APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อาญาสีชมพู

อาญาสีชมพู

เมื่อ น้องเหนือ สาวต่างจังหวัดผู้แสนซื่อสัตย์ แสดงท่าทีชื่นชมในตัวเชียรซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของเขา พฤกษ์ ทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งทะนงและไม่เคยยอมแพ้ใครจึงรู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรง เขาปักใจเชื่อว่าความไร้เดียงสานั้นเป็นเพียงแค่จริตมารยา พฤกษ์จึงตัดสินใจลงทัณฑ์เธอด้วยข้อเสนอสุดป่าเถื่อน บังคับให้เธอต้องตกเป็นผู้หญิงลับๆ ของเขานานสามสิบวันเพื่อชดใช้ความผิด แม้จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจนสูญเสียความนับถือในตัวเอง แต่น้องเหนือก็ไร้ทางเลือกและจำต้องยอมรับชะตากรรมอันโหดร้ายนี้ ทว่าบทลงโทษที่เริ่มต้นด้วยความโกรธแค้นกลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะคาดเดา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

“คุณปภาณิน เชิญด้านในค่ะ”

หญิงสาวเจ้าของชื่อปิดหน้าจอโทรศัพท์ในมือของตนเองลง เมื่ออ่านข่าวกอซซิปของวงสังคมชั้นสูงจบพอดิบพอดี

ชายหนุ่มหญิงสาวคู่ในภาพข่าวกำลังมีข่าวดีกันในเร็ววันนี้ และอาจเป็นปลายปีที่จะมีงานมงคลสมรสยักษ์ใหญ่ปิดท้ายให้ได้ตื่นตาตื่นใจกัน

เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเต็มที ดึงสติมาอยู่กับสิ่งที่เพิ่งได้ยินเมื่อครู่ เสียงขานเรียกนั่นบอกว่าเธอกำลังจะได้พบกับเขาแล้ว หวังว่าครั้งนี้จะไม่เก้อเหมือนเมื่อสองครั้งแรกนั่นหรอกนะ

พฤกษ์ คือชื่อของเขา ที่ซึ่งครองตำแหน่ง Asia CEO Awards สามปีซ้อน นอกจากบริหารงานเก่งฉกาจแล้วเขายังเพิ่งให้ทีมทนายส่งจดหมายทวงหนี้ไปที่บ้านของเธอ พร้อมกำหนดชำระเงินต้นรวมดอกเบี้ยจำนวนสิบสองล้านภายในระยะเวลาสามสิบวัน หลังจากได้อ่านถ้อยความจบเธอรีบมาพบเขาทันทีเพื่อขอเจรจาผ่อนผันหนี้ แล้วก็ช่างตามตัวยากเหลือเกิน จนห้าวันผ่านไปแล้วเธอถึงเพิ่งได้พบเขาอย่างที่ตั้งใจ หวังไว้ไม่น้อยว่าเขาจะยอมเจรจาผ่อนผันช่วยเหลือเธอและครอบครัว

เรื่องราวระหว่างกันเมื่อสิบปีก่อนนั่น เขาน่าจะยังไม่ลืม

หญิงสาวลุกขึ้นยืนตัวตรงแหน็ว หลังเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อคิดไปว่ากำลังจะได้พบหน้าเขา ใจของเธอก็เริ่มจะสั่นพอๆกับขาที่ต้องฝืนทรงตัวเอาไว้ไม่ให้ล้มพับลงไปกองที่พื้นเสียก่อน

อาคารปูนชั้นเดียวทอดยาวสู่เบื้องหน้านี้เป็นเพียงสำนักงานเล็กๆแห่งหนึ่งของพฤกษ์เท่านั้น ซึ่งสองที่แรกที่เธอต้องไปรออยู่นานค่อนวันเป็นสำนักงานใหญ่สำหรับกิจการหลักของเขา หลังจากต้องตัดใจเสียงานเสียการไปรอแต่กลับไม่ได้พบเจอตัว เพราะพนักงานเข้ามาแจ้งว่าพฤกษ์มีประชุมด่วน เธอแจ้งกลับว่ารอได้แต่แล้วกลับถูกไล่ให้กลับไปทั้งสองครั้ง

