วยกันด้วยความกังวลก่อนที่จะหันกลับมามองผู้ที่อ่านคำทำนายจากไพ่อีกครั้ง

“หนี้สินที่มาโดยไม่ได้ตั้งใจหรือคะ”

“ใช่”

“หนูมีทางเลี่ยงไหมคะ แม่หมอ”

“มันคือโชคชะตา” แม่หมอเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบและมองมายังหญิงสาวหน้าหวานอย่างให้กำลังใจ

“หนูจะผ่านเรื่องพวกนี้ไปได้แน่นอน ขอแค่อดทนเท่านั้น” นภัสพยักหน้ารับช้าๆ แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

“มาดูครั้งแรกก็โดนทักเรื่องหนี้สินและถูกแทงข้างหลังตลอดเลย” หญิงสาวพูดกับเพื่อนสนิทหลังจากที่ออกมาจากบ้านของแม่หมอไพ่ยิปซีแล้ว

“อย่าคิดมากสิ ฟ้า” มธุรสส่งยิ้มให้เพื่อน

“ก็ไม่อยากจะคิดนะแต่มันอดไม่ได้ แอบกลัวอยู่เหมือนกัน”

“ถ้าเป็นจริงอย่างคำทำนาย ฉันเชื่อว่าแกผ่านไปได้อยู่แล้ว”

“ขอบใจ ถ้ายังมีชีวิตอยู่มันก็ต้องสู้ต่อไป หนักแค่ไหนก็ต้องไหว” นภัสพูดกับเพื่อนก่อนที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน

หญิงสาวยืนมองดูบ้านที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่มีความเจ็บปวดแฝงอยู่เต็มเปี่ยม บ้านหลังใหญ่ทรุดโทรมมากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะผู้ที่อาศัยในปัจจุบันไม่ได้สนใจดูแล นอกจากจะไม่ดูแลแล้วยังทำให้บรรยากาศรอบๆ บ้านนั้นเสื่อมลงไปได้อีก

เมื่อก่อนบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความสุข และความรัก จนเมื่อเธออายุได้สิบเอ็ดขวบทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป หลังพ่อกับแม่จากไปก่อนวัยอันควรเพราะอุบัติเหตุ ทิ้งเธอไว้อยู่กับผู้ปกครองคนใหม่ที่เป็นป้าแท้ๆ นามว่าช่อชบา

ช่อชบาพาครอบครัวมาอาศัยอยู่ที่นี่ครบทุกคน ทั้งปกรณ์สามีที่ติดการพนัน กวินนาลูกสาวคนโตที่น่ารักแต่แต่งงานและย้ายตามสามีไปต่างประเทศ เหลือเพียงกวินนิตาลูกสาวคนเล็กที่อายุน้อยกว่าเธอสองปี

กวินนิตาพยายามจะข่มเธอทุกครั้งที่มีโอกาส บ้านที่เคยเป็นเจ้าของตอนนี้นภัสเปรียบเสมือนผู้อาศัยแถมเป็นผู้อาศัยระดับล่างเสียด้วย เธอต้องทำงานบ้านทุกอย่างคนเดียวและต้องออกไปทำงานประจำ

การทำงานช่วยทำให้ลืมปัญหาต่างๆ ภายในบ้านไปได้บ้าง การที่ต้องทนและแบกรับหน้าที่มากมาย ก็เพราะบ้านนี้สร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วและเธอเองรักบ้านหลังนี้มาก

ที่สำคัญมันเป็นสถานที่เดียวที่ทำให้รู้สึกว่าพ่อกับแม่ไม่ได้จากไปไหน ทั่วทุกมุมบ้านยังมีเงาของความสุขและความรักของท่านทั้งสองอยู่เสมอ

“คุณทำอะไรลงไปรู้ตัวไหม มันเป็นเรื่องใหญ่มากเลยนะ” เสียงโวยวายที่ดังออกมาทำให้ดวงตาคู่หวานเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย

