APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อาญาสีชมพู

อาญาสีชมพู

เมื่อ น้องเหนือ สาวต่างจังหวัดผู้แสนซื่อสัตย์ แสดงท่าทีชื่นชมในตัวเชียรซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของเขา พฤกษ์ ทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งทะนงและไม่เคยยอมแพ้ใครจึงรู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรง เขาปักใจเชื่อว่าความไร้เดียงสานั้นเป็นเพียงแค่จริตมารยา พฤกษ์จึงตัดสินใจลงทัณฑ์เธอด้วยข้อเสนอสุดป่าเถื่อน บังคับให้เธอต้องตกเป็นผู้หญิงลับๆ ของเขานานสามสิบวันเพื่อชดใช้ความผิด แม้จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจนสูญเสียความนับถือในตัวเอง แต่น้องเหนือก็ไร้ทางเลือกและจำต้องยอมรับชะตากรรมอันโหดร้ายนี้ ทว่าบทลงโทษที่เริ่มต้นด้วยความโกรธแค้นกลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะคาดเดา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“ก็กีบอกแม่แล้ว แม่โกรธกีแทบตาย ตีกีหยิกกีด้วย หยิกจนแขนเขียวหมดเลยค่ะ” น้องสาวต่างบุพการีอวดแขนที่ถูกทำร้ายให้ดู

“แม่บอกอีกว่าอย่าให้พี่เหนือรู้เรื่องนี้เด็ดขาด”

สมควรแล้วล่ะ แค่นั้นยังน้อยไป ปภาณิณมองแขนที่อีกฝ่ายส่งให้ดู แล้วเตือนสติตัวเองว่าให้หยุดความคิดหยาบช้ากับน้องอย่างกีรนาเสียที

“ทำไมถึงเล่าให้พี่ฟังไม่ได้ล่ะ”

ถามพร้อมกับอยากรู้ใจของนางจันทร์เพ็ญไปด้วยว่าเหตุใดจึงไม่อยากให้เธอรู้เรื่องนี้ ในเมื่อเธอก็เป็นสมาชิกในบ้าน และเป็นเสาหลักสำคัญคนหนึ่งอีกด้วย

“ไม่รู้สิคะ แต่กีไม่อยากเก็บเรื่องนี้เอาไว้อีกแล้ว กีอึดอัด กีไม่สบายใจค่ะ”

“เลยแบ่งมาให้พี่ไม่สบายใจด้วย ว่างั้น?” ถามล้อๆ

กีรนาเลยแกล้งมุ่ยหน้าใส่เธอ “พี่เหนือชอบพูดเล่นเรื่อยเลย แต่กีชอบนะที่พี่เหนือไม่โกรธกีแบบแม่...ขอบคุณมากนะคะพี่เหนือ”

หญิงสาวอ่อนวัยกว่ามองเธอด้วยสายตารักและเทิดทูน ไม่ต่างจากที่มองมารดาของตน ซึ่งปภาณิณก็พยายามบอกตัวเองว่าเธอนั้นรักกีรนาดั่งน้องแท้ๆเช่นกัน จึงยิ้มตอบให้อีกฝ่ายไป

เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วเลยชวนให้ไปพักผ่อน

“ดึกมากแล้วน้องกี ไปนอนเถอะไป”

“โอเคค่ะ ตอนนี้กีสบายใจแล้ว กีจะได้นอนหลับสนิทเสียที”

ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างที่ไม่ให้มีอะไรมาปิดบังซ่อนเร้น ปภาณิณจึงถือโอกาสถามอีกเรื่อง

“กี”

“คะพี่เหนือ”

“ได้ข่าวพี่กวินบ้างไหม”