ใจชื้นขึ้นมาหน่อยที่ครั้งนี้เธอรอเขาเพียงห้าชั่วโมงเท่านั้น แถมยังไม่ถูกไล่ให้กลับแบบสองครั้งแรกอีกด้วย

ขณะเดินตามหลังพนักงานผู้นำทางพร้อมกับความคิดในหัวถึงเขา

พฤกษ์จะเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่

สิบปีที่ไม่ได้พบหน้ากันเลย เขาจะสูงขึ้นอีกแค่ไหนและจะยังคงยิ้มง่าย เป็นพี่ชายช่างหยอกเย้าอย่างที่เคยไหมนะ แม้จะตามข่าวคราวของเขาอยู่ตลอดแต่ก็เป็นการเห็นทางเดียวผ่านสื่อทั้งนั้น เธอไม่มีโอกาสได้สบตาคมเข้มล้ำลึกของเขาจังๆอีกเลยตั้งแต่ครั้งนั้น

ก่อนกลืนน้ำลายลงคออย่างหนักใจขึ้นมาอีกไม่ได้ เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ในวันที่เธอตัดสินใจทำลงไป เพราะไม่อยากให้เขากลายเป็นคนไม่เอาไหน

แม่เคยบอกเสมอ หากว่าเธอตั้งใจทำสิ่งดีดีอะไรลงไปแล้วจะได้ผลตอบแทนแบบเดียวกันกลับมา

แล้วความทรงจำพร้อมแววตาอ่อนโยนก็ฉายวาบขึ้น เธอยังจำได้ไม่ลืมเลือนว่าพฤกษ์ชอบพูดหยอกล้อแบบนี้เสมอ

‘ยิ้มหน่อยสิ น้องเหนือ พี่ชอบเวลาเรายิ้มนะรู้ไหม’

‘พี่อยากอยู่กับน้องเหนือแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลย’

‘ขี้บ่นจังเลยนะเราน่ะ เดี๋ยวพี่จะเรียกเราว่าป้าเหนือ’

หญิงสาวคนนำทางพาเธอมาถึงห้องริมสุดที่มีประตูขนาดใหญ่หันมายิ้มให้แบบแกนๆแล้วพูดเสียงกระซิบ

“ท่านเพิ่งคอนเฟอเรนต์เสร็จค่ะ”

ปภาณิณยิ้มตอบรับไปอย่างฝืดฝืนเช่นกัน และไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น เธอเป็นพวกไม่สนิทก็จะไม่ค่อยคุยอะไรด้วย หญิงสาวคนนั้นยกมือขึ้นเคาะแผ่นไม้ตรงหน้าสองสามที ถึงได้แว่วเสียงดังจากด้านในเชิงว่าอนุญาตให้เข้ามาได้ จึงเปิดประตู แย้มหน้าเข้าไปบอกก่อน

“คุณปญาณิณค่ะ”

ที่ด้านในไม่มีเสียงตอบรับอันใดกลับมา ปญาณิณเลยยิ่งใจเต้นแรงมากขึ้น ปอดของเธอนั้นดูเหมือนจะไม่ยอมสูบลมเข้าไปข้างในอีกแล้ว เลยเกิดอาการวูบวาบเห็นดาวขึ้นกะทันหัน แล้วฮึดสูดลมแรงๆเข้าปอด กระตุ้นให้พร้อมเผชิญหน้ากับเขา

เธอกำลังจะได้พบกับพฤกษ์แล้วในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้

หญิงสาวคนนำมาหลบทางเป็นเชิงบอกให้เธอก้าวเข้าไปด้านในได้เลย

ปภาณิณเม้มปากเรียกสติตนเอง ก่อนตัดสินใจเดินหน้าจนพ้นประตูไป ก็ให้เย็นยะเยือกสะท้านไปทั้งตัว อาจเป็นอุณหภูมิภายใน