ลุงกับป้าทะเลาะกันทุกวัน แต่เสียงนั้นทำให้นภัสหยุดความคิดทั้งหมด หญิงสาวสูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกพลัง ก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้านด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะเข้มแข็ง

“ผมคิดว่าจะได้ ใครจะไปรู้ว่ามันจะเสียล่ะ” เสียงของปกรณ์ผู้เป็นลุงเขยดังขึ้น

“กี่ครั้งแล้วที่คุณทำแบบนี้ รู้ไหมว่าเราจะไม่มีที่อยู่ เอาโฉนดบ้านไปจะทำอย่างไรต่อ เขาจะมายึดบ้านเราเมื่อไหร่ก็ได้นะ” เสียงช่อชบาต่อว่าดังลั่น

“เมื่อครู่ป้าบอกว่าลุงเอาโฉนดบ้านไปทำอะไรนะคะ” นภัสถามย้ำเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินไม่ผิด เอาบ้านไปจำนองหนี้การพนันงั้นหรือ

“เอาไปจำนองกับคุณหญิงอนุชนารถ” ช่อชบาหันมาตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“แต่โฉนดมันอยู่ในห้องหนู นี่ลุงเข้าไปค้นของที่ห้องของหนูเหรอ” นภัสรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นไปอีก

“เออ” ปกรณ์ตอบหน้าตาเฉย

“ลุงทำแบบนี้ได้อย่างไร บ้านนี้เป็นบ้านของพ่อแม่หนูนะ ลุงไม่มีสิทธิ์” นภัสต่อว่าอย่างเอาเรื่อง ทั้งที่ในใจรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกินที่ได้ยินเช่นนี้

“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ครอบครัวฉันเลี้ยงดูแกมาตั้งแต่ยังเด็ก แค่นี้บุญคุณก็มากมายจนแกชดใช้ไม่หมดแล้ว” ชายวัยกลางคนย้อน

“มันคนละเรื่องกัน บ้านนี้ของพ่อแม่หนู ลุงทำแบบนี้ได้อย่างไร ลุงใช้อะไรคิด” หญิงสาวต่อว่าอย่างสุดจะทน

“อย่ามาก้าวร้าวผัวฉันนะ ยายฟ้า แกนี่มันไม่รู้จักมารยาท เขาเป็นผู้ใหญ่แล้วก็พูดถูก แกนี่นับวันจะเอาใหญ่แล้ว” ช่อชบาหันมาต่อว่าหลานสาวทันทีเมื่อเห็นว่าสามีถูกต่อว่า ถึงจะโกรธปกรณ์อยู่แต่นภัสไม่มีสิทธิ์มาด่าสามีนาง

“แกไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ฉันจะไปพบเจ้าหนี้ จะให้นิต้าไปทำงานใช้หนี้ให้” ปกรณ์พูดเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่

“คุณจะเอาลูกไปขัดดอกไม่ได้นะ” ช่อชบาหันมาตวาดเมื่อรู้ว่าลูกสาวของตัวเองจะเดือดร้อน

“คุณหญิงท่านคงไม่ใช่คนใจดำ เห็นว่าหลานชายจะกลับมาดูแลงานที่เมืองไทยแบบเต็มตัว ถ้าเขาถูกใจลูกสาวของเรา มันจะทำให้เราสบายไปทั้งชีวิต” ปกรณ์พูดอย่างมั่นใจ

กวินนิตาลูกสาวคนเล็กเป็นผู้หญิงที่สวย สวยจนต้องหันกลับมามอง ความสวยของลูกสาวน่าจะใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างไม่มากก็น้อย

“ลุงคิดจะเอานิต้าไปประเคนให้เจ้าหนี้เหรอ” นภัสถามด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าปกรณ์จะมีความคิดที่ร้ายกาจขนาดนี้

“ไม่ได้ประเคน แต่ถ้าหลานชายคุณหญิงได้เจอนิต้า เขาต้องพอใจแน่ๆ ลูกสาวของฉันสวยมาก แกก็รู้นี่”