กีรนาส่ายหน้าเป็นคำตอบ จึงพยักหน้าให้อีกฝ่ายเข้าห้องไปเสียแล้วจึงเดินเท้าเบาๆไปดูบิดาในห้องด้านล่างที่จัดเอาไว้สำหรับท่านโดยเฉพาะ ในนั้นประกอบด้วยเตียงผู้ป่วยพร้อมที่นอนลม ทั้งยังมีเครื่องดูดเสมหะและเตียงนอนของคนที่จ้างมาให้ดูแลท่านด้วย

หญิงวัยสามสิบปลายๆนอนตะแคงหันหลังให้บนที่นอนข้างๆเตียงนายจรัส

เมื่อเห็นว่าท่านกำลังหลับอยู่ จึงเดินเข้ามามองใกล้ๆก่อนก้มลงกอดเบาๆ ซบหน้าลงตรงอกที่เคยแข็งแกร่งที่ซึ่งบัดนี้เหลือแต่กระดูกเพราะกล้ามเนื้อฝ่อลีบลงไปโขทีเดียว

“พ่อคะ เหนือจนปัญญาแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อดี”

ว่าจบพร้อมกับน้ำตาที่อัดอั้นมานานไหลอาบลงจนซึมไปถึงเสื้อนอนของคนที่ยังคงนอนนิ่งเงียบบนเตียง ปภาณิณร้องไห้เงียบๆอยู่อีกครู่จึงผละออก ปาดน้ำตาทิ้ง ยืนมองท่านก่อนจากไปเงียบๆเหมือนตอนที่เข้ามา

คล้อยหลังประตูที่ปิดลง หยาดน้ำซึมออกจากหางตาของชายที่เคยเป็นผู้นำครอบครัวแล้วทิ้งตัวลงกับหมอนหนุนเฉกเช่นเดียวกับบุตรสาวของตนพร้อมแรงกระเพื่อมที่ทรวงอกอยู่อย่างนั้นเป็นนานสองนาน

เสียงพูดจาร้อนรนทั้งยังฟังดูวุ่นวายดังมาจากทางด้านหน้าของตัวบ้าน ปภาณิณที่เพิ่งนอนได้ไม่กี่ชั่วโมงลืมตาตื่นขึ้น แล้วเปิดประตูเดินออกไปดู พบแสงสีแดงวูบวาบบนหลังคายานพาหนะขนาดใหญ่ที่จอดนิ่งรออยู่ จึงสาวเท้าเร็วๆออกไปดู พบบิดานอนอยู่บนเตียงรถเข็นที่มีเจ้าหน้าที่นำขึ้นรถพอดี หญิงสาวใจหายวาบ เรียกเสียงตื่นตระหนก

“คุณพ่อ!”

เธอจะตามขึ้นรถไปด้วย แต่ถูกมือใครบางคนรั้งเอาไว้ก่อน จึงหันไปมอง ค่อยพบว่าเป็นนางจันทร์เพ็ญนั่นเอง

“คุณพ่อเป็นอะไรคะคุณน้า”

“ชีพจรตก น้าเห็นหน้าแกซีดๆเมื่อเช้าเลยให้อมรลองวัดความดันให้” เล่าอย่างพยายามระงับอาการตื่นๆของตนเองเช่นกัน แล้วว่าต่อ “น้าจะตามไปดูเอง หนูไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วค่อยตามไปทีหลัง”

“แต่...” เธออยากไปด้วยตอนนี้

“ไปเถอะลูก ไปทั้งอย่างนี้คงไม่เหมาะ ถึงโรง’บาลแล้วก็หมดห่วง หมอออกเก่งกันทั้งนั้น”

หญิงสาวก้มมองตนเองในชุดนอน แล้วนิ่งไปอย่างที่คิดอะไรไม่ออก มองตามมารดาเลี้ยงที่ไปพร้อมรถที่ขับลับรั้วบ้านแล้ว ก่อนลำดับความคิดตนเองใหม่ ตั้งใจกลับไปยังห้องนอนเพื่อเตรียมตัวไปดูอาการของพ่อ

“พี่เหนือ”