ที่ตั้งไว้ต่ำกว่าปกตินั่นเอง แต่แล้วกลับพบสิ่งที่คิดว่าน่าประหวั่นพรั่นพรึงมากกว่านั้นนั่นคือสายตาคู่คมของเขาที่มองมาอยู่ตลอด

พฤกษ์นั่งไขว้ขาพิงพนักเก้าอี้บัลลังก์ตัวใหญ่มือประสานกันไว้บนหัวเข่าของเขา สายตาที่มองมาราวกับประเมินท่าทีของเธออยู่อย่างไรอย่างนั้น

เสียงปิดประตูดังก้องขึ้นทำลายความเงียบและบรรยากาศชวนอึดอัดนั้น และผู้หญิงคนที่เดินนำทางมานั่นก็หายลับไปแล้วในตอนนี้

ปญาณิณจึงได้แต่ยืนเก้ๆกังๆอย่างไม่รู้จะทำอะไรก่อน พลันเสียงเข้มงวดราบเรียบถามขึ้นอย่างห่างเหิน

“ไม่ทราบว่าต้องการพบผมทำไม”

“คือ...” อึกอักพูดอะไรไม่ออก ทั้งยังเย็นเฉียบที่ปลายมือปลายเท้าสลับร้อนหนาวเหมือนกับกำลังจับไข้

ก่อนหน้าคิดมาแล้วว่าจะเริ่มสนทนากับเขาอย่างไร แต่พอได้พบกันจริงๆ ก็ทำเอาประหม่าเสียจนสติหลุดลอยหายวับไปกับตา ได้แต่ยืนนิ่งเหมือนคนโง่เง่าคนหนึ่ง ประกอบกับสายตากดดันติดเหยียดหยันของเขาที่มองมาก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกอยากจะเป็นลม

พฤกษ์ไม่ได้มีท่าทีเป็นมิตรเลยสักนิดเดียว

เป็นไปได้หรือไม่ ว่าเหตุการณ์เมื่อครั้งนั้นจะทำให้เขารังเกียจเธอจนไม่อยากแม้แต่จะคุยหรือมองหน้ากันด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะไม่อย่างนั้น เขาคงปฏิเสธไม่ให้เธอเข้าพบเขาไปแล้วล่ะ

คิดเข้าข้างตัวเองแล้วค่อยใจชื้นขึ้นมาได้หน่อยหนึ่ง เผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากอันไม่ต่างไปจากในลำคอเท่าใดนัก ตั้งสติดีดีแล้วว่าออกไปอย่างที่เตรียมตัวมาแล้ว มันขลุกขลักเล็กน้อยแต่ก็จะพยายามให้การเจรจานี้ผ่านไปได้ด้วยดี และเธอไม่ควรแทนตัวอย่างสนิทสนมเหมือนที่ตั้งใจเอาไว้ ในเมื่อเขาเปิดการสนทนาแบบคนไม่เคยคุ้นเคย เธอก็ต้องกระทำตามแบบเขาบ้าง

“คือ...คือดิฉันได้รับจดหมายทวงหนี้แล้วค่ะ” เสียงที่บอกนั่นอ่อยลงจนแทบจับความไม่ได้ แล้วตัดสินใจอย่างหมดหนทาง “หากว่าดิฉันอยากจะขอ...”

“เรื่องนั้นผมสั่งเลขาให้แจ้งรายละเอียดไปแล้วนี่ ไม่ทราบว่ายังต้องการอะไร” เขาว่าเสียงเด็ดขาด สายตามองเธอนั้นเหมือนดาบคมกริบที่พร้อมจะเฉือนเนื้อของเธอออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่ตลอดเวลา

“อยากขอยืดเวลาออกไปสักระยะก่อนได้ไหมคะ”