“คนนะไม่ใช่สิ่งของหรือสินค้า ที่จะเอาไปเสนอแลกเปลี่ยนกันได้” นภัสไม่เห็นด้วย

“แกอย่ามาทำเป็นพวกนักสิทธิมนุษยชนหน่อยเลย ถ้าเขาไม่สนใจนิต้าก็แค่ไปทำงานให้ก็เท่านั้น หรือแกจะไปทำงานใช้หนี้แทน” ปกรณ์ย้อน

นภัสส่ายหน้าระอาในความคิดของปกรณ์ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นพวกบัวใต้น้ำที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็คงไม่ยอมขึ้นมาจากโคลนตม

“ถ้าหนูไปทำงานใช้หนี้ก็ได้นะ แต่คงต้องลาออกจากงานประจำนั่นหมายถึงรายได้จะน้อยลง”

“ถ้าอย่างนั้นแกก็อย่าพูดมาก ทำงานของแกต่อไป” ช่อชบาชิงพูดขึ้นมาก่อน

งานประจำที่นภัสทำเงินเดือนมากพอสมควรแถมยังมีโบนัส เงินนี้ดูแลครอบครัวของนางได้อย่างสบายโดยที่ไม่ต้องไปหางานที่อื่นทำ

“บอกไว้ก่อน หนูจะไม่ยอมให้บ้านหลังนี้ต้องตกไปเป็นของคนอื่นเด็ดขาด ลุงต้องหาทางเอาโฉนดมาคืนให้ได้ ไม่อย่างนั้นหนูจะแจ้งความ” นภัสยื่นคำขาด

เรื่องนี้สำคัญมากจนไม่อาจปล่อยเลยตามเลยเหมือนอย่างเรื่องอื่น และคนอย่างนภัสพูดจริงทำจริง

“แกอย่ามาเรื่องมากนักเลย ยายฟ้า คิดถึงบุญคุณที่พวกฉันดูแลแกให้มากๆ ก็พอ แล้วก็หัดสงบปากสงบคำบ้าง แกเป็นแค่หลานเป็นแค่ผู้อาศัยลำดับสุดท้าย ดังนั้นอย่ามาอวดดีกับฉัน” ช่อชบาพูดกับหลานสาวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

“แต่บ้านนี้เป็นบ้านของพ่อแม่หนูค่ะ หนูรู้ว่าป้ากับลุงมีบุญคุณกับหนู แต่บุญคุณกับความถูกต้องมันต่างกัน” หญิงสาวไม่ยอมแพ้ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องตัวเองทันที โดยไม่สนใจเสียงด่าว่าที่แสนจะหยาบคายไล่หลังมาแต่อย่างใด

อะพาร์ตเมนต์หรูใจกลางกรุงลอนดอน ร่างสูงใหญ่กว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรของชายที่ได้ชื่อว่าเป็นนักธุรกิจนำเข้าเครื่องรถยนต์และอะไหล่เจ้าเสน่ห์ชื่อดัง และมาแรงที่สุดในเมืองไทยตอนนี้อย่างอนิรุทธ์ สุทธิธาดา ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมทั้งบิดกายไปมาไล่ความเมื่อยออกไปจากตัว

ดวงตาคมสีนิลมองร่างเปลือยที่นอนอยู่บนเตียงเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินออกมาจากห้องนอนเงียบๆ ตรงมายังห้องทำงานที่อยู่ห่างกันเพียงแค่ประตูกั้น เสียงโทรศัพท์ที่เพิ่งดังขึ้นทำให้ต้องรีบก้าวเท้าให้เร็วขึ้น

“ว่าไงครับ คุณแม่ที่รัก” เขากรอกเสียงลงไปทางโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดี

“ไม่ว่าอะไรจ้ะพ่อคุณ ไหนว่าจัดแจงแบ่งงานให้กับพี่ๆ น้องๆ เรียบร้อยแล้วไง ทำไมยังไม่กลับมาเมืองไทยเสียที” คนเป็นแม่พูดกับลูกชายอย่างจริงจัง

“พรุ่งนี้ครับ มาดาม”

“เมื่อไปถึงบอกคุณยายด้วยว่าแม่จะตามไปในหนึ่งอาทิตย์ แม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อในการประมูลคฤหาสน์ที่ฝรั่งเศสก่อนแล้วจะตามไป”

“นี่พ่อจะซื้ออีกแล้วเหรอครับ เรามีบ้านที่ฝรั่งเศสสามหลังแล้วนะ” อนิรุทธ์ทำท่าจะค้าน ตอนนี้ครอบครัวของเขามีบ้านมากเกินความจำเป็น

“แต่เราไม่มีบ้านที่โพรวองซ์และพ่ออยากได้มาก พ่อจะขายปราสาทที่ซื้อไว้ครั้งที่แล้วตามคำแนะนำของลูก เพราะตอนนี้ราคาที่ได้มันสูงขึ้นมากกว่าที่เราซื้อสองเท่าแล้ว” คนเป็นแม่อธิบาย

การซื้อมาขายไปของตนและสามีสร้างรายได้ให้มาก และทั้งคู่ก็พออกพอใจกับธุรกิจนี้ด้วย

“ช่วงนี้ราคามันดีครับ ดีนะที่ห้ามพ่อไว้เมื่อหลายเดือนก่อน ไม่อย่างนั้นกำไรจะน้อยกว่านี้มาก ว่าแต่ครั้งนี้ให้ผมไปร่วมประมูลเพื่อเพิ่มราคาให้ไหม”

“ไม่ต้อง ลูกควรกลับไปทำงานและอยู่กับคุณยาย จะได้เพลาๆ เรื่องผู้หญิงบ้าง อย่าคิดว่าแม่ไม่รู้นะว่าเราไปคั่วกับใครอยู่ บรรดาผู้หญิงที่ลูกวุ่นวายด้วยแม่ไม่ชอบสักคน ส่วนคุณพ่อไม่อยากจะพูดแล้ว”

“เราแค่แลกเปลี่ยนกันก็เท่านั้นครับแม่” เขาตอบสั้นๆ

“ถึงจะอย่างนั้นแม่ก็ไม่ยอม นี่ถ้าคุณยายรู้มีหวังปวดหัวแน่ๆ แม่ว่าให้คุณยายหาผู้หญิงดีๆ สักคนให้ดีไหม” อัญญาณีแนะนำ

เธออยากให้ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที อายุก็ไม่น้อยแล้วปีนี้ลูกชายของเธอจะเต็มสามสิบเก้า แต่ดูเหมือนว่ายังพอใจกับชีวิตโสดเสียเหลือเกิน

“อย่านะแม่ ผู้หญิงที่แม่จ๋ารู้จักแต่ละคนไม่ไหวหรอก ผมไม่อยากได้ผู้หญิงจืดชืด ไร้ชีวิตจิตใจมาเป็นเมีย” เขาบอกปัดอย่างรวดเร็ว

บรรดาผู้หญิงที่คุณยายหามาให้นั้นดูเรียบร้อยจนเกินไป เฉิ่มๆ เชยๆ บางคนก็ทำเป็นเรียบร้อยแต่ความจริงนั้นตรงกันข้าม

“ฟังพูดเข้า คุณยายเลือกผู้หญิงที่เรียบร้อยให้ทำไมเราไม่ชอบนะ แม่เห็นที่เราชอบแต่ละคนนี่กินมะม่วงแรดเป็นอาหารทั้งนั้น สวยแต่ไม่มีสมอง” อัญญาณีพูดออกมาอย่างระอา ลูกชายของเธอเลือกควงผู้หญิงแต่ละคนจะเป็นลมเสียให้ได้