เสียงเรียกตื่นๆของกีรนานั่นเอง เธอหันไปมอง ทางนั้นก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา ถามเสียงสั่น

“คุณพ่อเป็นอะไรคะ”

“พี่ไม่รู้ เห็นคุณน้าบอกว่าเมื่อเช้าคุณพ่อความดันตก” บอกไปเท่าที่รู้พลางถามอีกฝ่าย “แล้วกีออกไปไหนมาแต่เช้า”

“ไปตลาดค่ะ เพิ่งกลับมานี่เอง ได้ยินน้าหยาดพูดอยู่หน้าบ้านเลยวิ่งเข้ามาดู”

“พี่จะไปดูพ่อ”

“กีไปด้วยค่ะ”

สองสาวแยกย้ายกันเข้าห้องของตนเอง ปภาณิณไม่มีแก่ใจนอนอีกต่อไป แม้ว่าเพิ่งได้หลับไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น บัดนี้ความง่วงปลิวหายไปแล้วเมื่อเห็นบิดาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทั้งยังไม่รู้ว่าอาการของท่านเป็นไปอย่างไรแล้วบ้าง

ไม่นานจากนั้น กีรนาติดรถไปโรงพยาบาลที่บิดารักษาตัวอยู่ด้วยกันกับเธอ พบนางจันทร์เพ็ญนั่งก้มหน้าเงียบๆที่เก้าอี้สำหรับญาติที่หน้าห้องของไอซียู

“คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ” ถามขณะนั่งลงที่เก้าอี้ว่างตัวที่ติดกับคู่สมรสของบิดา

“หมอบอกว่าติดเชื้อในกระแสเลือด”

“แล้วต้องใช้เงินเยอะไหมคะคุณแม่” เป็นกีรนาที่ถามขึ้นแทบจะทันที ปภาณิณฉุนวูบหนึ่งเมื่อได้ยินคำถาม ชีวิตของบิดาทั้งคน ต่อให้ต้องใช้เงินเป็นร้อยๆพันๆล้านเธอก็จะหามาให้จงได้

จันทร์เพ็ญท่าจะมองออกเลยหันไปเอ็ดบุตรสาวของตน

“ถามอะไรแบบนั้นยัยกี แกนี่”

“ก็กีแค่อยากรู้นี่คะ”

ปภาณิณระงับโทสะในอกบอกด้วยสีหน้าเย็นชา

“ประกันคุณพ่อมีจ้ะน้องกี”

“น้าลืมบอก ตัวแทนเขามาเยี่ยมเมื่อกี๊แล้วก็ว่าค่ารักษาของจรัสเกินวงเงินประกันแล้วล่ะลูก”

ได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไป เพราะก่อนหน้าบิดาของเธอเป็นประเภทที่ต่อต้านการทำประกันทุกรูปแบบ พอมีคนรู้จักแนะนำก็ทำไปอย่างแกนๆชนิดเหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลแบบค่าเบี้ยไม่แพงมาก เหมือนทำไปเพื่อตัดรำคาญ ท่านคิดเสมอว่าตัวเองแข็งแรงและด้วยว่าตนเองไม่เคยเจ็บป่วยหนักๆมาก่อนจึงไม่ได้ใส่ใจตรงนั้น