พฤกษ์มองหน้าเธออึดใจเดียวก่อนปรากฏรอยยิ้มเย็นเยือกขึ้นที่มุมปากข้างหนึ่ง ถามราวกับใจดีแต่เปล่าเลย ปภาณิณรู้สึกได้ในน้ำเสียงเรียบเฉยว่ามันมีอาวุธร้ายซ่อนเร้นข้างในนั้น

“ทำไมผมต้องยืดเวลาออกไปด้วย”

สายตาคู่คมล้ำลึกดูราวกับเจ้าป่าที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อ แน่นอนหากว่าพลาด เธอต้องเป็นเหยื่อที่ถูกหมายหัวอยู่แน่ๆ แล้วก็รู้ตัวว่าเธอไม่มีเหตุผลที่ฟังดูดีเลยสักข้อเดียวที่จะไปต่อรองอะไรกับเขา ในเมื่อเคยได้รับการผ่อนปรนแล้วถึงสามครั้ง แต่เพราะสถานะการเงินของครอบครัวที่มีปัญหาติดลบจนดิ่งลงเหวแบบหันหัวกลับได้ยากยิ่ง ทำให้ต้องบากหน้ามาขอเจรจานอกรอบเช่นนี้

และดูเหมือนพฤกษ์เองก็รู้ถึงจุดมืดบอดเกี่ยวกับครอบครัวของเธอดี

“ถือว่าเห็นแก่เหนือเถอะนะคะ...พี่พฤกษ์”

ในที่สุดเธอก็หลุดความพ่ายแพ้ออกมาจนได้ ใช้ความสัมพันธ์อันดีในอดีตอ้อนวอน ทั้งยังมองอย่างรอคอยความหวังจากเขา ชายหนุ่มที่วันนี้ดูสง่างาม แข็งแกร่ง ผิดจากเด็กหนุ่มในวันวานราวคนละคน

“ถ้าจะให้เห็นแก่เด็กผู้หญิงที่ชื่อเหนือ...ก็ได้”

เขาบอกมาพร้อมรอยยิ้มเย็นยะเยือกกว่าเดิม พฤกษ์ตวัดขาข้างที่ไขว้ไว้ลง ดันตัวยืนตรงแล้วปลดกระดุมสูทออกจนเห็นถึงแผงอกกำยำใต้เนื้อผ้าชั้นดีที่ด้านใน สาวท้าวมาหยุดยืนตรงหน้าเธอพร้อมกับเอ่ยปากขึ้น

“แลกกับการเป็นผู้หญิงลับๆของผม”

ในที่สุดความจริงก็กระแทกเข้าหน้าเธออย่างจัง เมื่อเขาไม่ได้เป็นพฤกษ์ที่แสนดีคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขายอมรับข้อเสนอก็จริงแต่มีเงื่อนไขที่ปภาณิณได้ยินแล้วถึงกับนิ่งขึงราวถูกแช่แข็งด้วยความเย็นที่เย็นจัด วินาทีนี้เองที่ร่างกายของเธอชาไปหมดรวมไปถึงหัวใจดวงเล็กๆที่เต้นรออย่างมีความหวัง

ผู้หญิงลับๆของเขาอย่างนั้นหรือ

ปภาณิณทวนคำเขาแล้วเม้มปากแน่นอย่างขุ่นเคือง หากเขายื่นข้อเสนอออกมาแบบนี้แสดงว่าเขาเองก็จำเธอได้ฝังใจไม่ต่างกัน

คงจำได้แม่นเลยสินะว่าเธอเกลียดผู้หญิงลับๆพวกนั้นและสาบานกับฟ้าฝนเอาไว้ว่าชาตินี้ทั้งชาติอาจรวมถึงชาติอื่นๆด้วย เธอจะไม่มีวันยอมเป็นผู้หญิงลับๆของใครโดยเด็ดขาด!