“ไม่ต้องมีมากหรอกครับสมอง มีหน้าอกใหญ่ๆ กับหน้าสวยๆ ก็พอแล้วมั้ง” อนิรุทธ์หัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“ว่าแต่คุณพ่อไปไหนครับ” เขาเปลี่ยนเรื่อง เพราะขืนคุยต่อแม่ต้องหาเรื่องมาว่าอีกแน่นอน ดีไม่ดีจะยุคุณยายให้หาบรรดาลูกหลานของเพื่อนท่านมาให้เสียอีก

“พ่อนั่งอมยิ้มอยู่ข้างๆ แม่นี่แหละ ดูเหมือนว่าจะรู้ว่าลูกตอบอะไร” อัญญาณีหันมามองสามีที่นั่งอมยิ้มอยู่ข้างๆ

ลูกชายของเธอถ่ายทอดนิสัยของผู้เป็นพ่อในวัยหนุ่มมาทั้งหมดเลยก็ว่าได้ แต่สามีหยุดพฤติกรรมเหล่านั้นหลังจากแต่งงาน เธอจึงหวังว่าลูกชายก็จะเป็นเหมือนกัน

อนิรุทธ์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางที่ผ่อนคลาย หยิบแฟ้มเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะเข้ามาอ่านเงียบๆ ก่อนที่จะยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เมื่อเห็นรายงานผลประกอบการที่ถูกส่งมาให้

วงแขนเรียวโอบรอบคอจากทางด้านหลัง ชายหนุ่มเงยขึ้นมองหน้าของนางแบบสาวสวยคู่ขาคนล่าสุดเล็กน้อย หญิงสาวส่งยิ้มให้ก่อนที่จะค่อยๆ เลื่อนตัวมานั่งบนตักอย่างจงใจ

“ทำไมไม่ปลุกเจนี่คะ” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“เห็นคุณกำลังหลับเลยไม่อยากปลุก ท่าทางคุณนอนสบายเลย” เขาตอบสั้นๆ

“คุณขยันจังเลยนะคะ ออสการ์ ดูสิยังมานั่งทำงานอีกทั้งๆ ที่เราเพิ่งผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งนาน” หญิงสาวเรียกชื่อเล่นของบุรุษรูปงามออกมาอย่างมีเลศนัย เขาอมยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก

“มันเป็นสิ่งที่ผมต้องทำ คุณไปพักผ่อนต่อเถอะ” เขาค่อยๆ ดึงมือที่กำลังลูบไล้ตัวของเขาออกอย่างสุภาพ

“ไม่ไปนอนด้วยกันหรือคะ” เธอส่งยิ้มหวานมาพร้อมคำถาม

“ผมจะต้องอ่านเอกสารกองนี้ให้หมดเสียก่อน”

“พรุ่งนี้ก็ทำได้นะคะ” หญิงสาวยังคงไม่ยอมแพ้

“ผมไม่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง อะไรที่สามารถทำได้เลยก็ควรจะทำเลย การปล่อยเวลาให้ผ่านไปมันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำ”

“สมกับเป็นนักธุรกิจเลยนะคะ” หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ

เขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ที่พบกันครั้งแรก ทำงาน บ้างาน แต่ถึงอย่างนั้นลีลารักที่ร้อนแรงก็ทำให้เธอหลงใหล

“ขอบใจ”

“ว่าแต่พรุ่งนี้เราจะไปไหนกันดีคะ ออสการ์”

“พรุ่งนี้ผมกลับไทย” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“ไม่เห็นคุณบอกฉันเลยนะ” น้ำเสียงเธอเริ่มงอแงเล็กน้อย

“มันไม่ได้สำคัญอะไร และมันไม่เกี่ยวกับคุณด้วย”

“แหม ทำไมพูดแบบนี้คะ เราเกี่ยวกันมากเลยนะ”

“เราสองคนเป็นแค่พวกรักสนุกมาเจอกันเท่านั้นเองนะ คนสวย”

“คุณยังไม่พร้อมที่จะหยุดหรือคะ”