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป
8.3
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เจียงซิงซิงยอมทนแต่งงานกับคุณชายเซียวแห่งเมืองบีในฐานะภรรยาที่ถูกตราหน้าว่าหน้าตาอัปลักษณ์ เธอทุ่มเทความรักและยอมรับความเย็นชาจากเขา จนกระทั่งได้ล่วงรู้ความจริงอันเจ็บปวดว่าตนเองเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่เขาใช้เพื่อช่วยชีวิตผู้หญิงที่เป็นรักแท้เท่านั้น เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดจากเขาเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของตัวเองกลับมา เวลาผ่านไปสามปี เจียงซิงซิงได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งอย่างสง่างามในฐานะศัลยแพทย์และนักเปียโนชื่อดัง จนทำให้อดีตสามีที่เคยละเลยเธออย่างเซียวต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสท่ามกลางสายฝนเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไป
ภาพปกนิยายเรื่อง คู่หมั้นเลือกรักเก่า ฉันวิวาห์ฟ้าแลบ
8.9
สามวันก่อนถึงฤกษ์แต่งงาน ซวี่โม่ต้องเผชิญความจริงอันแสนเจ็บปวดเมื่อพบว่าแฟนหนุ่มที่คบกันมานานถึงสามปีแอบไปเข้าพิธีวิวาห์กับเพื่อนสนิทของเธอ โดยเขาอ้างว่าฝ่ายหญิงป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์และนี่คือความปรารถนาครั้งสุดท้าย ทั้งยังขอเลื่อนงานมงคลของเธอกับเขาออกไปอย่างไร้กำหนดจนกว่าอีกฝ่ายจะลืมเขาได้ ซวี่โม่จึงเลือกตัดสัมพันธ์รักครั้งนี้อย่างเด็ดขาดโดยไม่ลังเล เธอโทรศัพท์หาครอบครัวเพื่อตอบรับข้อเสนองานแต่งงานทางธุรกิจกับทายาทผู้แสนเย็นชาของตระกูลฟู่ พร้อมทั้งสั่งการให้เขาเตรียมตัวมารับเธอไปเป็นเจ้าสาวคนใหม่ในอีกสามวันข้างหน้าทันที
ภาพปกนิยายเรื่อง ขังใจร้ายนายอสูร
8.9
โชคชะตาเล่นตลกกับทอฝันเมื่อเธอจำใจต้องทิ้งทิวา คนรักผู้ยากไร้ไปหมั้นหมายตามคำสั่งของบิดา แต่หลังครอบครัวล้มละลายจนถูกถอนหมั้น เธอกลับต้องโคจรมาพบเขาอีกครั้งในฐานะลูกจ้าง ทว่าทิวาในวันนี้กลายเป็นทายาทมหาเศรษฐีผู้แสนเย็นชาที่พร้อมจะทวงแค้นและมอบความเจ็บปวดคืนให้เธอ ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามจากบุษบาที่หวังจะฮุบสมบัติ และความลับของแพรวาน้องสาวบุญธรรมที่ต้องมารับเคราะห์กรรมแทน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีภูดิษฐ์ พ่อเลี้ยงหนุ่มผู้จมอยู่กับความทุกข์ระทม ซึ่งพร้อมจะทำลายล้างทุกคนที่เคยทำร้ายหัวใจของเขาให้พังพินาศไปตามไปพร้อม
ภาพปกนิยายเรื่อง My Twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก [3P]
8.7
My twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก - 3P (The Passion Series) พวกเขาทั้งสองคนไม่ใช่แม้กระทั่งเงาของเจ้านาย ไม่ใช่ลูกจ้างคนรู้ใจ อย่างในวัฒนธรรมเศรษฐีที่จะต้องมี ‘บัตเลอร์’ ประจำบ้านไว้ข้างกายคอยดูแลเสมอ ความจงรักภักดีของสองหนุ่มฝาแฝดไม่สามารถตีมูลค่าเป็นเม็ดเงิน ภาคินและภากรเป็นทั้งพี่ชาย เพื่อนรัก เป็นคนสนิทสนมของเธอ... จะทำอย่างไร หากเธอตกหลุมรักผู้ดูแลส่วนตัวพร้อมกันทั้งสองคน! The Passion Series - My Twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก 3P - Oh! My Lolita คลั่งรักโลลิตา (เร็ว ๆ นี้) - My Daughter Secretary เลขาฯ หญ้าอ่อน (เร็ว ๆ นี้) อัพเดทข้อมูลงานเขียนทางหน้าเฟซบุ๊คนะคะ มิ.ย. – ส.ค. 64 นี้พบกัน “You should go... She’s our lady” คุณหนูของบ้าน... เป็นคำที่เขาตั้งใจเปล่งมันออกมาแต่อาจสื่อสารผิดพลาดไป สองนักบำบัดงานเสียวถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยพวกเขาไม่อยากเสียลูกค้ารายใหม่ เจ้าของโรงแรมกระเป๋าหนักเงินหนาจ่ายแรง แต่ถ้าหากว่าเป็นเรื่องชู้สาวพวกเขาคงไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้มีปัญหา โดยเฉพาะคำกร้าวสั่งสุดท้าย “She’s mine... Please quickly go If you don't wanna have a problem.” วีณาพยายามที่จะเข้าใจว่าคนอย่างภากรสามารถทำได้ทุกอย่างมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่คิดว่าเขากำลังสื่อความหมายไปในทางคนรัก และเรื่องเธอเป็นของเขา She’ s mine! เนี่ยนะ จะบอกว่าเขาเกิดหึงหวงเธอขึ้นมายิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เธอได้แต่ยืนตาเขียวอย่างนั้น กระทั่งชาวต่างชาติทั้งสองรีบเก็บกระเป๋าออกจากห้องไปเพราะเจ้าถิ่นไม่ให้การต้อนรับ “พูดอะไรของพี่ภีมคะ? นี่...” “...” ไม่มีคำตอบจากริมฝีปากหนาหยักได้รูป ลึกลงไปในแววตาคู่คมดั่งมีเปลวโทสะลูกใหญ่ หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกมาหนัก ๆ “หมอที่วีจองตัวให้มานวดน่ะ มันนวดอีโรติก โยนีบำบัดนะคะ ไม่ใช่พวกจ้างเที่ยวหัดนวดแล้วหลอกเอาสาวไว้กินฟรี นั่นคนดังกว่าจะจองคิวได้ระดับปรมาจารย์ มีใบประกาศนียบัตร นวดสปาธรรมดาวีนวดกับพวกพี่ก็ได้ เคยนวดขาให้วีนี่...” “Tantric Institute of Integrated Sexuality เรื่องนวดเซ็กส์ระดับแอ้ดว้านซ์ นวดเพื่อผ่อนคลายสำหรับสุภาพสตรี พี่เรียนมาครับน้องวี... ถ้าอยากนวดพี่นวดให้ได้” ความมั่นใจเด็ดเดี่ยวในแววตาหายไป กลอกตาไปมาอย่างอ้ำอึ้ง วีณาไม่รู้เรื่องนี้! “พี่... ไปเรียนบัตเลอร์กับปริญญาโทการโรงแรมมาไม่ใช่หรือคะ?” “เวลาว่างพี่ไปเรียนอย่างอื่นครับ ไม่ได้ไปเล่นดนตรี เก็บเงินค่าเรียนงก ๆ เหมือนภามเพื่อแบ่งเบาภาระคุณอาเลยนะ พี่ฉลาดกว่านั้น” ไม่พูดเปล่า มือหนาสากเริ่มปลดปราการชิ้นแรกคือนาฬิกาเรือนเหยียดล้านของขวัญจากอนันต์ในวันเกิดของเขา วางมันลงบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มตามด้วยเข็มขัด... ภากรไม่คิดว่าเขาจำเป็นต้องพูด แต่เขาไม่มีความคิดตรงไหนเหมือนภาคินสักอย่างเดียวและเธอไม่เคยเชื่อใจเขา “พี่ใช้เงินคุณอาคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ เพื่อเป็นบัตเลอร์ที่รู้งานบริการทุกอย่าง ไว้ดูแลลูกสาวท่าน” “อ้อ... เป็นพวกบูชาผู้มีพระคุณจนตัวตายสินะ เกิดในยุคซามูไรหรือไง? สั่งให้คว้านท้องตัวเองก็คงจะทำล่ะมั้ง...” “ไม่ทำครับ... พี่จะลาออก เก็บข้าวของไปจากบ้านวีทันทีถ้าวีสั่งให้พี่คว้านท้อง แต่พี่จะไม่ไปจากชีวิตวีง่าย ๆ หรอก พี่จะตามรังควาญวีไปจนวันตาย” นั่นไงพี่ภีมของเธอ! วีณาสะดุ้งเฮือกกับคำขู่แสนหวาน แม้หางตาสวยใต้อายไลเนอร์คมกริบกลับทอดมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ยกสองมือกอดอกอย่างเชิดหยิ่งสมเป็นคุณหนูวีณาทุกกระเบียดนิ้ว ภาพลักษณ์สวยหรูดูได้จากภายนอก แต่อาการลนลานตื่นเต้นตกใจกลัวผ่านฝ่ามือเล็กที่กำเก็บไว้ใต้รักแร้ คนสนิทสนมกันมาคงต้องเห็น ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ กระตุกกระดุมเสื้อออก โน้มใบหน้าลงบอกข้างหูเบา ๆ “ไปอาบน้ำกันก่อนค่อยนวด... นวดอีโรติกอย่างที่น้องวีอยากจะนวดน่ะ”
ภาพปกนิยายเรื่อง เธอคนนี้ ไม่ใช่สาวส้มหล่น
8.7
เมื่ออดีตอันแสนเจ็บปวดและการที่ผู้เป็นแม่ถูกทำร้ายผลักดันให้ ฉือเนี่ยน ตัดสินใจหวนคืนสู่เมืองจิงเพื่อทวงแค้นและทวงทุกสิ่งที่เป็นของเธอกลับคืนมา แม้สายตาคนรอบข้างจะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้การศึกษา ทว่า ลู่เหยียนสือ กลับมองเห็นเนื้อแท้ที่ซ่อนอยู่ว่าเธอคืออัจฉริยะรอบด้าน ทั้งหมอผู้มีฝีมือล้ำเลิศ แฮ็กเกอร์ระดับพระกาฬ และนักปรุงน้ำหอมชื่อดัง ท่ามกลางความกังขาของทุกคนที่เห็นเขาคอยปกป้องและตามใจภรรยาคนนี้อย่างเกินพิกัด ลู่เหยียนสือก็ยังคงเลือกที่จะหนุนหลังเธออย่างไม่แคร์ใคร จนกระทั่งความลับและความสามารถขั้นเทพของเธอถูกเปิดเผยออกมาในที่สุด ทำให้คนทั้งเมืองจิงต้องยอมสยบและยกย่องในความเก่งกาจอันไร้เทียมทานของเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานที่มีเสน่ห์ของฉัน
7.3
ชีวิตแต่งงานสามปีของฉู่ลั่วหานเต็มไปด้วยความอ้างว้างและเสียงดูถูกเรื่องการไร้ทายาท แม้จะเป็นภรรยาตามกฎหมาย เมื่อโม่หรูเฟยหญิงมือที่สามกล้าบุกมาเยาะเย้ยถึงบ้าน ความอดทนของเธอจึงสิ้นสุดลง ลั่วหานตอกกลับอย่างเจ็บแสบเพื่อสั่งสอนให้รู้ถึงสถานะที่แท้จริง ทว่าบาดแผลลึกในใจกลับเกิดจากสามีที่นอนร่วมเตียง เขาปฏิบัติกับเธอราวกับคนแปลกหน้า ไม่เคยปกป้องหรือแสดงความห่วงใย และมักตอกย้ำว่าเขาไม่ได้รักเธอ ความเย็นชาอันโหดร้ายนี้บังคับให้ลั่วหานต้องเข้มแข็งและยืนหยัดด้วยตัวเองในวังวนของสถานะที่เหลือเพียงแค่ชื่อ