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป
8.3
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เจียงซิงซิงยอมทนแต่งงานกับคุณชายเซียวแห่งเมืองบีในฐานะภรรยาที่ถูกตราหน้าว่าหน้าตาอัปลักษณ์ เธอทุ่มเทความรักและยอมรับความเย็นชาจากเขา จนกระทั่งได้ล่วงรู้ความจริงอันเจ็บปวดว่าตนเองเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่เขาใช้เพื่อช่วยชีวิตผู้หญิงที่เป็นรักแท้เท่านั้น เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดจากเขาเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของตัวเองกลับมา เวลาผ่านไปสามปี เจียงซิงซิงได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งอย่างสง่างามในฐานะศัลยแพทย์และนักเปียโนชื่อดัง จนทำให้อดีตสามีที่เคยละเลยเธออย่างเซียวต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสท่ามกลางสายฝนเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไป
ภาพปกนิยายเรื่อง คู่หมั้นเลือกรักเก่า ฉันวิวาห์ฟ้าแลบ
8.9
สามวันก่อนถึงฤกษ์แต่งงาน ซวี่โม่ต้องเผชิญความจริงอันแสนเจ็บปวดเมื่อพบว่าแฟนหนุ่มที่คบกันมานานถึงสามปีแอบไปเข้าพิธีวิวาห์กับเพื่อนสนิทของเธอ โดยเขาอ้างว่าฝ่ายหญิงป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์และนี่คือความปรารถนาครั้งสุดท้าย ทั้งยังขอเลื่อนงานมงคลของเธอกับเขาออกไปอย่างไร้กำหนดจนกว่าอีกฝ่ายจะลืมเขาได้ ซวี่โม่จึงเลือกตัดสัมพันธ์รักครั้งนี้อย่างเด็ดขาดโดยไม่ลังเล เธอโทรศัพท์หาครอบครัวเพื่อตอบรับข้อเสนองานแต่งงานทางธุรกิจกับทายาทผู้แสนเย็นชาของตระกูลฟู่ พร้อมทั้งสั่งการให้เขาเตรียมตัวมารับเธอไปเป็นเจ้าสาวคนใหม่ในอีกสามวันข้างหน้าทันที
ภาพปกนิยายเรื่อง ขังใจร้ายนายอสูร
8.9
โชคชะตาเล่นตลกกับทอฝันเมื่อเธอจำใจต้องทิ้งทิวา คนรักผู้ยากไร้ไปหมั้นหมายตามคำสั่งของบิดา แต่หลังครอบครัวล้มละลายจนถูกถอนหมั้น เธอกลับต้องโคจรมาพบเขาอีกครั้งในฐานะลูกจ้าง ทว่าทิวาในวันนี้กลายเป็นทายาทมหาเศรษฐีผู้แสนเย็นชาที่พร้อมจะทวงแค้นและมอบความเจ็บปวดคืนให้เธอ ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามจากบุษบาที่หวังจะฮุบสมบัติ และความลับของแพรวาน้องสาวบุญธรรมที่ต้องมารับเคราะห์กรรมแทน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีภูดิษฐ์ พ่อเลี้ยงหนุ่มผู้จมอยู่กับความทุกข์ระทม ซึ่งพร้อมจะทำลายล้างทุกคนที่เคยทำร้ายหัวใจของเขาให้พังพินาศไปตามไปพร้อม
ภาพปกนิยายเรื่อง My Twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก [3P]
8.7
My twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก - 3P (The Passion Series) พวกเขาทั้งสองคนไม่ใช่แม้กระทั่งเงาของเจ้านาย ไม่ใช่ลูกจ้างคนรู้ใจ อย่างในวัฒนธรรมเศรษฐีที่จะต้องมี ‘บัตเลอร์’ ประจำบ้านไว้ข้างกายคอยดูแลเสมอ ความจงรักภักดีของสองหนุ่มฝาแฝดไม่สามารถตีมูลค่าเป็นเม็ดเงิน ภาคินและภากรเป็นทั้งพี่ชาย เพื่อนรัก เป็นคนสนิทสนมของเธอ... จะทำอย่างไร หากเธอตกหลุมรักผู้ดูแลส่วนตัวพร้อมกันทั้งสองคน! The Passion Series - My Twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก 3P - Oh! My Lolita คลั่งรักโลลิตา (เร็ว ๆ นี้) - My Daughter Secretary เลขาฯ หญ้าอ่อน (เร็ว ๆ นี้) อัพเดทข้อมูลงานเขียนทางหน้าเฟซบุ๊คนะคะ มิ.ย. – ส.ค. 64 นี้พบกัน “You should go... She’s our lady” คุณหนูของบ้าน... เป็นคำที่เขาตั้งใจเปล่งมันออกมาแต่อาจสื่อสารผิดพลาดไป สองนักบำบัดงานเสียวถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยพวกเขาไม่อยากเสียลูกค้ารายใหม่ เจ้าของโรงแรมกระเป๋าหนักเงินหนาจ่ายแรง แต่ถ้าหากว่าเป็นเรื่องชู้สาวพวกเขาคงไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้มีปัญหา โดยเฉพาะคำกร้าวสั่งสุดท้าย “She’s mine... Please quickly go If you don't wanna have a problem.” วีณาพยายามที่จะเข้าใจว่าคนอย่างภากรสามารถทำได้ทุกอย่างมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่คิดว่าเขากำลังสื่อความหมายไปในทางคนรัก และเรื่องเธอเป็นของเขา She’ s mine! เนี่ยนะ จะบอกว่าเขาเกิดหึงหวงเธอขึ้นมายิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เธอได้แต่ยืนตาเขียวอย่างนั้น กระทั่งชาวต่างชาติทั้งสองรีบเก็บกระเป๋าออกจากห้องไปเพราะเจ้าถิ่นไม่ให้การต้อนรับ “พูดอะไรของพี่ภีมคะ? นี่...” “...” ไม่มีคำตอบจากริมฝีปากหนาหยักได้รูป ลึกลงไปในแววตาคู่คมดั่งมีเปลวโทสะลูกใหญ่ หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกมาหนัก ๆ “หมอที่วีจองตัวให้มานวดน่ะ มันนวดอีโรติก โยนีบำบัดนะคะ ไม่ใช่พวกจ้างเที่ยวหัดนวดแล้วหลอกเอาสาวไว้กินฟรี นั่นคนดังกว่าจะจองคิวได้ระดับปรมาจารย์ มีใบประกาศนียบัตร นวดสปาธรรมดาวีนวดกับพวกพี่ก็ได้ เคยนวดขาให้วีนี่...” “Tantric Institute of Integrated Sexuality เรื่องนวดเซ็กส์ระดับแอ้ดว้านซ์ นวดเพื่อผ่อนคลายสำหรับสุภาพสตรี พี่เรียนมาครับน้องวี... ถ้าอยากนวดพี่นวดให้ได้” ความมั่นใจเด็ดเดี่ยวในแววตาหายไป กลอกตาไปมาอย่างอ้ำอึ้ง วีณาไม่รู้เรื่องนี้! “พี่... ไปเรียนบัตเลอร์กับปริญญาโทการโรงแรมมาไม่ใช่หรือคะ?” “เวลาว่างพี่ไปเรียนอย่างอื่นครับ ไม่ได้ไปเล่นดนตรี เก็บเงินค่าเรียนงก ๆ เหมือนภามเพื่อแบ่งเบาภาระคุณอาเลยนะ พี่ฉลาดกว่านั้น” ไม่พูดเปล่า มือหนาสากเริ่มปลดปราการชิ้นแรกคือนาฬิกาเรือนเหยียดล้านของขวัญจากอนันต์ในวันเกิดของเขา วางมันลงบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มตามด้วยเข็มขัด... ภากรไม่คิดว่าเขาจำเป็นต้องพูด แต่เขาไม่มีความคิดตรงไหนเหมือนภาคินสักอย่างเดียวและเธอไม่เคยเชื่อใจเขา “พี่ใช้เงินคุณอาคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ เพื่อเป็นบัตเลอร์ที่รู้งานบริการทุกอย่าง ไว้ดูแลลูกสาวท่าน” “อ้อ... เป็นพวกบูชาผู้มีพระคุณจนตัวตายสินะ เกิดในยุคซามูไรหรือไง? สั่งให้คว้านท้องตัวเองก็คงจะทำล่ะมั้ง...” “ไม่ทำครับ... พี่จะลาออก เก็บข้าวของไปจากบ้านวีทันทีถ้าวีสั่งให้พี่คว้านท้อง แต่พี่จะไม่ไปจากชีวิตวีง่าย ๆ หรอก พี่จะตามรังควาญวีไปจนวันตาย” นั่นไงพี่ภีมของเธอ! วีณาสะดุ้งเฮือกกับคำขู่แสนหวาน แม้หางตาสวยใต้อายไลเนอร์คมกริบกลับทอดมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ยกสองมือกอดอกอย่างเชิดหยิ่งสมเป็นคุณหนูวีณาทุกกระเบียดนิ้ว ภาพลักษณ์สวยหรูดูได้จากภายนอก แต่อาการลนลานตื่นเต้นตกใจกลัวผ่านฝ่ามือเล็กที่กำเก็บไว้ใต้รักแร้ คนสนิทสนมกันมาคงต้องเห็น ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ กระตุกกระดุมเสื้อออก โน้มใบหน้าลงบอกข้างหูเบา ๆ “ไปอาบน้ำกันก่อนค่อยนวด... นวดอีโรติกอย่างที่น้องวีอยากจะนวดน่ะ”
ภาพปกนิยายเรื่อง เธอคนนี้ ไม่ใช่สาวส้มหล่น
8.7
เมื่ออดีตอันแสนเจ็บปวดและการที่ผู้เป็นแม่ถูกทำร้ายผลักดันให้ ฉือเนี่ยน ตัดสินใจหวนคืนสู่เมืองจิงเพื่อทวงแค้นและทวงทุกสิ่งที่เป็นของเธอกลับคืนมา แม้สายตาคนรอบข้างจะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้การศึกษา ทว่า ลู่เหยียนสือ กลับมองเห็นเนื้อแท้ที่ซ่อนอยู่ว่าเธอคืออัจฉริยะรอบด้าน ทั้งหมอผู้มีฝีมือล้ำเลิศ แฮ็กเกอร์ระดับพระกาฬ และนักปรุงน้ำหอมชื่อดัง ท่ามกลางความกังขาของทุกคนที่เห็นเขาคอยปกป้องและตามใจภรรยาคนนี้อย่างเกินพิกัด ลู่เหยียนสือก็ยังคงเลือกที่จะหนุนหลังเธออย่างไม่แคร์ใคร จนกระทั่งความลับและความสามารถขั้นเทพของเธอถูกเปิดเผยออกมาในที่สุด ทำให้คนทั้งเมืองจิงต้องยอมสยบและยกย่องในความเก่งกาจอันไร้เทียมทานของเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานที่มีเสน่ห์ของฉัน
7.3
ชีวิตแต่งงานสามปีของฉู่ลั่วหานเต็มไปด้วยความอ้างว้างและเสียงดูถูกเรื่องการไร้ทายาท แม้จะเป็นภรรยาตามกฎหมาย เมื่อโม่หรูเฟยหญิงมือที่สามกล้าบุกมาเยาะเย้ยถึงบ้าน ความอดทนของเธอจึงสิ้นสุดลง ลั่วหานตอกกลับอย่างเจ็บแสบเพื่อสั่งสอนให้รู้ถึงสถานะที่แท้จริง ทว่าบาดแผลลึกในใจกลับเกิดจากสามีที่นอนร่วมเตียง เขาปฏิบัติกับเธอราวกับคนแปลกหน้า ไม่เคยปกป้องหรือแสดงความห่วงใย และมักตอกย้ำว่าเขาไม่ได้รักเธอ ความเย็นชาอันโหดร้ายนี้บังคับให้ลั่วหานต้องเข้มแข็งและยืนหยัดด้วยตัวเองในวังวนของสถานะที่เหลือเพียงแค่ชื่อ