“ยัง จะว่าไปผมเริ่มเบื่อด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ

“เบื่อฉันอย่างนั้นเหรอ”

“เปล่า แค่เบื่อพฤติกรรมบางอย่างของตัวเอง ผมอยากมีเวลาอยู่คนเดียวสักพัก บางทีผมอาจจะคิดอะไรได้มากขึ้นกว่านี้” เขาเอนตัวพิงที่พนักเก้าอี้ช้าๆ

“ผู้ชายอย่างคุณหรือคะที่เบื่อ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ดูคุณหลงใหลเรื่องพวกนี้มากจะตาย รู้ตัวไหมเวลาที่คุณอยู่บนเตียง คุณ...”

“รู้ไหมคนสวย อะไรที่มันมากไปก็เลี่ยน ผมคิดว่าตัวเองอยู่กับมันมานานแล้ว หลายปีที่ผ่านมาผมว่าผมใช้งานร่างกายส่วนกลางมากจนเกินไป” อนิรุทธ์พูดตามตรง

หลายปีที่ผ่านมาไม่เคยเลยที่จะขาดผู้หญิง แล้วตอนนี้ผู้หญิงก็คือสิ่งที่เขาเบื่อที่สุด

แต่คนฟังไม่รู้สึกเช่นนั้น ใช่สิ ใช้งานหนักมาก เท่าที่รู้ผู้ชายคนนี้ไม่เคยปล่อยให้เตียงตัวเองว่างเลย ไปไหนก็มีหญิงสาวร่วมเตียงตลอด แต่เวลาที่อยู่ที่นี่เธอคือคู่ควงที่อนิรุทธ์ควงด้วยนานที่สุด อาจจะเป็นเพราะตัวเองที่กันผู้หญิงที่จะเข้ามาด้วย

“อย่าเพิ่งเบื่อฉันเป็นพอค่ะ” หญิงสาวตัดบท ไม่อยากพูดต่อเพราะเกรงว่ามันอาจจะลงเอยด้วยการจบ

“คุณนั่นแหละ อย่าเพิ่งเบื่อผมเสียก่อน” ชายหนุ่มพูดเพื่อตัดรำคาญ

เพราะถ้าไม่พูดแบบนี้หญิงสาวที่กำลังนั่งบนตักคงจะต้องหาเรื่องบีบน้ำตาหรือไม่ก็ทำอะไรให้น่าสงสาร ดังนั้นทางที่ดีควรตัดบทไปซะ

“ฉันไม่เบื่อคุณหรอกค่ะ คุณร้อนแรงจะตาย ว่าแต่ตอนนี้ฉันอยากได้กระเป๋าสักใบ คุณคิดว่าอย่างไรคะ” เจ้าหล่อนยิ้มประจบ

ชายหนุ่มไม่พูดอะไรหยิบเช็คขึ้นมาพร้อมทั้งเขียนตัวเลขลงไปอย่างไม่รีบร้อนนัก นางแบบสาวมองตัวเลขที่เขาเขียนอย่างพอใจ เพราะมันมากเกินกว่าที่จะขอ

“เอานี่ไป แล้วพรุ่งนี้ไปเลือกเอาแบบที่คุณชอบก็แล้วกัน” เขายื่นเช็คเงินสดให้โดยดี

เจ้าหล่อนยิ้มหวานรับไปถืออย่างสบายอารมณ์ก้มลงหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินนวยนาดกลับไปที่ห้องนอน

อนิรุทธ์แอบถอนหายใจเบาๆ นี่แหละเหตุผลของการเบื่อ

จะมีผู้หญิงสักคนในโลกไหม ที่เร้าหัวใจเขาให้จดจ่ออยู่ที่เธอเพียงผู้เดียวได้ทุกนาที...

อ่านต่อ

สารบัญ นางโจรปล้นรัก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง รักแท้ต้องเบรก
7.4
ตลอดเวลาสามปีที่หญิงสาวทุ่มเทให้ความรักและเฝ้าทะนุถนอมความสัมพันธ์ เธอวาดฝันถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่และรอคอยวันที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่โลกทั้งใบกลับล่มสลายลงในชั่วพริบตา เมื่อชายหนุ่มที่เธอเชื่อมั่นในคำสัญญามาตลอดได้ทรยศหักหลังเธออย่างไม่คาดฝัน เหตุการณ์อันแสนปวดร้าวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนที่งานแต่งงานในฝันจะเริ่มขึ้น มันทำลายความรู้สึกของเธอจนหมดสิ้น ความรักที่เคยงดงามถูกแทนที่ด้วยความผิดหวัง ทำให้เธอต้องทนรับสภาพจิตใจที่แตกสลายและสูญเสียภาพอนาคตที่สมบูรณ์แบบไปอย่างถาวร
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยอมรับหน้าที่อุ้มบุญให้แก่ชายปริศนาตามข้อตกลง แต่แล้วเธอกลับต้องเข้าพิธีแต่งงานกับคู่หมั้นในวัยเด็กเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของครอบครัว แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นด้วยความห่างเหินและเย็นชา ทว่าวันเวลาที่ได้ใกล้ชิดกันกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความรู้สึกจนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วก่อนถึงกำหนดคลอดเพียงไม่นาน สามีกลับยื่นใบหย่าให้จนเธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าในท้ายที่สุด เขากลับเผยความจริงที่เก็บงำไว้ว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมทุ่มเทความรักและมอบกายใจให้ราซิเอลโล่ทว่าเมื่อเธอบอกเขาเรื่องลูกในท้องชายหนุ่มกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเพราะความเชื่อมั่นว่าตนเองป้องกันเป็นอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่ไร้สติเขาจึงตราหน้าว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของเขาคำพูดทำร้ายจิตใจนั้นสร้างบาดแผลลึกให้หญิงสาวเธอจึงตัดสินใจหอบหัวใจที่พังทลายและลูกในครรภ์เดินทางกลับประเทศไทยโดยที่เขาไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอและความมั่นใจอันแรงกล้านี้กำลังจะเปลี่ยนผันชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง กาศเวลาที่สวยงาม
7.3
ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความสับสน ภรรยาของซิงต้องเผชิญวิกฤตเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนเธอกำลังให้ท่าจือ ผู้มีศักดิ์เป็นอาของสามี แม้เธอจะพยายามอธิบายว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความตั้งใจและไม่มีเจตนายั่วยวนเขาเลยแม้แต่น้อย ทว่าคำแก้ตัวกลับไร้ผล จือมองเธอด้วยแววตาเกลียดชังและตัดสินทันทีว่าเธอเป็นสตรีไร้ยางอายที่กล้าสวมเขาให้หลานชายของตน ด้วยความโกรธจัด จือข่มขู่ว่าจะเรียกซิงมาเป็นพยานเห็นความอัปยศนี้ เพื่อเปิดโปงสะใภ้จอมปลอมให้ทุกคนได้รับรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
ตลอดสิบสี่วันบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร ปวีนุชต้องใช้ชีวิตร่วมกับลายไม้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศสุดโรแมนติกนำพาให้ทั้งสองได้ชิดใกล้และเปิดใจเรียนรู้กัน แต่ตัวตนของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลและเสน่ห์อันเย้ายวนใจ จนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งปิศาจร้ายที่พรากหัวใจเธอไป แม้ความรักจะก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้ง ทว่าความหวาดกลัวในความแตกต่างและบาดแผลจากอดีตทำให้หญิงสาวตัดสินใจหอบความทรงจำหนีไปจากเขา โดยในใจลึกๆ ของเธอยังคงปรารถนาและเฝ้ารอให้เขาออกเดินทางตามหาเธอ เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้ครั้งนี้แข็งแกร่งพอที่จะทลายทุกอุปสรรคลงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์